[OS/SF] doten :: 1996 ::

ตอนที่ 10 : New moon 2 ฉันคนนี้น่ะ ห่วงเธอมากกว่าใคร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 305
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    28 พ.ย. 62


2

ฉันคนนี้น่ะ ห่วงเธอมากกว่าใคร





             ว่ากันตามตรงเตนล์ยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นความจริง แรก ๆ ก็คิดในแง่ดีว่าคงเป็นชะตาฟ้าลิขิตที่ทำให้เขาได้มาเจอตัวร้ายตัวน้อยเพื่อเปลี่ยนแปลงตอนจบ แต่เมื่อตะวันลับ ท้องฟ้ามืด รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงสายลมกระทบใบไม้ บรรยากาศพลั่นให้จิตตก เขาเอาแต่คิดมากเป็นบ้าเป็นหลังว่าจะเอาตัวรอดยังไงในโลกนิยายแห่งนี้ กวาดสายตาไปรอบ ๆ ถ้ำแล้วก็ยิ่งเครียด เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยต้องมานอนกับพื้นแข็ง ๆ นี่สักที ดีหน่อยที่มีใบไม้ปูรองอยู่ด้านล่าง แต่จะไม่ดีก็ตรงที่ผ้าห่มสักผืนยังไม่มีให้ห่ม อุณหภูมิก็ลดลงเรื่อย ๆ ได้แต่นอนกอดตัวเองเพื่อคลายหนาวแต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้นสักนิด ตากลมโตเหลือบมองใครอีกคนที่นอนหันหลังให้กันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลท่ามกลางแสงจากไฟที่เริ่มมอด


            ในสถาณการณ์แบบนี้มันช่วยไม่ได้จริง ๆ นะ


            ร่างบางในวัยยี่สิบปีตัดสินใจค่อย ๆ ขยับกายเข้าไปใกล้เด็กน้อยที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอย่างเงียบเชียบ ใช้เวลาเกือบห้านาทีจนในที่สุดก็ขยับมานอนใกล้ตัวร้ายได้สำเร็จ ก่อนจะกลั้นใจเอื้อมมือออกไปกอดเด็กคนนั้นจากด้านหลัง คนถูกกอดสะดุ้งตื่นลืมตาในความมือก่อนจะตวาดลั่น


            “นายทำอะไร!”


            “กอดไง อากาศมันหนาว” เตนล์ตอบพลางกระชับอ้อมกอดแน่นไม่สนใจเด็กที่กำลังดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ


            “บ้าหรือไง ปล่อย!”


            “บ้าอะไร เขาเรียกวิธีคลายหนาว เห็นมั้ยว่าอุ่นขึ้นตั้งเยอะ”


            “ไม่เห็นจะอุ่น!”


             เพราะเด็กหนุ่มเคยชินกับอากาศแบบนี้มาตลอด เขาเลยค่อนข้างทนกับสภาพอากาศต่าง ๆ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว ไม่เคยมีใครเข้ามากอดกันแบบนี้ แถมเพิ่งรู้จักกัน หมอนี่โรคจิตจริง ๆ ด้วย!


             “โอ้ย!” เตนล์ร้องเสียงหลงหลังจากโดนศอกเล็ก ๆ นั่นกระแทกเข้ามาอย่างจัง สองมือได้แต่กุมท้องตัวเองอย่างเจ็บปวด “ทำบ้าอะไร เจ็บนะ”


             โดยองลุกขึ้นถามกลับอย่างหงุดหงิด “นายนั่นแหละทำบ้าอะไร”


             “ก็บอกแล้วว่าหนาว”


             “หนาวแล้วมากอดทำไม”


             “ไม่เคยได้ยินเหรอ หนาวนี้กอดใครหนาวมั้ยกอดกัน”


             “......” ชายหนุ่มได้รับเพียงสายตาเฉยชาเป็นคำตอบ


             “ไม่ขำเหรอ แหะ”


             “......”


             เด็กตรงหน้ายังคงเงียบ ทำให้คนแก่กว่าถึงกับไปไม่เป็น ไม่คิดว่าแค่กอดจะทำให้อีกฝ่ายโกรธขนาดนี้ เขาจึงลุกขึ้นนั่งคุยกับอีกฝ่ายดี ๆ


             “ขอโทษ ไม่คิดว่าจะรังเกียจกันขนาดนี้”


             “......”


             “เฮ้ พูดอะไรหน่อยสิ”


             “......”


             “ก็มันหนาว ผ้าห่มสักผืนก็ไม่มี นายจะให้ฉันทำไง”


             “......”


             “โอเค ๆ เข้าใจแล้ว ฉันจะกลับไปนอนที่เดิม ไม่กวนแล้ว นายนอนเถอะ”


             ชายหนุ่มเดินกลับไปที่นอนฝั่งตัวเองอย่างหงอย ๆ แล้วล้มตัวนอนกอดตัวเองเหมือนเดิม ข่มตานอนอยู่นานกว่าจะหลับ ส่วนอีกฝั่ง เด็กหนุ่มกำลังมองใครอีกคนที่นอนกอดตัวเองอย่างสั่น ๆ ด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะล้มตัวลงนอนและหลับไปเช่นกัน






             เช้าวันใหม่หวนกลับมาอีกครั้ง เตนล์สะลึมสะลือตื่นขึ้นมาเพราะแสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านเข้ามาในถ้ำทำให้รบกวนการนอน เขาลุกขึ้นมานั่งก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่พบตัวร้ายที่น่าจะนอนอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถ้ำ

   

           หรือว่าตื่นแล้ว


            ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินหารอบ ๆ แต่ก็ไม่พบ ชายหนุ่มได้แต่เกาหัวแกรก ๆ อย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดมากอะไร สิ่งที่คิดตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือต้องหาอะไรมายัดลงท้องก่อนที่เขาจะหิวตาย


             บทสรุปคือนอกจากการตกปลาแล้วเขาไม่เจออะไรที่พอจะกินได้สักอย่าง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปเขาไม่ต้องกินปลาไปตลอดหรอกหรือ

 

            ไม่ได้การ สำหรับเตนล์แล้วเรื่องอาหารการกินนี่สำคัญมาก ๆ ถ้าเป็นในโลกปัจจุบันอะไรคงง่ายกว่านี้ เดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อเต็มไปหมด อยากกินอะไรก็แค่ใช้เงินซื้อไม่ต้องลำบากลำบนหาวัตถุดิบมาทำกินเอง คิดแล้วก็เศร้าไม่ว่าจะอยู่โลกปัจจุบันหรือโลกนิยาย เงินเป็นต้นทุนของทุกอย่างจริง ๆ คงต้องลองหางานในหมู่บ้านทำสินะ เจ้าเด็กเปี๊ยกก็หายไปไหนไม่รู้ไม่กลับมาสักที 

  

           ชายหนุ่มตัดสินใจจะไปหางานในหมู่บ้านโดยไม่รอโดยอง เขาเดินถามตามร้านอาหารทุกร้านที่ผ่านแต่ก็ไม่มีตำแหน่งงานให้ทำเลยสักร้าน ล่วงเลยจนดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางศีรษะ อากาศช่วงเที่ยงวันร้อนใช้ได้ เตนล์เลยนั่งพักใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง เขายกมือขึ้นพัดคลายความร้อนพลางมองไปเรื่อย กระทั่งสะดุดตากับโรงงานไม้ขนาดใหญ่ที่ห่างออกไปประมาณหนึ่งร้อยเมตร ไม่รอช้าร่างบางลุกขึ้นมุ่งหน้าที่สถานที่นั้นทันที

 

           โรงงานนี้เป็นโรงงานขนาดไม่ใหญ่มาก แบ่งพื้นที่เป็นสามส่วน ส่วนหนึ่งคือโรงเก็บไม้ที่ตัดมาจากป่า อีกส่วนคือโรงเก็บเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ ส่วนสุดท้ายคือส่วนกลางที่คนงานพักและทำงาน


             คนงานเดินกันขวักไขว่ ทุกคนต่างทำงานของตนไม่ได้สนใจเขาที่กำลังยืนทำตัวไม่ถูกเลยสักนิด เตนล์เลือกที่จะถามคนงานผู้หญิงที่ท่าทางใจดีคนหนึ่งว่าจะสมัครงานได้ที่ไหน เธอตอบด้วยการพาเดินไปพบเถ้าแก่ซึ่งหน้าจะเป็นเจ้าของโรงงาน

 

            เถ้าแก่ใจดีกว่าที่เตนล์คิด เพราะว่าช่วงนี้กำลังขาดคนพอดี เตนล์เลยได้เริ่มทำงานทันที ค่าแรงนั้นในโลกนิยายแห่งนี้เงินที่ใช้ทำจากโลหะขาวลักษณะแบนกลมเหมือนเงินทั่วไป ซึ่งค่าแรงที่ชายหนุ่มได้คือวันละสิบสามเหรียญ แต่วันนี้ทำแค่ครึ่งวันจึงได้แค่หกเหรียญเท่านั้น 

  

           ในโลกปัจจุบันเตนล์เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาคนหนึ่ง วัน ๆ ทำงานแต่ในห้องแอร์ ใช้มือกดแป้นพิมพ์เท่านั้น แต่ตอนนี้เขากำลังใช้กำลังทั้งหมดที่มียกท่อนไม้ขนาดใหญ่เพื่อนำไปขัดแต่งทำเฟอร์นิเจอร์อยู่ แต่ไม่มีท่าทีว่าจะยกขึ้นสำเร็จสักที ท่าทางเงอะงะของชายหนุ่มทำเอาคนงานคนอื่นมองอย่างเอือมระอา เป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่รูปร่างเล็กกว่าคนงานในนี้เป็นไหน ๆ ผู้หญิงบางคนในนี้ยังแข็งแรงกว่าด้วยซ้ำ เตนล์มองคนงานคนนึงยกท่อนไม้ใหญ่ ๆ นั่นด้วยมือข้างเดียวแล้วได้แต่สงสารตัวเอง กระทั่งเถ้าแก่เห็นว่าเขาทำไม่รอดนั่นแหละถึงให้ไปนั่งขัดไม้ข้างในแทน

  

            ตะวันลาลับ ตอนนี้ดึกมากแล้วแต่เตนล์เพิ่งเลิกงาน เขารับเงินค่าจ้างและข้าวที่เมียเถ้าแก่นำมาแจกคนงานพลางเดินกลับ ถึงงานขัดไม้จะดูไม่หนังเท่าขนไม้ แต่นั่งขัดนาน ๆ แล้วก็ปวดหลังใช่เล่น มือก็ถลอกแดงไปหมด ดีที่มื้อนี้อย่างน้อยก็มีข้าวสวยให้กิน แอบเย็นไปหน่อยแต่กินได้ก็พอ เมียเถ้าแก่ก็ใจดีพอเขาขอเพิ่มอีกห่อก็ให้มาไม่ขี้เหนียวสักนิด


             ใช้เวลาเกือบชั่วโมงก็มาถึงถ้ำ ปกติแค่ครึ่งชั่วโมงก็เดินมาถึงแต่เพราะมืดมากเลยใช้เวลานานไปหน่อย เตนล์คิดว่าหากทำงานได้เงินเยอะกว่านี้เขาจะเช่าห้องสักห้องอยู่


             บริเวณข้างในถ้ำมีเด็กตัวกระเปี๊ยกนั่งทำหน้าถมึงทึงอยู่ พอเห็นเขามาก็ส่งสายตาน่ากลัวมาให้


             "ไปไหนมา"


             "ทำงานไง"


             "งานอะไร"


             "งานทั่วไป"


             "ที่ไหน"


             "ในหมู่บ้านแหละ"


             โดยองลุกขึ้นเดินมาใกล้ ใช้สายตาสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า


             "สภาพดูไม่ได้"


             เตนล์เบ้ปาก มีสิทธิ์อะไรมาว่าเขาดูไม่ได้ เมื่อวานตัวเองยังเป็นเด็กมอมแมมอยู่เลยแท้ ๆ "แล้วนี่กินอะไรหรือยัง"


             "อือ"


             อือแปลว่าอะไรวะ กินแล้วเหรอ เตนล์ได้แต่ขมวดคิ้วมองเด็กมันเชิดหน้าเดินไปนั่งใกล้ ๆ กองไฟ


            โครกคราก~


             เตนล์หันขวับไปมองใครอีกคนที่นั่งนิ่งแต่หน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ เขายิ้มขำก่อนจะเดินไปนั่งใกล้ ๆ เช่นกัน จากนั้นก็ยื่นห่อข้าวให้เด็กหน้าบูด


             "อ่ะ กินสิ"


             "ไม่หิว"


             "แล้วเมื้อกี้เสียงอะไร" เตนล์ยิ้มล้อ "กบร้องเหรอ"


             "ไม่หิวก็คือไม่หิว"


             โดยองตอบหน้าบึ้ง เตนล์นึกเอ็นดูอยู่ในใจ ก่อนจะยักไหล่ประมาณว่าแล้วแต่ จากนั้นก็แกะห่อข้าวกินต่อหน้าเด็กข้าง ๆ 


             "อื้ม อร่อย~" 


             "......"


             "เนื้อนี่ก็อร่อย"


             "......"


             "ไม่กินจริงอะ"


             มือแดงยื่นข้าวไปตรงหน้าโดยอง เด็กหนุ่มปรายตามองที่มือก่อนจะขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นสบตาคนแก่กว่า เตนล์เลิกคิ้วแล้วพยักเพยินไปทางข้าวในมือว่าจะเอาไง กินไม่กิน แล้วก็ต้องหลุดยิ้มเมื่อโดยองรับข้าวมากินด้วยใบหน้าที่ติดจะหงุดหงิด


             "อร่อยมั้ย"


             "งั้น ๆ"


             เตนล์ยิ้มกว้าง เมื่อคนที่บอกว่า 'งั้น ๆ' กินซะไม่เหลือข้าวสักเม็ด 


             พอเห็นใครอีกคนกินอิ่มก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วที่เหนื่อย


             โดยองยกมือขึ้นเช็ดปากเล็กน้อยหลังกินเสร็จ ใบหน้ายังติดจะหงุดหงิดเหมือนเดิมแต่น้อยลง ตาเหลือบมองผู้ชายที่เอาแต่ยิ้ม ยิ้มอยู่ได้ไม่รู้มีความสุขอะไรนักหนา พอเห็นมือขาว ๆ นั่นมีรอยแดงรอยถลอกขึ้นมาหน้าที่บึ้งอยู่แล้วบึ้งขึ้นไปอีก


             "ฉันทำบ้าง"


             "ทำอะไร"


             อยู่ ๆ เด็กมันก็โพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยชายหนุ่มก็งงเป็นธรรมดา โดยองทำหน้าจริงจังใส่เขาก่อนตอบ


            "ทำงาน"


            "ทำไมได้ นายยังเด็กเกินไป"


            "เด็กแล้วยังไง"


            "เอาเป็นว่าทำไม่ได้แล้วกัน" เตนล์ตัดบท พยายามหาเรื่องอื่นคุยแต่เด็กหนุ่มยังคงทำหน้านิ่งจริงจังใส่จนเตนล์ถอนหายใจ "ตัวแค่นี้จะไปทำอะไรได้ อีกอย่าง เข้าหมู่บ้านไปไม่แคล้วโดนทำร้ายอีกเหรอ"


            "แต่--"


            "เชื่อพี่ชายคนนี้เถอะ พี่ชายคนนี้น่ะห่วงนายมากกว่าใคร" 


            "......"


            "ไม่อยากให้โดนใครทำร้ายอีกแล้ว เข้าใจมั้ย"


            "......"


            โดยองเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ตอบอะไร ก่อนจะลุกพรวดเดินหนีไปนอนหันหลังให้กันซะเฉย ๆ


             เตนล์ส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะนั่งคิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อไป


             ส่วนอีกฟาก ใครอีกคนกำลังนอนขมวดคิ้วกัดปากแน่น


             ...ห่วงเหรอ จะห่วงกันได้ถึงไหนเชียว...











tbc


หายไปช่วงมิดเทอม กลับมาอีกทีไฟนอลค่ะ แอ่ก เรื่องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ 

ยังไงก็ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ:-)








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #188 snsptn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 02:31

    รอนะคะ ;-;
    #188
    0
  2. #178 soofee26 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 10:10
    เตนล์ดูแลตัวเองด้วยนะคะ
    #178
    0
  3. #177 cassysanuk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 22:58
    น้องน่าสงสารอ่ะ ต่อจากนี้อยู่ด้วยกันไปนานๆนะ
    #177
    0
  4. #175 sugaryeol (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 11:47
    น้องน่าสงสารมากก
    #175
    0
  5. #172 mink_ming35204 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 18:41
    ชั้นเลิฟเรื่องนี้ๆๆๆๆ มาต่อเร็วนะคะรออออออ
    #172
    0
  6. #171 lookkaew_11 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 10:51
    เจ้าโดยองตัวกระเปี๊ยกใจแข็งกับพี่มากจริงๆ
    สงสารพี่เตนล์เคยทำงานในออฟฟิศต้องมาทำงานใช้แรงงาน แรงก็ไม่ค่อยมี รูปร่างบอบบางอีก แต่ห่วงโดยองที่สุด
    คำพูดของเตนล์ที่พูดกับโดยองประทับใจมากเลย
    อย่างน้อยก็อยากให้เปิดใจให้พี่เตนล์ พี่จะได้มีกำลังใจมากขึ้น
    #171
    0
  7. #170 Junny_Wowpop (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 02:37
    ฮื้อออ ชอบมากเลยค่ะ รู้สึกอบอุ่น อ่านไปยิ้มไป.
    #170
    0
  8. #169 polypoll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 02:24
    น้องมองโลกติดลบมากๆ หวังว่าความอบอุ่นของเตนล์จะช่วยฮีลหัวใจน้องได้นะ
    #169
    0
  9. #166 supine.ty (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 21:52
    พี่เค้าห่วงงงง มันจะระแวงอะไรขนาดนั้นเจ้าเด็ก
    #166
    0
  10. #165 loneliiz_Galz (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 21:34
    น่ารักมากเลยค่ะ อบอุ่นใจเลยย
    #165
    0
  11. #164 namiejungrai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 19:08
    งานสุมหัวแต่ฉันก็หาเวลามาอ่านฟิคคุณจนได้
    #164
    0
  12. #163 zmgebob (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 15:23
    พี่เตนล์สุดยอดมากเลย ยอมเหนื่อยเพื่อน้องโดยอง แล้วชีวิตจะเป็นยังไงต่อเนี่ย แต่นี่ก็เชื่อว่าเตนล์ในโลกนี้อาจจะมีบทบาทอะไรก็ได้นะ
    #163
    0
  13. #162 ลำแสง10 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 07:04
    ชอบมากกกๆค่ะ//เป็นกำลังใจให้คุณไรท์นะคะปิ้วๆๆ
    #162
    0
  14. #160 FUTA HAYATO (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 01:20
    ชอบมากเลยค่ะ จะติดตาทเรื่อยนะคะ เตนล์น่ารักมากๆๆพี่ชายที่แสนดีสุดๆ //ไฟนอลนี้สู้ๆนะคะ เราเป็นกำลังใจให้!!!
    #160
    0
  15. #159 จักรพรรดิ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    โดยอย่าดื้อกับพี่เขาได้ไหมแม่ขอร้อง รอโตกว่านี้หน่อยค่อยดื้อนะลูก ตัวแค่นี้เย็นชาจังเลยนะคนเรา!!
    #159
    0