Overchant ค้าขายในโลกเเฟนตาซี

ตอนที่ 40 : ตอนที่ 37 : วันจ่ายหนี้ 8 จบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 401
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    14 ก.พ. 62

Overchant ตอนที่ 37

วันจ่ายหนี้ 8 จบ

กลับมาทางด้านของยูคิ

 

                “นี่ ขออะไรถามซักหน่อยสิ” เด็กหนุ่มส่งเสียงเด็กสาวผมสีม่วงที่ตอนนี้พวกเธอกำลังช่วยกันมัดมือและเท้าของเขาอยู่ เหล่าเด็กสาวเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของเด็กหนุ่มแล้วทำหน้าเหมือนกำลังจะบอกว่า “มีอะไรหรอ”

                “ทำไมถึงจับผมมาหรอ? หรือว่าจะเอาผมมากินไม่ก็เอาไปเป็นเครื่องสังเวยให้กับต้นไม้ที่อยู่ข้างหลังผมงั้นเหรอ?” หลังจากที่เด็กสาวได้ยินเช่นนั้นเธอก็ส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบคำถามให้กับเด็กหนุ่มที่กำลังทำหน้างุนงงอยู่

               “ไม่หรอกพี่ชาย หนูไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรอก อีกอย่างทำไมหนูต้องกินพี่ชายด้วยล่ะ”

               “งั้นแล้วจับผมมาทำไมเล่า”

               “ก็แค่เหงาแล้ว อยากให้ใครซักคนมาเล่นด้วยก็เท่านั้นเอง” เด็กสาวยิ้มให้กับเด็กหนุ่ม

               “อะไรกันก็แค่อยากให้มาเป็นเพื่อนเล่นเองหรอกเหรอ” เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆก็จะตวาดกลับไปว่า

               เรื่องแบบนั้นใครจะไปเชื่อลงกันเล่า!!! เธอมันตัวอะไรกันแน่! ถึงรูปร่างจะเหมือนมนุษย์ก็ตามแต่การที่สามารถแยกร่างได้แถมตอนโดนมีดสั้นแทงก็ไม่เห็นจะมีเลือดออกมาซักหยด แล้วทำไมเธอถึงมาอยู่ในเขาวงกตที่ทั้งลึกและซับซ้อนนี้ได้กัน กระเป๋าสัมภาระก็ไม่มี แล้วต้นไม้ด้านหลังผมนี่มันอะไรกัน! รากของต้นไม้ต้นนี้ใช่ไหมที่จับผมมาน่ะ!!!” เด็กหนุ่มจ้องมองเด็กสาวราวกับต้องการคำอธิบายเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้น

               “อะ อะไรกันพี่ชายทำไมตะโกนพร้อมกันจ้องเขม่งใส่หนูเหมือนจะฆ่าแกงกันอย่างนั้นล่ะ-

               “อย่ามาเฉไฉ!! ตอบคำถามของผมมาซะ!” เด็กสาวเห็นท่าทีของเด็กหนุ่มที่ดูทีท่าแล้วไม่น่าจะสงบลงจนกว่าจะได้รับคำอธิบายจากเธอ ซึ่งพอมันกลายมาเป็นแบบนี้แล้วเด็กสาวหุบยิ้มของเธอลงก่อนจะสูดหายใจเข้าแล้วจึงเอ่ยขึ้นมาว่า

               “ก็ไม่ใช่น่ะสิ หนูน่ะไม่ใช่มนุษย์หรอกส่วนที่พี่ชายพูดว่าแยกร่างน่ะมันก็แค่ผลที่สุกแล้วร่วงลงมาแล้วเปลี่ยนรูปร่างเป็นแบบนี้เท่านั้นเอง เห็นไหม

                เธอพูดออกมาก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้ยินเสียงอะไรตกลงมาพอเขาหันไปตามเสียงก็พบกับวัตถุอะไรซักอย่างลักษณะเป็นลูกกลมๆสูงและกว้างประมาณ 1 เมตร ก่อนที่สิ่งนั้นจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นเด็กสาวผมสีม่วงซึ่งเหมือนกันคนที่กำลังมัดตัวของเขาอยู่

               “ถ้าอย่างงั้นแล้วรูปร่างที่เหมือนกับเด็กผู้หญิงนั่นล่ะ หรือว่าเธอ….!

                เด็กหนุ่มหยุดพูดจู่ๆก็รู้สึกได้ถึงความกลัวที่พุดขึ้นมา เหงื่ออันเย็นเฉียบไหลท่วมหลังของเขา หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งสิ่งที่เด็กหนุ่มกำลังคิดอยู่ก็คือ [ฆ่าไปแล้วอย่างงั้นหรอ] ถ้าแม้ว่าเขาจะอยู่กับพวกอาเซียที่เป็นมอนสเตอร์ก็เถอะแต่ก็ไม่เคยคิดว่าพวกนั้นจะทำอะไรเขาเลย [หรือว่าจริงๆแล้ว….] แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะคิดอะไรเกินไป ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ซึ่งได้หยุดความคิดของเขาลง

               “ไม่ใช่หรอก….” ดูเหมือนว่าเด็กสาวจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคิดอะไรเธอจึงบอกออกมาก่อนที่จะสายเกินไป

               “รูปร่างนี้น่ะ เป็นรูปร่างของเพื่อนคนแรกของฉันเอง…..” เด็กสาวเปลี่ยนท่าทางการพูดใบหน้าของเธอนั้นดูเศร้าและโดดเดี่ยวเป็นอย่างมาก

               “นี่น่ะเป็นรูปร่างสมัยที่เธอคนนั้นเป็นต้นอ่อนน่ะ น่าจะซักประมาณ 100 กว่าปีแล้วล่ะมั้ง”

               100 กว่าปีที่แล้วนี่เธออายุเท่าไรกันแน่”

               “ซัก 200 ปีได้มั้ง? เมื่อก่อนพวกเราทั้งได้คุยกันแล้วก็เล่นกันตั้งหลายอย่างแน่ะ แต่ว่า

                เธอหยุดพูดซักครู่หนึ่งก่อนที่จะเอ่ยออกมาอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้น้ำเสียงที่เธอพูดออกมานั้นช่างดูเศร้าและดูเหมือนกับคอยโหยหาสิ่งที่รักที่สุดที่ได้จากไปแล้ว ที่หางตาของเธอนั้นเหมือนกันว่าจะมีของเหลวใสไหลออกมาก็มิปาน

               “พอเวลาผ่านไป 10 ปี 20ปี 30ปี 70ปี……. เธอคนนั้นก็กลายเป็นต้นแก่ที่รอวันตายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ จนในที่สุด…..” เด็กสาวก้มหน้าลงหยดน้ำใสหยดลงสู่พื้นเล็กน้อย

               “ขอโทษ……..” เด็กหนุ่มได้แต่พูดออกมาเบาๆไม่รู้ว่าความกลัวเมื่อซักครู่นี้หายไปตั้งแต่เมื่อไรเหลือเพียงแค่ความรู้สึกที่แน่นอกอย่างบอกไม่ถูก [จะว่าไป หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาเกือบเดือนๆแล้วนี่นะ พ่อกับแม่แล้วก็ยัยนั่นจะเป็นอะไรไหมนะ….]

               “ไม่เป็นไรหรอก เสร็จแล้วล่ะพี่ชาย” เด็กสาวพูดก่อนจะผละตัวออกจากตัวของเด็กหนุ่ม

               “เดี๋ยวนะ…. ทำไมถึงยังมัดผมอยู่ล่ะ! หรือว่าที่เล่าเมื่อกี้นี้โกหกงั้นหรอ!?” เด็กสาวส่ายหน้าก่อนจะยิ้มให้กับเด็กหนุ่มเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ติดเพียงแค่ว่าที่ขอบตาของเธอนั้นยังมีหยดน้ำใสๆแล้วก็รอยแดงๆอยู่นิดหน่อย

               “ก็กลัวว่าพี่ชายจะหนีนี่นา จริงๆก็มันเสร็จตั้งนานแล้วล่ะ เพียงแต่ตอนที่โดนตวาดใส่ก็เลยมัดให้มันแน่นพิเศษ แก้มัดไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ พี่-ชาย”

               “ทำไมถึงกลายเป็นแบบนั้นเล่า! แต่มัดธรรมดาผมก็แก้ไม่ได้แล้ว โถ่! ยอมเล่นด้วยก็ได้เพราะงั้นแก้ผมทีเถอะก่อนที่ผมจะต้องตัดส่วนต่างๆออกเพราะเลือดไม่ไปเลี้ยงล่ะนะ”

               เด็กหนุ่มหายใจก่อนจะพูดแล้วนั้นออกไป เด็กสาวที่ได้ยินดังนั้นก็ส่งเสียงดีใจออกมาก่อนจะเริ่มลงมือแก้มัด

                แต่ยังไม่ทันได้ลงมือทั้งสองคนก็รู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่ขนาดคนธรรมดาอย่างเด็กหนุ่มก็ยังรู้สึกได้ พอทั้งสองหันไปมองก็พบกับร่างเล็กๆร่างหนึ่งกำลังยืนอยู่ที่ทางเข้า  ดวงส่องประกายสีแดงสด ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยสีแดงสดราวกับเลือดมีสิ่งที่งอกออกมาจากหลังคล้ายกันปีกค้างคาวขนาดใหญ่ราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ เด็กหนุ่มเพ่งตามองดูร่างนั้นซักครู่ก่อนที่ร่างนั้นจะพูดออกมาว่า

                แก ทำ อะ ไร กับ ทาส ของ ข้า……!

                เสียงที่ออกมาจากร่างนั้นเป็นเสียงที่เด็กหนุ่มนั้นรู้จักเป็นอย่างดี เด็กสาวที่ได้เห็นภาพราวกับว่าได้พบกับปีศาจที่มาจากนรกก็รีบหลบหลังของเขา เนื้อตัวสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวแบบสุดขีด เด็กหนุ่มที่ได้เห็นภาพนี้เช่นกันก็เกือบจะถูกความกลัวเข้าครอบงำแบบเด็กสาวที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่หลังเขา ถ้าไม่ติดคำพูดที่ร่างนั้นพูดออกมาซะก่อน

               แต่ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง เด็กหนุ่มตกใจที่จู่ๆเธอก็พุ่งเข้ามาจนไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้พูดอะไรร่างนั้นก็มาถึงตัวของเขาก่อนที่จะโอบกอดตัวของเขา

               “อะ อาเซีย?” เด็กหนุ่มพูดชื่อของเธอออกมาโดยอัตโนมัติ

               ……..” เธอไม่พูดอะไรพร้อมกันกอดแน่นขึ้น หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ปล่อยเด็กหนุ่มแล้วถอยออกมา ก่อนจะจ้องเด็กสาวผมม่วงด้วยดวงตาสีเลือดของเธอราวกับจะฆ่าสิ่งที่ขวางทางให้สิ้นซาก

                “จะ ใจเย็นๆก่อน เก็บปีกไปก่อนเถอะ…..นะ?     

               …………” ดูเหมือนว่าจะได้ผล อาเซียยอมเก็บปีกของเธอแต่โดยดีแต่ก็ยังไม่ละสายตาจากเด็กสาวตัวต้นเหตุ

               “นี่! รีบแก้มัดเร็วเข้าเดี๋ยวก็ได้มีปัญหาหรอก!

               “คะ ค่ะ!” เด็กสาวขานรับอย่างทันควันพร้อมกับรีบลงมือแก้มัดอย่างสุดความสามารถ

               ไม่นานก็ปรากฏร่างของหญิงสาวผมยาวสีน้ำตาลในชุดเกราะอัศวินวิ่งเข้ามาหาพวกเด็กหนุ่มที่อยู่ภายในก่อนจะเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงกับเด็กหนุ่ม

               “เป็นอะไรไหม?

               “ก็ไม่เท่าไรนะ อาจจะมีรอยเชือกบนตัวเล็ก”

               “งั้นก็คงไม่เป็นอะไรสินะ ว่าแต่เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรอ?” เชียถามพลางมองมาที่เด็กสาวผมสีม่วงที่กำลังแก้มัดให้เด็กหนุ่มอยู่

               “จะว่าไปเธอชื่ออะไรนะ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเด็กสาว

               “นะ นะ เนีย….ค่ะ” เธอตอบอย่างกล้าๆกลัวดูเหมือนว่าเธอนั้นจะยังไม่หายกลัวอาเซียดีนักก็เลยยังมีท่าทางระแวงว่าจะโดนอาเซียจัดการตอนไหน ช่างแตกต่างกับตอนแรกเหลือเกิน

               หลังจากที่แก้มัดเสร็จซึ่งก็กินเวลาไปกว่า 10 นาทีในที่สุดเชือกก็หลุดออกจากร่างของเด็กหนุ่ม เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับยืดเส้นยืนสายไปพลางตรวจสอบร่างกายของตัวเองไปพลางซึ่งก็เป็นไปตามคาดทั้งแขนและขาของเขานั้นเต็มไปด้วยรอยเชือก พอเด็กหนุ่มยืดเสร็จเนียก็พุ่งเข้ามากอดเอวของเขาพลางมองไปที่อาเซีย คงเป็นเพราะเธอนั้นกำลังถูกอาเซียจ้องอยู่ก็เลยหาที่ล่ะมั้ง

               หลังจากนั้นเด็กหนุ่มก็ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเนียไป ตั้งแต่สาเหตุที่ว่าทำไมเธอถึงจับตัวเขามา ระหว่างทางเจอกับอะไรบ้างแล้วอดีตของเธอ ซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าเข้าใจโดยที่ไม่ถามหรือคิดโกรธอะไรเธอ คงเพราะคิดว่าถ้ามันเกิดกับตัวเองก็คงจะทำเหมือนๆกันล่ะมั้ง

               “เอาล่ะ งั้นเรามาเล่นอะไรดีล่ะ” เด็กหนุ่มถามพลางเอามือลูบหัวอาเรีย

               “ไม่ต้องแล้วล่ะพี่ชาย แค่ได้คุยกับทุกคนก็ดีใจแล้ว ไว้มาเล่นด้วยกันใหม่นะ…. ส่วนทางออกเขาวงกตก็แค่เดินตามรากไปเท่านั้น” พูดจบก็มีรากโพล่งขึ้นมาจากพื้นแล้วนำทางไปยังทางออก

               “อืม! งั้นไว้เจอกัน/แล้วเจอกันนะจ๊ะ!/…….” ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินตามทางไปโดยที่มีเด็กสาวยืนโบกมืออำลาให้…………..

*

*

*

*

*

               จะว่าไปทั้งหมดนี้อาเซียเป็นจัดการหมดเลยหรอ….?” เด็กหนุ่มพูดออกมาหลังจากเดินผ่านฉากฆาตรกรรมอันสยดสยอง ซึ่งอาเซียเป็นคนทำ แน่นอนว่าเด็กหนุ่มพยายามเบือนหน้าหนีเพราะมันคงไม่น่าดูซักเท่าไรสำหรับคนธรรมดาๆ

               “อืม…..” เชียตอบอย่างไม่อยากจะยอมรับว่าเด็กสาวน่ารักอย่างอาเซียจะเป็นคนทำถึงแม้ว่าในใจลึกๆของเธอนั้นรู้อยู่ว่า อาเซียนั้นเป็นมอนสเตอร์ จะทำเรื่องแบบนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

               ……….

               ….....!!!” เด็กสาวตกใจที่จู่ๆเด็กหนุ่มก็เอามือมาลูบหัวของเธอ

               “ไม่ต้องคิดมากน่า ถึงเธอจะเป็นคนทำก็เถอะนะแต่ยังไงซะก็เพื่อช่วยผมสินะ ขอบคุณนะ แล้วก็…… อย่ากัดผมได้ไหม! มันเจ็บนะ!!!!” เด็กหนุ่มพยายามดันหัวของอาเซียออกซึ่งนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะจากเชียได้เป็นอย่างดี

 

               “ว่าแต่เราจะให้อาเซียจังเปลี่ยนชุดยังไงดีล่ะ ถึงจะไปอาบน้ำที่แม่น้ำแล้วแต่ก็ต้องเอาชุดไปซักเอาเลือดที่ติดอยู่ออกอยู่ดีเนี้ยซิ แบบนี้จะเข้าเมืองยังไงดีล่ะ”

                เชียเอ่ยถามออกมาหลังจากที่ออกจากถ้ำมาแล้ว ซึ่งมันก็เป็นอยู่ที่เธอพูดจะให้เข้าเมืองในสภาพตัวเปื้อนเลือดไปทั้งตัวก็กระไร ซึ่งนั่นก็หมายถึงการที่อาจจะต้องรอให้ชุดแห้งอีก ซึ่งมันก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร

               “ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็….. ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก เอานี่!” เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบในกระเป๋าพลางเปิดช่องเก็บของแล้วหยิบชุดที่สองสาวไปซื้อมากันก่อนหน้านี้พร้อมกับยื่นให้อาเซีย

               ……!” เด็กสาวรับมาพร้อมกับทำหน้าตกใจก่อนจะหันไปเหมือนจะถามอะไรเด็กหนุ่มก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรก็ถูกขัดไว้ก่อน

               “ไม่ต้องห่วงเรื่องชุดชั้นในนะ เอานี่”

               “เดี๋ยวก่อนนะ! นี่นายพกของพวกนี้ไว้กับตัวตลอดเลยอย่างงั้นหรอ!!!” เชียหน้าแดงพลางหันมาพูดใส่เด็กหนุ่ม

               “ก็มันสะ ดวกกว่า…… เวรแล้ว!

                เด็กหนุ่มเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำไปแล้ว ที่เขามีเสื้อผ้าของเด็กสาวก็เป็นเพราะว่าหลังจากที่กลับมาจากการโดนลากไปซื้อเสื้อผ้าของสองสาว อาเซียก็ฝากให้เขาไปเก็บให้ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่โรคจิตที่ชอบโลลิอะไรเพียงแค่เก็บไว้ 1 ชุดในยามฉุกเฉินเช่นตอนนี้ที่ไม่มีชุดให้เปลี่ยนส่วนที่เหลือก็ไปเก็บในตู้เสื้อตามปกติ และแน่นอนอีกว่าไม่ได้มีแค่ชุดของอาเซียเท่านั้นยังมีของตัวเขาเองแล้วก็ของยูกิด้วย แต่พอเขาเอาออกมาให้ในสภาพแบบนี้มันก็….

               “ดะ เดี๋ยวก่อนนะไม่ใช่ว่าผมจะเป็นโรคจิตชอบอะไรของผู้หญิงหรอกนะ! เห็นไหมมันมีชุดของผมแล้วก็ยูกิด้วย…. อะไรหรอ?” ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังสรรหาเหตุผลมาแก่ต่างขอสงสัยอยู่ อาเซียก็ดึงเสื้อของเขา พอเด็กหนุ่มหันไปมองก็พบว่าหน้าของอาเซียนั้นแดงก่ำเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอายหรือว่าโกรธกันแน่ ก่อนที่เธอจะตะโกนออกมา

               [งะ งานเข้าแล้วสิ]

               “ไอ้ทาสโรคจิต!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

^

^

^

^

^

^

ทางด้านของเนีย

 

               หลังจากที่ร่างของทั้งสามหายออกไปจากสายตา เธอก็เดินไปที่ร่างหลักของเธออย่างช้าๆก่อนที่จะหยุดอยู่ด้านหน้าลำต้น เธอค่อยๆเอาตัวโอบกอดแล้วเอาหน้าผากไปชิดกับลำต้นพลางพูดกับตัวเองเบาๆ

               “ในที่สุดฉันก็ได้มีเพื่อนอีกครั้งซักทีนะ ทั้งหมดนี่ก็เป็นเพราะคำๆนั้นของเธอ ต้องขอบคุณเธอจริงๆนะที่เป็นทั้งเพื่อนคนแรกและความหวังของฉัน”

               …….เนีย”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

138 ความคิดเห็น

  1. #134 Mabus (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40
    มาแล้วววว
    #134
    0
  2. #133 แมวน้ำขี้เซา (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35
    ค...ค..ครึ่งปีกว่าจะกลับมา
    #133
    0
  3. #132 Hamsoom (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:25
    มาแล้ว
    #132
    0