Overchant ค้าขายในโลกเเฟนตาซี

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 14 : วันงานเทศกาล 4 จบ(เเก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    6 มี.ค. 60

Overchant ตอนที่ 14

วันงานเทศกาล 4 จบ

 

หลังจากที่ตกแต่งร้านเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานเทศกาลยามค่ำคืนเสร็จสิ้นพร้อมของสมมนาคุณเป็นแผลถลอกที่ต้องพันแผลไว้เป็นเวลาหนึ่งถึงสองวันแล้ว เด็กหนุ่มกับคู่หูตัวน้อยจึงเข้าไปรอเวลาในร้าน โดยที่เด็กหนุ่มเปิดช่องเก็บของแล้วหยิบหนังสือสูตรพร้อมคู่มือปรุงยาในตัวมานั่งศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในระหว่างที่รอให้แผลที่แขนหายจะได้ทำยาได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด ส่วนโนมผมขาวก็ไปนั่งอยู่ใกล้ๆเด็กหนุ่มพลางชะเง้อมองหนังสือที่เขาอ่านเป็นพักๆ

 

“ว่าแต่ ยูคิครับ” โนมผมขาวเอ่ยชื่อของเด็กหนุ่มขึ้น เขาจึงละสายตาจากหนังสือแล้วหันไปสบตากับคู่หูตัวน้อย

 

“อะไรเหรอ?” เด็กหนุ่มถามออกไป

“ยูคิ จะไปข้างนอกเมืองคืนนี้ไหมครับ” ยูกิถาม

“อ๋อ.. ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็คงไม่ไปแล้วละ แขนก็เจ็บแบบนี้แถมไปตอนกลางคืนคงอันตรายใช่ไหม.. แล้วก็

“แล้วก็?” โนมผมขาวทวนคำพูดอย่างสงสัย

“พลาดงานเทศกาลที่มีเพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งปีนี่..น่าเสียดายสุดๆไปเลยใช่มั้ย?

“นั่นสินะครับ” ยูกิพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจความหมายที่เด็กหนุ่มพูด

“แล้วจะได้เห็นเด็กน้อยที่คอยเดินไปขอขนมตามแต่ละบ้านด้วย” เด็กหนุ่มพูดจบก็เอามือไปขยี้หัวของคู่หูตัวน้อยอย่างสนุกสนาน พร้อมก็เสียงขอร้องให้ หยุดขยี้หัวผมซะที จากโนมผมขาว หลังจากนั้นทั้งสองก็นั่งเล่นไพ่ที่เด็กหนุ่มซื้อมาระหว่างทางไปซื้อของตกแต่งเมื่อเช้ากันฆ่าเวลาจนล่วงเลยมาถึงช่วงเย็นของวัน ทั้งสองจึงขึ้นไปชั้นบนแล้วไปนั่งทานอาหารเย็นก่อนจะเตรียมตัวเข้าร่วมงานเทศกาลที่จะเริ่มขึ้น

 

 

*********************************************************************

 

 

[เวลา 19 : 00 .]

 

            “โย้ว..!” เสียงเปิดประตูดังขึ้นก่อนที่เสียงแหบห้าวจะดังขึ้นเป็นเชิงทักทาย เด็กหนุ่มหันไปมองตามเสียงก็พบกับร่างสูงใหญ่กำลังยืนอยู่ประตูร้าน ใช่แล้ว ตาลุงเจ้าของร้านนั่นเอง

 

            “งานเทศกาลจะเริ่มแล้วไปกันเลยไหม ไอ้หนู”

            “อา..ครับ” เด็กหนุ่มขานรับตาลุงก็ก่อนจะหันไปบอกกันคู่หูตัวน้อยว่า “ไปกันเถอะ” แล้วย่อตัวลงให้คู่หูของเขากระโดดขึ้นมาอยู่บนหัวของเขาแล้วรีบเดินตามตาลุงออกไป

 

ทันทีที่เด็กหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากประตูร้านก็มีอะไรก็ไม่รู้พุ่งเข้ามาใส่หน้าของเขาเต็มๆจนเด็กหนุ่มเผลอร้องเสียงหลงแล้วล้มหงายหลังไปเหมือนกับโดนเจ้าสิ่งที่พุ่งเข้ามาเสยคางจนล่วง

 

“โอ๊ย….เจ็บๆๆ” เด็กหนุ่มร้องพลางลูบแขนที่ผันแผลเพราะแขนไปกระแทกกับพื้น (ทำไมวันนี้ถึงมีแต่เรื่องเจ็บตัวเกิดขึ้นกับผมล่ะเนี้ย) เด็กหนุ่มได้แต่คิดในใจ

 

“โอ้.. ดูเหมือนเจ้าหนูนี่จะชอบนายนะ” ตาลุงพูดถึงอะไรซักอย่างที่พุ่งเข้าหาเด็กหนุ่มทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมามองหาว่าเจ้าสิ่งนั้นคืออะไร ภาพที่เด็กหนุ่มก็คือภูติตัวน้อยขนาดเท่าฝ่ามือกำลังจ้องมองเขาอยู่

 

(ภูติ? อาจริงสินี่มันโลกแฟนตาซีนี่น่าจะมีภูติผีหรืออะไรก็คงไม่แปลกอะไรมั้ง?) เด็กหนุ่มคิดในใจพลางพิจารณาภาพตรงหน้าภูติขนาดเท่าฝ่ามือใส่ชุดกระโปรงสีเหลืองน่ารักกำลังจ้องมองก่อนจะบินขึ้นมานั่งลงบนบ่าของเด็กหนุ่ม


“เอ๊า! ไปกันได้แล้วเดี้ยวก็ไม่ทันเวลาพิธีเปิดหรอก” ตาลุงพูดก่อนจะเดินนำทางเด็กหนุ่มไป เด็กหนุ่มเอามือไปรวบเอาร่างของภูติตัวน้อยที่นั่งอยู่บนบ่าของเขาขึ้นไปไว้บนหัวของเขาแล้วบอกให้ยูกิคุยเป็นเพื่อนกับภูติตัวน้อยนั่น

 

“ฝากด้วยนะยูกิ” เด็กหนุ่มพูดก่อนจะรีบลุกแล้ววิ่งตามลุงไป

“รับทราบครับ” ยูกิพูดจบก็เริ่มต้นบทสนทนากับภูติตัวน้อยซึ่งส่วนใหญ่เด็กหนุ่มก็ไม่เข้าใจบทสนทนานั้นหรอก ส่วนใหญ่ยูกิจะเป็นคนแปลให้เด็กหนุ่มซะมากกว่าและตามที่ยูกิบอกดูเหมือนว่ามนุษย์จะไม่สามารถเข้าใจภาษาของภูติได้ ดีนะที่มียูกิอยู่ด้วย

 

“ถึงแล้วล่ะดูเหมือนจะมาทันเวลาพอดีซินะ” หลังจากวิ่งมาซักครู่ร่างของลุงก็หยุดลงข้างหน้าใจกลางเมืองที่มีผู้คนมากมายยืนอยู่น่าจะเกือบทั้งเมืองเห็น เด็กหนุ่มค่อยๆชะลอความเร็วในการวิ่งลงพร้อมกับเสียงหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบของเด็กหนุ่มที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยนับตั้งแต่มาที่โลกแห่งนี้

 

“ถึงแล้วสินะลุง....” เด็กหนุ่มพูด

“โอ้…! ดูเหมือนงานจะเริ่มแล้วสินะ” ตาลุงพูด

 

“กระผม ในนามของนายกของเมืองแห่งนี้ ขอกล่าวเปิดงานเทศกาลที่มีเพียงครั้งเดียวในรอบหนึ่งปี ฮาโลเวียครับผม” ทันทีที่นายกพูดจบเสียงโห่ร้องของชาวเมืองที่มารวมกันอยู่ที่ใจเมืองก็ดังขึ้นอย่างมิได้นับ ดังซะจนเด็กหนุ่มถึงกับต้องเอามือปล่อยปิดหูของเขาเลยทีเดียว

(..ดังชะมัด) เด็กหนุ่มคิดในใจ

“ยูคิครับๆ รีบๆเข้าไปในงานกันเถอะครับ[)/]” โนมผมขาวสะกิดพร้อมกับส่งเสียงเรียกให้เด็กหนุ่มรีบๆเดินเข้าไปในงานซะที ถึงแม้เด็กหนุ่มจะไม่เงยหน้าขึ้นไปมองก็คงรู้อยู่แล้วว่าตาของคู่หูของเขานั้นจะต้องเปล่งประกายไปด้วยความตื่นเต้นแน่ๆ

 

“รู้แล้วๆไม่เรียกมากก็ได้น่า” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มที่มุมปากให้กับท่าทางเหมือนเด็กเล็กของคู่หูตัวน้อย

“จับให้แน่นๆล่ะ” เด็กหนุ่มพูดจบก็เดินเข้าในงานพลางมองซ้ายทีขวาทีอย่างสนอกสนใจไม่ต่างไปจากโนมผมขาวซักนิด ช่างเหมือนพี่น้องกันจริงๆ

 

 ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังเดินดูงานอยู่ก็ไปเจอกับเชีย ซึ่งทั้งเด็กหนุ่มและโนมผมขาวก็กล่าวทักทายเธอตามปกติแล้วออกปากชวนให้มาเดินดูงานด้วยกัน แน่นอนเธอตอบรับคำอย่างรวดเร็วแล้วก็อุ้มยูกิจากหัวของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ซึ่งครั้งนี้ยูกิดูไม่มีท่าทีจะขัดขืนเธอเลย สงสัยคงจะรู้แล้วว่าต่อให้ขัดขืนไปก็เปล่า อีกอย่างหนึ่งก็คงจะเก็บแรงไว้จะได้ไปขอขนมตามบ้านได้ล่ะมั้ง

 

“นี่ภูติตนนั้น ดูติดนายจังเลยนะ” เชียถามเมื่อสังเกตเห็นว่าภูติตัวน้อยไม่ยอมออกห่างจากตัวของเด็กหนุ่มเลย

 

“งั้นเหรอ? จะว่าไปในเมืองก็มีภูติมามากมายเลยนี่ ภูติพวกนั้นมาทำอะไรอย่างงั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มพูดพลางมองไปบนท้องฟ้าก็พบกับภูติมากมายกำลังบินไปทั่วเมือง แต่เท่าที่เห็นก็มีเพียงเด็กหนุ่มคนเดียวที่มีภูติมาอยู่ด้วย

 

“ก็มาร่วมงานเทศกาลยังไงล่ะ ภูติก็เหมือนกับมนุษย์พวกเราล้วนแล้วแต่มีชีวิต จิตใจและอารมภ์ ความรู้สึกเหมือนๆกันการที่ภูติจะมาร่วมงานด้วยก็แปลกใช่ไหม?” เชียอธิบายพร้อมกับมองไปที่ภูติที่มาร่วมงานเทศกาลเหล่านั้น พลางยิ้มเบาๆ เป็นภาพที่แลดูสวยงามจนเด็กหนุ่มเผลอมองตาไม่กะพริบเลย

 

“ทำไมมองฉันด้วยแววตาที่เหมือนกับเห็นอะไรแปลกอย่างงั้นๆล่ะ…?” เธอรู้สึกตัวถึงตาของเด็กหนุ่มเลยถามออกไป

“เออ.. แบบว่าวันนี้เธอดูดีกว่าปกติน่ะ ผมก็เลยเผลอ..” เด็กหนุ่มพูดสิ่งที่คิดออกไป

“อะไรเล่า!? ฉันก็เป็นปกติแบบนี้อยู่แล้วน่า…!” เชียร้องเสียงหลงก่อนจะแก้มอมลมแล้วหันหน้าไปอีกทาง

“น่าๆผมขอโทษ” เด็กหนุ่มพยายามขอโทษถึงจะไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิดก็ตาม

“ก็ได้ ว่าแต่นายเนี้ยท่าทางจะงานเข้านะ” เชียหันมาหาเด็กหนุ่มก่อนจะพูดออกมา

“งานเข้า? เรื่องอะไรเหรอ?” เด็กหนุ่มเอียงคอสงสัย

“ก็ภูติพวกนี้น่ะ จะมาเกาะติดคนที่จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นภายในคืนนี้น่ะสิ อย่างเช่นภูติสีส้มที่อยู่ตรงนั้นน่ะ” เธอพูดจบก็ชี้ไปที่ภูติสีแดงที่บินเล่นอยู่บนท้องฟ้า

 

“ภูติสีส้มนั้นจะมาเกาะคนที่จะบาดเจ็บเล็กน้อยภายในคืนนี้ อ๊ะบินมาแล้ว” เธอพูดยังไม่ทันขาดคำภูติสีส้มตนนั้นก็บินมาทางเด็กหนุ่มแล้วมานั่งอยู่บนหัวของเขา

 

“ดูท่านายจะซวยจริงๆนะ แต่อย่างนั้นก็ดีกว่าภูติสีแดงละกัน”

“ภูติสีแดงทำไมเหรอ?” เด็กหนุ่มถามอย่างงงๆ

“ก็ภูติสีแดงน่ะจะมาเกาะคนที่จะมีเรื่องร้ายแรงในคืนนี้.. เหมือนกับมาเตือนให้ระวังตัวนั่นแหละ” เชียอธิบายต่อ

“ก็นะ แล้วภูติสีเหลืองล่ะ” เด็กหนุ่มถามถึงภูติที่เขาเจอตอนแรก

“จะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นไม่ดีและไม่แย่จนเกินไปแต่จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้นเอง” เชียพูด

“เหมือนกับการเสี่ยงดวงว่าจะออกหัวหรือก้อยสินะ” เด็กหนุ่มพูดพลางเอามือลูบหัวภูติทั้งสอง

“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดสินะ ว่าแต่ยูกิไม่ไปเดินเล่นตามบ้านเหรอ” เด็กหนุ่มหันไปพูดกับโนมผมขาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเชีย โนมผมขาวทำหน้าขอบคุณเด็กหนุ่มก่อนจะอธิบายให้เชียฟัง เธอทำหน้าเสียดายเล็กน้อยแต่ก็ยอมปล่อยยูกิไป

“งั้นไปเจอกันที่ร้านนะ” เด็กหนุ่มตะโกนบอกยูกิที่วิ่งหนีไปที่อื่น

“เสียดายจัง” เชียพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเสียดาบแบบสุดๆพร้อมกับมองยูกิที่วิ่งหนีไปไกลแล้ว

“ไว้คราวหลังละกันนะ งั้นผมไปล่ะไว้เจอกันใหม่นะ ขอให้สนุก” เด็กหนุ่มกล่าวลาเธอก่อนจะเดินกลับไปที่ร้าน

“อือ ไว้เจอกัน” เธอพูดก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะหายลับไปจากสายตาของเธอ

 

******************************************************************

           

หลังจากแยกกับเชียแล้วเด็กหนุ่มก็ตรงดิ่งกลับมาที่ร้านทันทีโดยไม่แวะอะไร ทันทีที่กลับมาถึงร้านเด็กหนุ่มก็สลับป้ายที่แขวนไว้เป็นปิดบริการเนื่องจากลืมสลับไว้ตอนก่อนออกจากร้าน เสร็จแล้วก็มานั่งตรวจสอบของเพื่อใช้ในวันต่อๆไป

 

หลังจากตรวจเช็คของเรียบร้อยแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบหนังสือออกมาอ่านรอฆ่าเวลาที่คู่หูของเขาจะกลับมา ระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูร้าน เด็กหนุ่มจึงปิดหนังสือลงไปก่อนแล้วกะว่าจะไปอธิบายลูกค้าที่เข้ามาว่าร้านปิดแล้วค่อยมาวันพรุ่งนี้ใหม่

 

(เด็กงั้นเหรอ? เหมือนพวกขุนนางในหนังเลยแหะ) เขาคิดในใจพลางมองไปยังร่างเล็กๆที่ยืนอยู่หน้าประตู เด็กสาวผมสีทองอร่ามผิวสีขาวเหมือนไข่มุกดวงตาสีทองอัมพันสวมชุดเหมือนกับขุนนางสีดำ ให้ความรู้สึกน่าเกรงข้ามผิดกับรูปร่างที่ดูเล็กน่ารัก ใบหน้าที่ไม่ค่อยแสดงอารมภ์มากนักกำลังจ้องมองมาที่เด็กหนุ่ม

 

“หลงกับพ่อแม่มางั้นเหรอหนูน้อย” เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาเด็กสาวแล้วก้มลงคุยกับเธอ

“งั่ม” เสียงกัดอะไรซักอย่างดังขึ้นพร้อมกับหยดเลือดที่ไหลออกมาจากผิวหนังของเด็กหนุ่ม

(เขี้ยว? เด็กคนนี้กำลังดูดเลือดของผมอยู่งั้นเธอก็เป็นแวมไพร์น่ะสิ) ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังสับสนอยู่ เขาก็นึกถึงคำพูดที่เขาเคยพูดกับตัวเองว่า “นี่มันโลกแฟนตาซีนี่น่าจะมีภูติผีหรืออะไรก็คงไม่แปลกอะไร”แต่

(..แต่ก็ไม่ได้เจ็บอะไรมากงั้นปล่อยไปละกัน) เด็กหนุ่มคิดขณะที่เด็กสาวแวมไพร์ดูดเลือดของเขาอยู่จนผ่านไปซักครู่หนึ่งเธอก็ถอนเขี้ยวออกจากคอของเด็กหนุ่มแล้วพูดอะไรซักอย่างออกมา

“อร่อยเจ้าน่ะ” เธอพูดจบก็ชี้มาที่ผม

“ผมเหรอ?

“มาเป็นบริวารของข้าซะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่แสดงอารมภ์อะไรเป็นพิเศษ เด็กหนุ่มยิ้มให้กับเด็กสาวแวมไพร์เล็กน้อยก่อนจะพูดว่า

 

“ได้สิ”


                                                                   


                                   รูปของภูติน้อยครับ                                                    เเล้วก็น้องเเวมไพร์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

138 ความคิดเห็น

  1. #127 Chaos I (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 23:58
    โพลล์น้อย!!!ถูกกฎหมายด้วย!!
    #127
    0
  2. #124 0830863159 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 21:23

    ทำไมนิยาย"คนไทยแต่ง" แทบทุกเรื่อง ต้องยอมเป็นขี้ข้า หรือ ข้ารับใช้คนอื่น.....จินตนาการของ"คนไทย" คือ "ใฝ่ฝันจะเป็นขี้ข้าหรอ" ???

    เกิดใหม่ต่างโลก มีพรวิเศษ เป็นพ่อค้า
    ตัวละคร ญ โผล่มา  : เจ้านะจงมาเป็นข้ารับใช้ข้าซะ

    พระเอก : ได้สิ

    กดปิดเลยไม่ใช่แนว....#ขอบคุณที่แต่งให้อ่าน



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 พฤษภาคม 2561 / 21:30
    #124
    1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #55 Miyakochan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:34
    ซะงั้น
    #55
    0
  4. #53 araigunnier (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:13
    ผู้ชายใจง่าย
    #53
    0
  5. #52 amporn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:29
    thank you ka
    #52
    0
  6. #51 (oOซันOo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:56
    ฮ่าๆๆ ตกลงกันง่ายเลยหรอ
    #51
    0
  7. #50 Muramaza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:20
    ยอมง่ายไปมั้ย พ่อหนุม
    #50
    0