ตอนที่ 30 : จุดบอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 112
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

คนที่บุกเข้าไปก่อนคือมอเดร็ด บัดนี้เธอได้สิ่งที่เธอต้องการจะรู้มาหมดแล้ว อีกฝ่ายจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาในการฟื้นพลังของตัวเอง แล้วก็สามารถย้อนเวลากลับไปได้3วินาที

ดูจะน้อยไปกว่าที่มอเดร็ดคิดเอาไว้ เพราะราชามังกร น่าจะทรงพลังกว่านี้ แต่ก็คงเป็นเพราะนี่ไม่ใช่พลังทั้งหมดของราชามังกร ผู้นำของเหล่ามังกรทั้งปวง หรือราชามังกร.....

เมอร์ลินเคยเล่าความหมายของชื่อนี่ให้เธอฟัง... ว่ากันว่าต่อเอาเทพทุกตนมารวมกัน จากทุกปกรณัม มารวมกัน ก็ไม่อาจเทียบกับราชามังกรตั้งแต่รุ่นแรกถึงสุดท้ายได้...

ระดับพลังที่เหนือกว่า คือมอเดร็ด แน่อยู่แล้ว เธอใช้ทุกสิ่งที่มี ไพ่ตายของเธอ ทั้งชุดเกราะ พลังของราชา อักขระป้องกัน พลังแห่งความบ้าคลั่ง เธอใช้ทุกอย่างกับการต่อสู้นี้

วีรชนของอีสเรสก็ช่วยที่จะยิงอาวุธทั้งหลายมาในช่วงที่มีโอกาส เพื่อไม่ให้ฟารินตั้งตัวได้

ฝ่ายที่เพี้ยงพร้ำเห็นจะเป็นฟาริน... และในจังหวะหนึ่ง

พายุดาบที่กำลังจะล้อมฟารินได้ ด้วยจำนวน ของแค่โดนในจุดที่ทำให้เสียจังหวะได้ มอเดร็ดก็สามารถตามซ้ำได้อย่างเด็ดขาด

แต่ยังไม่ทันที่ดาบนั้นจะล้อมฟารินได้ เขาก็เบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังทำให้พ้นจากการโดนล้อมของอาวุธได้

“เมื่อกี้ใช้ไปแล้วสินะ พลังย้อนอดีตน่ะ คงจะหลบดาบพวกนั้นได้ไม่หมดแล้วก็ถูกข้าฟันจนหมดสภาพล่ะสิ.....”

หากบอกว่ามอเดร็ดมีพลังมองเห็นอนาคตก็คงใช่ แต่ในทางของทฤษฎีมันคือพลังของการคาดการ และสัญชาตญาณ ที่ผ่านการขัดเกลา...

“เอาล่ะ... มาต่อกันดีกว่า ไอ้น้อง!

ดาบทั้งสามปะทะกัน...

นี่เป็นวินาทีที่แม้แต่เทพที่รู้สึกถึงพลังนี้ ก็ใช้พลังของตัวเองมามองดูเหตุการณ์นี้

 

อีสเรสรู้สึกเป็นห่วงเอมิเลีย พวกเธอเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง และอาจจะเป็นมีวีรชนที่สุดยอด และนิสัยค่อนข้างเปรี้ยวดเวยกันทั้งคู่ ก็เลยเข้าใจกัน

ในตอนนี้เอมิเลีย คงล่องลอยอยู่ในห่วงของโลกวิญญาณสากล จะเข้าไปสัมผัสบัลลังก์วีรชนหรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วจะต้องตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ในตอนนี้เธอช่วยอะไรไมได้...

“เป็นห่วงงั้นหรือ อีสเรส...”

“อืม....”

อัสเรสได้แต่ส่งเสียงตอบรับเบาๆ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอมีชีวิตที่สุขสบาย เพราะวิญญาณวีรชนของเธอ ทั้งทรงพลังและก็เสกได้กระทั้งเงินทองของมีค่า ทำให้ชีวิตของเธอ แทบไม่ต้องพบกับความลำบาก แต่การที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้มัน...

“นี่แหละ... วีรชน... กรณีของยัยบ้าพลังนั่น มาเป็นวีรชนได้ ก็เพราะความรู้สึกที่แรงกล้าและความสามารถ มันต่างจากข้าที่เป็นวีรชนเพราะตำแหน่ง...”

วีรชนของอีสเรส เป็นที่รู้จักกันดีในตำนาน...

ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่แต่งต่างจากตำนานเสียเท่าไร แต่ก็ทำให้รู้ว่ามีส่วนที่ต่างอยู่บ้าง ถึงจะเป็นคนหยิ่งยโส พูดมาก แล้วก็ลามกก็ตาม...

แต่ก็มีด้าน ที่จะยอมรับคนแบบแปลกๆอยู่...

“แต่ถ้าเทียบกับในฐานะราชา ไม่มีใครชนะข้าได้หรอกนะจำไว้”

“เฮ้..... แต่ถ้าจำไม่ผิด ตำนานราชาที่มีชื่อเสียงที่สุด ก็พ่อของมอเดร็ดไม่ใช่เหรอ กิล”

“เฮะ ช่างมันสิ ยังไม่ก็ไม่มีใครเทียบชั้นกับข้าได้อยู่แล้ว”

ถึงจะไม่สบอารมณ์ แต่วีรชนของอีสเรส ก็กลับไปเพ่งสมาธิกับการโจมตีด้วยอาวุธจากคลังสมบัติต่อ

ในวินาทีนั้น กิล..... รู้สึกได้ถึงเงาที่หลบซ้อนอยู่ที่มุมของลานประลอง และดูเหมือนว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองที่ทุ่มพลังทั้งหมดของตัวเอง จะไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลย...

จริงอยู่ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ไม่เป็นไร...

ถึงการต่อสู้นี้จะพอดูแล้ว ว่าไม่สามารถแทรกแซงได้ แต่ถ้าหลังการตัดสินผลแพ้ชนะแล้ว อีกฝ่ายก็คงอยู่ในสภาพที่ไม่อาจต่อสู้ได้อีกแล้วล่ะ

ถึงตอนนั้น จะมีผล แต่ถ้าเทียบว่าใครจะต่อสู้ได้ดีกว่า นั่นย่อมเป็นกิลอยู่แล้ว แต่คนที่อยู่ในเงามืดก็ยังคงหลบซ้อนและรอจังหวะต่อไป

“ดูเหมือนว่า... จะมีพวกแร้งโสโครกอยู่.... แต่ว่าจะยอมปล่อยไปก่อนแล้วกัน.....”

ถึงจะลบกลิ่น แต่ราชาผู้เคร่งในเรื่องของความสมบูรณ์แบบผู้นี้ ก็รู้สึกได้..... คนที่สามารถทนเวทมนตร์จิตใจเมื่อตอนนั้นได้... หึ น่าสนุกนิ

 

 

 

ภายใต้กลุ่มก้อนความคิดที่มากมาย อยู่ดีๆฟารินก็เกิดปวดหัวขึ้นมา เป็นอาการเจ็บที่เจ็บที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เหมือนกับสมองถูกขยี้...

“นี่ท่านกาลาลาน ช่วยฟังข้าได้ไหม”

“อะไรหรือ ท่านแม่เลี้ยง หากเป็นเรื่องของท่านเราจะรับฟัง เชิญพูดมาได้เลย”

“ดิฉันอยากให้ท่านออกคำส่ง แก่เหล่ามังกรทั้งหมด ให้ส่งตัวแทนไปปกครองเหล่ามนุษย์และเทพ”

“ทำไมล่ะ พวกเขาไม่เกี่ยวข้องกับเราไม่ใช่เหรอ?”

“แค่ปกป้องเท่านั้นค่ะ ท่านรู้หรือเปล่าว่าอาจจะมีภัยมายังโลกนี้ ท่านจำเป็นที่จะต้องให้มังกรปกครองโลกนะ เจ้าค่ะ”

“อืม... ข้าเชื่อท่านแม่เลี้ยงนะ แต่เรื่องนี้เราจะเอาไปพิจารณาก่อน”

เรื่องราว... การต่อสู้.... และการตาย เรื่องราวประหลาดที่ฟารินเองก็เหมือนจะเห็นเป็นภาพแวบๆ แล้วก็ได้ยินอะไรก็ไม่ชัด

นี่คือความทรงจำ... แต่ของใครล่ะ...

ฟารินที่ยังติดอยู่ในห่วงของความคิด พิจารณาเรื่องนั้นซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็ไม่ได้คำตอบ...

เขารู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องออกไปให้ได้ ไม่อย่างงั้น ต้องมีเรื่องที่ทำให้เขาเสียใจอีกแน่...

เหมือนกับตอนนั้น.....






เป็นไงบ้างครับ กำลังสนุกเลยสินะ แต่เดี๋ยวเรื่องราวจะยิ่งมันส์ ไปกว่าอีก ดังนั้น..... ก็รอต่อไปนะ ช่วงนี้ยุ่งๆ 

ใกล้จะถึงตอนจบของภาคนี้แล้ว แต่ก็ยังคิดชื่อภาคไม่ออกเลยแฮะ...


 ขอเพิ่มเติมหน่อย...

ผมมีเรื่องอยากเล่าเกี่ยวกับเนื้อเรื่องนิยายที่คิดขึ้นมาเล่นๆ เป็นเรื่องราวของคนคนหนึ่งที่ไปเกิดใหม่ บ้างคนอาจจะรู็ว่าผมก็เคยเขียนไปเรื่องหนึ่งแล้ว และตอนนี้ก็ดองเอาไว้ ด้วยความตัน...

แต่ผมอยากเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

เป็นเรื่องราวของนักการเมืองคนหนึ่ง ที่ถูกลอบสังหาร จนมาเกิดใหม่เป็นเจ้าชายของโลกเวทมนตร์ และเขามีพรสวรรค์ติดตัวเรื่องการใช้เวทมนตร์ อาวุธวิเศษ และอื่นๆอีกมากมากย แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจ และมุ่งหน้าสู่การเปลี่ยนโลกเวทมนตร์นี้สู่ระบอบประชาธิปไตย

ชื่อเรื่องก็คือ...

ผู้กล้าเหรอ? ราชาเหรอ? ไม่เอาหรอกฉันจะเป็นนักปฏิวัติแห่งโลกเวทมนตร์!

จริงผมก็คิดว่า จะเก็บเรื่องนี้ คิดเนื้อเรื่องให้แน่นก่อนที่เขียน แล้วกะจะลงช่วงประมาณเดือน พฤษภาคม แต่ทำไมถึงมาพูดตอนนี้เหรอ? ก็..... พอดีมีอะไรที่มันจะควรที่มีในเดือนหน้าแต่มันไม่มี แล้วก็เลื่อนไป...

อ้อ หมายถึงเพื่อยืนนาฬิกาไป แล้วไม่คืนนะ นี่เบี้ยวมา5ครั้งแล้ว บอกจะคืนจะคืนอยู่........

เชิญตีความกันเองนะครัช

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

51 ความคิดเห็น