ตอนที่ 29 : เริ่มต้นศึกอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

ด้วยพลังทั้งหมดที่มี ทั้งพลังที่น่ารังเกียจ ที่เธออยากจะให้มันหายไปจากโลกนี้ และพลังแห่งราชาที่เธอปรารถนาที่จะครอบครองมันอย่างชอบธรรม กำลังไหลเวียนในร่างกายของเธออย่างบ้าคลั่ง กัดกิน ส่งเสริม ต่อต้าน และผลักดัน

ความเร็วนี้แม้แต่เทพ แต่ถ้าไม่ใช่สายของความเร็ว ก็คงจะตามไม่ทันแล้ว ทั้งคู่ต่างงัดคงมสามารถของตัวเองออกมา

สิ่งที่อยู่ในตัวของฟารินคือพลังของมังกร ที่มีตัวตนอยู่ตั้งแต่โบราณกาล

พลังแห่งกาลเวลา...

ถึงมอเดร็ดจะมีความเร็วมากขนาดไหน ก็ยังคงอยู่บนบรรทัดฐานของกาลเวลา เพราะเวลาของฟารินในตอนนี้ กำลังเดินอย่างรวดเร็ว

1วินาทีของโลก กลายเป็น10วินาทีของฟาริน ถึงอย่างนั้นมอเดร็ดก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะพ่ายต่อความเร็วนั้นเลย

ดาบทั้งสามปะทะกัน

พลังของดาบยาว เป็นตัวขว้างกัน ขนาดพลังที่ดาบของมอเดร็ดเป็นพลังที่เทพสายป้องกัน ก็คงรับไว้ไม่ได้สมบูรณ์แท้ๆ แต่ดาบยาวกับรับตรงๆได้

“ดาบนั่นมันอะไรน่ะ”

“อาวุธของราชามังกร หากเจ้าคิดว่าดาบจากอาวาลอนจะเหนือกว่าของพวกนี้ ก็ช่วยไปคิดใหม่เสียด้วย”

มอเดร็ดผลักตัวเองออกมา

นั่นเป็นกับดัก การใช้ความเร็วของทั้งสองฝ่ายและ มอเดร็ดก็เล็งที่จะใช้ช่องว่าง ที่เธอสร้างจังหวะนั้นมาอย่างยากลำบาก

ใช้พลังทั้งหมดเปลี่ยนเป็นความเร็วและโจมตีที่ช่องว่างช่องท้องซะ

เท่านี้ก็จัดการอีกฝ่ายได้

แต่... ไม่เข้ามา...

“หึ.. ฝีมือไม่เลวนิ ถ้าเมื่อกี้ข้าไม่หยุดตัวเองล่ะก็ เจ้าก็ชนะข้าไปแล้ว....”

“ที่ไม่ก้าวต่อ ก็เพราะพลังมองเห็นอนาคตสินะ”

ถ้ามองเห็นอนาคต ไม่ว่าจะใช่กลยุทธใดๆ ก็จะไร้ความหมาย กลยุทธคือสิ่งที่อาศัยช่องว่างเพื่อทำให้ผลสำเร็จมากที่สุด แม้จะมีกำลังน้อยกว่าก็ตาม แต่ถ้าหากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่มีทางที่กลยุทธจะใช้ได้ผล

มอเดร็ดไม่มีทางชนะในศึกนี้ได้

และเวลาก็เหลือไม่มากแล้ว...

เอมิเลียไม่สามารถส่องเสียงตอบรับได้ เพราะเอมิเลียสลบไปแล้ว เวลาไม่ได้เข้าข้างเธอแน่นอน

“แต่ของแบบนั้น... มันมีขีดจำกัดสินะ...”

“โห่ แน่ใจเหรอ... อะไรที่ทำให้เธอคิดแบบนั้น”

หากบอกว่ามอเดร็ดมั่นใจ ก็คงไม่ใช่...

เธอใช้ทั้งสัญชาตญาณ และความรู้สึกเป็นส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอคิดอย่างนั้นน่ะ...

“ในตำนาน บอกเอาไว้ว่า ราชามังกรแห่งกาลเวลา ต่อสู้กับมังกรที่ถูกควบคุม100ตัว เป็นเวลานาน...”

“ใช่ ตำนานเกี่ยวกับพลังนี้ ก็เป็นเรื่องจริง...”

“แล้วทำไมถึงไม่สามารถรู้อนาคตที่มังกรจะถูกควบคุมได้ล่ะ”

คำถามนั้นคือตัวจุดประเด็น

เดิมทีแล้วถ้าย้อนเวลาได้ แล้วทำไมถึงไม่ย้อนเวลาไปเรื่อยๆซ้ำไปซ้ำมาล่ะ เหมือนกับการกดเล่นเกมใหม่ที่จะทำกี่ครั้งก็ได้ แล้วเลือกผลลัพธิ์ที่ดีที่สุดออกมา

ทำไมถึงต้องสู้กับมังกร100ตัว...

อย่างแรกที่มอเดร็ดคิดได้คือพลังในการรู้อนาคตนั้น เป็นพลังที่จะทำงานก็ต่อเมื่อเจ้าตัวต้องการ แต่นั่นมันต่างจากการทำนายตรงไหน พลังแบบนั้นไม่ควรเป็นของราชามังกรกาลเวลาหรอก จอมเวทธรรมดาที่ศึกษาในด้านนี้อย่างจริงๆ ก็ทำได้

แล้วการที่เมื่อกี้ฟารินไม่ติดกับของมอเดร็ด ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้ถึงการรู้อนาคตโดยที่ตนเองไม่ได้ต้องการ

งั้นแสดงว่า...

“พลังของเจ้า ไม่ใช่มองเห็นอนาคต แต่คือการย้อนอดีตสินะ เจ้ามีความทรงจำที่ถูกข้าฟันเมื่อกี้ แล้วเมื่อรู้เช่นนั้น เจ้าก็เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น...”

“ถูกต้อง”

วีรชนของฟารินยอมรับแต่โดยดี...

พลังของวีรชนควรเก็บเป็นความลับ โดยเฉพาะที่ดูและเข้าใจจากปัจจัยภายนอกได้ยาก เช่นของฟาริน แต่วีรชนกลับยอมรับออกมา โดยเต็มใจ

“แล้วอย่างไร ในเมื่อรู้แล้ว เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้ เมื่อเจ้าชนะ ข้าก็แค่ย้อนอดีตกลับไป ถึงจะเจ้าจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เจ้าก็ไม่มีวันชนะข้าได้”

มอเดร็ดก็คิดเช่นนั้น ยังไงก็ไม่เปลี่ยนเรื่องผลลัพธ์ที่อีกฝ่ายมองเห็นอนาคต

“นั่นก็ถูกต้อง...”

หากอีกฝ่ายมองเห็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่ายังไงก็ชนะไม่ได้...

“แต่สิ่งที่ข้าพูดไป ไม่ใช่สิ่งที่อธิบายว่าทำไมเจ้า จำเป็นที่จะต้องต่อกรกับมังกร100ตัวด้วย เพราะอะไรกันน้า ถ้าย้อนเวลาได้ ก็แค่ย้อนกลับไปในช่วงที่มังกร100ตัว ยังไม่ถูกควบคุมแล้วก็จัดการทุกอย่างซะก็จบเรื่อง...”

“........”

“ถ้าให้ข้าเดา... การย้อนเวลาของเจ้ามีเวลาที่จำกัดอยู่... ถ้าเจ้าย้อนเวลาได้ คงย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงที่พราวยิ่งปืนและทำให้บาดเจ็บที่มือแล้วล่ะ เจ้าน่ะมีขีดจำกัด...”

อย่างที่หญิงสาวผู้เป็นปราชญ์ในเวทมนตร์ได้กล่าวไว้ จะเทพหรือมังกร ย่อมมีขีดจำกัด ต่อให้เป็นเวทมนตร์ที่เปล่าประโยชน์ที่สุด หากเพียงแต่ทำให้มันมีขีดจำกัดที่สูง ก็อาจจะชนะเวทระดับสูงได้...

และถ้าหากเวทมนตร์ระดับสูงเกิดไม่มีขีดจำกัดขี้นมา เจ้าของเวทมนตร์ก็คงเป็นสิ่งที่เหนือกว่าเทพหรือพระเจ้า...

“แล้วมันยังไง... เจ้าคิดว่ารู้แล้วก็จะชนะข้าได้อย่างงั้นหรือ.....”

“เวทมนตร์ย้อนเวลาของเจ้า ไม่เพียงมีขอบเขตในการย้อน แต่ยังจำกัดการใช้งานด้วย เพราะหากเจ้าใช้ได้เรื่อยๆ ก็คงจะบุกข้ามาต่อแล้ว แต่เจ้าปล่อยเวลาให้ล่วงเลย ก็เพื่อที่จะฟื้นพลังของตัวเอง...”

ที่มอเดร็ดยังไม่ยอมโจมตี หรือบุกเข้าไป ก็เพราะว่ากำลังจะพิสูจน์เรื่องนั้น แล้วก็...

“ดูกันว่าพลังของนายจะย้อนได้ไกลแค่ไหน.....”

ทันใดนั้นฟารินก็เบิกตากว้าง ถึงร่างกายจะเหมือนเดิม แต่ความเจ็บปวดที่ส่งมาจากอนาคตย่อมเป็นของจริงแท้อยู่แล้ว ร่างกายที่หยุดนิ่งมาสักพักตื่นตัวอย่างสุดขีด จากนั้นนก็รีบออกจากจุดๆนั้นในทันที

ในขณะที่มอเดร็ดกำลังตั้งสมาธิ...

1.....

นี่เป็นสิ่งที่เธอตั้งใจทำมาโดยตลอด ในการต่อสู้... ข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็น และที่ได้ทำไปทั้งหมด ไม่ใช่การไล่ต้อนอีกฝ่ายให้จนมุม แต่เป็นการเก็บข้อมูล...

2...

ใบหน้าของฟารินบิดเบี้ยว ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอัศวินคนนี้จะทำได้ถึงขั้นนี้

3.....

ตู๊ม!

เสียงระเบิดดังขึ้น มีดาบมาปักในจุดที่ฟารินเคยยืนอยู่ นี่เป็นการแทรกแซงจากภายนอก...

“ให้ตายสิ อาวุธข้าเสียของหมดเลย”

วีรชนของอีสเรสยอมยิ่งอาวุธตัวเองไปกับพื้น เพื่อบอกให้รู้ถึงเรื่องนั่น การทำแบบนั้นทำให้มอเดร็ดรู้ถึงความยาวของความสามารถในการย้อนเวลาของวีรชนคนนี้ เป็นข้อมูลสำคัญเลย

“โทษทีแล้วกัน.....”

มอเดร็ดพูดปัดไป พร้อมกับตั้งท่าเพื่อจะเริ่มการปะทะอีกครั้ง....

“เอาล่ะ คนที่ย้อนหมากกลับไปได้3วินาที... ดูสิว่าพวกเราจะต้อนเจ้าให้จน โดยที่เจ้าสามารถย้อนตะรางหมากได้ว3วิ...หรือเปล่า!

เวลาไม่เคยรอใคร นั่นเป็นความจริง ไม่เว้นแต่ราชามังกรกาลเวลา ถึงจะย้อนเวลาได้ แต่เวลาย่อมเที่ยงธรรม ดังกระแสน้ำที่พัดพาทุกอย่าง ให้เดินหน้ากันอย่างเท่าเทียม

“ได้ มาตัดสินกัน อัศวินแห่งการทรยศ”





หายไปนานเลยเนอะ โทษทีโทษที มันยุ่งนิดหน่อยนะ คงจะอีกสักพักกว่าจะกลับมาลงใันล่ะตอนได้....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

51 ความคิดเห็น