ตอนที่ 26 : เริงระบำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    2 ม.ค. 62

ฟารินไม่อาจหาทางออกจากที่นี่ได้ มันเหมือนกับโลกที่ไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีข้างบนข้างล่าง ไม่มีสิ่งใด มีเพียงกลุ่มก้อนของคนทรงจำที่ทรมานและเจ็บปวด แล้วเหมือนกับว่ามันยังถูกผนึกไม่ให้ฟารินสามารถมองเห็นได้

“ทำไม... ถึงดูความทรงจำพวกนี้ไม่ได้กัน...”

ฟารินมั่นใจ ว่ากลุ่มหมอกเหล่านี้ คือความทรงจำที่ไม่อาจเข้าถึงได้... เพราะอะไรกัน...

“อึก...”

พอพยายามที่เข้าไปก็กลับถูกผลักออกมา... เหมือนกับถูกปฏิเสธ จากอะไรสักอย่าง...

“ยังดูไม่ได้หรอก.....”

“ฟะ...ฟรีน่า... เธออยู่ไหนน่ะ...”

“ไม่ต้องใส่ใจหรอก... แต่ความทรงจำเหล่านี้จะดูได้... ก็ต่อเมื่อฟารินพร้อม...

เสียงขี้เล่นราวกับภูต มีตัวตนเพียงแค่นั้น...

 

 

 

ส่วนในโลกของความเป็นจริงนั้น

“โอหังยิ่งนัก! หากเจ้ายอมคุกเข่าแล้วยอมแพ้แต่โดยดี”

วีรชนของอีสเรสยังคงแสดงท่าทียโสเช่นนั้น พลังของฟารินไม่ได้ต่างจากเดิมมากเท่าไร แต่มันแค่เปลี่ยนรูปแบบไป จากที่เหมือนกับว่าเปลี่ยนไปทุกวินาที ก็เหมือนจะทรงตัวมากขึ้น แต่ขนาดของพลังมันก็ยังเท่าเดิม

ดวงตาของฟารินไม่แสดงถึงความรู้สึกใด มันเป็นมาตั้งแต่ปะดาบกับมอเดร็ดแล้ว...

“เฮิก......”

ฟารินอเนกลังเพื่อที่จะสูดหายใจเข้าไปได้ทั้งหมด นี่ก็เพื่อการเอาอากาศเข้าไปได้ทั้งหมด แต่ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งพลังเวทเหมือนจะถูกสูดเข้าไปในร่างกายด้วย

จากนั้น

“อ๊าก!!!!!!!!!!!!

เสียงตะโกน... ไม่สิ เสียงคำรามดุงสัตว์ร้าย ที่บ้าตลั่งแล้วเกรี๊ยวกราด พลังเวทที่ปล่อยออกมามากว่าเดิมหลายเท่า จนน่าตกตะลึง

เสียงก้องกังวานกับอากาศกันเอง สะท้อนไปมา...

เป็นช่วงเวลาเกือบ5วินาที ที่ไม่มีเสียงใดหลงเหลืออยู่เลย

“มะ...ไม่ไหวแล้ว”

“สู้ไม่ได้หรอก”

“หนีเร็วเข้า”

“ไม่เอาแล้ว”

ทุกคนต่างวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว ต่อความรู้สึกกดดัน แม้แต่คนที่กำลังรักษามอเดร็ดอยู่ก็ละทิ้งหน้าที่ตัวเอง แล้วรีบวิ่งหนีไป

“เกิดอะไรขึ้น”

มอเดร็ดเกิดคำถามขึ้น...

จริงอยู่ที่การเปลี่ยนของพลังนั้นน่ากลัว แต่มันก็ไม่น่าจะถึงขั้นกลับทำให้คนพวกนี้กลัวจนหนี ด้วยสีหน้าแตกตื่นขนาดนั้นได้ ทุกคนแทบไม่สนอะไรเลย นอกจากการวิ่งหนีเอาตัวรอด

จนเหลืออยู่เพียงเอมิเลียและอีสเรส

ถึงจะเหลือเพียงสองคน แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวต่อเวทมนตร์ข้างหน้าเลย อาจจะเป็นเพราะว่าดูออกมากกว่า...

“เวทมนตร์จิตใจสินะ.....”

หากกล่าวถึงมนตราทางจิตใจ เป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ที่น่าแปลกคือ มันได้ผลกับอาจารย์และนักเรียนพวกนั้นได้ โดยปกติแล้วของแบบนี้จะได้ผลกับเฉพาะพวกคนที่ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ไม่ก็ต้องเป็นพวกอ่อนด้อยด้านเวทมนตร์ แต่ไม่ใช่... เสียงคำรามเมื่อครู่ได้ผลกับคนที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้...

“ช่างมันสิ หนูโสโครกอย่างเจ้า แค่ข้าคนเดียวก็พอ แล้วหมดเวลาแล้ว พร้อมแล้วสินะ”

“........”

“ย่อมได้ หากจะท้าทายข้า!

แสงสีทองปรากฏจากรอบด้าน นั้นคือคลังสมบัติของวีรชนและมันสามารถทำหน้าที่เป็นอาวุธประจำตัวได้อย่างดี

ประตูสู่คลังสมบัติ

นั้นเป็นความพิเศษของวีรชนของอีสเรส นิลอาจจะมีอาวุธหลากชนิด แต่นี่คือการมีอาวุธที่ใช้แล้วทิ้งจำนวนไม่จำกัด

“.......”

อาวุธปรากฏออกมาจากแสงนั่น

พวกมันล้วนแต่เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิทั้งหอก ดาบ ขวาน ลูกธนู มีด กงจักร และอื่นอีกมากมาย... อนุภาพเพียงสิ่งของเพียงชิ้นเดียวก็คงมากพอที่จะสังหารวีรชนทั่วไปได้

แต่ฟารินก็ไม่ได้มีท่าทีที่รู้สึกกลัวเลย

เหมือนกับจะไม่ได้ใส่ใจอาวุธพวกนั้นด้วยซ้ำ

“หาไปซะเถอะ เจ้าโสโครก!

ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!

อาวุธถูกปล่อยออกไป ด้วยความเร็วที่เหมือนกับลูกกระสุน กระทบกับพื้นจากนั้นก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรง

“จบแล้วสินะ”

ขี้โกง... อีสเรสก็รู้สึกอย่างนั้น พลังนี้คือการอาวุธออกมา แล้วสั่งให้อาวุธพุ่งไปยังเป้าหมาย และเมื่อใช้เสร็จก็สามารถนำมันเก็บเข้าคลังสมบัติได้ทันที

เอมิเลียโล่งใจ

มอเดร็ดรับภาระมามากแล้ว เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด หากเป็นเอมิเลียต้องต่อสู้แบบนั้น คงได้สลบไปแล้ว แต่นี่มอเดร็ดยังกัดฟันแล้วสู้ต่อ แล้วก็บาดเจ็บหนักด้วย

“มอเดร็ด... พักก่อนเถอะ ที่เหลือฉัน....”

“มันยังไม่จบ!

“หาพูดอะไรน่ะ”

มีคนคนหนึ่งยืนอยู่ ท่ามกลางควันเหล่านั้น ยืนอย่างสงบนิ่ง ด้วยสายตาที่เรียบเฉย...

ฟารินสามารถรอดมาได้จากการโจมตีของอาวุธในระดับที่ไม่คิดว่าจะมีสิ่งใดรอดมาได้ แม้แต่มดตัวเดียวก็คงจะรอดไปไม่ได้ แล้วทำไม...

“เมื่อกี้มัน... ”

มอเดร็ดมองเห็น การหลบที่ดุเดือดราวกับเป็นนกที่บินผ่านช่องเขา อย่างไรความหวดกลัว ทั้งๆที่อาวุธเหล่านั้นมีตำนวนมาก จนเหลือช่องว่างที่ทำให้มีชีวิตรอดได้เพียงนิดเดียวแท้ๆ...

แต่ว่าที่มอเดร็ดยังไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองอีกอย่างหนึ่งก็คือ...

“เมื่อกี้... หลับตาอยู่...”

ใช่ เมื่อมองไปยังฟาริน เปลือกตาเขากำลังปิดอยู่ ในขณะที่หลบอาวุธเมื่อครู่ก็เช่นกัน...

“เอาล่ะ อุ่นเครื่องกันเสร็จหรือยัง...”

“เมื่อกี้แกใช้ลูกเล่นอะไร”

“ก็นิดหน่อย เคยได้ยินไหม กลหลอกเด็กก็เป็นเวทมนตร์ได้ ถ้าคนดูไม่ออกน่ะ”

“แก ระวังปากไว้เสียบ้าง!

“งั้นก็ได้ ถ้าถึงขั้นนี้แล้วก็ไม่ต้องปิดแล้วล่ะ แล้วข้าก็ไม่คิดว่าจะชนะพวกเจ้าโดยที่ออมมืออยู่ได้อีกด้วย”

“โฮ จะบอกว่าที่ผ่านมาเจ้ายังไม่ได้เอาจริงงั้นหรือ”

“อา... แต่ว่าตอนนี้ข้าก็ยังไม่ได้เอาจริง......”

“หึ โอหังนัก แต่ก็ได้ ข้าจะดูสิเจ้ามีลูกเล่นอะไรอีก”

มอเดร็ดรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง และความรู้สึกประหลาด มันคล้ายกับกษัตริย์อาเธอร์ แต่ก็ไม่ใช่... มันแตกต่างโดยสิ้นเชิง เป็นความรู้สึกเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และนอกเหนือความคิดของตนเอง

แสงสีทองรวมตัวอีกครั้ง...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #41 นักอ่านเงาที่ผ่านมา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:46

    แกคือวีรชนเอมิยะสินะ!!!!!(มันใช่เรอะ!!!!!)

    #41
    0
  2. #40 MrWolf89 (@MrWolf89) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:39

    ต่อๆสนุกมากๆเลยขออีก
    #40
    0