ตอนที่ 2 : การพบกันอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61

ฟารินตื่นขึ้นมา

เมื่อได้ยินเสียงเตือนการลงจอด

เครื่องบินได้ลงสู่พื้นดิน ไม่สิ..... เกาะลอยฟ้าHeroid นครแห่งเหล่าวีรชนแล้ว

เขาหลุดจากนิทราที่เหมือนนิรัน

เขาไม่อาจจะจำความฝันนั้นได้ทั้งหมด

มันเลือนราง

แต่ก็มีบางอย่างที่ชัดเจน... เลือด ดาบ แท่นหิน เวทมนตร์ น้ำตา เสียงกรีดร้อง ห้องสมุด....

บางอย่างที่เหมือนจะไม่อาจเข้าใจได้ถูกยัดเข้ามาในหัว

ไม่เข้าใจ...

ไม่เข้าใจจริงๆ....

ความฝันนี่มันอะไรกันแน่?

ทำไมถึงได้รู้สึกแตกต่าง...

ทำไมถึงรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกกันนะ....

จะคิดให้หัวระเบิดเขาก็หาคำตอบไม่ได้ เขาจึงต้องยอมแพ้ที่จะหาคำตอบ และลงจากนกอินทรีเหล็ก

สู่ดินแดนวีรชน

ที่มนุษย์ต่างใฝ่ฝัน...

 

โลกที่เกือบจะลืมเรื่องราวของเวทมนตร์

ได้ถูกย้ำเตือนจากสัตว์ประหลาด เมื่อ20ปีก่อน

สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการก่อตัวของพลังเวท มันได้ทำลายทุกอย่าง

และก่อความวุ่นวายอย่ามหาศาล

ผู้คนต่างตื่นตกใจ รัฐบาลหลายๆแห่งก็ตื่นตัว จนกระทั้งได้มีชายคนหนึ่งก้าวออกมาพร้อมกับพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่เทพก็ยังหวั่นแกรง

ชายคนนั้นคือผู้ถือครองวิญญาณวีรชน

วิญญาณวีรชน เป็นดวงจิตที่ได้รับการยอมรับว่ายิ่งใหญ่ และคู่ควรแก่การเก็บรักษา เมื่อวีรชนเสียชีวิต แทนที่วิญญาณจะได้รับการพิภาคษาและได้รับโอกาสให้ไปเกิดใหญ่

พวกเขาจะได้รับสิทธิให้วิญญาณสู่บัลลังก์วีรชน

เป็นทฤษฎีที่กำลังพิสูจน์กันอยู่

วิญญาณวีรชน จะลงมาสถิตที่คนอื่น

ในฐานะวิญญาณประจำตัว

หลังจากเกิดเหตุการณ์สัตว์ประหลาดบุกโจมตีเมื่อ20ปีก่อน โลกก็เริ่มตื่นตัวและหาตัวคนที่มีวิญญาณประจำตัว

พวกเขารวบรวมคนที่มีวิญญาณวีรชนมาฝึกฝนเพื่อรับมือกับเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นกับโลกได้...

Heroid คือสถานที่ที่ว่านั่น

เกาะลอยฟ้า ที่ลอยไปทั่วโลก

ที่นี่มีคนจากทั่วโลกมารวมตัวกัน

เป็นขุมกำลังที่เตรียมไว้เพื่อรับมือกับเหตุร้าย

เกาะลอยฟ้า...

ก็ตามนั้น

ดินขนาดมากกว่าหลายพันตรางกิโลเมตร ถูกทำให้ลอยขึ้นด้วยกลไกเวทมนตร์ เป็นหนึ่งในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก ณ ปัจจุบัน

โดยพื้นฐาน ที่นี่มีค่าครองชีพที่สูงลิบ ฉะนั้นคนที่คิดที่จะมาเที่ยวเล่นคงต้องคิดหนักหน่อย

ถ้าไม่ใช้เด็กทุนที่ได้รับเงินจากรัฐบาลก็อย่าหวังเลย

โอกาสที่จะมีคนที่มีวิญญาณประจำตัว นั้นมีต่ำมาก คิดเป็น1ต่อสิบล้าน

หายากยิ่งกว่าหายาก

 

ฟารินนึกแล้วก็ตลก เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีวิญญาณประจำตัว

เขาไม่ได้มีเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยม

แต่เขากลับมีวิญญาณประจำตัว...

เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมากก่อน

เขาดีใจมาก

เพราะอะไรน่ะเหรอ?

เพราะคนที่มีวิญญาณประจำตัว จะได้รับเงินจำนวนมากเป็นทุนในการศึกษา

รัฐบาลไทย ยอมจ่ายเดือนละแสนบาทให้เลยทีด้วย

ฟารินไม่ใช่คนที่โลภมากหรอก เขาเป็นเพียงเด็กกำพร้า แต่เขาต้องการเงินเอาไปให้บ้านเด็กกำพร้าต่างหาก เพื่อที่น้องๆของเขา จะได้มีความสุข

ได้มีอาหารดีๆ ได้มีเสื้อใหม่ๆ

แถมการที่เขาจากที่นั่นมา ยังเป็นการลดภาระให้กับที่บ้านเด็กกำพร้าได้อีกด้วย

เขาจึงคิดว่าจะตั้งใจเรียนในการเป็นจอมเวทและนักรบ

งานของพวกที่มีวิญญาณประจำตัวมีค่าตัวเป็นหลักแสนดอลล่าต่อเดือนเลย

หากเขาเรียนจบจากที่Heroid ได้เขาจะมาสามารถช่วยบ้านเด็กกำพร้าได้อย่างแน่นอน...

 

เอ... ไม่มีคนเลยแฮะ

ฟารินเดินอยู่กลางถนน อากาศก็เย็นพอสมควร เพราะนี่เป็นยามเช้าตรู่

อาคารสูงประมา3ชั้นตั้งอยู่ทั่วไป

แล้วโรงเรียนมันไปทางไหนล่ะเนี่ย?

เขาได้แต่ถามตัวเอง

ที่จริงทางที่ดีที่สุดคือการขึ้นรถไฟ จากสนามบินไปที่โรงเรียนเลย

แต่คงเพราะความไม่ชิน ที่จะเสียเงิน10ดอลล่าเพื่อไปโรงเรียนนั่น ก็อย่างว่าค่าครองชีพที่นี่มันสูง

เขาจึงเลือกเดินเท้า

แต่ก็ต้องพบปัญหาในการหลงทาง

ให้ตายสิ คงต้องรอจนกว่าจะสว่างและถามคนแล้ว แต่หนาวชะมัดเลย....

Heroid เป็นเกาะลอยฟ้า ย่อมหนาวเป็นธรรมดา มีลมพัดตลอดเวลา แต่โชคดีที่มีเวทรักษาความดัน

แต่สำหรับฟารินที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยซึ่งเป็นเขตร้อนมาตลอด คงไม่ชินกับที่แบบนี้

เขารู้สึกหนาวใจแบบสุดขั้ว

แต่อีกไม่นานก็คงจะปรับตัวได้

หนาวไหม?

เสียงเรียกอันนุ่มนวล เรียกเขาจากข้างหลัง

เป็นเสียงของเด็กสาวตัวน้อย

มีเส้นผมสีทองอ่อนๆ

ดูแล้วเหมือนกับคนอังกฤษ อายุก็คงราวๆ7ขวบ ไม่สิออกจะดูเด็กกว่านั้นอีก

เธอใส่ชุดสีขาว ที่ประดับไปด้วยลายอักขระต่างๆ ดูแลเหมือนกับตราเวท

มีทั้งแบบที่เขาสามารถอ่านได้

และรู้จัก

หรือแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

พี่ชาย... ที่นี่น่ะมันไม่มีคนหรอกนะ กว่าจะมีคนมาที่นี่อีก ก็อีกราวๆชั่วโมงหนึ่ง พี่ชายได้แข็งตายก่อนพอดี

งั้นเธอช่วยนำทางพี่ไปที่โรงเรียนได้ไหม?

ฟาริน เข้าไปคุยอย่างเป็นมิตร

เขาเองก็คุยกับน้องๆที่เป็นเด็กกำพร้าบ่อย ทำให้เขาสามารถเข้าก็เด็กได้อย่างดี

แต่เขาก็ต้องแปลกใน สายตาของเด็กสาวคนนี้ไม่เหมือนกับที่เขาเคยเจอมาก่อนเลย

มันเปล่งประกาย แต่กลับร้อนแรงและเย็นชา นี่เป็นสายตาที่เขาไม่เคยเจอมากก่อน

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อีกไม่นานก็จะมีคนมาพาพี่ชายไปแล้ว...

หมายความว่ายังไงเหรอ?

ระวังให้ดีนะ ที่นี่เป็นสถานที่จอมปลอม อย่าไว้ใจคนใกล้ตัวเด็ดขาด....

พูดอะไรไม่สมกับเป็นเด็กเลย

ไม่... หนูน่ะคือหญิงสาวผู้มีอายุน้อยที่สุดนะ การพูดแบบนั้นเป็นการเสียมารยาทนะ พี่ชาย...

ไม่อ่ะ ดูยังไงก็ไม่ใช่เด็กแน่ๆ

ฟารินรู้สึกได้ถึงความเฉียบคม กับรังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากเด็กหญิงคนนี้

รอยยิ้มของเธอนั้นน่าหลงใหล

แต่กับรู้สึกได้ถึงอันตราย

กษัตริย์อาเธอร์ มีลูกด้วยกัน3คน

อยู่ดีเธอก็กล่าวออกมา

คนหนึ่ง คืออัศวินผู้บ้าคลั่ง คนหนึ่งคือผู้มอบพรสาปแช่งอันทรงพลังที่สุด อีกคนคือผู้ที่โชคร้ายที่สุด...

กษัตริย์อาเธอร์มีลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอ?

ฟารินเป็นผู้รอบรู้เรื่องตำนาน และหนึ่งในตำนานที่เขาชอบก็คือตำนานอัศวินโต๊ะกลม

เขารู้จักตำนานกษัตริย์อาเธอร์ดี

เมื่อเด็กสาวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ

เธอรู้สึกว่าตำนานกับความเป็นจริงมันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน

แดนศักดิ์สิทธิ จอกแห่งมนตรา และ ดาบแห่งวีรชน

อะไร?

รวมของทั้ง3อย่างให้ได้ ไม่เช่นนั้นวันหนึ่ง จะมีคนมาทำลายทุกสิ่ง ดวงดาว และทุกวิญญาณจะดับสลาย...

คือหมายความว่ายังไงเหรอ?”

.......

เขาเริ่มไม่เข้าใจแล้ว และเริ่มไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดภาษาไทยอยู่ด้วย ฟารินกำลังใช้ภาษาไทย จะว่าไปแล้วทำไมเด็กสาวอังกฤษคนนี้ถึงพูดภาษาไทยได้ล่ะ?

วันนี้พอแค่นี้ก่อน ดวงดาวโคจรมาบรรจบกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นหนูจะมาหาพี่ชายอีกนะ

เด็กสาวเดินผ่านไป

เดี๋ยว สิเธอชื่อ.....

ไม่อยู่แล้ว

หายไปราวกับผี หรือว่าเป็นผีจริงๆ

ยังไม่ได้ถามชื่อเลย...

ฟารินกล่าวกับตัวเองอย่างเหงาๆ คนที่เขาได้คุยด้วยเป็นคนแรกที่เกาะนี้ เป็นหญิงสาวที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาได้พบเจอ

มาพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้

แล้วก็หายตัวไป

แต่ว่า...

มันกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น

อะไรกัน ความรู้สึกอบอุ่นที่อกซ้าย เหมือนกับ..... เหมือนกับ...........

 

ผู้มอบพรสาปแช่งอันทรงพลังที่สุด หรือแม่มดแห่งความเยาว์วัย จะเป็นคนนำทางให้กับเจ้า

 

ฟารินนนนนน

เสียงเรียกมาแต่ไกล

พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ไม่ธรรมดา

หญิงสาวคนหนึ่ง ผมยาวสีดำกำลังวิ่งมาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์

คิดถึงจังเลย มาให้กอดหน่อยสิ

ร่างของหญิงสาววัยรุ่นกระโดดกอดเขาอย่างจัง

สภาพของสาววัยรุ่นที่โตเต็มที่ เป็นที่หมายปองของเหล่าชายหนุ่มมากมาย แต่สำหรับฟาริน เขาคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้ดี

พี่พราว เป็นไงบ้าง

ฟารินกอดพี่สาวของตนอย่างดีใจ

พลันทำให้หญิงสาวกอดเขาแน่กว่าเดิม

คิดถึงฟารินมากเลย!

ดะ เดี๋ยวก่อน หายใจ.... ไม่ออก...

หญิงสาวผมสีดำสนิทราวกับเทพธิดา ผิวพรรคดูมีน้ำมีนวลเหมือนจะแสดงให้ถึงออร่าที่ผวยพุ่งออกมา แม้ว่าในตอนนี้จะเป็นยามเช้าตรู่ที่มีแสงน้อยอยู่ก็ตาม

หญิงสาวที่สวมชุดนักเรียนที่มีความหนาพอสมควร คลายแรงกอดของตัวเองลง

โทษทีๆ เป็นยังไงบ้าง ทุกคนสบายดีไหม?

สบายดี แล้วพี่ล่ะ?

คิดว่าฉันคนนี้เป็นใครกัน พราว หญิงสาวผู้ชนะเหรียญทองวิ่งแข่งทุกปี คนอย่างพี่ไม่มีทางเป็นอะไรอยู่แล้ว!

หญิงสาวกว่าวพร้อมยืดอกอย่างภาคภูมิ

สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

ในขณะที่ฟารินนั้นก็ได้แต่แสดงสีหน้าเอือมระอาออกมา ให้กับความมั่นใจของพี่สาวตัวเอง ถึงมันจะเป็นเรื่องจริงก็ตาม

คนบ้าไม่เป็นหวัดสินะ

เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?

เปล่าไม่มีอะไรครับ

รู้สึกคุ้นเคยกันดี

บรรยากาศแบบนั้นกำลังก่อตัวออกมา

ฟารินกับพราวเป็นพี่น้องที่เติบโตในบ้านเด็กกำพร้าเดียวกัน โดยเมื่อเทียบอายุกัน ฟารินมีอายุน้องกว่าพราวอยู่1ปี จึงไม่แปลกอะไร ที่เธอจะเป็นพี่สาวของเขา

แล้วพี่ ผลคะแนนเป็นไงบ้าง

เต็มน่ะสิ! ง่ายจะตาย!

คะแนนสอบน่ะเหรอ?

การต่อสู้ภาคปฏิบัติต่างหาก เป็นเรื่องง่ายๆเลยล่ะ พี่น่ะถูกชมว่าเป็นอัจฉริยะเลยล่ะ

แล้วคะแนนสอบล่ะ?

อ้อ จริงสิแล้วฟารินเป็นไงบ้าง

ยัยพี่คนนี้.....

คะแนนสอบล่ะครับ?

ฟารินถามเรื่องเดิมกับพี่สาวของตัวเอง เขารู้จักพราวดี รู้ดีว่าพี่ถนัดกีฬาและแน่นอน รู้ด้วยว่าอะไรที่พี่ทำได้แย่ที่สุด

......

40สินะ

พะ พูดอะไรน่ะ

พราวทำท่าจะปฏิเสธ แต่ฟารินกลับจ้องไปจนถึงภายในของหญิงสาว

35 ..... 30...... 35สินะ

ใครว่าล่ะ ไม่มีทางพี่ต้องได้มากกว่านั้นอยู่แล้ว!

สรุปแล้วได้เท่าไรล่ะครับ?

.... อึก 37....

ว่าแล้วเชียว.....

ตะ แต่ว่า มันยากนี่น่า ให้จำอะไรเยอะก็ไม่รู้ แถมยังเยอะไปหมดจนมึนหัวไปหมดเลย

แล้วค่ากลางมันอยู่ที่เท่าไรครับ?

75

......

......

ไปดีกว่า เดินไปทางนี้สินะครับ

ฟาริน แง้..... ปลอบพี่สาวหน่อยสิ พี่สาวเสียใจ จนจะตายแล้วนะ!

 

 

 

ว่าไง ไม่ได้เจอกันนานเลยสินะ แม่มดแห่งความเยาว์วัย หรือจะให้เรียกว่าผู้สาปแช่งดี.....

คราวนี้..... ก็เป็นของปลอมเหมือนกันสินะ

เสียงตอบของเด็กสาวเต็มไปด้วยความเย็นชา

ไม่มีความสนิทอยู่เลย

แต่เธอกลับต้องอยู่ร่วมกับชายคนนี้มานานแสนนานอย่างไม่เคยที่จะหลีกหนีได้

โชคชะตามัดพวกเขาทั้งคู่เขาด้วยกัน

ไม่ว่าจะพบกันกี่ครั้ง ก็ไม่เคยเหมือนกันเลยนะ

ความไร้สำนึกนั่นเป็นสิ่งที่เพิ่มเข้ามาสินะ

แน่นอน กาลเวลาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงคนได้มากที่สุด

ผิดแล้ว

เด็กสาวแย้งขึ้นมา

เวลา... คือสิ่งที่ขับเคลื่อนทุกสิ่ง ทุกสิ่งต่างหากที่ทำให้คนเปลี่ยนไป

มันต่างกันตรงไม่ทราบ

การไม่มีความละเอียดอ่อน จะนำพาความหายนะมา เจ้าเองก็น่าจะหยั้งเห็นอนาคตได้ไม่ใช่หรือ? คงรู้สินะ... ว่าถ้ามีบางอย่างผิดผลาด ทุกอย่างก็จบ แล้วโลกนี้จะล่มสลาย...

หึหึหึ....

เสียงหัวเราะอันน่าขนลุก

ความรู้สึกที่น่าหัวเราะนี่มันอะไรกัน

อยากจะอ้วกตายอยู่แล้ว

อา.....

มันไม่เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว.....

จะบ้าอยู่แล้ว

เป็นแบบนี้ตลอด.....

กลัว...

น่าหัวเราะชะมัดเลย ตัวฉันเนี่ย..... น่าหัวเราะอะไรแบบนี้ ฮะ ฮะ ฮะ!

ไม่เห็นอย่างนั้นเหรอ

.....

“.....”

ทั้งคู่ต่างก็เงียบ เพราะเขาใจถึงความเจ็บปวดดี การไม่เห็นสิ่งที่กำลังจะมา เห็นอนาคตดั่งที่ตนเองเคยเห็นมาก่อน... มันเป็นเรื่องทรมาน

ไปหาคนอื่นเถอะ.....

น่าเสียดายเนอะ...

เด็กสาวกล่าวพร้อมกับการเดินจากไป

ฝากด้วยล่ะ โชคชะตาของโลกทั้งใบ มันอยู่กับเธอและเด็กหนุ่มคนนั้นแล้ว...

ผิดแล้ว...

หือ?

มันอยู่ในมือเจ้าด้วยนั้นแหละ

เป็นผู้หญิงที่น่ารำคราญได้เสมอเลยนะ

เด็กสาวเดินจากไป

ทิ้งชายผู้ที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจอยู่

ทำไงดี...

อยู่คนเดียวอีกแล้ว

ฉันอยู่คนเดียวมานานขนาดไหนกันแล้วนะ...?

ไม่เห็น..... ไม่เห็นอะไร เลย....


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #51 gunsza1121 (@gunsza1121) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 16:18

    ก้เปิดตาสิคับจะได้เห็น(หลอกๆ)><

    #51
    0
  2. #3 Redwhitenight (@ben102543) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 06:16
    แดนศักดิ์สิทธิ-เป็นสถานที่หลับไหลของวีรชนจากตำนานอาเธอร์
    จอกมนตรา-เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้ครอบครองสมปรารถนา
    ดาบวีรชน-ดาบที่เมื่อรบออกศึกจะไม่มีวันพ่ายแพ้
    อันนี้ใช่อย่างที่คิดใช่ไหม(ที่จริงก็รู้ชื่อนะครับแต่ไม่บอกตรงๆดีกว่าครับ)
    #3
    1
    • #3-1 Rainbow Nova (@Nova1004) (จากตอนที่ 2)
      3 ธันวาคม 2561 / 17:05
      1ผมก็แอบบอกไว้ในตอนแรกแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหา
      ส่วน2กับ3 นี่ผมว่า ใครไม่รู้จักก็คงไม่รู้เรื่องตำนานอัศวินโต๊ะกลมแล้วละครับ
      ก็ถูก แต่รายละเอียดจะต่างกันนิดหน่อย
      #3-1