ตอนที่ 17 : ตัวตน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

การที่ดาบของพราว มีความสั้นเกินกว่าที่จะสามารถทำร้ายฟูรันได้ คือสิ่งที่ทุกคนมองออก ในพริบตานั้นทุกคนที่สามารถตามความเร็วของทั้งสองทัน ต่างตัดสินว่าฟูรันจะชนะ

แต่ก็เพราะว่าพวกเขายังไม่รู้...

ว่าวิญญาณวีรชนของพราวคือใคร...

ในวินาทีที่ดาบญี่ปุ่นจะถึงตัวพราว ดาบในมือของพราวก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นอาวุธอีกชนิดหนึ่ง และเธอก็ฟาดหัวฟูรัน จนฟูรันต้องสลบไป ด้วยแรงกระแทก

“ดูเหมือนว่าสุดท้าย... ก็ต้องใช้อยู่ดีสินะ”

พราวพูดกับตัวเอง... และเหลือบมองไปยังอาวุธที่ตนถืออยู่ สิ่งนั้นคืออาวุธที่ถูกใช้ในการทำสงครามแห่งศักดิ์ศรี มันคืออาวุธศักดิ์สิทธิ ที่จะถูกใช้ได้ด้วยนักรบในศึกแห่งผู้ที่มีสายเลือดโดยชอบธรรม

หอก... ไม่ใช่.....

ปลายเป็นดุจดาบ แต่คมของมันมีลักษณะคล้ายเปลวเพลิง เปล่งประกายด้วยแสงสะท้อนของเหล็กกล้า ดาบจับยาวมาก ยาวกว่าคนเป็นหลายเท่า ส่วนปลายก็มีขอเล็กๆ เอาไว้...

“ของ้าว.....”

ใช่... นั้นคืออาวุธโบราณที่ถูกใช้ในการรบบนหลังช้าง เคียวที่ยาวออกมาเล็กน้อย ก็เพื่อใช้บังคับชายของอีกฝ่าย และยังเป็นวัฒนะธรรมที่มีเพียงเอเชียอาคาเนเท่านั้น ด้วยความที่ภูมิภาคเอเชียอาคาเนมีช้างจำนวนมาก จึงมีไม่กี่ประเทศที่มีอาวุธนี้...

“ดาบอาทามาฎ... ราชา... ของ้าว...”

ถ้ารวมกับสีหน้าที่ตื่นเต้นของพี่พราวแล้วล่ะก็ ฟารินก็พอที่จะเดาได้

“งั้นหรือว่า... วิญญาณวีรชนของพี่พราวคือ.....”

ฟารินมองไปยังพี่สาวของตนเอง...

ในร่างของหญิงสาวคนนี้... คนที่ช่วยอยู่ข้าง... เป็นเพื่อนมาโดยตลอด... มีสิ่งที่สุดยอดขนาดนั้นอยู่เหรอเนี่ย... เหมือนกับว่า... พราวได้อยู่เหนือกว่าเขา... มาก...

“พี่พราว....”

คนที่เคยอยู่ด้วยกัน... มีวิญญาณที่สุดยอดขนาดนั้น... แล้วเขาล่ะ วิญญาณวีรชนของตนเป็นใคร สามารถทำอะไรได้บ้างเขายังไม่รู้เลย

ฟาริน... ได้แต่มองพี่สาวซึ่งได้รับคำตัดสินว่าชนะ การดวลอย่างเป็นธรรม...

“พอได้เลย เอาของแบบนี้ออกมา คนที่รู้ตัวจริงของข้า คงมีไปแล้วล่ะ”

“ก็ไม่แน่มั้ง”

“ถึงชื่อเสียงของข้าในสายตาชาวโลก จะไม่ได้มากมาย เมื่อเทียบกับคนอื่นที่อยู่ในตำนาน แต่คนที่รู้จักข้าในที่นี่น่ะ มีแน่นอน พวกเจ้าแสดง ของ้าวนี้ ก็คงรู้ตัวจริงของข้าไปแล้ว”

เสียงที่ดังขึ้นในหัว พูดอย่างไม่พอใจ

“น่าๆ อย่างน้อย ฉันก็ไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเสียหน่อย”

“มันใช่ประเด็นเสียที่ไหน”

บอกอย่างนั้น แต่นิลก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ดันได้เป็นวิญญาณประจำตัวของคนแบบนี้ ช่างรู้สึกต่างกับตอนที่มีอำนาจเสียจริง แต่ก็เริ่มเคยชินเสียแล้วล่ะ

“งั้น... ไปหาฟารินดีกว่า”

พราวรู้สึกร่าเริงขึ้นมา ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่เกือบเลือดขึ้นหน้ามาแล้ว รู้สึกใจเย็นขึ้นเยอะเลย

“ฟาริน”

พราวพยามมองหาน้องชายของตนเอง...

“ไปอยู่ไหนแล้วเนี่ย?”

 

 

 

“ราชาผู้กู้เอกราช... งั้นเหรอ... จะว่าไป... ก็สมแล้ว... ที่บอกว่าไม่ได้เป็นวิญญาณธรรมดา”

ฟารินเดินออกมา...

เดินออกมามจากห้องฝึกนั่น

เดินออกมาด้วยความรู้สึก ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ พี่สาวที่ชอบทำเป็นเล่น บางทีก็น่ารำคราญ ต้องให้ช่วยไปซะทุกเรื่อง...

นี่เรา... ต้องให้คนอื่นมาปกป้องอีกเหรอ...

เหมือนตอนนั้น...

เหมือนในวันนั้น.....

ก็เพราะเราโง่... เพราะเราอ่อนแอ เป็นเพราะเรา ก็เราน่ะ ก็เพราะว่าเราน่ะ...

เพราะเราทำอะไรไม่ได้เลย...

นั่นเป็นความจริงที่ฟารินปฏิเสธไม่ได้ ก็นั่นน่ะ... วันนั่นน่ะ คือวันที่เสียงปืนได้ถูกลั่นออกมา

ในตอนนี้ฟารินกำลังเดินไปเรื่อยเปื่อย... ที่นี่เป็นหย่านการค้า เพราะว่ายังไม่ใช่เวลาที่ทุกคนออกมากินข้าว คนที่อยู่ในที่นี่จึงไม่ได้มากอะไร

ฟารินยังคงเดินไปตามถนน นี่คือความรู้สึกด้อยกว่างั้นเหรอ... ไม่ใช่... มันก็แค่... ความกลัว... ในความอ่อนแอ

“ไงฟาริน... มาเดินเหงาอะไรคนเดียว”

สะดุ้งเลย ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร เด็กสาวผมสีทอง นัยน์ตาที่ฉายแววของความร้อนแรงและเย็นชา

“ฟรีน่า”

เมื่อฟารินจะเรียกชื่อของเด็กสาว เธอก็ยกนิ้วขึ้นสุดตัว ที่จริงต้องเขย่งอีกด้วย เพื่อเพิ่มความสูงให้นิ้วมือประทับบนริบฝีปากได้

“บอกแล้วไง ให้เรียกพี่สาว”

ถึงจะพูดแบบนั่น แต่พอยืนเทียบส่วนสูงแล้ว ก็ชวนให้รู้สึกคัดค้านมาก แววตาที่ดูไร้เดียงสานั่น ไม่อาจทำให่ฟารินสงบใจได้ แต่ก็ไม่คิดว่ามันเป็นภัยอะไร

“พี่สาว มาทำอะไรที่นี่?”

“ก็มาดูน้องชายที่เดินหงอยเป็นหมาอยู่นี่ไง”

“คือ... มาหาผมงั้นเหรอ?”

“ใช่ๆ ก็ฟารินน่ะ เป็นคนสำคัญของพี่สาวนะ”

ฟรีน่ากล่าวพร้อมกับกระโดดไปมา ด้วยท่าทางที่เหมือนกับภูติ กระโปรงฟูฟ่องประดับไปด้วยอักขระ ที่ส่องแสงสีทอง

“ฟาริน ตอนนี้ว่าอยู่สินะ”

“ก็ว่าง... มั้ง.....”

“งั้นพอดีเลย”

ฟรีน่าที่กระโดดนำหน้าไปกางแขน แล้วหันหลังกลับมา

“พาไปกินข้าวหน่อยสิ”

คำข้อร้องของเจ้าเด็กน้อย พร้อมกับรอยยิ้ม เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ยากที่จะปฏิเสธ ถึงฟารินจะรู้สึกขัดแข้งกับฟรีน่า แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกไม่ดี แต่กลับเป็นความรู้สึกติดใจในอะไรบางอย่าง

“อยากกินอะไรล่ะ?”

“อะไรก็ได้ ที่ฟารินทำ”

“ก็ได้... งั้นไปซื้อของกันก่อน แล้วค่อยยืมครัวของเอมิเลียแล้วกัน”

“ได้ งั้นนำหน้าไปก่อนน่า”

ฟรีน่ากระโดด ใช้เท้าซ้ายทีขาวที เป็นเหมือนภูติเสียจริง...

 

เอมิเลีย... ไม่สิ... มอเดร็ด แอบตามฟารินมาตลอด ตั้งแต่ออกมาจากสนามฝึกแล้ว เธอรู้สึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ฟูรันใช้พลังของตัวเองออกมา ฟารินก็เหมือนจะมีการตอบสนองที่แปลกประหลาด... พลังนั่น... น่าจะเกี่ยวข้องกับตัวตอนวีรชนของฟาริน... มันอาจจะไปกระตุ้นให้ฟารินมองเห็นหรือได้รัยความรู้สึกของวิญญาณวีรชนตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ได้

มอเดร็ดจึงแอบตามดูไปก่อน...

เพราะเธอก็ต้องรู้ให้ได้ว่าวิญญาณวีรชนของฟารินคือใครกันแน่

แต่ก็มีสิ่งที่คาดไม่ถึง... ฟรีน่า... งั้นเหรอ...

แม้แต่มอเดร็ดที่มีสัญชาตญาณอันเฉียบคม ยังไม่อาจรู้สึกได้เลยว่าเธอมาจากไหนกันแน่ เหมือนกับผีที่อยากปรากฎตัวก็ออกมาได้ซะงั้น

“มอ นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ”

“ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ลองตามไปก่อนเถอะ”

“แล้วสรุปนั่นใช่เมอร์ลินหรือเปล่า?”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่.... น่ะนะ...”

มอเดร็ดได้แต่บอกกับตัวเอง... บอกกับตัวเอง... และคิดถึงใบหน้าของหญิงสาวที่ดียิ่งกว่าแม่ของเธอเองเสียอีก








ผมว่าควรจะรู้กันได้แล้วนะ ตัวจริงของนิล แต่ถ้ายังไม่รู้อีกผมจะใบ้เพิ่มให้ก็ได้ ที่มาของชื่อ นิล คือแร่รัตนชาติ ซึ่งมีสีดำ

ถ้ายังไม่รู้ก็บอกมานะ ผมจะใบ้ให้อีก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #42 กระต่ายสองขา (@extream) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 14:34
    พอเดาได้ตั้งแต่ดาบอาทมาฏล่ะ มีไม่กี่คนหรอกที่ถูกกล่าวถึง
    #42
    0
  2. #20 นกทั้งชาติ (@akanepumtip) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 12:15

    พระนเรศวร หรือ องค์ดำปล่าวครับ

    #20
    2
    • #20-1 pandemic1 (@darkboy814) (จากตอนที่ 17)
      24 ธันวาคม 2561 / 12:41
      ชัดเลยกู้เอกราชเนี่ย
      #20-1
    • #20-2 ชากับกาแฟ (@luckyazaz) (จากตอนที่ 17)
      24 ธันวาคม 2561 / 22:07
      นเรศ..... กอบกู้เอกราช ไอเราก็คิดว่าจะเอาแปลกกว่านี้สักหน่อย สรุปม่ายใช่555
      #20-2