ตอนที่ 15 : เริ่มการต่อสู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    22 ธ.ค. 61

“ได้ ยินดีรับคำท้า”

หญิงสาวได้ตอบรับแล้ว

“กินโทระ ฟูรัน ขอตอบรับคำท้า การประลองจริง โดยใช้อาวุธวีรชน และพลังในการต่อสู้จริง”

การต่อสู้ จำเป็นต้องมีชื่อของตนและอีกฝ่าย หลังจากนั่นก็ค่อยหากรรมการ ซึ่งต้องเป็นอาจารย์ที่มีความเชียวชาญในการต่อสู้ ซึ่งในที่นั่นมีมีอยู่

อาจารย์เห็นว่าไม่มีทางห้ามสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน จึงไม่คิดจะห้าม

“ทบทวนกฎ จะสามารถตัดสินได้ก็ต่อเมื่อ มีฝ่ายใดขอยอมแพ้หรืออาจารย์ตัดสินว่าฝ่ายใดไม่สามารถต่อสู้ได้ เมื่อการต่อสู้จบแล้วขอให้ทั้งคู่หยุดการต่อสู้ในทันที และไม่เก็บเรื่องนี้ไปเป็นความแค้นเด็ดขาด”

ก็คงทวนไปอย่างงั้นแหละ กฎในการต่อสู้จะขัดไม่ได้ แต่เรื่องของความแค้นมันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะห้ามกันได้อยู่แล้ว ฟูรันกับพราว ทั้งคู่ก็ต่างมีเหตุผลของตัวเอง

ฟูรันมีศักดิ์ศรีของตัวเอง

พราวก็มีน้องชายของตัวเอง

ฝูงคนเริ่มหาขึ้นเรื่อยๆ ฟูรันเป็นเด็กปีหนึ่งที่เพิ่งจะได้ศึกษาที่Heroid ได้ไม่ถึงสัปดาห์ ส่วนพราวคือผู้ที่ทำคะแนนเรื่องการต่อสู้ได้สูงสุดในปีที่ผ่านมา ถึงจะดูเหมือนมวยคนละชั้น แต่ฟูรันก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลย

“เจ้าเอาจริงงั้นหรือ...”

“ขอโทษนะ ฉันเผลอไปหน่อย”

“ข้าเข้าใจ อย่างไรก็ยั้งมือเอาไว้ด้วย ไม้ตายที่แสดงถึงตัวข้าจะเอามาใช้ไม่ได้”

“ได้ ฉันจะชนะด้วยความสามารถของตัวเอง.... ฝากแนะนำด้วย... นิล”

พราวเก็บดาบทั้งสองไว้ข้างหลัง ดาบไทยที่มีดาบจับเป็นหนึ่งในสามของดาบ มีน้ำหนักเบาหากเทียบกับอาวุธดาบของยุโรป เน้นความรวดเร็วมากกว่าพลังทำลาย ไม่มีที่กั้นคมดาบกับด้าม

“งั้นฉันเองก็ด้วย”

ฟูรันโยนตะบองออกไปด้านข้าง เพราะอาวุธแบบนั้นคงไม่อาจทำอะไรกับดาบวีรชนได้ สิ่งที่ปรากฎที่ข้างๆเอวของเธอคือดาบยาว แบบญี่ปุ่น ปลอกดาบสีขาวยาวประมาณ1เมตรกว่า ระยะของดาบดูสร้างความได้เปรียบกว่ามากเมื่อเทียบกับของพราว

“ระยะดาบ... ดูเหมือนว่า.....”

“เสียเปรียบ แน่อยู่แล้ว เพราะว่าการต่อสู้ของพราว มีไว้ใช้กับกองทัพโดยส่วนใหญ่ ดาบสองมือนั่นก็ไม่ใช่สิ่งพราวใช้ได้ดีมากด้วย.... แต่....

“แต่?”

“ถ้ามีพลังของวีรชนของพราว มันก็อีกเรื่องหนึ่ง”

“เพราะเป็นต้นตำหรับสินะ”

“ไม่รู้หรอกว่าเป็นเพราะอะไร แต่วีรชนของพราว คือหนึ่งในราชาที่ข้ายอมรับจริงๆ”

“ราชา.....”

มอเดร็ดเคยพบกับเขา...

การสลับที่ หรือการยึดร่างของนิล เกิดขึ้นอยู่ในช่วงแรกๆ ฝีมือดาบของนิล เป็นแบบไทยแท้แน่นอน ไหวพริบและการตอบสนองก็ไม่แพ้มอเดร็ดเลย

การทำความเคารพเกิดขึ้น พราวพนมมือแล้วก้มหัวเป็นการทำความเคารพของไทย ส่วนฟูรันก็โค้งคับนับ จากนั่นทั้งคู่ก็ชักดาบของตนเองออกมา

“เริ่มได้!

เมื่อสิ้นเสียงของกรรมการ แรงดกดันที่มีอยู่ก็ทวีคูณเข้าไปอีก พราวควงดาบทั้งสองอย่างเป็นจังหวะ ช้าแต่มั่นคง นั่นเป็นวัฒนธรรมของไทย เป็นเพลงดาบที่ไว้ใช้ป้องกันรอบด้าน เพื่อกันการโจมตีจากกองทัพ

ดาบอาทมาฏ...”

“รู้จักด้วยเหรอเนี่ย”

“ก็เพราะมันมีทั้งในหนังและบทความหมายอันอยู่ก็เลยรู้จักน่ะครับ”

ดาบอาทมาฏ... เพลงดาบที่ใช้สำหรับการรบของไทย ว่ากันว่ากำเนิดมาเพื่อใช้สำหรับการรบโดยเฉพาะ การใช้ดาบคู่โดยมีเพียงท่าร่ำหลักเพียง3ท่า

“เอาล่ะ งั้นก่อนอื่นเจ้าก็อย่าลืมว่าห้ามใช้ ตัดข้อ เด็ดขาด นี่เป็นเพียงการประลองเท่านั้น”

“รู้อยู่แล้วน่า”

พราวรวดดาบของตัวเองไปที่อีกฝ่าย เพราะตนได้เปรียบในเรื่องของความเร็ว ทำให้ไม่คิดที่จะเว้นระยะห่างเด็ดขาด เพราะพราวสามารถแพ้ได้ในทันที หากอยู่ในระยะดายของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในระยะดาบของตนเอง

ดาบทั้งสองฟันจากทั้งทางซ้ายขาว ฟูรันก็ได้แต่ป้องกันด้วยดาบญี่ปุ่นเพียงเล่มเดียว ด้วยดาบอาทมาฏ คือเพลงดาบที่ใช้ได้จริง และพลิกแพลงได้ด้วยความสามารถของเจ้าตัวเอง

“ช่วยหน่อย”

ทันที่ฟูรันกล่าวออกมา ดาบญี่ปุ่นก็เปล่งแสงสีขาวออกมา เวทมนตร์ปล่อยออกมา เป็นลักษณะประหลาด

ไอสีขาวที่ส่งออกมา ชวนให้นึกถึงแสงยามเช้า

ดาบปะทะกันอย่างดุเดือด

แม้นี่จะเป็นเพียงการปะลองของเด็ก แต่ด้วยพลังของวีรชนของทั้งสอง ทำให้รู้สึกถึงความเครียดที่สะสมอยู่ในดาบ

“ไอสีขาวนั่น....”

“เป็นพลังพิเศษอย่างหนึ่ง คงเป็นพลังและความพิเศษของวีรชน นั่นน่ะแสดงให้เห็นได้เลย ว่าเด็กคนนั่นเป็นพวกความสามารถผสม”

“ความสามารถผสม?”

“ใช่ ประเภทที่เป็นจอมเวทและก็นักรบด้วย หรือพวกที่มีความสามารถทั้งการตัดสินใจ และการต่อสู้ จัดว่าหายากมากเลย”

ดาบที่ล้อมไปด้วยไอสีขาวฟาดฟันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น เวทมนตร์ที่ล้อมไปด้วยไอสีขาวกำลังอัดเข้าไปเรื่อยๆ

ดาบที่แข็งราวกับนำภูเขาทั้งลูกมาไว้ นี่คือเวทมนตร์ของซามูไร..... ไม่สิ... ตามที่ฟารินศึกษามา วิชาของซามูไรนั้นเน้นไปที่ความเร็ว ส่วนเทพของญี่ปุ่นก็ไม่น่าจะมีไอสีขาวที่ให้ความร็สึกแบบนั้น ถ้าคิดในเรื่องของเวทมนตร์ญี่ปุ่นไม่ได้โดดเด่นเรื่องเวทมนตร์ เพราะไม่ได้นับถือศาสนาแน่ชัด เวทมนตร์จึงไม่ได้มั่นคงและไปโดดเด่นในเรื่องของฝีมือมากกว่า

“เวทมนตร์นั่น.....”

ทำไมกันนะ... เมื่อมองไปยังแสงสีขาวนั่น มันกลับรู้สึกแปลกๆ มันชวนให้รู้สึกจับแสบที่หน้าอก... ความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรมาแทงที่อก ทั้งเจ็บปวดและอบอุ่น...

อะไรกัน... ความรู้สึกนี้....

“ช่วยตายเถอะ”

ปวดหัว... ฟารินกุมขมับอย่างเจ็บปวด... ใช่เหมือนกับตอนนั้น เจ็บปวดและตราตรึง

ไม่... ไม่.....

มันคือเขา... เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะล่วงรู้ถึงตัวจริงได้ นั่นคือความดำมืดของโลกนี้ คือวีรชน... ที่โชคร้ายที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

51 ความคิดเห็น