ตอนที่ 10 : บ้านพัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61

ฟารินรู้ถึงเรื่องวิญญาณวีรชนของตัวเอง จากปากของพราว... ถึงตัวเองจะไม่อยากเชื่อ เพราะว่าความสามารถด้านเวทมนตร์ของตัวเองต่ำ ตนไม่น่าจะเป็นคนพิเศษได้ พลังเวทมนตร์ของฟารินไม่อาจทำสิ่งใดได้ นั่นเป็นความจริงที่น่าสลด...

แต่พอได้เห็นภาพกล้องวงจรปิดแล้ว ตัวเองก็ปฏิเสธไม่ได้... แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจจำสิ่งใดได้เลย...

“นั่นผมอย่างงั้นเหรอ.....”

“ใช่.. แต่อย่าใส่ใจเลย... พี่จะช่วยเอง.....”

พราวเข้าไปลูบหัวของฟาริน ที่ออกจะดูซึมไปเล็กน้อย เพราะว่าเขาได้จัดการกับพวกเจ้าหน้าที่ไปหลายคน ตอนนี้พวกเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว ภาพกล้องวงจรปิดจับภาพตอนนั่นเอาไว้ได้... แต่นี่ยังน้อยหากเทียบกับตอนที่สู้กับมอเดร็ด...

ตอนนี้ร่างกายของฟารินฟื้นกลับมากอย่างเต็มที่แล้ว จะอย่างไรก็ตาม ฟารินลองขยับแขนและปล่อยเวทมนตร์อ่อนๆแล้ว ก็พบว่าทุกอย่างมันเริ่มดีขึ้นแล้ว.....

“อ้อ จริงสิ ฟารินยังไม่ได้พูดคุยสินะ นี่เอมิเลีย คนที่ช่วยหยุดฟารินตอนนั่นไง”

ฟารินได้เห็นหน้าเอมิเลียเป็นครั้งแรก หญิงสาวที่น่าจะมีเชื้อชาติมาจากยุโรป เส้นผมสีเหลืองบลอนด์ ดวงตาสีฟ้า เป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ไม่ยาก... ผมสีขาวนวลเก็บผมโดยการผูกหางม้า

Hi, Im Farin. Nice to meet you

AhYes, me too.”

มันเป็นการพูดกับคนเดิม แบบเดิมรอบที่สอง ดังนั่นจึงให้ความรู้สึกแปลกไปเสียหน่อย แต่สำหรับฟารินนี่คือครั้งแรก

“เอมิเลีย เป็นไง นี่แหละน้องชายของฉัน”

“ไม่ต้องทำหน้าบานขนาดนั่นก็ได้”

“อะไรกัน น้องชายของฉันฉลาดแล้วก็ยังหล่อขนาดนี้ด้วย”

“ใช่ แต่ติดปัญหาตรงพี่สาวมาบดบังรัศมีหมดเนี่ย”

“งั้นเหรอ... งั้นฟารินเอาไปปรับปรุง.... ไม่สิ! นั่นมันฉันไม่ใช่หรือไง

“ก็เธอนั่นแหละ”

การเถียงของสองคนนี้ก็ดำเนินไป... ขณะที่ฟารินก็ฟังอยู่เงียบๆแล้วก็แอบหัวเราะในใจ

 

Heroidเป็นที่ที่มีค่ากรองชีพสูงที่สุดในโลก ไม่นับประเภทเศรษฐกิจปั่นจนต้องใช้เงินเป็นล้านเพื่อซื้ออาหาร แล้วกระดาษเช็ดก้นก็ยังมีค่ากว่าธนบัตรอีกนะ

ดังนั่นคนที่จะมีที่พักที่ได้จำต้องมีเงินจำนวนมหาศาลมาก... ซึ่งถ้าจะนับคนที่มีบ้านส่วนตัว บนเกาะลอยฟ้าแห่งนี้ ก็มีไม่ถึงหนึ่งร้อยคน

แต่หนึ่งในนั่นก็ยังมีนักเรียนที่มีบ้านพักส่วนตัว ถึงจะไม่ได้หรูหราอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็กว้าง1ไร่ พร้อมกับบ้านสูง3ชั้น แบบร่วมสมัย

“นี่พี่ คุณเอมิเลียเนี่ยเป็นลูกเศรษฐีงั้นเหรอ?”

“เปล่าหรอก เอมิเลียเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกับเราเนี่ยแหละ...”

“แล้วทำไมถึงมีบ้านใหญ่โตแบบนี้ได้?”

“เพราะวิญญาณของเธอพิเศษ ทำให้ได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศอังกฤษน่ะ แล้วก็ยังมีบางประเทศที่ส่งเงินมาให้เพื่อสานสัมพันธ์ด้วย”

“สุดยอดเลย.....”

ตอนนี้ประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ คือ อเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน ถ้ากล่าวถึงเงินทุนของพวกมีวิญญาณประจำตัว ก็เป็นของที่สูงลิบเลย

“วิญญาณประจำตัว... ที่พิเศษอย่างงั้นเหรอ?”

“วิญญาณประจำตัวของคนที่อยู่ตรงนั่นก็พิเศษเหมือนกันนั่นแหละ”

เอมิเลียก็เปิดประตูบ้าน ก็พูดแย้งกลับมาเป็นภาษาไทย

“ฟังภาษาไทยรู้เรื่องด้วยเหรอครับ?”

“ก็เพราะพราวนั่นแหละ ตอนแรกๆมาเป็นปัญหาให้ฉันต้องคอยสอนอยู่เรื่อย ฉันเลยต้องฝึกภาษาไทยตามไปด้วย แต่จะให้ดีพูดภาษาอังกฤษกับฉันดีกว่า”

“ครับ”

“งั้นเข้ามาสิ”

เอมิเลียเปิดประตูบ้าน เทียบกับบ้านหรูที่ประเทศไทย มันก็ไม่ได้หรูหราอะไรมาก แต่ถ้าเทียบกับตึกแบบเรียบง่ายสิบชั้นที่ผ่านมา ที่นี่ก็นับว่าดีที่สุดแล้ว

แต่บ้านของเอมิเลียเป็นบ้านแบบร่วมสมัย ที่ด้านนอกมีสวนเล็กๆ ตั้งอยู่ พร้อมกับบ่อน้ำล่อเลี้ยงทั่วทั้งบ้าน และก็มีปลา... บนทางเดินบางทีก็สร้างขึ้นมาจากแก้ว ทำให้มองเห็นปลาอยู่ด้านล่าง ประดับไฟสวยงาม พร้อมกับขอตกแต่งมากมาย

“นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

“พวกญี่ปุ่นและอเมริกาน่ะ เอามาประเคนให้ถึงที่เลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเล่นใหญ่อะไรนักหนา”

“วิญญาณวีรชนของพี่เอมิเลียนี่สุดยอดไปเลยนะครับ”

“.........”

เอมิเลียเงียบไป...

ฟารินคิดได้ ว่าวิญญาณที่ทำให้ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายเคลื่อนไหว ไม่ธรรมดาแน่ๆ ฟารินศึกษาเรื่องเศรษฐกิจมาบ้าง รู้เรื่องการเมือง แล้วก็วิญญาณวีรชน...

ก็รู้อยู่หรอกว่าไม่มีใครเปิดเผยชื่อของวิญญาณวีรชนของตัวเอง ในสื่อสาธารณ จะมีก็แต่ข่าวลือ...

“ถ้าบอกชื่อวิญญาณวีรชนของฉันให้ฟังแล้ว เธอจะคิดยังไงเหรอ?”

“เอ.... หมายความว่ายังไงเหรอครับ?”

“...........”

แม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่เอมิเลียก็รู้สึกได้ถึงการปฏิเสธของมอเดร็ดภายในหัว

“เพราะว่ามันฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไรหรอก บ้านหลังนี้... ที่ได้มาไม่ใช่เพราะว่าพวกเขายกย่องฉันหรอกนะ เพราะว่าพวกเขากลัวฉันต่างหาก”

“ผมไม่ได้อยากรู้อะไรหรอกครับ เอาเป็นว่าเมื่อไรที่คุณพร้อมแล้วค่อยมาบอกผมก็ได้”

ฟารินยิ้มตอบกลับไป...

เอมิเลียคิดว่าฟารินนั่นเป็นคนที่แปลกมา ท่าทีของเขานั่นชวนน่าหลงใหล... สิ่งที่เอมิเลียถามเป็นเพียงการลองใจเฉยๆ หากฟารินตอบรับก็หมายความว่าก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว แต่หากฟารินปฏิเสธจะแสดงถึงความกลัว...

มอเดร็ดเคยกล่าวเอาไว้...

ราชาคือผู้ที่มีความสามารถในการวางตัว เป็นผู้ที่กล้าถูกเวลา หรือฉลาดที่จะกล้า และเมื่อพบกับสิ่งผิดต้องแก้ไข... แต่จะแก้ไขอย่างไรนั่นเป็นอีกเรื่อง...

“คิดว่ายังไง.....”

ที่เอมิเลียทำไป ก็เพื่อตรวจสอบฟาริน...

“เด็กคนนี้... เหมาะสมกับการเป็นราชา... มากยิ่งหว่าข้าเสียอีก... กลิ่นอายแบบนี้ชวนให้ข้าคิดถึงท่านพ่อ ข้าไม่อาจตอบเป็นรูปธรรมได้”

ก็เพราะเรื่องนั่นแหละ... เรื่องที่วิญญาณวีรชนของฟาริน คือพ่อของมอเดร็ด ราชาแห่งอัศวิน อาเธอร์ เพนดากอน หรือเปล่า... นั่นเป็นปัญหาที่กำลังคิดอยู่... ถึงจะไม่อยากเชื่อว่าวิญญาณวีรชนที่ต่อสู้ไปจะเป็นราชาแห่งอัศวินก็เถอะ

“เอมิเลีย ช่วยไปสัมผัสตัวของเขาให้หน่อย”

หลังจากนั่นมอเดร็ดก็เข้าไปในจิตวิญญาณของฟารินได้... แต่เธอก็ยังคงไม่ได้คำตอบอยู่ดี.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

51 ความคิดเห็น