Daddie'Z Home : คุณพ่อมือใหม่ในแดนซอมบี้

ตอนที่ 3 : EP.2 ผมจะไปช่วยสามีคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 พ.ย. 61

ณ ห้างสรรพสินค้า....

17:35




กลุ่มชายฉกรรณ์ห้าคนเดินย่องเข้าในห้างสรรพสินค้า พร้อมอาวุธครบมือ บ้างถือมืด บ้างถือขวาน บ้างก็ถือไม้เบสบอล

"เฮ้ยย!! มีเท่าไร เก็บมาให้หมด!!"


ชายผอมกระร่องที่ยืนถือปืนอยู่ด้านหลัง สั่งให้ลูกน้อง แยกย้ายกันไปกวาดเอาอาหารและข้าวของที่จำเป็นไปไว้บนรถกระบะที่จอดอยู่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้า

"ดูด้วยมีคนหรือเปล่า? ถ้าเจอให้จับเป็น จะได้มีอะไรเล่นกัน"

แล้วจู๋ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น

"เพร้ง!!"

"เสียงอะไรวะ!!"

ทุกคนวิ่งไปตามต้นเสียงนั้น และสิ่งเขาพบก็คือ...

"โทดที พอดีกูจะจิบไวน์สักหน่อย แต่ขวดมันหลุดมืออะ"

หนึ่งในกลุ่มของพวกเขาทำขวดไวน์แตก

"โถ่..เอ้ย!! กูนึกว่าอะไร แม่มเอาซะตกใจเลย"

ชายอีกคนสบถใส่ชายที่ทำขวดแตก

"ชูววว์ เงียบๆหน่อย มันพวกแห่มาแดกเราหรอก"

ผู้เป็นหัวหน้าเตือนลูกน้องตัวเองให้ระวัง

อีกมุมหนึ่งในห้างสรรพสินค้า.....

ในขณะเดียวกัน….

พ่อแม่ลูกหลบที่อยู่ในห้องน้ำ ถึงตอนนี้พวกเขาเริ่มอ่อนแรงด้วยความหิว คนเป็นพ่อใช้แผ่นหลังดันประตูไว้ ในขณะที่เสียงตึงตังจากผีดิบด้านนอกยังดังอยู่ต่อเนื่อง เขาหันมาสบตากับเมียและลูกน้อยที่กอดกันแน่นด้วยความเป็นห่วง



"พี่ธีร์..ลูกหิวข้าวแล้ว"

เมียเขาร้องบอก

"ไม่ต้องกลัวนะป๊อบอาย เดี๋ยวพ่อจะไปหาอะไรมาให้กิน ทนหน่อยนะลูก"

หัวหน้าครอบครัวกล่าวปลอบใจลูกสาวที่หิวโซ ในขณะที่เขาก็หิวจนกระเพาะแทบขาด แต่ไม่แสดงอาการใดๆ เพราะไม่อยากให้ลูกสาวลำบากใจ

"เพร้ง!!"

จู่ๆก็มีเสียงคล้ายแก้วแตกดังขึ้น และเสียงนั้นก็ทำให้เสียงของพวกผีดิบหายไป พวกมันเดินตามต้นเสียงนั้นไป ทำให้ธีร์เห็นโอกาสในการหลบหนี

"ได้ยินมั้ย พวกมันไปแล้วลูก เรารอดแล้ว"

พ่อโล้งใจ หันมาบอกเมียกับลูกสาว

"ฮือออออ~!"

เมียของเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ สามีของเธอแง้มประตูออกไปดู ปรากฏว่าไม่เห็นผีดิบสักตัว

"งั้นเราบอกไปจากที่นี่กันดีกว่า"

"ไม่ๆ พร พี่ว่าตอนนี้มันเย็นแล้ว ถ้าออกไปตอนนี้คงอันตรายแน่ๆ"

เขาแย้งภรรยาด้วยสายตาอันเป็นผู้นำ

"เอางี้ เดี๋ยวพี่ออกไปหาอะไรให้กิน พรกับลูกรออยู่นี่แหละ"

"แต่มันอันตรายนะคะ ให้หนูไปกับพี่เถอะนะ"

"ไม่เป็นไรหรอก พรอยู่นี้แหละ อยู่เป็นเพื่อนลูก เผื่อมีอะไรจะได้ปกป้องลูก"

"งั้นก็โชคดีนะคะ"

ธีรพงษ์หันมาจุ๊บหน้าผากภรรยาและเปิดประตูวิ่งออกไปโดยพลัน

ณ ด้านหลังของห้างสรรพสินค้า.....

Note'story

เท่าที่เคยดูหนังมาห้างสรรพสินค้าไม่ก็ร้านสะดวกซื้อนี่แหละ น่าจะมีคนเยอะ ผมเลยตัดสินใจมาที่ห้างนี้ เพราะที่นี่เป็นที่ที่มีโอกาสพบผู้รอดชีวิตสูง ผมเข้ามาทางประตูหลังเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงผีดิบ โดยเป้าหมายของผมก็คือ หาผู้มีชีวิตรอดและพาเขาไปอยู่ด้วย ผมจะได้ไม่เหงา


เปรี้ยง!!

ผมถีบประตูเข้าไป และผมก็พบกับซอมบี้สามตัว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พวกมันเข้ามาพร้อมกัน

ฉับ!

ผมเงื้อมีดฝันไปที่ขมับของผีตัวแรก ตัวให้หัวของมันขาดเป็นช่วง ลอยกระเด็นลอย

ฉึก!!

ผมใช้มีดสับลงไปบนหัวของผีตัวที่สอง ตัวที่สามเดินเข้าหาผมในระยะประชิด แต่พอผมจะใช้มีดฟันมัน มีดคู่ใจกลับดึงไม่ออก มันปักคาอยู่อย่างนั้น ทำให้ตอนนี้ผมไมมีอาวุธในมือ

"ชิบหายแล้ว!!!"

ผีตัวนั้นกระโจนใส่ผมทำให้ผมล้มลง มันขึ้นค่อมบนตัวผม ผมใช้ท่อนแขนดันที่คอมันเพื่อไม่ให้โน้มมากัดผมได้ น้ำลายเหนียวๆของมันหยดลงมาที่แก้มผม สร้างความขยะแขยงให้ผมยิ่งนัก

"โถ่ ไอ้สถุน!"


ผมตะโกนใส่มันแล้วก็ใช้มืออีกข้างควักไปที่ตามันทั้งสองข้าง  แล้วใช้แรงมือกระชากขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวของมันหลุดจากตัว เลือดเน่าๆของมันสาดกระจายอาบไปเต็มหน้าผม

"ถุ้ยย แม่งเข้าปากกูด้วย ไอ้เหี้ยมเอ้ย"

[ตุบ!!]

ผมยันตัวลุกขึ้นพลางใช้เท้ากระทืบซ้ำไปที่หัวของมัน ด้วยกระดูกอ่อนที่เน่ามานาน ผมให้หัวมันเละในทันที ผมต้องหาห้องน้ำแล้วละ ไปล้างตัวซะหน่อย ล้างปากด้วย เพราะเลือดผีมันเข้าปาก ผมนี่แทบอ้วกเลยละครับ ผมถอดเสื้อที่เปื้อนเลือดออก แล้วเดินไปตามทางที่คิดว่าจะเป็นห้องน้ำ ระหว่างนั้นก็ฟันหัวผีไป 3-4 ตัว และผมก็เจอห้องน้ำที่ล็อคไว้

[ปัง!! ปัง!!]

ผมถีบประตูอย่างแรงสองครั้ง ทำให้กลอนประตูหลุด ผมจึงเปิดเข้าไปได้ ผมวางมีดไว้บนซิงค์อ่างล้าวหน้าแล้วก็เปิดน้ำตรงนั้น วิดน้ำใส่ตัว เช็ดคาบสิ่งสกปรกออก ไม่น่าเชื่อเลยว่าน้ำยังไหลอยู่

"กะ กะ แกอย่าเข้ามานะ!!"

“หึ! เสียงอะไร”

ผมหันควับตามเสียงนั่นไป และสิ่งที่ผมเห็นก็คือ ผู้หญิงอายุราว 30 ถือมีดปอกผลไม้ ชี้มาทางผม และเด็กผู้หญิงน่ารักอีกคนหนึ่ง อายุประมาน 11 - 12 ขวบหลบอยู่หลังผู้หญิงที่ถือมีด เท่าที่ดูน่าจะเป็นแม่ลูกกัน

"อ้าว โทดทีครับผมไม่ทันสังเกต"

"ถ้าแต่เข้ามาฉันจะฆ่าแก!!"


เธอกระชับมีดในมือให้แน่นขึ้น

"ไม่ต้องกลัวหรอก ผมเป็นคนดี อีกอย่างหนึ่ง ถ้าผมจะฆ่าคุณ คุณคงตายไปนานแล้ว... มีดนั่นทำอะไรผมไม่ได้หรอก วางมีดลงเถอะครับ"

เธอลดระดับความสูงของมีดลง

"ถ้าแกเป็นคนดี ทำไมต้องไว้หนวด แถมยังมีเลือดเต็มหน้าอีก"


ไอ้กระผมก็ไม่เข้าใจ เลือดเต็มหน้าจะว่าชั่วก็ไม่แปลก แต่มีหนวดแล้วคิดว่าชั่วมันหมายความว่าอย่างไร

"เดี๋ยวค่อยคุยกันขอผมล้างหน้าแป๊ป"

ผมหันกับไปที่ซิงค์ แล้วเอามือขัดที่ใบหน้ากับหนวดที่ยุ่งเหยิง ในขณะที่เธอยังถือมีดชี้มาทางผมอยู่ พอล้างเสร็จผมก็หันกลับไปคุยต่อ

"นี้คุณไปเจอคนแบบไหนมา ถึงได้คุณลบขนาดนี้?"

เธอไม่พูด ผมเลยหยิบมีดขึ้นมา

"เอางี้ ถ้าคุณกลัวจริงๆ ละก็..."

"อย่าานะ!!"

"ไม่ๆ ผมแค่ยื่นมีดให้คุณ เผื่อจะไว้ใจผมบ้าง"

เพร้ง!! ครืด~!

ผมวางมีดลงบนพื้น แล้วเตะส่งไปให้เธอ

"ทีนี้เชื่อผมได้หรือยัง?"




5 นาทีผ่านไป....

ในที่สุดเธอยอมคุยกับผมดีๆ แต่เธอให้เว้นผมยืนระยะห่างจากเธอกับลูกสาว เธอแนะนำตัวบอกเธอชื่อว่าชไมพร เธอเป็นหนึ่งในผู้อพยพ แต่รถของเธอยางรั่ว เลยไปไม่ทันเวลา เธอเลยต้องร่อนเร่ไปตามทาง อาศัยบ้านร้างอยู่ และเธอยังเล่าด้วยว่า เธอไปเจอคนไม่ดีมามากมาย และยังมีพวกเห็นแก่ตัวด้วย จากนั้นผมเลยก็ชวนเธอไปอยู่ด้วย แบบหน้าด้านๆ

"ผมไม่รู้คุณไปเจอเรื่องร้ายๆอะไรมา แต่มันจบแล้ว มากับผม ผมมีที่พักให้คุณ"

"ฉันก็อยากไปนะ แต่ฉันต้องรอสามีฉันก่อน ตอนนี้เค้าออกไป 20 นาทีกว่าๆแล้ว ฉันอยากออกไปตามหาเขา แต่ฉันไม่อยากทิ้งลูกสาวไว้คนเดียว"

"แล้ว..สามีคุณหน้าตาเป็นยังไง?”

"ผิวเหลือง รูปร่างท่วม มีเชื้อจีน ใส่แว่นกับเสื้อสีขาว สูงประมาณ 170 "

"เขาชื่ออะไร?"

"ธีร์พงษ์คะ"

"โอเคฟังนะ ผมจะไปตามสามีคุณให้ และเมื่อเค้ามา เราจะไปด้วยกัน คุณอยู่ในนี้ดูแลลูกคุณให้ดีๆล่ะ เดี๋ยวผมมา ว่าแต่ลูกคุณทำไมดูเหมือนป่วยเลยอ่ะ?"

"เธอหิวน่ะค่ะ เราไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว"

"งั้นเอานี่ไป"

ผมล้วงซองขนมที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วยืนหนูน้อย เด็กคว้าทันทีด้วยความหิวจัด เธอเอาใส่ปากอย่างรวดเร็ว แม้นจะเคี้ยวไม่ทันละเอียด ไม่นานแม่ของเธอก็ฉวยเอาซองขนมออกจากมือลูกน้อย แล้วจ้องมาทางผม

"อะไร!? คุณยังไม่ไว้ใจผมอีกเหรอ ผมไม่ใส่ยาพิษไปหรอกน่า"

"กินให้ฉันดูก่อน"

"ได้สิ เผื่อคุณสบายใจขึ้น"

ผมหยิบขนมที่เธอยื่นให้ มาเคี้ยวช้าช้า ให้เธอดู

"ที่ดี.. สบายใจขึ้นรึยัง"

ผมยื่นซองขนมคืนให้เธอ

"เอาละ ผมจะออกไปตามหาสามีคุณ ขอมีดผมคืนได้มั้ย?"

เธอยื่นมีดปอกผลไม้ของเธอให้ผม

"โทดที ฉันยังไม่ไว้ใจคุณ"

"โอเค ผมเข้าใจ ไอ้หนวดอย่างผมคงดูโหดเกินกว่าจะไว้ใจ"

[แอ๊ดดด~!]


ผมค่อยๆเปิดประตูออก เพื่อสำรวจซอมบี้

"โชคดีนะคะ คุณลุงหนวด"

ผมหันช้าๆไปหาเด็กน้อยนั่น

"ห๊ะ..ลุงเลยเหรอ พี่พึ่ง 25 เองนะลูก"

ถึงแม้ แม่เด็กจะอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ คงเป็นเพราะเธอได้บรรเทาหิวและความกังวลได้พอสมควร เลยทำให้เธอยิ้มออกแม้จะไม่มาก

"เห็นมั้ย..อย่างน้อยผมก็ทำให้คุณยิ้มได้"

"พี่เขาพึ่ง 25 เองนะลูก"

เธอพูดเคล้าเสียงหัวเราะ ในความไร้เดียงสาของลูกสาว และความหน้าแก่ของผม ก็ดีครับ ถ้าความหน้าแก่ของผมทำให้คนอื่นยิ้มได้ และอีกอย่างหนึ่ง ตอนเธอยิ้มหน้าเธอสวยมากๆเลย อาจเป็นเพราะผมไม่ได้เห็นใครยิ้มมาสองปีแล้ว เวลาเห็นใครยิ้ม เลยชอบเป็นพิเศษ

"ผมไปละนะ เผื่อคุณยังไม่รู้ คุณยิ้มได้สวยมาก"

ผมโบกมือลา แต่เธอเอามือขยับเส้นผมขึ้นมาทัดหูและไม่ได้พูดอะไร

แกร่กๆ

ผมรีบออกมาแล้วล็อคประตูไว้ นี่ผมพูดอะไรออกไปนิ บอกคนที่มีผัวแล้วว่า คุณสวยมาก งั้นหรือ และเราพึ่งรู้จักกัน ไปชมเค้าอย่างนั้น เดียวเข้าก็ว่าผมจีบหรอก

"ฮึ่ย คันแค่วแท้น้ออ" (หมั่นเขี้ยวจริงๆ)

ผมสะบัดความคิดนั่นทิ้งแล้วเร่งเดินหาคุณสามีของเธออย่างจริงจัง

"คุณ ธีรพงษ์!! คุณ ธีรพงษ์!! คุณธีรพงษ์คร้าบบบ!! ไอ้พงษ์โว้ยยย!!"

ผมตะโกนเรียกหาเขาซึ่งเป็นอะไรโง่สิ้นดี พวกผีดิบกว่าสิบตัว มันได้ยินเสียงและตรงมาที่ผม

"โทษนะครับ คุณเห็นชายใส่แว่น รูปร่างท่วมใส่ชุดขาวไหมครับ?"

ใช่ครับ ผมคุยกะผี ก็อย่างที่บอก ผมไม่ค่อยเต็ม

"แห๊!! แห๊!!"




พวกผีไม่มีการตอบรับใดๆทั้งสิ้น มีเพียงเสียงร้องที่น่าขนลุกส่งกลับมา

"ไอ้สัตว์ถามก็ไม่ตอบ เอาแต่แห๊แห๊อยู่ได้"

ฉึก!

ผมใช้มีดจ้วงไปที่หัวของซอมบี้

ฉึก!

ตัวที่ 2

ฉึก!

ตัวที่ 3

ฉึก!

ตัวที่ 4

ฉึกๆๆๆๆๆๆๆ

ตัวแล้ว ตัวเล่า

ถึงตอนนี้ยังเหลือผีดิบ อีก 5 ตัว และตัวแรกที่เดินเข้ามา ยังมีเลือดหยดติงๆอยู่เลย แสดงว่าเป็นศพใหม่

[ฉึก!]

ผมใช้มีดแทงไปหัวมันด้วยความเคยชิน ในขณะผีตัวอื่นเริ่มเดินเข้าประชิดผมเรื่อยๆ ผมจึงรีบดึงมีดออก

แกรก!


“ชิบหายละ!”


ด้ามมีดหลุด มีดหักคาหัวมัน และตอนนี้ผมก็ไม่มีอาวุธ อย่างกะเดจาวู ผีเริ่มตะล่อมเข้ามาเรื่อยๆ ผมพลิกตัวกลับหลังเพื่อที่จะวิ่งหนี แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว มีผีดิบ 2 ตัว ดักผมอยู่ ผมหมดทางไปแล้ว ผมคงต้องสู้กับมันจนวินาทีสุดท้ายย

"ย้าาาาาห์"

ผมตะโกนลั่นสุดเสียง แล้วกระโดดถีบผีดิบ ผีตัวนั้นกระเด็นไปไกล แต่ความซวยก็มาเยือนเมื่อผมลงพื้นผิดท่า ทำให้ข้อเท้าพลิก ผมเจ็บเท้ามากจนลุกไม่ได้ ทำได้เพียงนอนหงายรอความตาย

"ลาก่อนโลกมนุษย์"

ผมสั่งลาตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย จบลงแล้วสองปีที่เดียวดาย จบสิ้นกันสักที อาจจะเจ็บแต่ก็ไม่นานนักหรอก ผมหลับตาอย่างสงบนิ่งเพราะรู้ว่าคงไม่มีโอกาสรอด พ่อครับ แม่ครับ หลิน ผมจะไปหาคุณ



ฉิ้ง ฉับ ฉับ ตุบ พลั่ว ปัง!!

“ฟังดูไม่เหมือนเสียงผีแฮะ”


ผมลืมตาขึ้นมอง แล้วก็พบว่า มีคนมาช่วยผม พวกเขาฆ่าผีตายหมดอย่างรวดเร็ว ผมเขย่งขาลุกยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าพวกเขาเป็นชายฉกรรจ์ประมาณ 5 คน พร้อมอาวุธครบมือ และพวกเขาใส่เสื้อสีแดงกันทั้งนั้น คงจะเป็นเสื้อทีมมั้ง?

"ขอบคุณครับที่ช่วย ว่าแต่คุณเห็นคุณธีรพงษ์หรือเปล่า?"

ชายเสื้อแดงยักคิวให้ชายที่ถือไม้เบสบอลอยู่ด้านหลังผมเชิงส่งซิก


[เปรี้ยง!!]

ผมรู้สึกแรงกระแทกที่อย่างแรกที่ท้ายทอย ตาผมเริ่มมัวและมองอะไรไม่เห็น  และผมวูบหมดสติไป

TO BE CONTINUED.....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

2 ความคิดเห็น