คัดลอกลิงก์เเล้ว

Stay with me tonight : คริสมาสต์ในฝันกับสาวริมคลอง

เรื่องราวของหนุ่มเชยๆ ที่บังเอิญไปเจอสุดน่ารักในคืนคริสต์มาส ก่อกำเนิดเป็นความรักแสนอบอุ่น ทั้งๆที่ทั้งสองไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเลย

ยอดวิวรวม

48

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


48

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ธ.ค. 61 / 21:52 น.
นิยาย Stay with me tonight : ʵ㹽ѹѺͧ Stay with me tonight : คริสมาสต์ในฝันกับสาวริมคลอง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

25

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ธ.ค. 61 / 21:52




25 ธันวาคม 2560


   สวัสดีครับ ผมชื่อว่าไมค์ หน้าหนวด ร่างผอม ผิวสีเหลืองอ่อน คือไม่ดำแต่ก็ไม่ขาวมาก ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ก็ช่างมันเถอะ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบเทศกาลคริสต์มาสมาก ถึงผมจะไม่ได้นับถือคริสต์ แต่ผมก็รู้สึกว่าเทศกาลนี้มันเฟี้ยวฟ้าวมะพร้าวเผาเหลือเกิน มันคือความอบอุ่นท่ามกลางความเหน็บหนาว ครอบครัวอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ช่วยกันประดับประดาต้นคริสต์มาส ติดไฟ LED รอบบ้าน แล้วก็ชวนลูกหลานมากินอาหารมื้อพิเศษด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้คือถุงเท้าอันใหญ่ๆห้อยไว้ที่ปล่องไฟรอซานตาคลอสเอาของมาแจก แต่น่าเสียดายที่ครอบครัวผมมันจนเหลือเกิน ผมเลยไม่มีโอกาสทำแบบนั้น เอาเถอะ ยังไงก็ตามแต่ ผมเชื่อว่าสักวันผมเชื่อสักวันผมคงมีโอกาสได้สร้างคริสมาสต์ในฝัน ผมจะมีครอบครัวที่อบอุ่นแล้วก็ลูกๆที่น่ารัก หวังว่าอะนะ


  แต่ตัดมาที่ความเป็นจริง ณ ปัจจุบัน ผมยังไม่ได้เคียงความฝันเลยครับ เมียก็ยังไม่มี แล้วจะมีลูกได้ยังไงละปัดโธ่ ตอนนี้เวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ ผมใส่ชุดกันหนาวออกมาเดินเล่นชื่นชมบรรยากาศในตลาดริมคลอง ดูเหมือนว่าคริสมาสต์จะเป็นกระแสในที่นี้มาก เหล่าแม่ค่าพ่อค้าต่างก็นำไฟ LED มาติดที่หน้าร้านกัน ขนาดร้านโจ๊กเจ๊เต่าก็ยังเอามาติด ทั้งๆที่ดูยังไงแกก็โคตรจีน ไม่มีตรงไหนเป็นคริสมาสต์เลย ก็น่าขำดีอะนะ มีฝรั่งทั้งขาวและดำมาเดินกันให้ทั่ว มีบางคนใส่หมวกซานต้ามาด้วยนะเออ ผมเดินชมไปทั่ว โดยไม่ได้ซื้ออะไร อย่างที่ฝรั่งเรียก window shopping ก็เพลินดีอะนะ แต่เห็นกลายๆร้านชักเริ่มไส้กิ่วหิวขึ้นมา ผมว่าผมรีบหนีไปจากตรงนี้ดีกว่า เงินยิ่งไม่มีด้วย


  ผมเดินเตะฝุ่นมาจนถึงสะพานข้ามคลอง และที่นี่ก็มีไฟมาประดับเช่นกัน บรรยากาศแถวนี้ก็จะดูดีหน่อยเพราะนายกเทศบาลเป็นคริสเตียน ซึ่งก็ดีต่อผม เพราะจะได้ซึมซับบรรยากาศนี้ให้เต็มที่


“ไอ้คนบ้า คนเห็นแก่ตัว”


ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับบรรยากาศก็มีหญิงสาวขาวสวยในชุดเดรสสีชมพูยืนร้องไห้ทำท่าโงนเงนอยู่ขอบสะพาน เห็นทีจะไม่ดีแล้ว ผมรีบวิ่งไปฉุดตัวเธอออกจากขอบสะพาน จนทำให้เธอล้มลง


“นี่คุณจะทำอะไรหน่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณอย่าพึ่งคิดสั้นนะ นึกถึงหน้าพ่อแม่คุณเอาไว้”


เธอปาดน้ำตาพูดกับผมทั้งๆที่ยังสะอื้นอยู่ แต่ผิดสังเกตตรงที่เธอพูดกับผมแบบไม่สบตา


“นี่อะไรของคุณเนี่ย!? โรคจิตป่ะ”


“นี่ผมพยายามจะช่วยคุณอยู่นะ!”


“ช่วยบ้าอะไรของคุณ?”


“ก็….”


“ก็อะไร!?”


“ก็ผมเห็นคุณกำลังฆ่าตัวตาย”


“ข้าตัวตายบ้านคุณสิ ฉันดูเหมือนคนจะฆ่าตัวตายตรงไหน?”


“เหมือนทุกตรงเลยคุณ ยืนร้องไห้เพ้อรำพันอยู่ขอบสะพาน ดูยังไงก็ใช่”


“โอ้ยย ไม่ใช่… ฉันทำแว่นหายเลยชะโงกคอหา ไม่ได้จะฆ่าตัวตาย”


ถึงว่าพูดไม่สบตา เธอสายตาสั้นนี่เอง


“อ๋อ แล้วคุณร้องไห้ทำไมอ่ะ?”


“มันก็เรื่องของฉันป่ะ”


ไม่รู้ว่าผมเสียมารยาทที่ถามเรื่องส่วนตัวเธอหรือเธอมารยาทที่สวนกลับผมตรงๆแบบนี้ แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกชื่นใจแทนที่จะโมโหเพราะอย่างน้อยผมก็ทำให้เธอน้ำตาหยุดไหลได้


“โอเค.. แล้วคุณอะไรให้ช่วยไหมครับ? ผมหาแว่นให้คุณได้นะ”


“ไม่ต้องอะ เดี๋ยวฉันหาของฉันเองได้ ฉันว่ามันต้องตกอยู่แถวๆนี้แหละ งมๆไปก็เจอ”


“ผมว่ามันคงตกคลองไปแล้วล่ะ”


“คุณรู้ได้ไง?”


“ก็มันลอยน้ำอยู่นั่นไง”


ผมชี้ให้เธอดูแว่นทรงกลมที่ลอยละล่องบนผิวน้ำ จะว่าไปลองจินตนาการดีๆว่าแว่นนี้ไปอยู่บนในหน้าเธอคงจะสวยมากแน่ๆ ผมยาวสลวยสีดำเงา แก้มสีชมพูอ่อนๆ ตัดกับรูปทรงน่ารักของแว่น นึกแล้วมันคันแค่วเหลือเกิน


“โอ๊ยยย! ชีวิต! ทำไมถึงซวยขนาดนี้”


“คุณต้องให้ผมช่วยแล้วล่ะ”


“ไม่ต้อง ฉันมีแว่นสำรอง เดี๋ยวฉันโทรเรียกรูมเมทฉันให้ลงเอามาให้”


“งั้นก็ตามใจละกัน ผมไปแล้วดีกว่า”


“ไปเลย ชิ่วๆ”


โทรกดโทรศัพท์พลางบ่นงึมงพไล่หลังผม อันที่จริงผมควรจะไปจากเธอแต่ดูเหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้ผมไม่อยากไปจากเธอ ผมรู้สึกผูกพันกับเธอแปลกๆ ทั้งๆที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน


“ฮัลโหลแป๋ว แกช่วยไปเอาแว่นในห้องฉันลงมาให้ที ห๊ะ? อะไรนะ อยู่อเมริกา!? โอ่โทษทีนะแกฉันลืมไป แค่นี้แหละ”


โทรวางสายด้วยสีหน้าผิดหวัง เธอเอามือเสยผมซึ่งเป็นการแสดงออกว่าเธอเริ่มวิตกกังวล


“คุณต้องให้ผมช่วย”


“นี่คุณยังไม่ไปอีกหรอ? ฉันช่วยตัวเองได้คุณไม่ต้องห่วง”


มองจากสีหน้าเธอดูเหมือนเธอจะไว้ใจผมเท่าไหร่


“เห้ย! ไม่เอาน่า ผมดูเหมือนโจรรึไง?”


“ก็ใช่หน่ะสิ พึ่งรู้ตัวรึไง?”


นั่นเป็นคำพูดที่บาดใจหนุ่มอปป้าหน้านวลอย่างผมที่สุด อย่างผมเนี่ยนะโจร ดูยังไงก็แบมแบม Got7


“โอเค งั้นคุณก็คลำทางกลับเองละกัน  เดินผิดเดินถูกขาไปพันสายไฟช็อตตาย ดีไม่ดีลากไปข่มขืนผมไม่รู้ด้วยนะ”


เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น เห็นได้ว่าตอนนี้เธอเริ่มคิดได้ว่าเธอมีทางเลือกไม่มาก คือถ้าไม่ให้ผมพาไปก็ต้องกลับเองซึ่งอันตรายมาก หรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ยันเช้าซึ่งก็อันตรายเช่นกัน


“โอเคๆ ฉันให้คุณไปส่งก็ได้ แต่ถ้าคุณคิดอะไรบ้าๆละก็...ฉันไม่เอาคุณไว้แน่”


“โอ้โห่..มีขู่ด้วย มาๆส่งมือมา”


“อะไร!?”


“ผมจะได้จูงมือคุณเดินไง มาเหอะ อย่าลีลา”


ผมไม่รอช้า รีบจับข้อมือเธอแล้วเดินข้ามสะพานย้อนกลับไปที่เดิมตรงตลาด


“เดี๋ยวๆ คุณลากฉันมาทำไม ฉันอยู่คอนโดอีกฝั่งหนึ่ง”


“อ้าวหรอ ผมขอโทษที คนตายดีจะพาคนตาสั้นหลงทางซะแล้ว”


   เป็นเวลาเกือบชั่วโมงที่ผมได้จูงมือนิ่มของผู้หญิงคนนั้นมาจนถึงคอนโด ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นตอนที่ผ่ามือประสานกัน และเชื่อว่าเธอเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน


“นี่ไงห้องฉัน ห้องเบอร์ 307”


เธองมหากุญแจในกระเป๋าสะพาย แล้วไขกลอนเปิดประตูเข้าไปในห้อง เธอหันมองมาที่ผมแต่ไม่ได้พูดอะไร ราวกับว่าจะเชื้อเชิญให้ผมเข้าไป และทันทีที่ผมก้าวเท้าเข้าไป ผมก็ต้นคริสต์มาสขนาด 1.5 เมตรตั้งตระหง่านอยู่โถงใหญ่ มีไฟเส้นกระพริบระโยงอยู่โดยรอบ มีมนุษย์หิมะวางตามขอบโต๊ะกิน ไฟบนเพดานถูกหรี่ลงให้เข้ากับบรรยากาศ นี่มันโคตรสวยเลย ดูๆแล้วเหมือนบ้านคริสต์มาสในฝันชัดๆ


“ตามสบายนะคุณ ฉันไปหาแว่นก่อน”




เมื่อได้ยินอย่างนั้นผมก็ถึงกับเพลินใจเลยทีเดียว ผมเดินชื่นชมบรรยากาศไปทั่ว มองไปรอบๆก็จะเห็นทีวีจอยักษ์ตั้งเด่นเป็นสง่า ตรงกันข้ามก็มีโซฟาสีกาแฟนุ่มที่ถูกจัดไว้สำหรับดูทีวี สั้นสองตัว ยาวหนึ่งตัว เออสวยๆ ดูถ้าผู้หญิงคนนี้คนจะรวยมากถึงได้ตกแต่งห้องซะหรูหราแบบนี้ ผมย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา บรรยากาศในตอนนี้ช่างทำให้รู้สึกอบอุ่นแต่ข้างในก็ร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก น้องชายก็เริ่มจะชูชันขึ้นมาแล้ว การที่อยู่ในห้องสุดโรแมนติกกับสาวสวยๆแบบนี้ ผมนึกอะไรไม่ออกจากนอกเรื่องอย่างว่า เห็นทีผมต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ราคะจะครอบงำจนทำเรื่องไม่ดีไม่งาม


“โอเคครับผมไปก่อนนะครับ”


“คุณ อยู่ก่อนได้ไหม?”


ทันทีที่ผมจะลุกตัวเดินออกไป เธอก็ร้องเรียกผมไว้ด้วยน้ำเสียงที่ไม่เหมือนเดิม เสียงนั้นฟังดูแหบพร่า ซึ่งมันทำให้แทบยั้งใจไว้ไม่อยู่


“จริงๆแล้วคืนนี้ควรเป็นคืนที่แสนพิเศษสำหรับฉัน แต่ฉันดันไปเห็นแฟนฉันยืนจูบปากกับเพื่อนสนิทฉันเอง ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”


เธอนั่งลงข้างๆผมพลางก้มหน้าก้มตาพูดแล้วหยิบแว่นมาใส่ ฟังจากเสียงก็รู้แล้วว่าเธอเศร้าและต้องการความรักอย่างมาก


“นี่คุณรู้ไหมครับ คืนนี้คุณโคตรสวยเลย ไอ้เวรนั่นคงไม่รู้ตัวว่าทำอะไรอยู่ มันจะต้องเสียใจแน่ที่ทำกับคุณแบบนี้ ถึงผมจะไม่รู้จักคุณ แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าคุณเป็นคนน่ารักมาก ถ้าผมเป็นเค้า ผมจะ..”


เธอเอานิ้วชี้ปิดปากผม โอ้ยย ผมจะไม่ไหวแล้ว


“หยุดพูดมากได้แล้วเข้ามาเลย”


“คุณพูดเรื่องอะไร?”


“ฉันรู้ ฉันดูออกว่าคุณคิดอะไร ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”


ว่าจบเธอก็เริ่มถอดกระดุมเสื้อโชว์ให้เนื้ออันขาวนวล ผมไม่อาจฝืนความกำหนัดได้อีกต่อไป ผมจับตัวเธอวางลงบนโซฟาอย่างเบามือ


“เดี๋ยวผมถอดให้เอง”


ผมคร่อมตัวเธอไว้พลางถอดเสื้อตัวเองออก แล้วโน้มตัวไปจูบปากสีชมพูอันอ่อนโยนของเธอ ตัวเธออุ่นมีเหงื่อท่วมกาย เสียงครางในลำคอบวกกับเสียงลมหายใจร้อนๆ ช่างไพเราะราวกับเสียงดนตรีที่บรรเลงด้วยความปราณีต นี่ไม่ใช่คริสต์มาสในแบบที่ผมฝันไว้ แต่อย่างน้อยคืนนี้ผมก็มีความสุข ผมไม่ชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ก็ขอดื่มด่ำกับบรรยากาศตอนนี้ให้ชื่นใจก่อนแล้วกัน merry Christmas ครับทุกคน



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ มหาเทพชลธี จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น