นางร้ายพักร้อน

ตอนที่ 8 : มาเรีย แอนเนต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 263
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

    ชั้นมาเรีย แอนเนต ชั้นอาศัยอยู่ในเมืองที่สงบสุข ผู้คนเป็นมิตรในอาณาจักรบริทาเนียที่บ้านของชั้นประกอบด้วยพ่อแม่และก็พี่ชายที่อายุห่างกันห้าปีคนหนึ่ง ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวที่อบอุ่น พ่อเปิดร้านอาหารเล็กๆในเมือง โดยมีแม่ไปช่วย และบางครั้งชั้นกับพี่ชายก็ไปช่วยเสิร์พ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อชั้นอายุครบเจ็ดปี ซึ่งเด็กทุกคนต้องไปตัวสอบพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ที่โบสถ์ เด็กทุกคนที่มาตรวจต่างหวังว่าตัวเองจะสามารถใช้เวทมนตร์ได้ เพราะการใช้เวทมนตร์ได้เหมือนเป็นการพลิกชีวิตตัวเอง ทำให้สามารถเข้าทำงานกับขุนนางได้ หรือสามารถสมัครเป็นนักเวทย์ได้ แต่เด็กสามัญชนส่วนมากมักจะไม่มีพลังเวทย์ ชั้นนั้นตอนที่เข้ารับการวัดพลังเวทย์ชั้่นก็คิดว่าตนไม่มีเวทมนตร์เหมือนกัน แต่ตอนที่ชั้นเอามือเข้าไปจับที่เครื่องวัดพลังนั้น

“พรสวรรค์ระดับสูงธาตุแสง”

“พรสวรรค์ระดับสูงแถมยังใช้ธาตุแสงได้อีก”

“ธาตุแสงนี่มันธาตุหายากไม่ใช่เหรอแถมยังพรสวรรค์ระดับสูงอีก”เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นในโบสถ์

“เอาล่ะเจ้าไปพักได้”แล้วก็มีนักบวชคนหนึ่งเดินนำชั้นไปที่หลังโบสถ์ พอถึงห้องข้างหลังแล้วนักบวชก็ให้ชั้นนั่งรออยู่ สักพักพ่อกับแม่ชั้นก็เข้ามาในห้อง และมีนักบวชท่าทางจะเป็นคนใหญ่คนโตเดินตามเข้ามา

“เอาล่ะในฐานะที่ลูกสาวเจ้าใช้ธาตุแสงอันเป็นธาตุศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าจะถามว่า เจ้าจะให้นางเข้าร่วมกับทางโบสถ์เราหรือไม่”

“หนูจะต้องบวชหรือคะ”

“ทางเราไม่บังคับให้เจ้าบวชหรอก เพียงแต่ว่าเราจะทำหน้าที่ดูแลเจ้าและสั่งสอนเจ้าให้สามารถใช้เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ย่างชำนาญ”

“แล้วหนูต้องทำอะไร ให้กับโบสถ์บ้างคะ”

“ทางโบสถ์จะมีงานให้เจ้าทำแลกกับการดูแลความปลอดภัยของเจ้า”

“ความปลอดภัยของมาเรีย ท่านหมายความว่ายังไงคะ”แม่ของมาเรียถามด้วยความตกใจ

    ท่านนักบวชยิ้มอย่างอ่อนโยนไปให้แม่ของชั้น

“เจ้าคิดว่าการที่ลูกสาวของเจ้ามีพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ธาตุแสง พวกขุนนางที่ต้องการพลังของนางจะอยู่เฉยๆเหรอ”

“อ๊ะ งั้นลูกข้าก็อยู่ในอันตรายสิครับ”

“ใช่ แต่ถ้าลูกเจ้าเป็นคนของโบสถ์พวกขุนนางพวกนั้นก็จะไม่กล้ายุ่ง แถมพวกเรายังสามารถช่วยฝึกเจ้าใช้เวทมนตร์ด้วยนะ”

“แล้วงานที่หนูต้องทำมันจะอันตรายมั้ยคะ”

“ไม่ต้องห่วงพวกเราไม่มอบงานที่เกินความสามารถให้เจ้าหรอก”

ชั้นหันไปมองหน้าพ่อกับแม่ ชั้นเห็นทั้งสองคนผงกศีรษะให้ชั้น

“งั้นหนูตกลงค่ะ” หลังจากนั้นชีวิตชั้นก็เปลี่ยนไปนอกจากเวลาว่างที่ชั้นจะอยู่กับครอบครัวแล้ว เวลาส่วนใหญ่ชั้นจะฝึกเวทมนตร์ และบางทีก็ออกไปทำงานให้โบสถ์ งานของโบสถ์ที่ได้รับการร้องขอส่วนมากจะเป็นการปราบพวกอันเดท หรือไม่ก็ปราบมอนสเตอร์ตามที่ๆสาขาของโบสถ์อยู่ เหตุการณ์ผ่านไปจนถึงวันที่ชั้นอายุครบ14ปี ท่านนักบวชก็เรียกชั้นไปพบ

“มาเรียมีคำเชิญจากโรงเรียนหลวงวินเชียร์ให้เจ้าเข้าเรียนที่นั่น”

“เอ๊ะ เซิญหนูไปเข้าเรียน ไม่ใช่ว่าที่นั่นรับแต่เฉพาะพวกขุนนางเหรอคะ”

“อืม ก็ใช่นะที่ที่นั่นรับแต่ขุนนาง แต่เจ้าน่ะพิเศษเพราะเจ้าสามารถใช้ธาตุแสงได้ไง”

“ท่านนักบวชว่าหนูควรไปดีมั้ยคะ”

“ฮึๆๆ ข้าว่าเจ้าควรไปนะ ลองไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆไปรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ ข้าว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับเจ้านะ”

“งั้น หนูจะไปค่ะ”ชั้นรับคำด้วยสีหน้ามุ่งมั่น แล้วชั้นก็ออกเดินทางจากเมืองที่เคยอยู่มาตั้งแต่เกิดสู่เมืองหลวงของบริทาเนีย สู่โรงเรียนวินเชียร์

“โอ้โห เมืองหลวงนี่ใหญ่กว่าเมืองของเราตั้งหลายเท่า แถมผู้คนที่นี่ยังแต่งตัวสวยกว่าเยอะเลย อ๊ะ ต้องรีบไปรายงานตัวที่โรงเรียนก่อน”

    หลังจากที่ชั้นรายงานตัวเสร็จแล้วทางโรงเรียนก็ให้คนนำทางชั้นไปที่หอพัก เนื่องจากชั้นเป็นนักเรียนทุนของโรงเรียนทางโรงเรียนจึงจัดให้ชั้นอยู่ที่หอพักหญิงหลังจากที่ชั้นเก็บข้าวของและสำรวจห้องพักแล้ว

“อาต้องอยู่ที่นี่อีกตั้งสามปีเชียว หวังว่าที่นี่คงไม่น่าเบื่อนะ”

     แล้ววันแรกของการเรียนก็มาถึง ชั้นอยู่ห้องเดียวกับเจ้าชายอัลเลนเจ้าชายรัชทายาท โดยส่วนตัวชั้นก็ว่าเจ้าชายก็หน้าตาดีนะ แต่นิสัยนี่สิ ในวันแรกหลังจากเรียนจบในตอนเช้า ก็มีกลุ่มผู้ชายที่เข้ามาทักทายชั้นหลายคน โดยที่ชั้นพยายามที่จะทำความรู้จักกับพวกเขาและพยายามเว้นระยะห่างจากพวกเขาตามที่พ่อแม่ชั้นสอนมาว่าหญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกันเกินงาม แต่เจ้าชายอัลเลนนี่สิ

“ยินดีที่ได้รู้จักมาเรีย ข้าอัลเลน”พูดจบเขาก็พยามยามยกมือชั้นขึ้นมาจูบ ซึ่งชั้นต้องรีบดึงมือออกอย่างมีมารยาท แล้วเจ้าชายก็ชวนชั้นคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ขณะที่ชั้นยืนฟังชั้นก็คิดในใจว่า เจ้าชายอัลเลนมีคู่หมั้นแล้วไม่ใช่เหรอ แทนที่จะไปดูแลคู่หมั้น กับเอาเวลามาทำความสนิทสนมกับหญิงอื่นอย่างนี้ จากตอนที่ชั้นได้ยินข่าวลือของท่านหญิงอิซาเบลล่าจากในเมืองมา ตั้งแต่ที่ท่านหญิงเข้าวัดพลังเวทย์แล้วไม่มีพลังเวทย์ท่านหญิงก็เปลี่ยนเป็นคนเจ้าอารมณ์ ชอบทำลายข้าวของ เมดในบ้านที่ขัดใจท่านหญิงจะถูกไล่ออกทันที ทำให้ชั้นไม่กล้าไปยุ่งกับเจ้าชายอัลเลน ชั้นจึงรีบขอตัวออกมา

“ขอโทษนะคะเจ้าชาย พอดีข้ามีธุระต้องรีบไปทำคงต้องขอตัวก่อน”จากนั้นชั้นก็ไปทานข้าวที่โรงอาหารพอทานเสร็จชั้นที่กำลังเดินกลับไปที่ห้องก็มีคนเรียกจากด้านหลัง

“เดี๋ยวก่อนสิ เจ้าน่ะ”พอชั้นหันไปก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเข้ามาล้อมชั้นเอาไว้

“ตามพวกข้ามาข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”จากนั้นชั้นก็ถูกพาไปที่สวน จากนั้นหนึ่งในพวกผู้หญิงก็เริ่มพูดขึ้น

“เชอะเจ้าเป็นแค่สามัญชน ถึงจะใช้ธาตุแสงได้นิดหน่อย ก็อย่าผยองนักเลย”

“ใช่ การที่เจ้าเข้าไปยั่วยวนพวกผู้ชายในห้องอย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้นะว่าเจ้าคิดอะไร”

“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ข้าอยู่ของข้าเฉยๆ พวกนั้นก็แค่เข้ามาถามเรื่องบทเรียนเท่านั้นเอง”

“เฮอะ เจ้าอย่ามาโกหกเลยถ้าเจ้าไม่ได้ยั่วยวนพวกผู้ชาย มีหรือที่พวกเค้าจะเข้าไปรุมล้อมเจ้า”

“ใช่โดยเฉพาะเจ้าชายอัลเลน เจ้าคงไม่รู้ว่าเจ้าชายน่ะมีคู่หมั้นแล้ว”

“ใช่แล้วคู่หมั้นของเขาท่านอิซาเบลล่าน่ะ”

“ข้าทำไมเหรอ”มีคนพูดสอดขึ้นมาแล้วหญิงสาวผมสีดำตาสีดำก็เดินฝ่าพวกผู้หญิงเข้ามายืนอยู่ข้างชั้น แวบแรกที่ชั้นเห็นเธอชั้นอดที่จะใจเต้นไม่ได้ชั้นไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ดูงดงามและสูงสง่าอย่างนี้มาก่อน ยิ่งชั้นมองเธอก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้

“พวกเจ้ามามุงกันทำอะไรที่นี่ แล้วข้าเป็นยังไง”

“เอ่อ ท่านอิซาเบลล่า พวกเราก็แค่สอนมารยาทของชนชั้นสูงให้กับนางน่ะค่ะ”

“สอนมารยาท อ๋อ ก่อนที่จะคิดสอนมารยาทคนอื่นพวกเจ้าควรสอนตัวเองก่อนนะ ว่าสุภาพสตรีน่ะ ไม่ควรยกพวกมารุมล้อมผู้อื่น” ขณะนั้นเองเจ้าชายอัลเลนกับพวกเพื่อนของเค้าก็เดินเข้ามา

“อิซาเบลล่า เจ้าทำอะไรมาเรีย”

ชั้นหันไปมองเจ้าชายอัลเลนด้วยความตกใจ

“อิซาเบลล่าถึงเจ้าจะเป็นคู่หมั้นของข้า เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มากลั่นแกล้งมาเรีย”

“เจ้าชายอัลเลนท่านข้าใจผิดแล้วค่ะ”ชั้นพยายามจะบอกความจริงกับเขา

“มาเรียเจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้า”

“แต่ท่านอิซาเบลล่าไม่ได้”

“มาเรียข้าเข้าใจว่าเจ้ากลัวนาง แต่ไม่ต้องกลัวข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

เจ้าชายอัลเลนและพวกเพื่อนของเค้าพากันมองไปที่ท่านอิซาเบลล่าด้วยความโกรธ

ขั้นหันไปมองพวกเค้าที่พากันยืนขวางระหว่างชั้นกับท่านอิซาเบลล่า

“งั้นถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วข้าต้องขอตัว”เสียงท่านอิซาเบลล่าเอ่ยขึ้น

“เดี๋ยวก่อนอิซาเบลล่า”เจ้าชายอัลเลนเรียกนางเอาไว้

“มีอะไรคะ”

“ถึงเจ้าจะเป็นคู่หมั้นข้าเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปรังแกมาเรีย”

“มีเรื่องจะพูดกับข้าแค่นี้ใช่มั้ยคะ”

“งั้นข้าคงต้องขอตัว”จากนั้นนางก็เดินออกจากสวนไป

และจากนั้นในเวลาที่ชั้นถูกพวกผู้หญิงกลั่นแกล้งท่านอิซาเบลล่ามักจะมาช่วยชั้นไว้เสมอ และไอ้เจ้าชายอัลเลนก็มักจะมากล่าวหาว่าท่านหญิงอิซาเบลล่าเป็นตัวการเสมอ ไม่ว่าชั้นจะพยายามอธิบายเรื่องจริงเช่นไรเขาก็ไม่เคยฟัง และเมื่อเขาเข้ามาคุยกับชั้นก็มักจะมาต่อว่าท่านอิซาเบลล่าให้ชั้นฟังเสมอ แน่นอนว่าชั้นไม่เชื่อ เพราะจากการที่ชั้นได้เจอกับเธอหลายครั้งและได้พูดคุยกัน ทำให้ชั้นรู้ว่าเธอเป็นคนใจดี อารมณ์เย็น ชอบช่วยเหลือคนอื่น ที่สำคัญดูท่านอิซาเบลล่าจะไม่ได้สนใจเจ้าชายอัลเลนเลยด้วยซ้ำ เจอหน้าก็แค่ทักทาย ไม่มีทีท่าเหมือนเป็นคู่หมั้นกันเลยเหมือนแค่คนรู้จักกันมากกว่า แล้วเหตุการณ์ก็ดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงวันงานเลี้ยงจบการศึกษา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #1 0650013292 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 18:07

    ชอบๆมาต่ออีกนะ
    #1
    1
    • #1-1 Nomamee(จากตอนที่ 8)
      20 กรกฎาคม 2563 / 17:10
      ขอบคุณครับ ดีใจที่ชอบนะ
      #1-1