กลบุษราคัม(มี E-Book) - นิยาย กลบุษราคัม(มี E-Book) : Dek-D.com - Writer
×

กลบุษราคัม(มี E-Book)

เขมทัต เป็นผู้มีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติ เขาถูกเงาของอดีตพยายามดึงตัวกลับไปสู่ความตาย..และ..คุ้มขวัญ หญิงสาวธรรมดาที่ถูกดวงจิตของใครบางคนคอยติดตาม ต้นเหตุมาจากแหวนบุษราคัมวงนั้น! สุภาพบุรุษคนนั้นคือใคร?

ยอดวิวรวม

7,763

ยอดวิวเดือนนี้

63

ยอดวิวรวม


7.76K

ความคิดเห็น


30

คนติดตาม


39
จำนวนตอน : 59 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  18 ส.ค. 63 / 22:24 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

บทนำ

  

ณ พื้นที่ป่ารกร้างแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกที่อยู่ห่างไกลจากเขตที่พักอาศัยและได้ถูกปล่อยปละมานานกำลังมีการเข้าไปสำรวจโดยคนกลุ่มใหญ่ คนกลุ่มใหญ่นี้ต่างอยู่ในเครื่องแบบชุดเสื้อผ้าสีขาวมีโลโก้มูลนิธิร่วมกตัญญู กลุ่มเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆและกลุ่มจิตอาสาจากหลายองค์กร รอบนอกชายป่ามีรถกระบะ รถยนต์ และพาหนะต่างๆจอดเรียงรายอยู่ตรงถนนดินแดงชายป่าเพราะไม่สามารถขับฝ่าเข้ามาในพื้นที่ป่าใหญ่ที่มีต้นไม้และป่าหญ้าขึ้นรกเรื้อแห่งนี้ได้ กลุ่มผู้ชายกำลังช่วยกันแหวกพงถางหญ้าออกเพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่และจิตอาสาเข้ามาจนถึงจุดที่เป็นพื้นดินขนาดกว้างหลายสิบไร่อันไร้ต้นไม้ใหญ่ขึ้น มีเพียงพื้นดินรกร้างที่มีเนินสูงต่ำเหมือนลูกคลื่นสลับไปมาจนทั่วบริเวณ

ป่าช้าบ้านดงไทร เป็นพื้นที่สำหรับฝังศพคนตายมานานนับสิบๆปีหรือถ้าหากไล่เรียงสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ดูแล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็จะพูดเป็นเสียงคล้ายกันว่าป่าช้าแห่งนี้อยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายของพวกเขาขึ้นไปอีกจนแทบนับไม่ไหวและอาจมีอายุยาวนานถึงร้อยปี 

“บรรยากาศใช้ได้เลย ป่าช้าร้อยปี”

หัวหน้ามูลนิธิรักษ์ถิ่นเอ่ยขึ้น

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีอย่างลูกเศรษฐี

หัสดิน เป็นชายหนุ่มไฟแรงหัวอนุรักษ์ผู้มีแนวคิดอยากทำงานช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ผู้คน ด้วยความที่เป็นทายาทเศรษฐีทำให้เขาสามารถก่อตั้งมูลนิธิขึ้นมาได้โดยมีสปอนเซอร์หลักคือคุณพ่อที่เป็นนายกเทศมนตรีจังหวัดและผู้ใหญ่หลายท่านในพื้นที่คอยช่วยเหลือ

“โห คุณหมอ สยองล่ะสิไม่ว่า”

ปริวัฒน์ ผู้ช่วยร่างสูงโย่งเอ่ยขึ้น

เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกันที่มีความรักนับถือกันอย่างสนิทชิดเชื้อจนได้ชักชวนมาทำงานเพื่อสังคมด้วยกัน ปริวัฒน์ชอบเรียกหัสดินว่าคุณหมออย่างติดปากเพื่อเป็นการให้เกียรติทั้งในฐานะหมอด้วยกันและหัวหน้ามูลนิธิ หัสดินหันมายิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตรจนผู้ชายด้วยกันยังบอกว่ามีเสน่ห์ชวนมอง

“เอาน่าพี่ปัด ปกติก็ทำงานกับศพอยู่แล้วจะไปกลัวอะไรกับกระดูกที่ไม่มีชีวิต”

หัสดินส่ายหน้าอย่างขำขัน เขาทำงานเป็นหมอในโรงพยาบาลของจังหวัดและเปิดมูลนิธิเพื่อสังคมไปด้วย ความใจดีมีเมตตาและรูปลักษณ์ที่ชวนหลงทำให้สาวๆค่อนเมืองต่างให้ความสนใจเขาเป็นอย่างมาก แต่คนที่อุทิศตนเพื่อสังคมกลับยังไม่ยอมเปิดใจรับใครง่ายๆ ส่วนปริวัฒน์คือผู้ช่วยคู่ใจและยังเป็นหมอชันสูติศพในโรงพยาบาลเดียวกัน

“ก็จริงของคุณหมอนะ”

ปริวัฒน์หัวเราะน้อยๆก่อนจะมองไปรอบตัวเหมือนจะหาใครบางคน

“ผมจะไปดูทางนั้นก่อน ฝากพี่ปัดดูทางด้านนี้นะครับ”

หัสดินบอกก่อนจะเดินก้าวฉับๆออกไปอย่างคล่องแคล่ว

“เออ แล้วไอ้ตัวยุ่งมันไปซนอยู่แถวไหนหว่า”

คนตัวสูงบ่นอุบ

ปริวัฒน์เดินดูการขุดหลุมศพของเจ้าหน้าที่และเหล่าจิตอาสา ทุกคนต้องมีพลังใจอย่างสูงที่พาตัวเองมาอยู่ในป่าช้าบรรยากาศวังเวงเย็นจับใจแบบนี้ได้  หลุมศพที่ไม่ทราบชื่อและปีที่ถูกนำมาฝังถูกขุดขึ้นมาเรื่อยๆจนดูเหมือนว่าจะไม่มีที่สิ้นสุด บนผ้าดิบสีขาวมีเศษกระดูกและเศษผ้าบางส่วนที่ยังย่อยสลายไม่หมดถูกนำขึ้นมากองรวมกันไว้และบางจุดที่มีการขุดนำกระดูกขึ้นมาจนหมดแล้วก็มีการนำมาเรียงต่อกันเป็นรูปร่างโครงมนุษย์ที่ครั้งหนึ่งเคยมีชีวิต

“มีใครเห็นไอ้ตัวซุ่มซ่ามบ้างไหม”

ปริวัฒน์ถามน้องๆชายหญิงที่ทำงานในมูลนิธิ

“เห็นเดินแจกน้ำอยู่ทางด้านโน้นนะคะ”

น้องผู้หญิงคนหนึ่งตอบกลับมาแล้วชี้ไปทางด้านหลังของเขา

“ขอบใจมาก”

เขาตอบแล้วเดินหาตัวซุ่มซ่ามของตนเองต่อ

 

ร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเสื้อยืดสกรีนลายโลโก้มูลนิธิรักษ์ถิ่นกำลังแบกตะกร้าใส่ขวดน้ำดื่มแจกให้กลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เธอกำลังสนุกกับการได้ทำหน้าที่สวัสดิการและคิดว่าอีกสักครู่เธอจะไปขอให้ปริวัฒน์ลูกพี่ลูกน้องกันอนุญาตให้เธอได้ช่วยขุดหลุมศพสักหลุม

แต่ในจังหวะที่เธอหมุนตัวเดินไปทางซ้ายมือโดยไม่ทันเห็นว่ามีหลุมกว้างหลุมหนึ่งถูกขุดไว้ที่ยังไม่ทันได้กลบคืนนั้น

“ว้าย!

ร่างเพรียวหล่นลงไปนั่งจุกอยู่ในหลุมว่างเปล่านั้นท่ามกลางสายตา
ของใครหลายคนรอบด้าน

“อ้าว ซนจนได้เรื่อง ฝังเสียเลยดีไหม ไอ้ตัวยุ่ง!

ปริวัฒน์ยืนหัวเราะอยู่ตรงปากหลุมเมื่อเห็นสภาพน้องสาวที่หัวทิ่มลงไป คนอื่นๆที่เดินมายืนดูก็กลั้นขำไม่ต่างกัน

“พี่ปัดใจร้าย”

คุ้มขวัญพยุงตัวเองขึ้นมาโดยมีมือแข็งแรงอีกมือคอยช่วย ตอนนี้เธอทำหน้าหงิกงอและก็อายแบบสุดๆ 

“คนตั้งใจมาช่วยงาน”

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคิ้ม”

หัสดินถามคนที่หันมาไหว้ขอบคุณ

“ไม่ค่ะพี่หมอโอม แต่อายมากกว่า”

คุ้มขวัญยิ้มเขินๆ

“คิ้มไปดูเขาขุดหลุมด้านโน้นดีกว่า”

แล้วคนที่เกือบโดนฝังก็วิ่งตัวปลิวไปทางด้านอื่น

“ขอโทษนะคุณหมอ น้องผมมันซนไปหน่อย”

ปริวัฒน์ส่ายหน้าระอากับความกระโดกกระเดกของน้องสาว

“พี่ปัดก็อย่าไปดุน้องมันมากเลย เขาตั้งใจขนาดนั้นปล่อยให้เขาทำไปเถอะ”

หัสดินบอกก่อนจะเดินไปดูงานทางด้านอื่นต่อ ปริวัฒน์จึงกลับไปดูหลุมศพที่เพื่อนจิตอาสากำลังเริ่มจัดการขุดขึ้นมา

 

ใต้ต้นไทรใหญ่ร่มรื่นมีคนห้าหกคนนั่งรุมอยู่ตรงปากหลุมที่ถูกขุดออกมาเรียบร้อยแล้ว บนผ้าขาวผืนใหญ่มีกองกระดูกมนุษย์วางอยู่และกำลังถูกจัดเรียงเพื่อถ่ายรูป

“หลุมนี้แปลกดี เกือบดูไม่ออกว่าเป็นหลุมศพ”

คนในกลุ่มเอ่ยขึ้น

“อะไรเหรอคะพี่”

คุ้มขวัญเดินเข้าไปทักเจ้าหน้าที่มูลนิธิคนหนึ่ง

“อ้อ ก็หลุมนี้เหมือนคนฝังจะตั้งใจไม่ให้มีใครมาพบงั้นแหละ เล่นฝังไว้ตั้งไกลและเอาก้อนหินหนักๆมากองทับไว้ ถ้าพี่ไม่เดินมาสะดุดเข้าคงไม่เอะใจ”

คนตอบพยักพเยิดไปยังหลุมศพ 

“ดูสิ แถวนี้มันมีก้อนหินใหญ่แบบนี้ที่ไหนกัน มีแต่ตรงนี้แหละที่แปลก”

คุ้มขวัญลองมองไปรอบๆแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วย

บริเวณป่าช้านี้มีแต่ต้นหญ้าสูงและต้นไม้ใหญ่แต่ไม่ยักมีก้อนหินใหญ่เกะกะอยู่ในบริเวณนี้เลย

“เอ้อ พี่ฝากน้องช่วยดูในหลุมหน่อยว่ายังมีเศษกระดูกอยู่อีกหรือเปล่า
พี่ขอจัดเรียงกระดูกต่อก่อนเดี๋ยวก็จะค่ำแล้ว ”

“ได้ค่ะ”

คุ้มขวัญนั่งลงสวมถุงมือและช่วยเพื่อนๆจิตอาสาสำรวจหลุมและเก็บเศษกระดูกชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่พอหาได้ขึ้นมา ในระหว่างที่ใช้มือที่สวมถุงมือแล้วลองเขี่ยดูตรงดินที่ค่อนข้างเย็นและแข็งนั้นก็ไปสะกิดโดนอะไรสักอย่างจึงลองขุดขึ้นมาดู  ก้อนดินในมือถูกแกะออกมาอย่างระวังจนเห็นเศษกระดูกขนาดเล็กเหมือนข้อนิ้วมือและของบางอย่างที่หล่นลงมาบนพื้นดิน

“อ้าว!

เธออ้าปากค้างเมื่อไม่เห็นใครอยู่และเธอถูกทิ้งให้เฝ้าหลุมอยู่คนเดียวพร้อมกองกระดูกบนผ้าขาว

“ทำไมถึงทิ้งกันแบบนี้”

คุ้มขวัญเก็บของที่หล่นบนพื้นดินขึ้นมาดูอย่างสงสัย เศษดินที่ห่อหุ้มของสิ่งนั้นถูกปัดออกจนทำให้เห็นแหวนทองคำฝังพลอยบุษราคัมน้ำงามวงใหญ่ คนมองตาโตด้วยความตกใจทันทีและเมื่อเช็ดทำความสะอาดออกแล้วก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่กับความงดงามของแหวนเก่าแก่โบราณวงนี้

คุ้มขวัญเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงออกมาห่อไว้ตั้งใจว่าจะเอาไปให้ปริวัฒน์หรือหัสดินเพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อกับทรัพย์สินไร้เจ้าของชิ้นนี้

และในตอนนั้นเองที่พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเธอก็เดินจ้ำเข้ามาใกล้

“ไอ้คิ้ม จะค่ำแล้วรีบไปเก็บของเลยจะได้กลับบ้าน”

ปริวัฒน์ตะโกนเสียงดังจนคุ้มขวัญสะดุ้งโหยง

“ค่ะๆ”

เธอรับตะโกนกลับไป

ในตอนนั้นเองที่พวกเจ้าหน้าที่เดินกลับมา

“ช่วยกันเก็บของกลับไปเต็นท์ก่อน ฟ้าครึ้มแล้วสงสัยจะมีฝน”

ทั้งหมดช่วยกันเก็บสิ่งข้าวของแล้วนำของไปไว้ที่เต็นท์ชั่วคราวก่อนเร่งรีบเตรียมตัวกลับเข้าเมืองไปยังที่พัก คุ้มขวัญเองก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาและสภาพดินฟ้าอากาศที่เริ่มครึ้มมาอย่างไม่มีเค้า ลมยามเย็นเริ่มโหมแรงขึ้นจนเศษฝุ่นเศษหญ้าปลิวว่อนไปทั่วป่าช้า ทั้งเจ้าหน้าที่และจิตอาสาต่างรีบพากันออกไปจากป่าเพราะหากมีฝนตกหนักคงจะทำเอาพวกเขาลำบากและฉุกละหุกไม่น้อย

“ลืมของอะไรไหมคิ้ม”

ปริวัฒน์หันมาถามน้องสาวที่กระโดดขึ้นมาบนรถยนต์สี่ประตูของหัสดิน

“ไม่ลืมค่ะ”

คุ้มขวัญตอบเสียงใสโดยที่ไม่ทันฉุกนึกว่ายังมีของบางอย่างที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง


เมื่อผู้คนและพาหนะต่างๆเริ่มเคลื่อนที่ห่างจากบริเวณป่าช้าบ้านดงไทรไปแล้ว ความมืดก็เริ่มโรยตัวลงครอบครองพื้นที่ป่าช้าอย่างรวดเร็ว ลมแรงและเศษฝุ่นที่ปลิวคว้างค่อยๆเบาลงและนิ่งสงบเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

แสงสีขาววูบวาบจางค่อยๆผุดออกมาจากโคนต้นไทรใหญ่แล้วรวมตัวกันออกมาเป็นรูปร่างของมนุษย์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ชายร่างสูงใหญ่ท่วงท่าสง่างาม ผมสีดำมันถูกหวีแต่งทรงไว้อย่างดี ชายผู้นั้นอยู่ในชุดสูทสีขาวตัดเย็บสวยงามอย่างผู้ดีย้อนยุค มือข้างหนึ่งสวมแหวนทองคำหัวบุษราคัมกำลังยืนไขว้หลังไว้ด้วยท่วงท่าสง่าและน่าเกรงขาม นัยน์ตาคมนิ่งสะท้อนภาพของหญิงสาวคนหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น รอยยิ้มอ่อนโยนเกิดขึ้นที่มุมปากหยักก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น

“น้องหญิงหยาดฟ้า” 



********************************************************************************************
***อัพถึงตอนที่ 30*** 

โหลดอีบุ๊กได้ที่ Meb ค่ะ


(1 ก.ค. 63 นี้)




กดที่รูปปกเพื่อติดตาม นิยาย มุกตามัน






นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

30 ความคิดเห็น