OS Chanbaek The Return

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 87 Views

  • 0 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    87

    Overall
    87

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

อย่ามาให้ผมเห็นหน้าคุณอีกชานยอล


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้เป็น OS เรื่องแรกของเรา ติชมกันได้นะคะ 

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 9 ธ.ค. 61 / 22:32

บันทึกเป็น Favorite


       












          1 ปี 5 เดือน แล้วที่เขากับแบคฮยอนเลิกกัน ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น เขาหลบมาพักใจที่ต่างประเทศ อากาศในยามเช้าที่แจ่มใสของ ซิดนีย์,ออสเตรเลีย ทำให้ชานยอลยอมตื่นเช้ามาวิ่งบนสะพานสไตล์โมเดิร์นที่สร้างเลียบไปกับทะเลสาบสีฟ้าคราม ร่างสูงสมส่วนในชุดออกกำลังกาย ดึงดูดสายตาบรรดาสาวตาน้ำข้าวที่เดินเล่นอยู่บริเวณนั้น ให้เหลียวมองกันเป็นแถบ



         
          หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงมองหาคนที่ถูกใจที่สุด เลือกเดินเข้าใจสานสัมพันธ์ ด้วยมุกเดิมๆ เช่น มุกชมสุนัขหรือมุกถามทาง เมื่อสาวๆติดกับดัก ก็จะจบลงที่เตียงนอนของเขา และแยกย้าย สำหรับเขานั้น เซ็กซ์ ก็เหมือนอาหาร เขาขาดมันไม่ได้ และจะไม่กินรสชาติเดิมๆไปตลอด เขาเปลี่ยนคู่นอนเสมอ ไม่เคยนอนกับใครซ้ำ นี่คือกฎเหล็กที่เคยตั้งเอาไว้ 




           จนกระทั่ง…





เมื่อ 4 ปีก่อน 





             เด็กหญิงหน้าจิ้มลิ้ม ตากลมโต วัย 3 ขวบ วิ่งเล่นไปรอบบ้าน หนีผู้รับบทบาทเป็นเสือดุร้าย ตามเรื่องราวนิทานในหนังสือภาพสีสวย ร่างบางโน้มตัว ยกแขนกางกรงเล็บเสือ วิ่งซอยเท้าสั้นๆ ทำท่าทางหวังตะครุบ สาวน้อยน่าตาน่ารักน่าชังที่ส่งเสียงหัวเราะ พร้อมกับร้องกรี้ดไปด้วย 




“ คุณน้าเป็นเฉืออ  ฮะๆ คุณน้าแบคเป็นเฉือ ”



“ แฮร่ ข้าคือเสือตัวหย่ายย มาให้ข้ากินซะดีๆ ”



             วิ่งวนรอบห้องนั่งเล่นกันอยู่นานจน แบคฮยอน จับตัวหนูน้อยจอมซนมาได้ ฟัดใบหน้าเข้ากับหน้าท้องที่มีพุงน้อยๆ เรียกเสียงหัวเราะชอบใจ
แทบหายใจไม่ทัน จนคุณแม่ที่พึ่งกลับบ้านมาต้องเดินเข้ามาปรามสองน้าหลาน



“ แบค…เดี๋ยวลูกพี่ก็ช็อคพอดี หัวเราะไม่หยุดซะขนาดนั้น ”



“ ครับๆ ” 



             แบคฮยอนปล่อยหนูน้อยให้เป็นอิสระ แต่เธอยังคงนั่งจุ้มปุ๊กบนตักของคุณน้าแบคต่อ




“ ยูอึนแม่ขอกำลังใจหน่อยสิคะ ”




             เด็กน้อยแกล้งส่ายหน้าไปมา ไม่ทำตามคำขอของคุณแม่ พร้อมส่งเสียงหัวเราคิกคัก




“ เดี๋ยวนี้ไม่รักแม่แล้วซิ ”




            ยูรานั่งลงกับโซฟา ว่าพลางทำหน้าเศร้าและห่อไหล่ลงราวกับปวดร้าวใจสุดๆ แกล้งเย้าลูกเล่นบ้าง ไม่ต้องสืบก็รู้เลยว่านิสัยขี้แกล้งนี้ ยูอึนได้มาจากใครกันแน่ แต่แล้วขาเล็กของใครบางคนก็ก้าวมาหา และพยายามปีนขึ้นมานั่งข้างๆคุณแม่คนสวย ที่เป็นต้นแบบของหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักนี้ หนูน้อยยูอึน
 ซบลงกับตัก ก่อนจะเอาแก้มนุ่มนิ่มสีพีชถูไถไปกับกระโปรงเนื้อนิ่ม




“ คุณแม่โอ๋ๆนะคะ ”




“ หนูรักคุณแม่แล้วก็น้าแบคด้วย…ทั้งฉองคนเยยยนะคะ ”




             ปากเล็กๆส่งเสียงออกมาอย่างน่ารัก พร้อมยืนแขนชู 2 นิ้วขึ้น ทำเอาคุณแม่ใจอ่อนอุ้มร่างน้อยที่เธอรักและหวงแหนขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ 



“ แม่ก็รักหนูเหมือนกันนะจ้ะ ”



             แบคฮยอนมองภาพสองแม่ลูกด้วยความสุขใจ เขารับอาสามาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก 1 วัน ตามคำขอของพี่ยูราที่ต้องไปคุยงานกับลูกค้า รุ่นพี่คนสนิทจากมหาวิทยาลัยที่เธอลาออกมาเป็นแม่บ้านและช่วยสามีทำธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทยาบ้าง เล็กๆน้อยๆ




“ ขอบคุณนะแบคที่ช่วยมาดูยูอึนให้ พี่ถามใครก็ไม่ว่างเลย พี่รู้ว่าเราเองก็ยุ่งเหมือนกัน แต่ขอบคุณนะ ”



“ ไม่เป็นไรครับพี่ยูรา ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่ สมัยเรียนผมก็ให้พี่ช่วยเยอะอยู่เหมือนกัน ผมจบมาได้เพราะพี่เลยนะเนี่ย ฮะๆ ”
 


“ แหม ไม่หรอก แบคเองก็พยายามอย่างหนักนะ สมัยเรียนน่ะ พี่ก็เห็นอยู่ ”



“ แหะๆ ขอบคุณครับ ”



“ อ้อ ลืมไปเลย พี่ซื้อขนมมาฝากจ้ะ ถือว่าเป็นค่าจ้างคุณพี่เลี้ยง ”



“ ขอบคุณครับ…งั้นผมไปนะครับพี่ยูรา / บ๊าย บาย สาวน้อย ”



             แบคฮยอนโบกมือลาตัวเล็กที่นั่งต่อตัวต่อปราสาทอยู่บนพรมกลางห้องนั่งเล่น ยูอึนวิ่งปรู้ดมากอดคุณน้าแบค และแจกหอมแก้มซ้ายขวาพร้อมโบกมือลาเช่นกัน



“ บ้ะบายค่ะ ”



             แบคฮยอนปล่อยตัวหนูน้อยลงให้ไปเล่นสนุกต่อ เขาโค้งลงพี่ยูราหนึ่งที ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านสไตล์โมเดิร์น 2 ชั้น โดยมียูราเดินออกมาส่ง
เป็นจังหวะเดียวกับที่สองร่างของชายหนุ่มหล่อและหญิงสาวสวยที่แต่งตัวจัดจ้าน เดินควงแขนตามกันมากระหนุงกระหนิง ทั้งคู่สบตากับผู้มาใหม่ และพวกเขาก็มองกลับมาเช่นกัน เป็นตอนนั้นเองที่ดวงตากลมโตแสนเจ้าชู้สบเข้ากับดวงตาเรียวเล็กหางตาตกทรงเสน่ห์ เขารู้สึกถูกชะตาและเริ่มสนใจร่างเล็กตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก 



“ อ้าว ชานยอล มาเยี่ยมหลานหรอ ”



“ ครับ พี่ยูรา ”



“ เข้าไปข้างในสิ ยูอึนกำลังเล่นสนุกเลย ”



“ โอเคครับ…งั้น…”



            ร่างสูงก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูขาวของหญิงสาวที่พามาด้วย พร้อมกับยื่นกุญแจรถให้ เป็นเธอที่ปล่อยมือออกจากแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาและเดินทำหน้ากระเง้ากระงอดออกไปนั่งรอในรถ ไม่มีครั้งไหนที่ชานยอลจะพาคู่นอนของเขามาเจอกับยูอึน เขารักหลานสาวตัวน้อยมากๆ และจะไม่ให้เธอต้องเห็นผู้หญิงพวกนั้น หรือรับรู้ว่าน้าของเธอเจ้าชู้ขนาดไหน ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพราะคนล่าสุดของเขาคนนี้ค่อนข้างเอาแต่ใจ เธอวอแวเขาไม่หยุด จนรู้สึกรำคาญ แต่เมื่อนึกได้ว่ายังต้องไปเที่ยวกันต่อ เขาก็ควบคุมอารมณ์ไว้  เพื่อคืนนี้เขาจะได้ปลดปล่อยบางอย่างออกจากตัวซักที 




             การกระทำทั้งหมดอยู่ในสายตาร่างเล็ก คนคนนี้คงจะเป็นน้องชายของพี่ยูรา ที่เค้ารำ่รือกันว่าเจ้าชู้มากๆ คนไหนที่เข้าหาเขาไม่เคยรอดซักราย            แบคฮยอนไม่เคยเจอตัวจริงแต่รู้กิตติศัพท์และไม่ต้องการจะข้องเกี่ยวใดๆทั้งนั้น 



“ ง…งั้นผมขอตัวลาแล้วนะครับ พี่ยูรา อ…เอ่อ คุณชานยอล ”




            เร็วเท่าความคิด แบคฮยอนใช้จังหวะที่ร่างสูงหันมามองเขา โค้งให้ กล่าวลาทั้งสองพี่น้องและเดินออกมาจากหน้าบ้านของพี่ยูรา




“ จ้ะ แบคฮยอน ขับรถดีๆนะ ”




แบคฮยอนหรอ…หึๆ น่าสนุกดีนี่…





- The Return -





             เช้าที่อากาศแจ่มใส ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความสดชื่น ตื่นมาตัวคนเดียวตลอดตั้งแต่จำความได้ แบคฮยอนไม่เคยมีแฟน อาจมีบ้างที่แค่คนคุย แต่เขาไม่เคยลึกซึ้งกับใคร  แม้อายุตอนนี้จะปาเข้าไป 27 ปี แล้วก็ตาม อาจด้วยงานที่ทำนั้นแทบจะไม่มีเวลาได้หาแฟนและเขาเองก็อยู่ได้ด้วยตัวเองมาตลอด เขาชอบช่วยเหลือคนอื่น แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ และเขาภูมิใจที่งานของเขาได้ทำสิ่งนั้นในทุกๆวัน 



             นี่ก็ 2 เดือนมาแล้วที่เขาไม่ได้แวะไปหา หนูน้อยยูอึนเลย เพราะงานที่ค่อนข้างยุ่ง เขารักเด็ก ชอบเล่นกับเด็ก เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตอันจืดชืดจำเจของเขาสดใสและมีสีสันเพิ่มมากขึ้น




             9.00 น. เป็นเวลาที่แบคฮยอนมาถึงที่ทำงานของเขา




“ อ้าวคุณหมอแบค มาพอดีเลย ”



“ สวัสดีครับ พี่ซูยอน ^^ ”



“ นี่ค่ะชาร์ทคนไข้วันนี้ ”



“ ขอบคุณครับ ”



             แบคฮยอนโค้งให้พยาบาลสาวเล็กน้อย พลางหยิบชาร์ทคนไข้ขึ้นมาอ่านดูรายละเอียด จนไปสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่ง  ทำเอาคิ้วเล็กขมวดข้ึนเป็นปม เมื่อเห็นชื่อบนชาร์ทที่แปะฉลากว่าด่วนหรือต้องเข้าดูอาการเป็นรายแรก



Park Chanyeol 



             ทำไมปาร์คชานยอลคนนั้นถึงมาเป็นคนไข้ของเขาได้ เมื่อดูรายละเอียดก็พบว่าเขาพึ่งเข้าโรงพยาบาลมาเมื่อคืน 


             ร่างเล็กเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักของผู้ป่วย VIP เคาะสองสามครั้ง ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูเข้าไป โดยมีพยาบาลสาวเดินตามเข้ามาด้วย 1 คน 



“ สวัสดีครับ คุณชานยอลใช่มั้ยครับ ”



“ ใช่ครับ คุณหมอแบคฮยอน ”



           ชานยอลโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ให้ เขานอนหนุนแขนทั้งสองที่ไขว้กัน พลางกระดิกเท้าด้วยท่าทีสบายๆ แบคฮยอนมองตอบและยิ้มบางๆให้คนป่วยที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยป่วยเท่าไหร่นัก 



“ เมาค้าง คือ อาการของคุณใช่มั้ยครับ ”


 
“ ครับ คุณหมอ ”



“ แล้วตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างครับ ”



“ ผมยังรู้สึกไม่ค่อยสบายเลย คงต้องพักต่ออีกซัก 2-3 วัน ”



“ แต่คุณเองคงจะทราบดีอยู่แล้ว นะครับ ว่าทำยังไงถึงจะหายจากอาการเมาค้างได้ ”



“ ไม่ครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อน ”



 
           เขาจงใจไม่รู้ นี่คือสิ่งที่ผุดเข้ามาในหัวของแบคฮยอน เพลย์บอยอย่างปาร์คชานยอลจะไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยจริงๆหรือ? เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าร่างสูงไม่ได้ป่วย และใครก็ตามที่อยู่ในวงการนี้ก็ดูประวัติในชาร์ทออกทั้งนั้นว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ก็ยังมานอนโรงพยาบาลด้วยอาการเมาค้าง แถมยังรีเควสได้อีกว่าต้องการแพทย์คนไหนหรือแม้แต่แปะฉลากว่าต้องถูกตรวจเป็นคนแรก แบคฮยอนเริ่มรู้สึกได้ว่าร่างสูงจงใจให้เขามาเจอ



 
“ ผมคุยกับคุณผอ. ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทของผมน่ะครับ ว่าคุณเป็นหมอที่เก่ง และผมหวังว่าใน 2-3 วันนี้ คุณหมอจะดูแลผมอย่างดีนะครับ ”




          ชานยอลยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา และจ้องเข้าไปในดวงตาเรียบนิ่งของแบคฮยอน เขาสังเกตเห็นความท้าทายบนใบหน้าขาวน่ารักนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเขาเริ่มเบื่ออะไรที่ได้มาง่ายๆ แล้วหันมาสนใจความท้ายทายแทนซะแล้วสิ






- The Return - 







“ แบค อยากได้คนออกแบบคอนโดงั้นหรอ ”




“ ครับ พี่ยูรา ”




“ งั้นเดี๋ยวพี่ถามทางบริษัทของคุณพ่อแล้วจะนัดคนให้นะจ้ะ ”




“ ครับ ขอบคุณมากครับพี่ยูรา ”





           แบคฮยอนจะย้ายคอนโดเพราะเห็นว่าที่ใหม่นั้นใกล้ที่ทำงานและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว แม้ว่าจะต้องตกแต่งเองก็ตาม แต่เขาต้องการคนออกแบบดีๆ ที่จะมาช่วยตกแต่งห้องให้ เมื่อวันก่อนเลยโทรไปขอความช่วยเหลือจากพี่ยูรา เพราะคุณพ่อของพี่ยูราเป็นประธานกรรมการบริหาร และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทชื่อดังในเกาหลีใต้ ที่ทำกิจการทางด้านอสังหาริมทรัพย์  นอกจากนี้ยังมีกิจการรีสอร์ตเป็นของตัวเองอีกด้วย ตอนนี้ร่างเล็กจึงนั่งอยู่ในคอนโดห้องเปล่าที่นัดกับสถาปนิกเอาไว้ 





          นึกย้อนไปหลายอาทิตย์ก่อน หลังจากผ่านช่วงเวลา 2-3 วันที่ต้องดูแลปาร์คชานยอล เขารู้สึกไม่ถูกชะตากับผู้ชายคนนี้เอามากๆ ทั้งเอาแต่ใจ และไม่สนใครทั้งนั้น นอกจากความต้องการของตัวเอง วันที่ออกจากโรงพยาบาล ชานยอลขออนุญาตท่านผู้อำนวยการเพื่อพาแบคฮยอนไปเลี้ยงข้าว
เป็นการขอบคุณ ที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี ในตอนแรกร่างเล็กตั้งใจจะปฏิเสธ แต่ติดที่ว่าอยู่ต่อหน้าผู้อำนวยการที่เป็นผู้อาวุโส จึงต้องตอบตกลงมาด้วย ตลอดเวลาที่ร่วมโต๊ะกัน แบคฮยอนพยายามพูดให้น้อยที่สุด แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้คิดเกินเลยใดๆ แม้ร่างสูงจะชวนคุยแค่ไหนและพยายามหว่านเสน่ห์เต็มที่ให้กับร่างเล็กตรงหน้า






ก็อก ก็อก ก็อก 


           เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ แบคฮยอนหลุดออกจากภวังค์ความคิดก่อนหน้า เขาเดินไปเปิดประตูให้กับคุณสถาปนิกที่นัดไว้  
ก่อนจะต้องตกใจจนผงะออกหนึ่งก้าว ร่างสูงในเสื้อยืดสีเทาเข้มธรรมดาๆพร้อมกับกางเกงยีนส์สีดำขาดเข่า ที่ร่างสูงตรงหน้าใส่แล้วดูดีประหนึ่งนายแบบตามปกนิตยสาร ยืนอยู่หน้าประตูห้องพร้อมกับถือกระดาษแผนใหญ่หลายม้วน






“ ค…คุณ ” 



“ สวัสดีครับ ผมเอง ”



“ ร…หรือว่าคุณจะเป็นสถาปนิกที่พี่ยูรานัดให้ ”



“ ครับ ผมบริหารฝ่ายการออกแบบน่ะครับ เลยอาสามาทำงานให้คุณพ่อ ”




          ชานยอลยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ถือวิสาสะเดินเข้ามาภายในห้อง เขาเดินสำรวจไปรอบๆ การคุยงานระหว่างทั้งคู่เป็นไปอย่างสบายๆ ไม่อึดอัด ชานยอลทำท่าทางปกติ และไม่ได้แสดงออกว่าต้องการจะเข้าหาเขาอย่างตอนที่เจอกันที่โรงพยาบาลและตอนที่ไปทานข้าวด้วยกัน




  
           แบคฮยอนลอบมองเสี้ยวหน้าคมก้มลงเขียนอะไรบางอย่างบนสมุดโน้ตที่เตรียมมา ขณะเดินไปตามห้องต่างๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างสูงตอนตั้งใจทำงานนั้นก็ดูดีไม่น้อย เขาไม่เจ้าเล่ห์และดูจริงจังตั้งใจดี





          ชานยอลกับแบคฮยอนนัดเจอกันบ่อยขึ้น แทบทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 2 วัน พวกเขาอายุเท่ากัน และทุกครั้งที่เจอกันก็ยิ่งคุยถูกคอมากขึ้น ตอนนี้ก็เป็นเวลา 4 เดือนแล้วที่เจอกันที่คอนโดของแบคฮยอน ชานยอลค่อยๆทำความรู้จักกัน และเขาวางตัวเป็นแค่ลูกจ้างกับนายจ้างเท่านั้น มาดร้ายๆที่ผ่านมาเริ่มหายไป แบคฮยอนบอกตัวเองว่าที่ต้องนัดเจอกับเขาบ่อยขึ้นเป็นเพราะอยากให้ห้องของเขาออกมาดี ทั้งทีร่างสูงตรงหน้าก็เริ่มเข้ามาในใจของเขาทีละน้อย 




              
“ คุณชอบเคาน์เตอร์ล้างหน้าแบบไหน ”



“ ที่คิดไว้ คงจะเป็นหินอ่อนสีขาวน่ะครับ ”



“ ก็ดีครับ คุณชอบสีขาวหรอ ”



“ ใช่แล้วครับ ผมชอบเพราะว่าสีขาวเหมือนกันกับผมน่ะครับ ผมรู้สึกแบบนั้น ”



“ ทำไมล่ะครับ? ”



“ ผมว่าคุณคงไม่อยากรู้หรอก ”



“ ผมก็แค่…อยากรู้จักคุณมากกว่านี้ก็เท่านั้นเอง ”




                
           สิ้นเสียงทุ้มของร่างสูง ชานยอลที่มองลึกเข้าไปในดวงตาของแบคฮยอน สังเกตเห็นแววตาที่วูบไหวชั่วครู่ของร่างเล็ก ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆเคลื่อนเข้าหาใบหน้าน่ารักตรงหน้าเขาช้าๆ ร่างเล็กหลับตาลง พร้อมกับรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่กลีบปากบางและเร็วขึ้นจนกลายเป็นการดูดดึง สัมผัสของเขาแทบหลอมละลายทำให้ร่างขาวขึ้นสีอมชมพู ชานยอลค่อยๆ ละเมียดละไมชิมน้ำหวานและกลีบปากบางสีชมพูนุ่มนิ่ม อ้อยอิ่งอยู่แบบนั้น จนเมื่อถอนจูบออกมาก็พบใบหน้าหวานที่ปรือตามองมาที่เขาเช่นกัน 





           เขารู้สึกอยากทะนุถนอมร่างตรงหน้านี้เอาไว้  เขายอมรับว่าในตอนแรก เพียงแค่นึกสนุกที่จะได้เอาชนะและครอบครออง อย่างที่เคยทำกับคู่นอนคนอื่น เขายอมที่จะแกล้งป่วยต่างๆนาๆและอาสามาออกแบบบ้านให้กับคนตัวเล็กตรงหน้า  แต่แบคฮยอนต่างจากทุกคนที่เขาเคยรู้จัก 4 เดือนที่ผ่านมา พวกเขาเริ่มคุยแบบเปิดเผยมากขึ้นและต่างฝ่ายต่างเป็นตัวของตัวเองเวลาอยู่ด้วยกัน ความรู้สึกที่อยากจะเอาชนะในตอนแรกเปลี่ยนแปลงไปเป็นความรู้สึกหวงแหนแทน เขาหลงรักแบคฮยอนเข้าเต็มเปา แบคฮยอนมาเต็มเต็มช่องว่างในใจของเขา ทว่าใจหนึ่งชานยอลก็รู้สึกดี แต่อีกใจหนึ่ง เขากลับกลัว… 





         เพราะเคยเป็นผู้ชายที่ทุ่มเทเพื่อผู้หญิงที่ตัวเองรัก เขาวางแผนว่าจะใช้ชีวิตครอบครัวกับเธอ แต่เธอกลับหักหลังเขาไปมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเขาเอง ชานยอลจึงกลายเป็นคนที่ไม่เชื่อมั่นในรักแท้ เขาติดเหล้าและละทิ้งทุกอย่างอยู่หลายเดือน จนพ่อต้องเข้ามาคุยให้กลับไปทำงานบริหารบริษัทดังเดิม แต่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ การเปลี่ยนคู่นอนเป็นว่าเล่น และมักทำร้ายจิตใจทุกคนที่ทำท่าว่าจะรักเขา กลางวันไปทำงานก็จริง แต่กลางคืนก็ไปจบที่สถานเริงรมย์ เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไป เขาจึงกลัวที่จะรู้สึกดีกับร่างเล็กตรงหน้านี้ ไม่ใช่ว่ากลัวว่าแบคฮยอนจะทิ้งเขา แต่เขากลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอสำหรับแบคฮยอน ตั้งแต่ที่คุยกันมา แบคฮยอนเป็นคนดี ใสซื่อ น่ารัก เป็นคนมีอารมณ์ขันบ้างในบางที เขาคิดว่าชีวิตของเราต่างกันจนเกินไป






“ ค…คุณ เป็นอะไรไปครับ ”




          แบคฮยอนถามเมื่อเห็นว่า จู่ๆชานยอลก็นิ่งเงียบไป มือเรียวสวยแตะเบาๆบนไหล่แกร่ง ชานยอลเงยหน้าขึ้นสบตากับแบคฮยอนอีกครั้ง มองใบหน้าน่ารักที่เขามักจะคิดถึงเสมอในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาและเขาตระหนักได้ว่าไม่ควรจะเข้าไปทำลายชีวิตที่แสนบอบบางนี้




“ ผมไม่ดีพอสำหรับคุณ ถึงแม้ว่าผมจะชอบคุณก็ตาม ”




“………”




“ อีกไม่กี่สัปดาห์โครงการนี้ก็จะเสร็จแล้ว ผมหวังว่าคุณจะเป็นความทรงจำดีๆนะครับ ”




“ หมายความว่ายังไง ”




“ เราเลิกติดต่อกันเถอะครับ ”




“ เลิกติดต่อหรอ หมายความว่ายังไงที่บอกว่าคุณไม่ดีพอ ”




“ ………”




“ ผมไม่เชื่อว่าคุณจะไม่ดีพอสำหรับผม ”




“………”




“ คุณเป็นคนดีนะครับ ชานยอล…ผมสัมผัสได้ว่าคุณเป็นคนดี ”





“ แต่อดีตผมเคยเป็นยังไงคุณก็รู้ดี ”





“ ผมรับได้ ไม่ว่าที่ผ่านมาคุณจะเป็นยังไง ”




“ ………”




“ รู้อะไรมั้ย ว่าผมก็ชอบคุณเหมือนกัน ”








- The Return -








          ตั้งแต่วันนั้น ทั้งแบคฮยอนและชานยอลก็ตกลงคบกัน ชานยอลเปลี่ยนแปลงตัวเองและทำทุกอย่างให้แบคฮยอนมั่นใจในตัวเขา แม้ว่ากลุ่มเพื่อนนักท่องราตรีทั้งหลายจะพยายามส่งข้อความมารบเร้าขนาดไหน เขาไม่สนใจทั้งนั้นเมื่อมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยน เเบคฮยอนรักเขาและเขาเองก็เช่นกัน 


          ในวันเกิดของเขาหลังจากคบกันได้ 1 ปี เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีอะไรกันและชานยอลรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุดในโลก เขารักแบคฮยอนและมันเพิ่มมากขึ้นทุกๆวัน ทั้งรักทั้งหลง และหวงมากๆด้วย นอกจากทั้งคู่ที่มีความสุขแล้ว อีกคนที่หน้าชื่นตาบานเห็นจะเป็นพี่ยูราที่ยินดีกับความรักของคนทั้งคู่


          ตอนแรกเธอยอมรับว่าหวั่นๆอยู่บ้างเพราะรู้มาตลอดว่าน้องชายของเธอก่อเรื่องเอาไว้เยอะขนาดไหน แต่เมื่อชานยอลเปลี่ยนแปลงตัวเองและดีขึ้นเรื่อยๆหลังจากอยู่กับแบคฮยอนก็ทำให้เธอโล่งอก  ยูอึนเองก็ดีใจที่น้าชานกับน้าแบคแวะมาเล่นด้วยกันที่บ้านบ่อยขึ้น



“ อ๊ะ อื้มม ”



“ อืมม ”



“ พ…พอก่อน ชานยอล ”



“……”



“ เอาไว้คืนนี้นะครับ ”



“ สัญญาแล้วนะ นานๆทีผมจะได้หยุดมานอนกับคุณที่นี่ ”



“ สัญญาสิครับ ”



          ร่างสูงชะโงกหน้าขึ้นจากหน้าท้องขาวเนียนที่กำลังลากลิ้นร้อนไล้วนอยู่ ส่งสายตาเว้าวอนไปให้กับแบคฮยอน ที่ตั้งท่าจะลุกเดินออกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน  


  
          ชานยอลมาหาที่คอนโดตั้งแต่ตี 3 เริ่มปลุกเขาและทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน จนเขาแทบหมดแรง และเช้านี้ชานยอลกำลังจะเริ่มทำมัน
อีกครั้ง แบคฮยอนจึงต้องยืนข้อเสนอให้ เพื่อวันนี้เขาจะได้ไปทำงานตามปกติ เพราะไม่งั้น พนันได้เลยว่าเขาคงได้ลางานช่วงเช้าเป็นแน่…




                    
         แบคฮยอนนึกย้อนไปถึงช่วงคบกันแรกๆที่ชานยอลบอกว่า เขามีความต้องการทางเพศสูงและถามว่ารับได้ไหม  แบคฮยอนดันตอบไปว่า รับได้ทุกอย่างที่เป็นตัวเขา แต่ไม่คิดว่ามันจะมากมายขนาดนี้ 


           ไม่ใช่ว่าแบคฮยอนรังเกียจหรือไม่มีความสุข แต่มันก็มากไปในบางครั้งของช่วงชีวิต เช่น ตอนที่ชานยอลแวะมาหาเขาที่ทำงาน และมีอะไรกันในห้องน้ำโรงพยาบาล หรือ แม้กระทั่งในรถหลังจากดูหนังรอบดึกเสร็จ ยอมรับว่าทุกครั้ง แบคฮยอนมีความสุขมากๆ 


          แต่ก็ทำเอาเขาเพลียจนไปทำงานแบบมึนๆเลยทีเดียว ร่างเล็กสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป  เมื่อนึกถึงวันเก่าๆแก้มขาวของเขาดันเห่อร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แบคฮยอนในชุดทำงานเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นร่างสูงนั่งดูทีวีบนโซฟา เลยเดินเข้าไปนั่งข้างๆและเอาแก้มไปถูไถกับแขนที่เต็มไปด้วย
มัดกล้ามของแฟนตัวสูง



“ เอาแซนวิชไปกินด้วยสิ ” 



           ชานยอลว่าพลางกดเปลี่ยนช่องไปด้วย เขามักจะเป็นห่วงแบคฮยอนเสมอ กลัวไม่ได้กินอาหารตรงเวลาหรือ กลัวไปเป็นลมในเวลาทำงาน



“ ขอบคุณครับ แฟนใคร น่ารักจัง ” 




           เขาไม่ตอบแต่ยิ้มมุมปาก จ้องลึกเข้ามาด้วยสายตาที่ทำเอาแบคฮยอนเขินจนต้องเป็นฝ่ายหลบตาแทน แล้วจิ้มนิ้วลงมากลางอกขาวที่มีเสื้อกาวน์สวมทับอยู่ ลากไล้ลงมาเรื่อยๆ จนเป็นแบคฮยอนเองที่จับมือหนาเอาไว้ ก่อนอะไรๆจะเลยเถิดไปมากกว่านี้




“ ไปนะครับ ฝากเฝ้าบ้านด้วยนะ ”



“ ผมไม่ใช่หมา แต่จะเฝ้าให้ ”



“ ฮะๆ ไปนะ ”





            แกล้งแหย่แฟนตัวสูงเล่น พร้อมกับง้อด้วยการก้มลงหอมแก้มซ้ายขวาของเขา ชานยอลหมั่นเขี้ยวแฟนตัวเล็กจนต้องตีเบาๆ เข้าที่ก้นนุ่มนิ่ม
หนึ่งที แบคฮยอนมองคาดโทษแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไปทันที ไม่ลืมที่หยิบแซนวิซของโปรดฝีมือชานยอลติดมือมาด้วย




           หลายเดือนต่อมา ถือว่าเป็นเดือนที่หนักสำหรับชานยอล เพราะเขาพึ่งได้รับโปรเจ็คใหญ่ในการนำทีมออกแบบ โรงแรมหรูที่สร้างขึ้นใหม่ใจกลางเมือง แบคฮยอนเองก็มีงานล้นมือ ต้องไปประชุมวิชาการทางการแพทย์ที่ต่างประเทศ อีก 7 วัน บินกลับมาไม่นานก็ต้องดูแลผู้ป่วยที่มีจำนวนมากขึ้นเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงเทศกาล โดยเฉพาะเดือนธันวาคมนี้ เขากับชานยอลไม่ได้เจอหน้ากับเลย เกือบ 2 เดือนมาแล้ว ทำได้มากสุดแค่โทรคุยและเฟสไทม์





            คิดถึง…คิดถึง…คิดถึง เป็นสิ่งที่พวกเขาคิดตรงกัน อยากกอด อยากจูบ อยากฟัดแบคฮยอนใจจะขาด ชานยอลคิดในใจขณะขับรถสปอร์ต
คันหรู มาเซอร์ไพรส์แบคฮยอนที่โรงพยาบาล พร้อมดอกลิลลี่สีขาวช่อโต สีที่แฟนตัวเล็กเคยบอกว่าชอบนักชอบหนา เขาลงจากรถด้วยความอารมณ์ดี
ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มโพล้เพล้แล้ว ด้วยความที่เป็นหน้าหนาว เวลาห้าโมงเย็นจึงมืดเร็วกว่าปกติ





          เมื่อเดินเข้ามาในโรงพยาบาล ก็เข้าไปถามพยาบาลที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่ได้รับคำตอบว่าคุณหมอแบคฮยอนกลับบ้านไปแล้ว ชานยอลจึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นเซอร์ไพรส์ที่คอนโดของแฟนตัวเด็กแทน  ขายาวใช้เวลาไม่นานก็ก้าวมาถึงรถของเขาเอง แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นร่างเล็กที่เขาคิดถึงกอดอยู่กับชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อกาวน์ ก่อนทั้งคู่จะผละออกจากกัน มองสบตากันครู่หนึ่ง และเป็นร่างสูงนั้นที่โน้มตัวตั้งท่าจะจูบแฟนเขา แบคฮยอนตกใจรีบขืนตัวและกำลังจะผละออก เป็นจังหวะเดียวกันกับชานยอลที่พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อของคุณหมอหนุ่มร่างสูง จนแทบขาด ร่างสูงที่กำลังโมโหได้ที่ง้างหมัดหนักๆต่อยเข้าที่ใบหน้าหล่อด้วยแรงอารมณ์ทั้งหมดที่ปะทุขึ้นจากความโกรธ






“ ช…ชานยอล อย่า?! ”



“ มึงเป็นใคร !!! มายุ่งกับแฟนกูทำไม!!! ”



“ ผ…ผมเป็นรุ่นพี่ของแบคฮยอน ค…แค่จะมาปลอบเค้าเท่านั้น ”



“ เหอะ ปลอบงั้นหรอ??!!  ”



“……ผ…ผมขอโทษ…ขอโทษจริงๆ ”




 
           คุณหมอหนุ่มที่มีรอยแผลที่มุมปากขอโทษชานยอลยกใหญ่ให้ปล่อยเขาไป เขาไม่รู้จักการป้องกันตัวเท่าใดนัก ทั้งชีวิตอยู่แต่กับตำราและการเรียนเท่านั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เขามีเรื่องชกต่อย และเขายอมรับว่าเขากลัวร่างสูงตรงหน้าที่สีหน้าโกรธจัด และข้างๆคือแบคฮยอนที่เขาแอบหลงรักเสมอตั้งแต่สมัยเรียน ได้แต่แอบชอบและไม่กล้าบอก จนกระทั่งรู้ข่าวว่าแบคฮยอนมีคนรักแล้ว เขาเสียใจมากที่สุด แต่ก็พยายามข่มใจเอาไว้ จนมาวันนี้ที่เขาทำให้แบคฮยอนต้องเดือดร้อนเพราะความไม่รู้จักยังยั้งชั่งใจของเขา 





“ ชานยอล ออกไปคุยกันที่อื่นก่อนเถอะนะ ผมขอร้อง ”




           แบคฮยอนใช้แรงทั้งหมดที่มีมาช่วยดึงกึ่งลากแขนชานยอลออกไปรวดเร็วและไม่ลืมที่จะก้มลงโค้งให้รุ่นพี่หลายต่อหลายครั้ง
แทนคำพูดว่าขอโทษ





           ชานยอลสะบัดแขนออกจากมือขาวขอร่างเล็กทันทีที่เดินออกมาจากตรงนั้น ภาพแบคฮยอนกอดกับคนอื่น และเกือบจะจูบกับคนอื่น ฉายซ้ำวนไปมาในหัวของเขา สลับกับภาพ ที่หญิงสาวที่เขาเคยรักมากมายในอดีตมีอะไรกับเพื่อนสนิทของเขา ชานยอลทั้งโกรธที่โดนคนรักหักหลัง ทั้งกลัวที่จะถูกทิ้ง แม้ว่าคนตัวเล็กพยายามจะอธิบายเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ในหัวเขามันตื้อไปหมด



“ ชาน…ม…มันไม่ใช่อย่างที่ชานคิดนะ แบคไม่ได้- ”



“ ไม่ใช่? ไม่ใช่ยังไง ดูไม่ออกหรือไงว่าสายตาที่มันมองคุณเป็นแบบไหน?!!! ”



“ ไม่นะ…เรากับพี่คริสไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่เค้าเป็นรุ่นพี่ทีมเดียวกัน แล้ววันนี้ก็เกิดเรื่อง- ”



“ พอเถอะแบคฮยอน ตอนนี้ผมยังไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น  ”



“ เดี๋ยวสิ ชานยอล ฮึก ชานยอล ”





           รถสปอร์ตสีเทาเงินขับออกจากโรงพยาบาลด้วยความเร็ว ดอกลิลลี่ช่อโตที่วางไว้บนฝากระโปรงหน้ารถนั้น ร่วงลงและปลิวตกไปทั่ว คนตัวเล็กเดินไปเก็บเอาไว้ พร้อมกับน้ำตาใสที่ไหลหยดลงมา



            แบคฮยอนขับรถมาจนถึงคอนโด โทรไปขอโทษพี่คริส และได้คำขอโทษกลับมาเช่นกัน พยายามส่งข้อความหาชานยอลและโทรหาหลายสาย แต่คนตัวสูงไม่ตอบกลับ เลยลองโทรไปขอความช่วยเหลือจากพี่ยูรา เธอรับปากว่าถ้าได้ข่าวแล้วจะรีบบอกทันที แบคฮยอนอยากอธิบายให้ชานยอลฟังว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด 



            ทั้งเขาและพี่คริสเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกัน และเพราะวันนี้คนไข้ ที่เขาและพี่คริสดูแลอยู่ เสียชีวิตด้วยโรคแทรกซ้อน ทั้งที่ให้สัญญากับเธอว่าเธอจะหายดีและสามารถมีลูก มีครอบครัวได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ สามีเธอก็เช่นกันเขารับปากเอาไว้ว่าจะทำให้ได้  แต่แล้วทั้งหมดก็ไม่เป็นไปตามหวัง เขาโทษตัวเองแล้วร้องไห้เสียใจอยู่พักใหญ่ แต่ก็ได้พี่คริสที่มาช่วยปลอบและพูดให้กำลังใจจนเขาดีขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าที่ผ่านมาพี่คริสคิดกับเขาเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน 



           แบคฮยอนเหนื่อยเหลือเกิน วันนี้มีหลายเรื่องที่ประดังประเดเข้ามาจนรับแทบไม่ไหว ร่างเล็กจึงผล็อยหลับไป…




กริ๊งงงง กริ๊งงงงง
 



            เป็นเวลากว่าเที่ยงคืนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในความมืดมิด แบคฮยอนสะดุ้งตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นที่หน้าจอปรากฏชื่อพี่ยูรา เขารีบกดรับสายทันที



“ ครับ พี่ยูรา ”



“ แบค พี่รู้แล้วนะว่าชานยอลอยู่ที่ไหน ”



            แบคฮยอนเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงขึ้นทันที ล้างคราบน้ำตาออก เปลี่ยนเสื้อผ้า และขับรถไปยังสถานที่ที่พี่ยูราแชร์โลเคชั่นมาให้ เขาไม่เคยมาที่แบบนี้ วิถีชีวิตของเขามักจะอยู่ตามร้านกาแฟหรือคาเฟ่น่ารักๆเป็นส่วนใหญ่ คนตัวเล็กทำใจกล้าเดินเข้าไปในผับแห่งหนึ่งในย่านกังนัม ความมืดและเสียงเพลงดังก้อง ทำเอาเขาต้องปรับตัวอยู่นานพอสมควร ก่อนจะเริ่มมองเห็นอะไรได้ชัดขึ้น เขาสับสนมึนงงไปหมด จนมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง 




“ อ้าว?! คุณแบคฮยอน มาเที่ยวเหมือนกันหรอครับเนี่ย ”




          โอเซฮุน เพื่อนคนเดียวของชานยอลที่เขายอมแนะนำให้แบคฮยอนรู้จักด้วย เพราะเซฮุนแต่งงานและมีลูกแล้ว และผู้ชายหน้าสวยตากวางข้างๆนั่นคงจะเป็นภรรยาเขาสินะ 



“ ใครอะตัวเอง ”



“ แฟนไอ้ชานไง ที่เค้าเคยเล่าให้ฟังอะ ”



“ อ้อ สวัสดีครับ ผมลู่หานนะครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ”



“ ยินดีเช่นกันครับ…เอ่อ…ว่าแต่…ชานยอลอยู่ไหนหรอครับ ”



“ เห็นว่าไปเข้าห้องน้ำน่ะครับ ตั้งแต่มามันก็เอาแต่นั่งเงียบ กินเหล้าไม่หยุดปากเลยครับ ผมว่าคุณเข้าไปดูมันหน่อยก็คงดี ”



“ อ้อ ขอบคุณมากนะครับ คุณเซฮุน คุณลู่หาน ไว้วันหลังไปทานข้าวกันนะครับ ”



“ ยินดีครับ / ยินดีครับ ” 



   
           ค้อมศีรษะให้สองสามีภรรยา ก่อนจะรีบเดินกึ่งวิ่งออกมาหาห้องน้ำที่คาดว่าร่างสูงจะอยู่ แต่ทว่า…
 



            ภาพที่ร่างสูงจูบอย่างดูดดื่มอยู่กับสาวอกโตในชุดรับรูปเผยส่วนโค้งเว้าสีแดงเข้ม เกาะอกเลื่อนต่ำจนเห็นหน้าอกไปถึงไหนต่อไหน ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าแฟน ในตอนนี้ทั้งหน้าขึ้นสีแดงเถือกและดูเมาจนไม่มีสติ กอบกุมหน้าอกของเธอและละเลงลิ้นลงบนนั้นก่อนจะเลื่อนมือหนาต่ำลงไปเรื่อยๆ 



“ ช…ชานยอล ฮึก ”



“ แบคฮยอน ”



“………”



“ เดี๋ยว เดี๋ยวสิแบคฮยอน ”




           ชานยอลผละออกจากหญิงสาวแทบจะในทันที แววตาตัดพ้อของแบคฮยอนเหมือนหมัดหนักๆที่ซัดเข้าที่หน้า ให้เขาตื่นจากความเหลวแหลกเดิมๆ
ทีแรกเขาโกรธจนไม่มีสติ และต่อมากลายเป็นความรู้สึกผิด เพราะคริสที่ขวนขวายหาทางติดต่อชานยอลอยู่นาน ต่อสายมา ผ่านทางเลขาของเขา
คริสเปิดอกเล่าเรื่องทุกอย่างตั้งแต่การแอบชอบแบคฮยอนที่ต้องเก็บเอาไว้หลายปี รวมไปถึงเหตุผลที่เขาต้องปลอบแบคฮยอน พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำขอโทษอีกครั้ง 



            ชานยอลรับรู้เรื่องราวทั้งหมด กำลังจะกลับเพื่อไปขอโทษที่เข้าใจแบคฮยอนผิด แต่แล้วคู่นอนคนเก่าของเขาเมื่อหลายปีก่อนก็เดินเข้ามาหาพร้อมเซ้าซี้ยื่นแก้วไวน์แดงมาให้เขาดื่มให้ได้ เขาตัดรำคาญที่เธอเอาแต่ยื้อยุดเขาเอาไว้ ด้วยการกระดกไวน์ทั้งหมดเข้าปากไป ซักพักร่างกายก็เริ่มร้อนขึ้นจนแทบแตกสลาย บางอย่างจากช่วงล่างประทุขึ้นมา รู้สึกเมายิ่งกว่าเสพสารเสพติดใดๆเข้าไป จนแทบควบคุมสติไว้ไม่อยู่

            


“ ขอโทษ…ผมขอโทษ แบคฮยอน ”




“ ไม่นะ…บอกให้ปล่อยไง ชานยอล ปล่อย!! ”




          แบคฮยอนตวาดเสียงสั่นเครือ พยายามดิ้นให้หลุดจากมือหนาที่จับแขนเขาแน่น เขาทั้งเสียใจและผิดหวังในตัวร่างสูงตรงหน้า สิ่งที่เคยสัญญาณกันเอาไว้ คงไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้นสำหรับชานยอล เขาผิดเองที่คิดว่าคนตรงหน้านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ เขามันโง่ โง่จริงๆ




“ เราเลิกกันเถอะ ”




             เขาพูดมันออกไปแล้ว ด้วยน้ำตาอาบแก้ม ด้วยเสียงสะอึกสะอื้นจนตัวโยน ชานยอลมองภาพตรงหน้าด้วยรู้สึกผิด เขาขอโทษคนตัวเล็กซ้ำๆ 
และพยายามพูดอธิบายทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งความจริงที่เขารับรู้แล้วจากคริสจนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ แต่คนตัวเล็กบอบช้ำจนแทบรับอะไรไม่ไหวแล้วในวันนี้ 
แบคฮยอนไม่ฟัง ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขายืนยันที่จะเลิกและยอมกัดฟันพูดว่าไม่อยากเห็นหน้าร่างสูงอีกต่อไป




“ อย่ามาให้ผมเห็นหน้าคุณอีก…ชานยอล ”







- The Return - 







           ยอมรับเลยว่าตลอด 1 ปี ที่ไม่มีชานยอล แบคฮยอนต้องพยายามปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตแบบเดิมๆได้อีกครั้ง ช่วงที่เลิกกันแรกๆ เวลาที่คิดถึงเขา น้ำตาเจ้ากรรมมักชอบไหลออกมาดื้อๆ แบคฮยอนจะไม่ปฏิเสธหรือหลอกตัวเองว่าลืมชานยอลได้แล้ว เขารู้ข่าวเพียงแค่ว่าชานยอลไม่ได้อยู่ในเกาหลีอีกต่อไป ก็ไม่แปลก 



          เพราะหลังจากเกิดเรื่องที่ผับ ชานยอลก็ยังคงงอนง้อเขาอยู่หลายเดือน ตามมาง้อถึงที่โรงพยาบาลก็หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่ใจอ่อนและใช้คำพูดต่างๆนาๆตัดเยื่อใยทิ้งไป จนชานยอลถอดใจหนีไปในที่แสนไกล แต่กลายเป็นร่างเล็กเองแท้ๆที่มานั่งเจ็บปวด แบคฮยอนเองยังคงคิดถึงร่างสูง คิดถึงทุกสัมผัสที่เคยมีให้กัน และตอนนี้ไม่รู้เลยว่าชานยอลได้มอบมันไปให้กับคนอื่นแล้วหรือยัง





“ แบค เสาร์นี้เป็นงานวันเกิดครบ 7 ขวบของยูอึนน่ะจ่ะ จัดที่บ้านพี่นี่แหละ ”




“ ครับ ผมว่างครับ อยากไปเล่นกับหลานพอดีเลย ”




“ จ้ะ งานเริ่มสี่โมงเย็นน่ะ เพื่อนๆของยูอึนก็มากันด้วย ”




“ ครับๆ พี่ยูรา ผมจะไปแน่นอน แล้วเจอกันครับ ”





          งานวันเกิดของยูอึนจัดขึ้นที่สวนหลังบ้านของพี่ยูรา มีเด็กหญิงและเด็กชายจำนวนกว่าหลายสิบชีวิต กำลังสนุกสนาน พร้อมส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง บ้างก็กิน บ้างก็เล่น บ้างก็ร้องเพลง แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่ออกมาจากสภาพแวดล้อมเดิมๆที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายเหล่านั้น




“ น้าแบคคคคค ”




“ ว่าไงครับคนสวย ”




          เจ้าของวันเกิดในชุดมินนี่เมาส์คลุมทั้งตัว มีหมวกที่เป็นหูและโบว์ ดูน่ารักน่าเอ็นดู วิ่งหน้ายิ้มแป้น เข้ามากอดเขาด้วยความรวดเร็ว ทันทีที่เห็นร่างบางเดินเข้ามาในงาน พร้อมชวนคุณน้าแบคขอเธอไปทานขนมที่ว่าอร่อยหนักหนา




“ ไปทานขนมตรงโน้นมั้ยคะ อร่อยมากๆเลยค่ะ ”




“ ว้าว งั้นพาน้าแบคไปหน่อยสิครับ คนเก่ง ”




          มือน้อยจับจูงมือเรียวสวยให้กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามมา แต่ดูเหมือนว่าจะพาเขาออกมาที่สวนหย่อมที่มีน้ำพุสวยงามประดับประดาด้วยดอกลิลลี่สีขาวแทน ก่อนที่จะทันได้ถามเอาความใดๆ จากสาวน้อยยูอึนก็วิ่งหนีหายเข้าไปหลังพุ่มไม้ ปรากฏร่างสูงใหญ่ของใครบางคนแทนที่ แบคฮยอนสบเข้ากับดวงตากลมโตที่คุ้นเคยและแสนคิดถึง แต่จำต้องหันหน้าหนี ตั้งท่าว่าจะเดินออกมา เป็นมือหนาที่คว้าแขนเล็กเอาไว้ แล้วดึงเข้ามาในอ้อมอกอุ่น










“ คิดถึง…ผมคิดถึงคุณ ”








          ชานยอลพร่ำบอกข้างในหูของร่างเล็กบอบบางในอ้อมกอด เขารู้สึกได้ว่าแบคฮยอนผอมลงไปมากตั้งแต่ตอนนั้นที่เรายังคบกัน เป็นห่วงเหลือเกินว่าที่ผ่านมาร่างเล็กจะต้องทรมานขนาดไหน เจ็บปวดแค่ไหน เขาเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ที่ต้องออกมาจากชีวิตของแบคฮยอนนั่นก็เพราะเขารู้สึกผิดมากมายเหลือเกิน แต่เวลาที่ห่างกันไป ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรารักกันมากขนาดไหน 





          เขาสารภาพกับพี่ยูราว่ายังรักแบคฮยอน พี่ยูราเองก็ยอมใจอ่อนและเล่าเรื่องที่เธอพอจะดูออกว่าแบคฮยอนเองก็ยังมีใจให้ชานยอล และเป็นร่าสูงที่เป็นคนวางแผนทั้งหมดขึ้นมาโดยได้รับความร่วมมือจากหลานสาวตัวน้อย 










“ ฮึก…มะ…ไม่รู้แล้ว ผ…ฮึก…ผม…เกลียดคุณ ”







“……”







          ร่างเล็กฟูมฟายดิ้นไปมา พยายามขืนตัวออกจากอ้อมกอดของเขา แบคฮยอนกำมือแน่น กระหน่ำตีไปที่ชานยอลไม่หยุด พร้อมพร่ำบอกว่าเกลียดคนตรงหน้าอยู่ซ้ำๆ ชานยอลไม่รู้สึกเจ็บที่ร่างกายแต่เขาปวดหนึบที่หัวใจมากกว่า ทว่าเมื่อร่างเล็กพูดบางอย่างออกมา ทำให้น้ำแข็งที่เกาะกินหัวใจของเขาเอาไว้ เริ่มหลอมละลายและกลับมาเต้นใหม่อีกครั้ง








“ ผม…เกลียดคุณๆๆๆ… ฮึก…ผมเกลียดคุณจนแทบบ้า…เพราะคุณทำให้ผมคิดถึง…”







“……”







“ ผ…ผมเอาแต่คิดถึงแต่คุณ…ฮึก…จน…ฮึก…ระ…ร้องไห้ออกมา ”








“ โอ๋ๆ... ไม่เป็นไร....ผมอยู่ตรงนี้แล้วไงครับ คนดี”







“ ฮึก…”







“ กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย แบคฮยอน ”








“…………”





          ร่างเล็กที่สะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาไม่ตอบ แต่ทำแค่เพียงพยักหงึกหงัก จนเส้นผมหอมนิ่มกระจายไปบนเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีตัวใหญ่ 
และปัดผ่านสันกรามได้รูปของร่างสูง เพียงเท่านั้น กอดที่ว่าแน่นอยู่แล้วก็ยิ่งรัดขึ้นไปอีก เมื่อหัวใจของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง แบคฮยอนเองก็ลอบยิ้ม
อยู่ในอก โดยที่เขาไม่ทันได้สังเกตเห็น








- The Return -






          หลังจากที่ปรับความเข้าใจกัน ชานยอลให้เหตุผลที่ตามแบคฮยอนมาที่คอนโดว่า วันนี้จะไม่ปล่อยให้แบคฮยอนไปไหนทั้งนั้น เขาจะกอดคนตัวเล็ก
ให้หายคิดถึง และทันทีที่มาถึง ชานยอลมองไปรอบๆห้องที่เขาตกแต่งด้วยฝีมือของตนเอง ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แบคฮยอนยังไม่ลืมเขาจริงๆ ชานยอลโถมตัวเข้ากอดแบคฮยอนที่เดินนำอยู่ไม่กี่ก้าวจากทางด้านหลัง แขนแกร่งโอบรอดเอวบาง และกระซิบด้วยคำหวาน




 
“ ผมรักคุณ…แบคฮยอน ”





“ ผมก็รักคุณ…ชานยอล ”






           ก่อนจะหมุนร่างขาวน่าจับฟัดให้หันมาเผชิญหน้ากัน และมอบจุมพิตหวานละมุนละไม เสื้อผ้าของทั้งคู่ค่อยๆหลุดออกไปทีละชิ้น เเละทีละชิ้น รวดเร็วตามความคิดถึงที่มีให้แก่กันและกัน ชานยอลมองจุมพิตหวานล้ำ และดื่มด่ำไปกับรสชาติที่ถวิลหามาตลอด แบคฮยอนตอบรับทุกสัมผัส ที่ร่างสูงมอบให้ และรู้สึกดีเหลือเกินที่ได้อยู่ในภายใต้ร่างกายแข็งแกร่งนี้อีกครั้ง…











       






CUT
ลิ้งค์อยู่ที่ Bio ทวิตค่ะ
@anam_nir

















The End














Talk 


รีดเดอร์ทั้งหลาย (มีใครเข้ามาอ่านบ้างมั้ยเอ่ย555)

ประเดิมเรื่องแรกด้วยการตัดจบที่ฉากคัทค่าาาาา มาแหวก
ทั้ง os แรก และ nc แรก ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกันบ้าง 
ถ้ายังไงคอมเม้นให้กำลังใจกันหน่อยนะคะ บาย~~~~
ปล. มีคำผิดตรงไหนบอกได้ค่ะ

คืองงมากค่ะ นิยายในแอพหายไป เลยลงให้ใหม่นะคะ


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Nir-anam จากทั้งหมด 1 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    80/80

    0

    0%

    9 ธ.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น