The Prince Of Dark Moon

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 แก้ไขแบบเต็มสตรีม 100%(ในที่สุดก็เสร็จซะที)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 49

ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น (บทนำ)


               
ครีมีส เป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองไปด้วยเงินทองของมีค่า และเพชรนิลจินดาทั้งหลายแหล่ เป็นอาณาจักรกอปรไปด้วย3เมืองใหญ่ๆคือ BATTLELAND, QUARTZ และ NAZSIS ในแต่ละเมืองนั้นต่างมีตำนานที่กล่าวถึงสถานที่อันตรายต่างๆ ซึ่งตำนานที่กล่าวขานในแต่ละที่ต่างมีความหมายคล้ายกัน กล่าวคือ ผู้ใดก็ตามที่อาจหาญล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนของเฮดิส ผู้นั้นจะมิอาจกลับออกมาได้อีก  แต่ทว่า...ยังมีผู้คนที่ไม่เชื่อในคำเตือนเหล่านั่น ในละปีมีผู้ที่เข้าไปในสถานที่ต้องห้ามมากมาย ซึ่งในแต่ละครั้ง...ผู้ที่เข้าไปจะหายตัวอย่างไร้วี่แวว ไม่มีแม้แต่รอยเท้าที่เหยียบย้ำบนพื้นทราย ข้าวของ หรือแม้กระทั่งลมหายใจ แต่ใครจะรู้เล่าว่าสถานที่ที่ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจกล้ำกลายเข้าไปจะมีมนุษย์อยู่ภายในสถานที่บางแห่ง โดยที่ยังมีชีวิต มนุษย์....ที่เต็มไปด้วยความแค้นที่รอการชำระ
 

                อุโมงค์แห่งการเนรเทศ’ 1ใน5 สถานที่ที่อันตรายที่สุดเป็นอันดับ4ใน BATTLELAND (ดินแดนรกร้างจากสงครามหายนะ)
 

                ขึ้นชื่อว่าอุโมงค์ อย่างไรคงหลีกหนีไม่พ้นกลิ่นอับชื้นเนื่องจากอากาศถ่ายเทไม่สะดวก และสิ่งมีชีวิตเล็กๆหลายร้อยตัว ที่นี่ก็เช่นกัน แต่มันยังดีกว่าตรงที่ ภายในอุโมงค์แห่งนี้อากาศถ่ายเทค่อนข้างจะสะดวก และสะอาดกว่าอุโมงค์ทั่วไปหลายเท่านัก เพราะมนุษย์ไม่สามารถเดินผ่านมาจนถึงที่นี่ได้ง่ายๆเหมือนอุโมงค์ที่อื่น แต่ถึงกระนั้น ก็มิใช่ว่า...จะไม่มีมนุษย์ซะทีเดียว'

แสงจันทร์ในขณะนี้ไม่ค่อยสว่างเท่าไรนัก แต่ก็ยังพอมองเห็นภาพต่างๆได้รางๆ  เงาตะคุ่มๆของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์2 คน กำลังนั่งคุยกันอยู่บริเวณปากทางเข้าของอุโมงค์


               
“‘ซาจเจ้าว่ามันถึงเวลารึยังที่เราจะแก้แค้นพวกมันน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมของชายคนหนึ่งดังก้องสะท้อนกำแพงอิฐแดงเก่าที่สีซีดจางที่มีตะไคร้น้ำสีเขียวเข้มเกาะติดอยู่ตามทางเดินภายในอุโมงค์ภายในยามราตรี โดยมีแอ่งบ่อโคลนเล็กๆเกือบจะแห้งสนิท ที่เกิดจากน้ำฝนที่พร่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตาเมื่อหลายวันก่อน ไหลซึมลงมาตามร่องอิฐเก่าๆที่เชื่อมกันไม่สนิทดีนัก


               
ข้าว่าเจ้าน่าจะถามว่าโอกาสแทนที่จะถามถึงเวลา เพราะมันเลยผ่านมานานแล้วเสียงทุ้มของชายอีกคนดังขึ้น แต่เราจะทำอย่างไรได้เล่า มาริส ออกไปได้ก็โดนพวกมันฆ่าทิ้งซะเปล่าๆ

 
              
ปล่อยเจ้านั้นออกไปสิ...ผลงานของเจ้า พวกมันจะได้รู้กันว่าเจ้าทำได้จริงดังปากว่า... มิใช่เพียงลมปากเหมือนมอแรง คำกล่าวสุดท้ายของซาจทำให้ตาสีฟ้าเข้มของมาริสส่องประกายออกมาเล็กน้อย


               
เจ้านั้น???... อ่อ... ข้าเกือบลืมเจ้านั่นไปแล้วแท้ๆ ต้องขอบคุณเจ้าจริงๆที่เตือนข้ามาริสกล่าวแล้วลุกขึ้นจากตอไม้เก่าๆ ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลของซาจจะหันกลับเข้ามามองภายในอุโมงค์ที่มิดมืด โดยมีนัยน์ตาสีแดงสดเป็นประกายมองมาจากภายใน........


สวบ
...สวบ... 

      แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาในยามราตรี เผยให้เห็นบางสิ่งกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงในป่าทึบที่ห่างไกลจากโลกภายนอก  สิ่งมีชีวิตนี้สูงประมาณ 8 ฟุต มีส่วนหัวคล้ายสุนัข นัยน์ตาสีแดดก่ำกำลังสอดส่ายสายตาหาเส้นทางที่จะออกไปให้พ้นจากสถานที่แห่งนี้ หูที่ตั้งชันอย่างระหวาดระแวงสั่นระริกทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงสิ่งแปลกปลอมนอกไปจากเสียงของมันเอง ขนสีเทาที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดน้ำค้างและดินโคลนจากหนองน้ำใกล้ๆกัน หากใครได้มาเห็นสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ล่ะก็คงจะรู้ได้โดยไม่ยากเลยว่ามันคือ “Werewolf” หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า มนุษย์หมาป่า นั่นเอง


1 เดือนผ่านไป....(ไวเหมือนกินข้าวเหนียวส้มตำ:เกี่ยวกันไหม?)


    
ณ ชานเมืองเซราสเตสภายใต้ราตรีที่แสนคึกคักในช่วงเทศกาลสรรเสริญเทพไดโอไนซัส(DIONYSUS)[เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่น]


    
ภายในเมืองที่มีคนพลุกพล่าน  ชายคนหนึ่งกำลังกำลังวิ่งอย่างรวดเร็วไปตามทางแคบๆในตรอกซอยที่เชื่อมติดกันหมดภายในเมือง ผมสีดำที่เคยเรียบเป็นมันกลับกลายเป็นยุ่งเหยิง เสื้อสีขาวขลิบทองเปื้อนไปด้วยเศษดินทรายและขาดวิ่นเป็นริ้วๆจนไม่เหลือเค้าเสื้อราคาแพงตัวเดิม แสดงให้เห็นถึงบาดแผลเล็กๆที่มีเลือดซึมออกมาตลอดเวลา นัยน์ตาสีน้ำตาลของเขาฉายแววหวาดกลัวสุดขีด เหงื่อกาฬที่ออกมาตามร่างกายของเขาแสดงให้เห็นว่าชายผู้นี้วิ่งมาเป็นระยะทางยาวไกล หากแต่เขากัดฟันอดทนกับความเหนื่อยล้าทางร่างกายเพื่อเอาชีวิตรอด
!


    
ในความเป็นจริงชายคนนี้เป็นพ่อค้าที่มีฐานะคนหนึ่งในย่านทรอย [ตลาดมืด อยู่ชั้นใต้ดินของเมือง คาดว่าผู้ที่ได้ค้าขาย ณ ที่นี้จะเป็นผู้ที่ร่ำรวย แต่การจะสามารถเข้าไปค้าขายในทรอยได้นั้น ต้องทำงานให้นายทุนอิสระดีโอนีสซะก่อน] ชื่อของคนผู้นี้คือโจเซฟ ผู้ค้าที่แสนจะโอบอ้อมอารีกับคนทั่วไปโดยไม่แบ่งแยกชนชั้น ทว่า...นั้นเป็นเพียงเปลือกนอกที่เอาไว้บดบังความชั่วร้ายในใจของเขาเท่านั้น ตามแผนการแล้วขณะนี้เขาน่าจะอยู่ในงานสรรเสริญเทพไดโอไนซัส แต่ไฉนเขาถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้ได้เล่า?


    
เมื่อวิ่งจนมาถึงบ้านร้างหลังเล็กๆในมุมอับของเมือง เรี่ยวแรงที่เริ่มถดถอยสั่งให้เขาเข้าไปนั่งพักเอาแรงภายในบ้านที่กำลังผุพังนั่นชั่วครู่ ขณะที่เขากำลังนั่งพิงกองชิ้นส่วนของกำแพงภายในห้องที่มีถังไม้โอ๊กเปล่าๆ2-3ถังก็พลันมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นเหนือหัวของเขา


    
ทางที่ดีเจ้าควรจะให้ข้าจัดการกับเจ้าก่อนที่พระจันทร์จะเต็มดวงดีกว่า ถ้าหากเจ้ายังไม่อยากเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของเจ้านะโจเซฟเสียงทุ้มต่ำที่แสดงถึงความเย็นชาดังออกมาจากปากของชายผู้หนึ่งภายใต้ชุดคลุมสีคำสนิทที่ปกปิดทุกสัดส่วนในร่างกาย เผยให้เห็นแต่นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลที่ดูเย็นยะเยือกเท่านั้น ดวงตาที่จ้องมองมายังชายที่ถูกเรียกว่าโจเซฟนั้นให้ความรู้สึกน่ากลัวอย่างประหลาด


    
อย่าทำอะไรข้าเลย ได้โปรด.... เจ้าก็น่าจะรู้ว่าข้ามีครอบครัว ถ้าข้าตายไป ใครเล่าจะเลี้ยงดูลูกเมียของข้าโจเซฟถามชายในชุดคลุมสีดำสนิทด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขณะกำลังก้าวถอยหลังไปชิดกำแพงอย่างอัตโนมัติ


    
ข้ามิอาจทำเช่นนั้นได้โจเซฟ เพราะไม่อย่างนั้นงานของข้าคงไม่มีทางสำเร็จลุล่วงไปได้ชายในชุดคลุมตอบอย่างเย็นชา ฉับพลันนั้นก็ปรากฏมีดสั้นสีเงินเป็นเงาวับออกมาจากภายใต้ชุดคลุม หากเจ้าตายผู้คนที่เจ้าข่มเหงมาตลอดคงดีใจมิใช่น้อย


    
ไว้ชีวิตข้าเถอะ แล้วข้าจะให้ทุกอย่างที่เจ้าต้องการ เพียงเจ้าพูดออกมาเท่านั้น.... ได้โปรด ปล่อยข้าไปเถอะโจเซฟคุกเข่าวิงวอนร้องขอชีวิตของตนต่อชายหนุ่มตรงหน้า


    
เจ้าไม่มีทางให้สิ่งที่ข้าต้องการได้หรอก... ชายในชุดคลุมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ข้าขอพูดเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะโจเซฟ ว่าเจ้าควรให้ข้าจัดการกับเจ้าก่อนพระจันทร์จะเต็มดวง


    
ถ้าหากเจ้ายังไม่อยากเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเจ้า...


    
ไม่!!! ข้าจะไม่ยอมตายเยี่ยงนี้แน่โจเซฟพูดแล้วโยนลังไม้ที่วางอยู่ข้างๆเขาใส่ชายผู้นั้น และกระโดดออกมาทางหน้าต่างด้านหลังเขาทันที


    
แล้วเจ้าจะต้องเสียใจโจเซฟ ที่ไม่เชื่อคำพูดของข้าชายในชุดคลุมพูดขึ้นหลังจากที่โจเซฟวิ่งไปไกลแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าสีแดงระเรื่อยามตะวันกำลังคล้อยต่ำลับไปจากสายตา


  
อีกไม่นาน...มันจะถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระชายในชุดคลุมกระซิบกับตัวเองอย่างแผ่วเบา


 ----------


    
เจ้าไม่น่าจะทำให้ตัวเองเหนื่อยเปล่าๆเลยชายในชุดคลุมเอ่ยขึ้นหลังจากต้อนให้โจเซฟจนมุมได้อีกครั้ง น้ำเสียงที่เอ่ยขึ้นปราศจากอาการเหนื่อยหอบผิดกับโจเซฟลิบลับ

 
   
เจ้าน่าจะฟังคำพูดของข้าซักนิดนะ ข้าอุตส่าห์บอกเจ้าตั้งหลายครั้งแล้วว่าเจ้าควรจะให้ข้าจัดการกับเจ้าก่อนพระจันทร์จะเต็มดวงชายในชุดคลุมหยุดพูดไปชั่วขณะแต่เจ้ากลับไม่ฟังข้าเลยชายในชุดคลุมพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า


ดูสิโจเซฟ พระจันทร์มันเต็มดวงซะแล้ว


    
โจเซฟเงยหน้าตามขึ้นไปบนท้องฟ้ายามราตรี พระจันทร์ที่เคยมีสีเหลืองนวลบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับเลือด! โจเซฟหันหน้ามาหาชายในผ้าคลุมอีกครั้ง แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นชายในผ้าคลุมกำลังเปลี่ยนไป เส้นเลือดฝอยในตาค่อยๆแตกออกจนย้อมตาขาวให้กลายเป็นสีแดง ม่านตาขยายขึ้นและแปรเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีดำสนิทดั่งรัตติกาล ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้น เนื้อหนังเริ่มฉีกขาด เผยให้เห็นขนสีเทายาวคล้ายขนของสุนัข กระดูกเชิงกรานที่เริ่มยืดออกทำให้ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไป ใบหูตั้งชัน ฟันภายในปากที่แหลมคมขึ้นเหมือนสัตว์กินเนื้อ เล็บมือและเล็บเท้ายาวและแหลมคมขึ้น ขนสีเทาขึ้นปกคลุมไปทั่วร่างกาย และหางที่แซมไปด้วยสีเทาและสีดำค่อยๆปรากฏออกมาให้เห็น


    
โอ้! พระเจ้า...นั้นมันตัวอะไรกันโจเซฟพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ได้โปรดคุ้มครองข้าด้วย


    
ร่างกายที่เคยเป็นอดีตชายหนุ่มตรงหน้าเขาจ้องมองมายังโจเซฟด้วยสายตาที่แสดงถึงความแข็งกระด้างและดูถูกดูแคลนเขาซะเหลือเกิน กลิ่นสาบสางอย่างรุนแรงของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาลอยเข้ามาแตะจมูกเข้าอย่างจังทำให้เขาถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่าอะไรอยู่ตรงหน้าเขา โจเซฟก็ถึงกับต้องเบิกตากว้างเมื่อสิ่งนั้นกระโจนเข้ามากัด เลือดไหลนองออกมาจากต้นคอของโจเซฟเป็นจำนวนมาก  ร่างกายของเขาชาดิก โจเซฟถูกโยนไปกระแทกกำแพงอย่างแรง นัยน์ตาของโจเซฟเริ่มพล่ามัวเพราะเสียเลือดไปถึง 1 ใน 4 ส่วนของร่างกายในระยะเวลาอันสั้น เขาพยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว นัยน์ตาสีดำสนิทนั่นเริ่มแสดงความหงุดหงิดที่เขายังสามารถยืนขึ้นมาได้ สิ่งนั้นค่อยๆเดินเข้ามาหาโจเซฟอีกครั้งราวกับรู้ว่าเขาไม่สามารถหนีไปไหนได้อีก ฝ่ามือหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยขนรุงรังจับคอโจเซฟไว้ทันที โจเซฟร้องขึ้นอีกเมื่อมือที่จับคอของเขาอยู่เริ่มบีบแรงขึ้นเรื่อยๆ 


อย่า...” เสียงเล็ดลอดออกมาจากปากของโจเซฟอย่างยากลำบาก


กร๊อบบบบ


   
มันโยนร่างไร้ชีวิตของโจเซฟทิ้งอย่างไม่ไยดี  เลือดที่ติดตามตัวย้อมขนสีเทาให้กลายเป็นสีแดงสะท้อนกับแสงจันทร์ เวลาผ่านไปไม่นานนัก Were wolf ก็กลายเป็นชายในชุดคลุมอีกครั้ง


    
ข้าบอกเจ้าแล้วนะโจเซฟ ถ้าเจ้าเชื่อข้าเรื่องคงไม่เป็นอย่างนี้หรอกชายในชุดคลุมพูดความจริงข้าก็ไม่อยากจะฆ่าเจ้าหรอกนะโจเซฟแต่มันเป็นงานแล้วชายผู้นั้นก็หายไปทันที ทิ้งไว้แต่เพียงร่างกายไร้วิญญาณของโจเซฟ

แก้ไขเต็มสตรีม100%
13 มี.ค.49

__________________________________________________________________
แก้ไขยากจังโว๊ยยยย อ๊ากกกกกก ลงตอน2แล้วนะค๊าบ เม้นๆๆกันหน่อย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

166 ความคิดเห็น