[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 8 : God in Vytal Festival

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

Remnant เมื่อนานมาแล้ว



ณ Remnant สมัยเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อน โลกแห่งนี้ได้ถูกกล่าวขานเกี่ยวกับอาณาจักรลึกลับ ที่เป็นที่อยู่อาศัยของแม่มดในตำนานที่นามว่า ซาเลม และได้ใช้ชีวิตอยู่กินกับชายที่ชื่อว่า ออซม่า และทั้งสองอยู่กินกันจนมีลูกด้วยกัน 4 คน



จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์ที่ออซม่าได้ตัดสินใจพาลูกสาวทั้ง 4 คนหนีไปจากปราสาท แต่ซาเล็มจับได้ซะก่อน จึงเกิดการต่อสู้กันขึ้นและทำให้ปราสาทที่พวกเขาเคยอยู่ได้พังทลายลงอย่างรวดเร็ว ส่วนลูกสาวทั้ง 4 คนของพวกเขาไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง และแล้วการต่อสู้ก็จบลง ออซม่าเป็นฝ่ายแพ้ จากนั้นเขาก็ถูกซาเล็มสังหารทิ้งอย่างเลือดเย็น

แต่ถึงยังงั้น ความแค้นของซาเลม ที่มีต่อพระเจ้าทุกองค์ก็ยังคงมีอยู่และไม่มีวันลบหายไปได้ ทุกวันทุกเวลานางเอาแต่ท้าทายและรวบรวมพลังเพื่อที่จะสังหารเทพองค์ต่างๆ เพราะเทพที่ทำหน้าที่ดูแลโลกอย่างเทพแห่งแสงและเทพแห่งความมืดไม่อยู่

จนสุดท้าย พระสุริยะเทพ จำเป็นต้องส่งลูกคนโตของตนเองมาเพื่อสั่งสอนนาง และก็ไม่ใช่ใครเลยนอกซะจากพี่คนโตสุดอย่าง กรรณะ ถึงแม้ว่าเขาจะถูกลดพลังลงไปมาก แต่เขาก็สามารถต่อสู้กับนางได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ในขณะที่ซาเลมได้ฝึกพลังมานับร้อยปีเพื่อต่อกรกับเขาโดยเฉพาะ

กรรณะ : แบบนี้ก็คงไม่รู้ผลหรอก.....

ตู้มมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!



เหตุการณ์ปัจจุบัน ซาเลมได้ใช้พลังเวทย์ของตนยิงอัดใส่กรรณะ แต่ถึงจะโดนแต่ด้วยเกราะพลังของแห่งพระสุริยะเทพ ทำให้เขาได้รับความเสียหายเพียง 1 ใน 10 ของการโจมตีของซาเลมเท่านั้น ก่อนที่เขาจะพุ่งหลบออกมาพร้อมกับสไลด์อยู่บนพื้น พลังของซาเลมก็แทบจะระเบิดเกาะได้ง่ายๆ

ซาเลม : ข้าจะฆ่าพวกแกทุกตน!!!!

กรรณะ : ใช้เวทย์ขั้นสูงอย่างต่อเนื่องเลยงั้นรึ? ยอดเยี่ยม....สัมผัสได้ถึงความแค้นและอาฆาตที่แฝงอยู่ในพลังของเจ้า....ดูเหมือนว่าการที่จะทำให้เจ้ายอม คงจะทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว.....



ครืนนนนนน!!!!!!!!!!

กรรณะพูดเสร็จร่างกายก็เริ่มมีออร่าไฟสีชมพูออกมาจากร่างกายและมณีที่หน้าอกของเขา พร้อมกับแผ่นดินที่เริ่มสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ พร้อมกับที่ซาเลมกำลังรวบรวมพลังเวทย์ทุกสีไว้ในมือของตน ส่วนกรรณะก็ลอยขึ้นอย่างช้า และยกขวามือขึ้นฟ้า



กรรณะ : ยิ่งไปกว่านั้น....เพื่อที่ข้าจะกำราบเจ้าให้สิ้นซาก จำเป็นต้องใช้การโจมตีครั้งเดียวที่รุนแรง

เปลวเพลิงสีชมพูเริ่มเผ่าชุดเกราะสีทองของกรรณะหายไป และได้ปรากฏหอกสีดำขนาดใหญ่ขึ้นที่มือของเขาพร้อมกับพลังดวงตาสีแดงที่ปรากฏด้านบนและได้สร้างความเสียหายไปทั่วเกาะ จนทุกอย่างเต็มไปด้วยเปลวเพลิงและลาวาพร้อมกับพลังบอลยักษ์สีแดงที่ใหญ่เท่ากับเกาะแห่งนี้

กรรณะ : ซาเลม จงเอ๋ยคำขอร้องของเจ้าออกมาซะ!

ซาเลม : ข้า....คือ....ซาเลม....เป็นพระแม่แห่งกริมม์ ข้าจะไม่ก้มหัวให้กับเทพองค์ไหนทั้งนั้น!!!!

กรรณะ : งั้นรึ.....ถ้างั้นสำหรับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตที่สองของข้านี้ จึงขอแสดงความเคารพสูงสุด ด้วยการมอบการโจมตีเพียงครั้งเดียวให้!

ซาเลม : งั้นข้าก็จะมอบพลังแห่งความตายให้กับเจ้าเอง!!!!

จากนั้นซาเลมก็ได้รวบรวมพลังเวทย์ของตนเองจนทำให้พื้นดินแถวนั้นทลายเป็นแถบๆ และมีออร่าสายฟ้าสีม่วงเกิดขึ้นรอบๆ ร่างกาย ส่วนทางด้านของกรรณะก็ได้มีหอกสีแดงจำนวน 4 แถวขึ้นมาข้างๆของเขา และชี้หอกไปที่ซาเลม


" จงรับรู้ถึงความเมตตาขององค์ราชันย์แห่งทวยเทพ ความพินาศรวมอยู่ในหนึ่งการทะลวงครั้งนี้ จงแผดเผาจนไม่เหลือซาก สุริยัญเอ๋ยจงสังหาร วาสวี ศักติ!!!! "

พลังของกรรณะได้พุ่งเข้าใส่ซาเลม ในขณะที่ซาเลมก็ยิงพลังเวทย์สีม่วงขนาดใหญ่สวนกลับมา ทำให้ทั้งสองต้านพลังกันเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็โดนพลังของกรรณะกวาดจนเรียบและพุ่งอัดใส่ตัวของซาเลมเต็มๆ และทุกอย่างก็ขาวโพลนไปหมด

ตัดภาพมาอีกที ทุกอย่างในอาณาจักรของซาเลมที่สร้างขึ้นมาก็เหลือเพียงพื้นดินเท่านั้น โดยมีกรรณะที่กำลังยืนอยู่ต่อหน้าซาเลม ที่หมดสภาพในการต่อสู้และหมอบอยู่กับพื้นด้วยอาการเจ็บใจ แม้แต่สุดยอดพลังของหอก วาสวี ศักติ ก็ยังสังหารนางไม่ได้ แต่นั้นก็เป็นเพราะคำสาปบวกกับกรรณะถูกลดพลังด้วย

ซาเลม : ทำไม....มันผิดด้วยเหรอ?! ที่เราจะนำมนุษย์ทุกคนไปสู่ทางที่ถูกต้อง และใครที่ไม่เห็นด้วย เราจัดการทิ้งไป..แค่นั้นเอง.....

กรรณะ : การตัดสินด้วยเพียงตัวคนเดียวมันไม่ใช่ทางที่ถูกต้องอยู่แล้ว....เจ้าทรยศตัวเจ้าเองนะซาเลม

ซาเลมที่หมดสภาพก็ค่อยๆ คลานเข้าไปหากรรณะอย่างสะบัดสะบอม ในขณะที่ตัวของกรรณะเองก็นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเธอและเอาหอกปักพื้นไว้ เธอพยายามยื้นมือไปแตะแก้มของเขา แต่กรรณะก็จับมือของเธอเอาไว้

ซาเลม : ข้าเพียงแค่....อยากจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม.....ข้ากับเจ้า.....

กรรณะ : โดยการเอาตัวเองเป็นตัวตัดสิน....เจ้าฆ่าสามีตัวเองและตอนนี้ลูกสาวของเจ้าทั้งสี่คนก็กำลังเผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากเจ้า.....ข้าแค่หวังให้เจ้าสำนึก.....

ซาเลม : ไม่ อย่าเพิ่งไป!!!

กรรณะได้สลายกลายเป็นผงพร้อมกับซาเลมที่กรีดร้องด้วยความเจ็บใจ

ตึ้ดๆๆๆ!!!!!

ทันใดนั้นกรรณะได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาภายในห้องพักในบีคอนของเขา ใช่แล้ว ทั้งหมดเป็นเพียงการเห็นภาพในอดีตของเขาก็เท่านั้น เขาลุกขึ้นมาพร้อมกับปิดสกอร์ที่ตั้งเตือนเอาไว้ เพราะตีห้าเขาจะต้องไปฝึกให้กับเจ้าหนุ่มอัศวิน

1 อาทิตย์ต่อมา


หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาในที่สุดทั้งทีม RWBY ก็ได้ตัดสินใจลากกรรณะมาที่ Vale ด้วยในขณะที่เขาตั้งใจจะขออยู่ที่บีคอนในช่วงวันหยุด เพราะต้องการศึกษาเกี่ยวกับ Remnant มากกว่านี้ แต่สุดท้ายก็ต้องยอมทั้งสี่สาวแทน แต่ความจริงเป็นแผนของหยาง

ในตอนนี้ภายในเมือง Vale ถูกตกแต่งไปด้วยลูกโป่ง ผูกป้ายผ้าตามตึกอาคารต่างๆ และอุปกรณ์มากมาย เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเทศกาล Vytal ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว โดยตอนนี้ไวส์ได้พาทั้งหมดเดินนำมายังท่าเรือของ Vale เพราะมีเรือลำใหญ่เพิ่งจะมาจอดที่ท่า

กรรณะ : ทำไมเจ้าถึงต้องพาทุกคนมาที่ท่าเรือด้วย?

ไวส์ : ก็......

หลังจากที่ได้ยินกรรณะถาม แม่ราชินีหิมะก็ยืดอกแบบภาคภูมิใจ

ไวส์ : เท่าที่ฉันทราบแหล่งข่าวมา จะมีนักเรียนจาก Vacuo เดินทางมาโดยเรือวันนี้ เพราะงั้นในฐานะตัวแทนจากบีคอน ฉันจึงมีหน้าที่อันทรงเกียรติในการต้อนรับพวกเขาสู่ Vale

รูบี้ : ไม่หรอก ฉันว่าเธอจะมาแอบดูว่าอีกฝ่ายมีความสามารถอะไรมากกว่าสินะ

จากนั้นรูบี้ก็เข้ามากอดแขนของกรรณะ พร้อมกับทำมือพูดบรรยายไปด้วย และนั้นก็ทำให้ไวส์ของขึ้นมาเล็กน้อย เพราะรูบี้เองก็มีจุดประสงค์เหมือนกัน โดยคนที่มีปฏิกิริยากับกรรณะน้อยที่สุดก็คงจะเป็นหยาง เพราะนางไม่ค่อยไว้ใจ

ไวส์ : ม..ไม่ได้มาแอบดูซะหน่อย....

ไวส์พูดแบบเสียงเรียบๆ พร้อมกับพุ่งเข้ามาตวัดใส่แขนของรูบี้ที่กอดแขนกรรณะออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองจะกอดอกกันพร้อมกับแสยะยิ้มและจ้องหน้ากันจนมีประกายสายฟ้าออกมาเล็กน้อย ในขณะที่เบล็คเดินมาหลบหลังกรรณะ


เอาตรงๆ สถานะของสาวๆ ทีม RWBY ในตอนนี้
ไวส์ 10/10
รูบี้ 9/10
เบล็ค 7/10
หยาง 6/10 ขนาดไม่ไว้ใจนะ
ยังมีอีก....

กรรณะ : จากประสบการณ์ในสนามรบ นั้นมันชัดเจนมากเลยนะไวส์

กรรณะพูดขัดก่อนที่จะมีศึกชิงนาย

เบล็ค : ไม่แปลกหรอก

รูบี้ : ทุกคนดูนั้นสิ

ทันใดนั้นรูบี้ก็เลิกให้ความสนใจไวส์ พร้อมกับชี้ไปทางร้านค้าที่อยู่ไม่ไกลจากที่พวกเขาเดินอยู่ สภาพร้านพังยับ ส่วนตำรวจก็กำลังตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ และ จากนั้นทั้งหมดก็วิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ

รูบี้ : นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ?

ตำรวจ1 : โจรปล้นน่ะ ครั้งที่สองแล้ว แถมยังขโมยดัสต์ไปอีก มันจะมีกลุ่มโจรพวกไหนกันที่ต้องการดัสต์เยอะขนาดนี้

หยาง : แย่ชะมัดเลย

ตำรวจ2 : ถ้าพวกไหนที่มันขโมยดัสต์ไปเยอะ คงมีแต่เขี้ยวขาวเท่านั้นแหละ

ตำรวจ1 : ช่ายยย งานนี้เราคงกินเกลือแน่ๆ

ไวส์ : หึ พวกเขี้ยวขาว..พวกชั่วช้า

เบล็ค : แล้วมันกวนใจเธอเหรอ?

ไวส์ : ฉันไม่สนใจอาชญากรโรคจิตพวกนั้นหรอก

เบล็ค : เขี้ยวขาวไม่ได้เป็นอาชญากรนะ พวกเขาแค่เข้าใจผิดเกี่ยวกับฟอร์นัสเท่านั้นเอง

ไวส์ : เข้าใจผิดเหรอ? พวกนั้นต้องการล้างบางมนุษย์ในโลกนี้นะ!

กรรณะ : ไวส์ เจ้าไม่ควรตัดสินกับฟอร์นัสทุกคนนะ

ไวส์ : ก็อาจจะ แต่ยังไงพวกเขี้ยวขาวเป็นอาชญากรที่ต้องถูกจัดการ

กรรณะ : โลกนี้มันคงไม่ได้มีคนเลวไปหมดหรอก เจ้าอาจจะพูดแรงไป

เบล็คได้มองไปที่กรรณะ เพราะเห็นว่าเขากำลังปกป้องเหล่าฟอร์นัส และสำหรับกรรณะนั้น เหล่าฟอร์นัสก็มีชะตากรรมที่โหดร้ายตั้งแต่สมัยอดีตจนมาถึงปัจจุบัน

??? : ใครก็ได้หยุดฟอร์นัสตัวนั้นให้ที!!

เสียงของชายคนนึงตะโกนขึ้น เมื่อพวกรูบี้หันไปก็เห็นใครบางคนกำลังวิ่งอยู่ที่ท่าเรือ ทั้งหมดจึงวิ่งไปที่ท่าเรือแล้วก็เห็นฟอร์นัสลิง มีผมสีทองกำลังวิ่งหนีอยู่ ดูเหมือนว่าเจ้าตัวแค่ขโมยของบางอย่างไป มันดูคล้ายกล้วย และต่อมาเจ้าตัวก็วิ่งฝ่าทั้งหมดอย่างดื้อๆ



หยาง : หยุดบ้าผู้แล้วดูนั่น วิ่งไปถึงไหนแล้วน่ะ!

รูบี้/ไวส์/เบล็ค : อะไรนะ?!

หยางตะโกนใส่ทั้งหมดจนหันมาทันที และพอพูดเสร็จทั้งหมดก็ตัดสินใจวิ่งตามฟอร์นัสลิงไป

ไวส์ : กรรณะซัง หยุดหมอนั้นที!

ไวส์ตะโกนบอกกรรณะ ในขณะที่เขาก็ถอนหายใจและมองขึ้นไปบนตึก ก่อนที่เขาจะสลายกลายเป็นผงและวาร์ปขึ้นไปบนด่านฟ้าของตึกใกล้ๆ จนเขาได้เห็นฟอร์นัสลิง เขาถอนหายใจและสลายต่อไปอีก

กรรณะได้วาร์ปไปดักหน้าของฟอร์นัสลิง พร้อมกับใช้ขาขัดเอาไว้ทำให้พ่อฟอร์นัสลิงสะดุดล้มลงไปทันที และก่อนที่จะถูกกรรณะจับหลังคอเสื้อจนลอยและมองหน้ากัน

กรรณะ : จะไปไหนเหรอ?

??? : เฮ้ ได้ไงเนี่ย?

กรรณะ : ทักษะของเจ้าไวใช้ได้ แต่ยังไม่พอ....

??? : แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันจะวิ่งไต่ขึ้นมาบนตึก

กรรณะ : การคำนวณของข้ามันดีกว่ามนุษย์และฟอร์นัสอย่างเจ้าอยู่แล้ว

??? : สุดยอดดดด เท่สุดๆ ไปเลย.....แล้วนายจะไม่ส่งฉันให้ตำรวจใช่ไหม?

กรรณะ : เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าการขโมยไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน....มันก็ไม่ดี

??? : นิดๆ หน่อยๆ เอง....อ้อ ฉันซัน..ซัน วูคอง สำเนียงการพูดของนายดูล้าสมัยดีนะ แล้วทีนี้นายจะปล่อยฉันได้ไหม?

กรรณะ : แค่ในเมืองนี้มันมีเรื่องแปลกๆ เยอะมากพอแล้ว และข้าก็ไม่อยากเจอฟอร์นัสและพวกเขี้ยวขาวที่ทำตัวไม่ดีมาทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แค่นี้มันก็วุ่นวายพอแล้ว....

ซัน : แล้ว....ฉันเป็นแบบไหน?

กรรณะ : ข้าความสามารถในการรับรู้ธาตุแท้ของมนุษย์และฟอร์นัส เจ้าเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่อย่าไปขโมยของใครเขาอีกละกัน

จากนั้นกรรณะก็ปล่อยคอเสื้อของซันลง ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาขอจับมือกับกรรณะ เขาก็สตั้นเล็กน้อยก่อนที่จะจับมือตอบ จากนั้นกรรณะก็สลายกลายเป็นผงลงจากตึกในซอยเล็กๆ ลงไปเพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่น

ซัน : โอ้พระเจ้า....หมอนั้นทำได้ยังไง?

หลังจากที่กรรณะได้เดินออกมาจากซอกของตึก เพื่อที่จะตามหาทีมรูบี้และเขาก็ไปเจอพวกเธอกำลังคุยอะไรบางอย่าง แต่ดูเหมือนจะมีเด็กผู้หญิงผมสีส้มที่ดูแปลกๆ ยืนอยู่ด้วย ไม่ช้ากรรณะก็เดินเข้าไปทักทันที


กรรณะ : พวกเจ้าทำอะไรกัน กำลังคุยกับเพื่อนใหม่เหรอ?

ไวส์ : กรรณะซัง! จับเจ้าหมอนั้นได้ใช่ไหม?

กรรณะ : ข้าหาไม่เจอ

ไวส์ : แย่จริง....

หลังจากที่ไวส์ได้คำตอบแบบผิดหวัง เด็กสาวผมสีส้มก็วิ่งเข้ามาหากรรณะด้วยความเร็ว

??? : นายๆๆ

กรรณะ : หือ?

??? : เมื่อกี้นายเรียกฉันว่าเพื่อนเหมือนกันเหรอ?

กรรณะ : ข้า....เรียกเหรอ?

??? : ไชโย!ได้มีเพื่อนอีกคนแล้ว..เย้!!-จริงสิ ฉันชื่อเพนนี ยินดีที่ได้รู้จัก

กรรณะ : กรรณะ....

ระหว่างที่เพนนีพยายามแนะนำตัวกับกรรณะ ทางกรรณะเองก็ชำเลืองไปมองพวกรูบี้ และเห็นไวส์กับในมือถือภาพสเก็ตแบบลวกๆ ของซันซึ่งเจ้าตัวเป็นคนวาดเอง และเบล็คที่ดูอารมณ์ไม่ค่อยดี

ไวส์ : เฮ้อ..เจ้าฟอร์นัสโสมมนั่นหายไปไหนของมันกัน

เบล็ค : หยุดเรียกเขาว่าโสมมได้แล้วเขาก็คนเหมือนกัน!!

บีคอน

ดูเหมือนว่าเหตุการณ์จะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ ไวส์กับเบล็คทะเลาะกันยาวจนถึง ทางหยางและรูบี้ก็พยายามขอความช่วยเหลือจากกรรณะ ผู้ที่ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุด แต่ตอนนี้เขาก็กำลังยืนคุมสถานการณ์อยู่ แต่ดูเหมือนว่าแม่หูแมวจะหมดความอดทนกับไวส์เต็มทีแล้ว

เบล็ค : งั้นพวกเราก็อย่ามายุ่งกันอีกเลย พอกันที!!!

รูบี้ : เบล็ค!

เบล็คได้วิ่งออกไปจากห้องผ่านกรรณะไปอย่างรวดเร็ว

ไวส์ : ชิ.......

กรรณะ : เจ้าพูดเกินไปแล้วนะไวส์

ไวส์ : เกินไปเหรอ? นายก็เห็นว่าหล่อนเข้าข้างพวกเขี้ยวขาวโสมมพวกนั้นน่ะ!

กรรณะ : แต่เจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น

ไวส์ : แล้วทำไมถึงได้ปกป้องกันนักหา!? ใช่ว่านายจะเป็นพวกเดียวกับเธอซักหน่อย!

กรรณะ : ชะตากรรมของฟอร์นัสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พวกเขาถูกมนุษย์รังเกียจและแบ่งชนชั้นจนกระทั่งได้มีกลุ่มของพวกเขี้ยวขาวเกิดขึ้นมายังไงล่ะ

ไวส์ : มันไม่-

กรรณะ : ถ้าเจ้ายังคิดไม่ได้ เจ้าก็ไม่ต้องมาหาข้าอีกแล้วและไม่ต้องจำเรื่องความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเราเลยแม้แต่น้อย


รูบี้ : พอได้แล้วค่ะทั้งสองคน!

หลังจากนั้นกรรณะก็มองไวส์ด้วยสายตาเย็นชาและหันหลังก่อนที่จะสลายหายไปต่อหน้าทุกคนที่ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ กระทั่งรูบี้และหยางก็ได้ยินเสียงบางอย่างและเมื่อหันมาก็เห็นไวส์ทรุดลงไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

ไวส์ : กะ-กรรณะซัง......ทำไม......

รูบี้ : ไวส์.....

หน้าบีคอน

ตัดกลับมาทางของเบล็คที่วิ่งออกไปจากห้อง และตอนนี้เธอก็ไปหยุดอยู่ที่หน้ารูปปั้นของวีรบุรุษหน้าอาคารของโรงเรียนบีคอน เธอหยุดอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ก่อนที่เธอจะถอดโบว์ขนาดใหญ่สีดำบนหัว และปรากฏให้เห็นหูแมวบนหัวของเธออย่างชัดเจน

กรรณะ : เจ้าถอดโบว์แล้วน่ารักขึ้นนะเบล็ค

เบล็ค : เสียงนี่....กรรณะ?

เบล็คหันไปตามเสียงด้วยความตกใจ และพบว่ากรรณะกำลังนั่งอยู่บรูปปั้นแบบชิวๆ แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาตามภาษาคนหน้าตายแบบเขา ถึงเขาจะได้ความรู้สึกของมนุษย์มาบ้างก็ตาม

เบล็ค : กรรณะ.....คือว่า.....ฉัน.....

กรรณะ : ไม่ต้องอธิบาย ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นฟอร์นัส เพราะหลักฐานมันชัดเจนขนาดนั้นแล้วนิ

??? : ขอโทษนะ ฉันไม่ได้มาขัดอะไรใช่ไหม?

ทั้งสองคนหันไปบนต้นไม้และพบกับซัน วูคองที่เบล็คเจอกันเมื่อตอนที่อยู่ท่าเรือในตอนนั้น

ร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน Vale

กรรณะและเบล็คได้มานั่งดื่มกาแฟกันโดยที่มีซันมาดื่มเป็นเพื่อนด้วยนั่นเอง โดยเบล็คก็เอาแต่กลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอที่ผ่านมาทั้งหมด

เบล็ค : เฮ้อ....

ซัน : ในที่สุด เธอก็พูด! เกือบ 2 วันแล้ว แต่เธอไม่บอกอะไรนอกจากถามคำตอบคำ กับทำหน้าแปลกๆใส่ตลอดเวลาเลย

กรรณะ : นางก็เป็นแบบนี้แหละ

ซัน : แต่ก็ไม่คิดเลยว่านายเองก็จะพูดสำเนียงโบราณด้วย หายากนะเนี่ย

เบล็ค : ฉันขอโทษนะกรรณะ.....

กรรณะ : หือ?

เบล็ค : ฉัน.....ฉันเคยเป็นพวกเขี้ยวขาวมาก่อน

คำสารภาพของเบล็คทำให้ซันสตั้นเล็กน้อย ในขณะที่กรรณะยังคงทำหน้านิ่งและดื่มกาแฟไปอึกนึง

กรรณะ : ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไรมาก่อน ตอนนี้เจ้าก็เลิกไปแล้วนิ ไม่ว่าสถานการณ์จะทำให้มนุษย์และฟอร์นัสเลวร้ายแค่ไหน แต่สุดท้ายข้าก็ภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ของฮันเตอร์ของตระกูล

เบล็ค : กรรณะ......

ซัน : เอ่อ...ทั้งสองคน ฉันยังนั่งอยู่ด้วยนะ

เบล็ค : แล้วยังจำร้านขายดัสต์ที่โดนปล้นได้ไหม

กรรณะ : ได้สิ ข้าเองก็เพิ่งเห็นข่าวที่ห้องสมุด

เบล็ค : ฉัน....ไม่คิดว่าเขี้ยวขาวจะอยู่เบื้องหลังจากปล้นครั้งนั้น....พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้ดัสต์มากมายขนาดนั้น

กรรณะ : แปลว่ามีคนกำลังอยู่เบื้องหลัง....

ซัน : ทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้ คือต้องตามรอยสถานที่ที่พวกนั้นไป หรือไม่ก็ตามพวกนั้นไปซะเลย ตอนฉันอยู่บนเรือ ได้ยินว่ามีการขนส่งดัสต์ขนาดใหญ่มาจาก Atlas นะ

เบล็ค : ดัสต์เหรอ....ใหญ่แค่ไหน?

ซัน : โคตรใหญ่เลย เป็นโกดังจาก Schnee Dust Company เลยละ

กรรณะ : ยังไงพวกเราก็ต้องไปดู.....

หลังจากที่พูดจบ กรรณะก็สามารถสังเกตอาการผิดปกติของใครบางคนในร้านกาแฟได้ด้วย เขามองเห็นเด็กผู้หญิงที่มีสองสีเหมือนไอศครีมกำลังนั่งเอาหนังสือการ์ตูนบังหน้าเอาไว้พร้อมกับเค้กบนโต๊ะ ก่อนที่กรรณะจะดื่มกาแฟอย่างชิวๆ ต่อไปและยิ้มเล็กน้อย



กรรณะ : ข้าเลี้ยงเอง

ซัน : จัดไปป๋า! ผมขอ-

เบล็ค : ไอ้บ้าลิง เกรงใจกันหน่อย



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ในที่สุด สาวน้อยนักฆ่า ก็โผล่มาแล้วและนางติดตามกรรณะนานแค่ไหนแล้วนะ?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #37 Popparnpun (@Popparnpun) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 18:17

    ได้ตกหญิงเพิ่มแน่กรรณะเอ้ย~
    #37
    0
  2. #36 SilverBulletGx02 (@SilverBulletGx02) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 15:47

    ป๋าใจปั้ม

    #36
    1
  3. #35 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 15:37
    ดีจ้าาา
    #35
    3
    • #35-1 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 8)
      6 กันยายน 2563 / 20:51
      เราจะเห็นนายทุกเรื่องที่อ่านมะได้นะ🤣🤣🤣
      #35-1