[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 7 : Training From God of Charity

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

หอพักทีม RWBY



เป็นเวลาตามปกติที่นักเรียนทุกคนกำลังเข้านอน แต่ทว่าภายในห้องของทีม RWBY นั้นกำลังเล่นเกม Call of Duty ด้วยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นหน้าจอโฮโลแกรมแยกกันสองจอ โดยมีเบล็คคนเดียวที่อ่านหนังสือแต่ก็ไม่วายมองไปด้วย จนกระทั่งหยางได้ผุดความคิดขึ้นมา

หยาง : นิสาวๆ พวกเธอสงสัยกรรณะกันบ้างไหม?

รูบี้ที่กำลังดึงขาไวส์ก็หันมาสนใจทันที

รูบี้ : สงสัยอะไรเขาเหรอเจ๊?

เบล็ค : อันที่จริง....ก็พอจะเห็นด้วยนะ

ไวส์ : หยาง หยุดพูดแล้ว สไนเปอร์มันอยู่ชั้นสอง!

ขณะเล่นเกมไปด้วย หยางก็เล่าเหตุการณ์ตอนที่เธอไปออกกำลังกายและมาเจอกับกรรณะข้างนอก เธออธิบายรูปร่างลักษณะของเขาทุกอย่าง รวมถึงนกไฟด้วย เหมือนกับว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ จนรูบี้รู้สึกขนลุกเล็กน้อย

รูบี้ : แถมผิวซีดเหมือนแวมไพร์ด้วย หนูบอกแล้วเขาเป็นผี!

ไวส์ : ฮึก....เลอะเทอะรูบี้ ผีไม่มีเงาหรอกนะ!

เบล็ค : มันแปลกตั้งแต่สำเนียงการพูดของเขาแล้วนะ

ทั้ง หยาง รูบี้และเบล็คก็พยักหน้ากันเล็กน้อย ทั้งหมดสงสัยตั้งแต่สำเนียงคำพูดของกรรณะตั้งแต่แรกแล้ว

ไวส์ : ก็เขาบอกว่าเขามาจากตระกูลสมัยก่อน ไม่แปลกหรอกที่เขาจะพูดสำเนียงราชวงษ์

หยาง : หล่อนรู้ด้วยเหรอ?

ไวส์ : ครอบครัวของกรรณะซัง นับถือสัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์ ของพระสุริยเทพ

เบล็ค : อ่อ นับถือเทพด้วยสินะ

หยาง : แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไม่ไว้ใจหมอนั้นอยู่ดี....ถึงแม้ว่าเขาจะมีเสน่ห์ในหมู่สาวๆ ก็ตาม

ไวส์/รูบี้/เบล็ค : นั่นไม่เถียงเลยค่ะ!!!

สัปดาห์ต่อมา

ในตอนนี้เป็นวิชาการประลองการต่อสู้ที่ศาสตราจารย์กลินด้าเป็นผู้ดูแล หลังจากที่กรรณะได้มองดูคู่ต่างๆ ในการประลองหลายคนก็พอจะเอาตัวรอดได้บางคน หลังจากนั้นคู่สุดท้ายของวันนี้ก็คือชอร์น อาร์ค และคู่ต่อสู้ของเขาก็คือ คาร์ดิน วินเชสเตอร์


แต่ต่อสู้กันไปได้ไม่นานนัก ชอร์นก็เป็นฝ่ายเหนื่อยหอบกับการปะทะกับคาร์ดิน เขาพุ่งเข้าโจมตีอีกฝ่าย คาร์ดินหลบได้และตีลูกตุ้มใส่โล่ของชอร์นกระเด็นหลุดมือ รวมทั้งตัวชอร์นเองก็รับผลกระทบไปด้วยจึงกระเด็นออกไป

ชอร์น : ย้ากกกกก!

ชอร์นรีบลุกขึ้นยืนและเงื้อดาบฟันใส่ คาร์ดินรู้ทันเลยเอาที่จับลูกตุ้มรับดาบไว้ได้

คาร์ดิน : นี่แหละที่จะทำให้แกแพ้ล่ะ

ชอร์น : ไม่ จนกว่าฉันจะ..อุ้ก!

ชอร์นลงไปนอนกับพื้นเพราะถูกคาร์ดินตีเข่าใส่เข้าท้องเต็มๆ ในขณะที่อีกฝ่ายยกลูกตุ้มเตรียมฟาดปิดฉากนั้นเอง ก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้หยุด

กลินด้า : คาร์ดิน พอได้แล้วค่ะ!

คาร์ดินเก็บลูกตุ้มตัวเองพร้อมกับหลีกทางให้กลินดาเดินอยู่ระหว่างตัวเขากับชอร์นที่ยังคงนอนเจ็บอยู่กับพื้น

กลินด้า : นักเรียนคะอย่างที่เห็น ออร่าของคุณอาร์คนั้นลดลงมาที่สีแดงในการต่อสู้แบบตัวต่อตัว แสดงให้เห็นว่าคุณอาร์คไม่เก่งพอสำหรับการต่อสู้ แต่ในทางการอาจจะเรียกว่าเป็นการแข่งขัน

หลังจากนั้นกรรณะและคนอื่นๆ ได้หันไปมองที่ชอร์น ซึ่งเจ้าตัวเองก็กำลังแสดงสีหน้าที่ไม่ดีนัก การสังเกตของกรรณะชัดเจนมากว่าชอร์นไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้เลย

กลินด้า : คุณอาร์คคะ นี่ก็สัปดาห์นึงแล้วนะคะ กรุณาสังเกตค่าออร่าขณะต่อสู้ด้วยค่ะ ขอแนะนำให้ใช้ออร่าในการตัดสินใจ เพื่อใช้โอกาสในการโจมตีที่ดี หรือควรจะหลีกเลี่ยง หรือจัดวางกลยุทธ์ในการป้องกันตัวบ้าง ทางเราเองก็ไม่อยากเห็นคุณถูกจัดการโดย Beowolf หรอกนะคะ....สงสัยอะไรไหม?

คาร์ดิน : บอกตัวเองไว้เถอะ

กลินด้า : ยังเหลือเวลาสำหรับอีก 1 คู่ ใครจะเสนอตัวก็มาได้เลย

คาร์ดิน : ผมครับอาจารย์ ผมยังไหว

กลินด้า : จะให้ฉันเลือกคู่ต่อสู้หรือคุณจะเลือกเองค่ะ คุณวินเชสเตอร์?

คาร์ดิน : งั้น....ผมอยากจะลองกับฝีมือของประธานนักเรียนของเราซะหน่อย....

คาร์ดินพูดพร้อมกับเอากระบองพาดไหล่ และชี้มาที่กรรณะที่กำลังนั่งกอดอกหลับอยู่ตรงที่นั่งคนดู และเมื่อมีคนส่งจิตสังหารมา กรรณะก็ลืมตาขึ้นมาทันทีและเงยหน้าขึ้นมามองอย่างช้าๆ ในขณะที่ทีม RWBY และทีม JNPR ที่เหลือก็พากันมองแบบเบิกตากว้าง

กรรณะ : ข้างั้นรึ?

คาร์ดิน : ใช่แล้วล่ะ....เพราะนี่คือข้อพิสูจน์ว่าใครที่เหมาะกับประธานนักเรียน....

กรรณะ : งั้นรึ.....

เมื่อพูดจบ กรรณะก็สลายกลายเป็นผงและมาปรากฏตัวอยู่บนเวทีทันที และเล่นทำเอาทุกคนในห้องนั้นสตั้นไปเล็กน้อย แต่กลินด้าชินแล้ว กรรณะที่กำลังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวสีดำพร้อมกับเอามือล้วงกระเป๋าเอาไว้

คาร์ดิน : ดีใจไว้นะพ่อประธาน ที่ได้สู้กับฉันคนนี้!

กรรณะ : ฮ้าว~ เจ้าพูดจบยัง?

กรรณะพูดขึ้นมาด้วยความเบื่อหน่าย พร้อมกับตบมือสองครั้ง ก่อนที่จะกวักมือทั้งสองข้างสองทีเพื่อเรียกคู่ต่อสู้ตรงหน้า และนั้นยิ่งทำให้คาร์ดินเลือดขึ้นหน้าขึ้นมาทันที

คาร์ดิน : อย่ามาดูถูกกันนะเฟ้ย!!!

ยังไม่ได้ทันได้สัญญาณจากกลินด้าเลย คาร์ดินก็วิ่งเข้าไปหากรรณะแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง พร้อมกับเหวี่ยงลูกตุ้มฟาดเพื่อที่จะเข้าไปฟาดกรรณะ แต่กรรณะก็ได้ฮ้าวออกมาพร้อมกับเอามือออกมาจากกระเป๋ากางเกง

ผัวะ!!!

เมื่อคาร์ดินวิ่งเข้าไปถึงระยะ กรรณะก็ได้เตะก้านคอของคาร์ดินเข้าเต็มๆ จนทำให้คาร์ดินกระเด็นตกสนามไปทันที พร้อมกับหลอดออร่าที่หมดภายในเตะเดียวของกรรณะ และนั้นก็ทำเอาทุกคนอึ้งกันไปใหญ่

กลินด้า : ผ-ผู้ชนะ คือกรรณะ

กรรณะ : ข้าไปนะ

จากนั้นกรรณะก็สลายและวาร์ปกลับไปนั่งที่เดิมทันที

กลินด้า : จำไว้นะทุกคน! เทศกาล Vytal จะเริ่มในไม่กี่เดือนต่อจากนี้ คงอีกไม่นานที่นักเรียนจากที่อื่นจะเดินทางมาที่ Vale ดังนั้นตั้งใจฝึกซ้อมให้ดีๆล่ะ ผู้ที่ถูกเลือกเข้าแข่งขันในการต่อสู้จะเป็นตัวแทนจาก Vale

โรงอาหารของบีคอน

เป็นช่วงเวลาพักกลางวันของโรงเรียน ทุกคนต่างก็พากันมานั่งทานอาหารเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับตัวเอง ซึ่งรูบี้ เบล็คและไวส์ ได้ขอร้องให้กรรณะมากับพวกเธอด้วย เพราะที่ผ่านมากรรณะไม่เคยเข้ามาในโรงอาหารเลย ก่อนที่เธอจะบังคับให้เขานั่งด้วย

เพียร์ร่า : อ๊ะ จะว่าไปพวกเรายังไม่ได้แนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการเลยนี่ สวัสดีฉัน เพียร์ร่า นิโคส การต่อสู้ที่ป่านั่นเป็นอะไรที่สุดยอดมากเลยนะ

กรรณะ : ข้าจำชื่อเจ้าได้

นอร์ร่า : นี่นายผมขาว นายที่ใช้หอกนั่นจัดการเจ้ากริมม์ยักษ์นี่น่า ใช่มั้ยๆๆ?!!

เรน : นอร์ร่า! ขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยล่ะกัน กรรณะใช่ไหม?

กรรณะ : ดูทีมของพวกเจ้าคงจะสนุกกันจริงๆ เลยนะ

กลุ่มของทีม JNPR ก็ยังงงมองหน้ากับกับสำเนียงการพูดของกรรณะ ซึ่งทำเอานอร์ร่าอ้าปากค้างไปทันที ก่อนที่แม่ราชินีน้ำแข็งจะหยุดตะไบเล็บและยืนขึ้น

ไวส์ : ก็ตระกูลของกรรณะซัง เป็นตระกูลสมัยก่อน ไม่แปลกหรอกที่เขาจะพูดสำเนียงราชวงษ์น่ะ

JNPR : อ้อ.....

นอร์ร่า : อะไรคือสำเนียงราชวงษ์อ่ะ?

ทั้งหมดก็พากันหัวเราะเล็กน้อยเพราะตบมุขได้ดีมาก แต่ดูเหมือนว่าในหมู่ของพวกเขา ชอร์น ที่ซึ่งต้องเป็นคนตลกอะไรกับเรื่องพวกนี้ที่สุด กลับเงียบเหงามาตั้งแต่วิชาการต่อสู้จนเพียร์ร่าสงสัยและถามไปด้วยความเป็นห่วง

เพียร์ร่า : ชอร์น นายโอเคหรือเปล่า?

ชอร์น : ห๊ะ! เอ่อ..ใช่ สบายดี ทำไม?

รูบี้ : แค่เห็นว่านาย..ไม่โอเค....นิดหน่อย.....

หลังจากนั้นทุกคนก็ส่งสายตามาที่ชอร์นคนเดียว ซึ่งตัวชอร์นก็เขินนิดๆ

ชอร์น : นี่พวกเธอฉันสบายดีจริงๆนะ ดูซิ!

ชอร์นได้ยิ้มแห้งๆ ส่งให้เพื่อนๆ ของเขา แต่สำหรับทุกคนแค่ดูก็รู้ว่านั้นมันเป็นแค่การยิ้มแบบฝืนๆ ซึ่งในตอนนั้นเองทั้งหมดก็เห็นพวกของคาร์ดินกำลังหยอกล้อนักเรียนหญิงคนนึงที่มีหูกระต่ายโชว์ให้เห็น และนั้นทำให้กรรณะมองด้วยสายตาที่เย็นชาทันที เพราะชะตากรรมของมนุษย์ก็คงจะไม่พ้นเรื่องพวกการเหยียดหยามนาๆ

เพียร์ร่า : ชอร์น เจ้าคาร์ดินมันทำตัวแย่ใส่นายตั้งแต่สัปดาห์แรกของโรงเรียน

ชอร์น : ใคร? คาร์ดิน วินเชสเตอร์เหรอ? เขาก็แค่แกล้งเท่านั้นแหละ แบบขำๆน่ะ....มั้งนะ

รูบี้ : ไอ้พวกป่าเถื่อน

ชอร์น : ไม่เอาน่าทุกคน กี่ครั้งที่เขาเคยทำแบบนั้นกับฉัน

??? : โอ๊ย! เจ็บนะ

เสียงของเด็กสาวหูกระต่ายร้องในขณะที่โดนอีกฝ่ายดึงหูเล่น ซึ่งมันทำให้ทั้งโต๊ะหันไปมองทันที ในขณะที่พวกของคาร์ดินก็พากันหัวเราะด้วยความสะใจ หลังจากนั้นกรรณะก็ได้ลุกขึ้นอย่างช้าๆ จนทำเอาทั้งกลุ่มหันมามองเขาเพียงคนเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะเป็น God of Charity แต่เขาก็ไม่ถูกใจสิ่งนี้

ไวส์ : กรรณะซังจะไปไหนน่ะ?



กรรณะ : ข้าจะไปเก็บขยะสักหน่อย....

ทางด้านของเจ้าคาร์ดินก็ยังคงดึงหูกระต่ายของเธอเล่นอย่างมันมือ และจู่ๆก็หยุดไปเมื่อที่ไหล่สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง และเมื่อเขาหันมาก็พบว่ากรรณะได้เอามือจับไหล่ของคาร์ดิน

กรรณะ : ปล่อยเธอเถอะ....แค่นี้เผ่าของพวกเจ้าก็ตกต่ำมากพอแล้ว....

คาร์ดิน : พูดอะไรของแก?!

เจ้าของหูกระต่ายหันหลังเดินออกไปจากโรงอาหารอย่างรวดเร็วโดยที่มือข้างที่ไม่ถือถาดอาหารพยายามปกปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้ และทันใดนั้นก็เกิดออร่าบางอย่างในมือที่จับไหล่ของคาร์ดิน และนั้นทำให้เขาหมดแรงลงเพียงแค่กรรณะเอามือแตะเท่านั้น

คาร์ดิน : อะ-อะไร....แกทำอะไร....กับฉัน?!

กรรณะ : ข้าไม่เสียเวลาออกแรงกับมนุษย์ชั้นต่ำแบบเจ้าหรอก....เพราะในฐานะประธาน ข้าสามารถนำเรื่องนี้ไปบอกกับผู้อำนวยการออซพินได้.....เพราะฉะนั้นอย่าให้ข้าเห็นอีก.....

ทางด้านที่เหลือของกลุ่มคาร์ดิน ก็เริ่มระแวงกันเล็กน้อย ในขณะที่กรรณะได้ตัดสินใจเดินออกไปตามทางที่แม่ฟอร์นัสกระต่ายเดินออกไป ทิ้งความสับสนเอาไว้ในโรงอาหาร

ไม่กี่นาทีต่อมา

ด้วยสัมผัสพิเศษของกรรณะที่ออกตามหาแม่ฟอร์นัสกระต่าย ในที่สุดเขาก็เจอตัวหล่อนซะที เพราะตอนนี้เธอกำลังกินข้าวกลางวันอยู่ตรงที่นั่งคนดูของลานฝึก กรรณะเห็นว่าเธอยังคงมีสีหน้าเศร้า พร้อมกับดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ถึงตอนนี้เธอจะไม่ได้ร้องไห้แล้วแต่ก็ยังเห็นว่ามีคราบน้ำตาเหลืออยู่

??? : ใครน่ะ....ต้องการอะไร?!

เสียงตะโกนของแม่กระต่ายพูดขึ้น ในขณะที่กรรณะยังคงเดินเข้าไปหา

กรรณะ : เรียกข้ากรรณะ หัวหน้าของประธานนักเรียนปี 1

หลังจากที่แนะนำตัว ทางฝั่งของหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างช้าๆ และเห็นได้ชัดว่าน้ำตากำลังไหลออกมาจากดวงตาสีน้ำตาลคู่โตนั้นอยู่ ก่อนที่จะกลับไปมองถาดอาหารตัวเองอีกครั้ง

??? : ฉันไม่ต้องการเพื่อน...ฉันอยากอยู่คนเดียว...ไปซะเถอะ

กรรณะยังคงแสดงสีหน้าเย็นชาใส่ แต่นั้นก็เป็นสีหน้าปกติของเขา ก่อนที่กรรณะจะหลับตาพร้อมกับเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ของแม่ฟอร์นัสกระต่ายแต่ไม่ใกล้จนเกินไป

กรรณะ : ทำไมเจ้าถึงไม่สู้กลับ?

??? : คุณแม่สอนฉันว่าเราไม่ควรที่จะแก้ปัญหาด้วยการใช้กำลัง แค่นี้ฟอร์นัสก็ถูกพวกมนุษย์ตราหน้าเยอะมากแล้ว เพราะไม่ทำอะไรก็โดน ถึงจะทำก็โดน....สู้กันไปก็โดน....ถอยกันไปก็โดน......คิดเอาแล้วกัน

กรรณะ : ข้าหมายถึงทำไมเจ้าถึงไม่สู้กลับยืนหยัดให้ เจ้าคาร์ดินแล้วก็คนอื่นรู้ว่าเจ้าไม่ใช่แค่ฟอร์นัสตัวเล็กๆ ที่พร้อมถูกรังแกตลอดเวลา....ข้าเองก็ไม่ค่อยต่างหรอก

??? : ต่างสิ คุณมีเพื่อนที่ดี  ไม่มีคนรังแก  ไม่ได้เป็นฟอร์นัส แถมยังมีพลังมากพอที่จะทำลายภูเขาได้ง่ายๆ ด้วย แถมยังคุณยังได้เป็นหัวหน้าของประธานอีก....

ตัวของกรรณะเองก็ไม่สามารถที่จะบอกทุกอย่างให้กับเธอได้แน่นอน แต่ต้องคิดคำอ้อมเพื่อทำให้แม่หูกระต่ายในตอนนี้รู้สึกดีขึ้นก็แค่นั้น

กรรณะ : ถึงข้าจะบอกอะไรเจ้าไม่ได้มากนัก แต่ข้าก็ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเพื่อที่จะขึ้นไปเป็นผู้นำของตระกูล.....จนข้าอยากจะตามหาความรู้สึกที่หายไป และตอนนี้ข้าก็มีเพื่อน  เพื่อนที่เชื่อมั่นในตัวและฝีมือของข้า เพราะงั้นเชื่อเถอะ  ถึงจะยังไม่มีเรื่องดีๆ ในวันนี้ก็ในวันหน้าก็ไม่แน่.....

หลังจากที่ฟังจบ เมื่อกรรณะหันมาก็พบว่าแม่หูกระต่ายนั้นจ้องค้างเหมือนกับตั้งใจฟังอย่างมาก ก่อนที่เธอจะอมยิ้มออกมาเมื่อฟังจนจบ

??? : ฉะ...ฉัน เวลเวท...เวลเวท สกาลาติน่า คุณคือกรรณะใช่ไหม? ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ

กรรณะ : หวังว่าพวกเรา....จะได้คุยกันอีกนะ

เมื่อพูดจบ กรรณะก็ได้สลายหายไปต่อหน้าเวลเวท และนั้นทำเอาเธอสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับมองไปรอบๆ ว่าตัวเขาหายไปไหนแล้ว

ห้องสอนของศาสตราจารย์โอเบลค

ในตอนนี้หลังจากเหตุการณ์เมื่อกลางวัน ก็เป็นคาบเรียนของศาสตราจารย์โอเบลค วิชาประวัติศาสตร์ แห่ง Remnant นั้นเอง โดยเขาได้ถือแก้วกาแฟพร้อมกับแว็บไปแว็บมาจนหลายคนมองกันแทบไม่ทัน ซึ่งในตอนนั้นทุกคนต่างก็ตั้งใจฟัง

ยกเว้นชอร์นที่ได้แอบหลับได้คาบ ในขณะนั้นเจ้าคาร์ดินที่นั่งอยู่ข้างหลังได้ปากระดาษใส่หัวของชอร์น จนเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

โอเบลค : โอ้ คุณอาร์ค ในที่สุดคนที่เป็นหัวหน้าทีมอย่างคุณก็อยากที่จะมีส่วนร่วมในชั้นเรียนของผมสักที่ ยอดเยี่ยมๆ ถ้างั้นคำตอบคืออะไรครับ?

ชอร์นที่ไม่ได้ฟังคำตอบก็งงเป็นไก่ตาแตกเลย

โอเบลค : งั้นผมจะถามคำถามอีกรอบนะครับ...อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้สงครามระหว่างมนุษย์และฟอร์นัสในครั้งนั้น เหล่าฟอร์นัสถึงมีชัยเหนือกว่ากองทัพมนุษย์ คำตอบคือ?

เมื่อได้ยินคำถามอีกรอบ ชอร์นก็ยิ่งงงตึบเข้าไปใหญ่ แต่เขาก็ได้หันไปเห็นเพียร์ร่าที่พยายามช่วย ด้วยก็ทำสัญลักษณ์ไปที่บริเวณดวงตาคล้ายๆ กับแว่นส่องทางไกลและมันก็ทำให้เขาตอบแบบนั้นจริงๆ และเขาก็ตอบมันด้วยความมั่นใจว่า..............

ชอร์น : กล้องส่องทางไกลครับ!!!

โอเบลค : ...................ขึ้นไป- เอ๊ย ผิดๆ โทษๆ

ทั้งห้องต่างพากันขำหลังจากการให้คำตอบของชอร์น รวมถึงเจ้าตัวคาร์ดินที่ดูจะหัวเราะดังไปหน่อย เลยทำให้ศาสตราจารย์โอเบลคหันไปถามหมอนั้นทันที และคำตอบที่ได้ก็คือ....

คาร์ดิน : โธ่ จารย์~ ที่ผมรู้ก็คือฝึกสัตว์ มันง่ายกว่าฝึกคนนะครับ

เพียร์ร่า : คาร์ดิน...นายนี้มันเป็นคนที่...ไม่เปิดโลกให้กว้างเลยสักนิด

คาร์ดิน : ทำไม...อยากมีเรื่องหรือไง?

เพียร์ร่า : เปล่าหรอก แต่ฉันมีคำตอบที่ดีกว่านนั้นคือพวกเขามองเห็นในที่มืดได้

หลังจากนั้นเพียร์ร่าก็ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ในขณะที่เบล็คเองก็ขึ้นมาสมทบกับเพียร์ร่าด้วย นั้นยิ่งทำให้หมอนั้นขายหน้านักขึ้นไปอีก

เบล็ค : บางทีแล้วถ้าเขาจะตั้งใจเรียนซักหน่อย ก็ไม่ต้องมานั่งจดจำเรื่องความล่มเหลวเหล่านี้หรอก

คาร์ดิน : ว่าไงนะ?!

ปัง!!!

เบล็คได้ตอกกลับใส่คาร์ดิน จนหมอนั้นถึงกับโมโหและกำลังจะลุกขึ้นเหมือนกับจะมีเรื่อง แต่ทันใดนั้นกรรณะได้วางหอกสีทอง ของเขาปักลงกลางโต๊ะเสียงดังมากจนทำให้ทุกคนหันมา พร้อมกับมองหอกของตัวเองไปมาด้วยรอยยิ้ม



กรรณะ : ข้าแนะนำให้เจ้านั่งลงดีกว่านะวินเชสเตอร์ ข้าคงจะไม่ปลื้มถ้ามีสงครามกลางห้องเกิดขึ้นกลางคัน....ถูกต้องไหม?

โอเบลค : ขอบคุณที่เตือนแทนผมนะครับคุณกรรณะ เอาละ! คุณวินเชสเตอร์ และ คุณอาร์ค หลังเลิกเรียนมาพบด้วยนะครับ

หลังจากนั้นเสียงกริ่งหมดเวลาก็ดังขึ้นพอดี ทุกคนเดินออกจากห้องไป เหลือเพียงแต่เพียร์ร่าเธอบอกว่าจะรอชอร์นก่อน เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็แยกย้ายกันไป

3 วันต่อมา

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ชอร์นได้ตีตัวออกห่างจากเพื่อน ไปเป็นเบ้ให้กับเจ้าคาร์ดินและทีมของมัน ถึงจะสร้างความไม่พอใจเท่าไหร่ให้กับทุกคนที่หัวหน้าทีม JNPR ต้องมากลายเป็นแบบนี้ แม้แต่กรรณะเองก็ยังรู้ว่ามันเห็นได้ชัดๆ

ช่วงดึกของวันนั้น ดูเหมือนว่าชอร์นจะถูกเจ้าพวกคาร์ดินใช้ให้มาเอาของบางอย่าง ก่อนที่เขาจะเดินผ่านห้องโถงเก็บของไปนั้น สิ่งที่เขาเห็นบนหน้าก็คือกรรณะที่กำลังยืนอ่านหนังสืออยู่ตรงทางเดิน

กรรณะ : ดูเหมือนว่าเจ้าจะสนุกมากเลยนะที่เป็นเบ้ของเจ้าพวกนั้น

ชอร์น : กะ-กรรณะ อ่านหนังสืออยู่เหรอ?

กรรณะ : ไม่แปลกที่ออซพินฝากข้าดูเจ้า เพราะเมื่อข้าเห็นเจ้าครั้งแรกก็รู้ทันที ว่าเจ้ามันห่วยตั้งแต่ตอนแรกที่รู้จักกัน

ชอร์น : คือ....เฮ้อ.....ก็ฉันมันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนนายนี่น่า

กรรณะ : มันไม่เกี่ยวว่าเจ้าจะแกร่งเหมือนใคร เพราะตอนนี้เจ้าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว เจ้ามีเพื่อน มีทีมของเจ้าเอง แล้วถ้าเจ้าล้มลูกทีมก็จะล้มตามไปด้วย เจ้าต้องช่วยดันเพื่อนๆขึ้นไปก่อน และพวกเขาที่เหลือก็จะช่วยดึงเจ้าขึ้นมาเช่นกัน

ชอร์น : ตะ-แต่ว่า

กรรณะ : ข้ารู้เรื่องผู้นำดี ชอร์น อาร์ค ทีมของเจ้าสมควรได้รับหัวหน้าที่ดีอย่างเจ้านะ....

ชอร์น : ฉันเข้าใจ....

กรรณะ : ที่สำคัญเจ้าปลอมใบประวัติเข้าเรียนบีคอน ใช่ไหม?

เมื่อได้ยินคำถามของกรรณะ ชอร์นถึงกับตาเบิกกว้างพร้อมผงะถอยหลังด้วยอาการตกใจ

กรรณะ : มีใครรู้อีกหรือเปล่า?

ชอร์น : เอ่อ.....มีเพียร์ร่าและก็คาร์ดินน่ะ

กรรณะ : มิน่าล่ะ..... ก็ดี จะได้ทำให้เรื่องมันง่ายขึ้นไปอีก

ชอร์น : หมายความว่าไง?

กรรณะ : เจ้าเข้าเรียนที่นี่ด้วยการปลอมประวัติ และคิดหรือว่าคนอย่างอาจารย์ออซฟินและอาจารย์คนอื่นจะไม่รู้

ชอร์น : ทำไมเขายังไม่ไล่ฉันออกล่ะ?

กรรณะ : คงเพราะอยากเห็นว่าเจ้าพัฒนาตัวเองได้ไง ตอนอยู่ที่ป่า ข้าก็แอบสังเกตว่าเจ้าคอยสั่งคนอื่นๆ ให้จัดการศัตรูที่เป็นอันตรายเป็นหลักและนั้นคือรีดเดอร์ที่แท้จริง

ชอร์น : คงเพราะโชคมั้ง?

กรรณะ : สำหรับข้าไม่มีคำว่าโชดอยู่ในหัว จำเอาไว้

ชอร์น : แล้วเรียกว่าอะไรล่ะ?

กรรณะ : พรสวรรค์ไง เจ้ามีพรสวรรค์ในการสั่งการรบ ชนิดที่หาตัวจับยากมาก สำหรับข้าเห็นเจ้าเป็นมนุษย์คนแรกที่สามารถสั่งการรบแบบนั้นได้ แต่การต่อสู้เรียกได้ว่าอ่อนมาก

ชอร์น : ได้ยินอย่างงี้มันรู้สึกแปลกๆนะ

กรรณะ : ข้ามีข้อเสนออย่างนึงที่เจ้าต้องรับไว้ เพราะข้าจะฝึกเจ้าให้เป็นเหมือนกับที่เจ้าปลอมแปลงความสามารถตัวเองในใบประวัติเข้าเรียนบีคอน ถึงแม้ว่าทักษะของข้าและมนุษย์จะต่างกันก็ตาม

ชอร์น : หา?!

กรรณะ : เจ้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้นสินะ

ชอร์น : แน่นอน....แต่ว่า.....เมื่อกี้นายบอก-

กรรณะ : พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องซ้อมของบีคอน....เตรียมร่างกายไว้ด้วยล่ะ

จากนั้นกรรณะก็ปิดหนังสือของตัวเอง พร้อมกับสลายกลายเป็นผง ในขณะที่ชอร์นก็ตกใจยืนตัวแข็งพร้อมกับลมที่พัดเข้ามาทำให้เขาขนลุกพร้อมกับวิ่งกลับห้องพักตัวเอง

ป่า Forever Fall


วันนี้ศาสตราจารย์กลินด้าได้พาเหล่านักเรียนมาที่ป่าสีแดง ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติสวยงามของป่าสีแดง ซึ่งตัวของกรรณะเองก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นป่าแบบนี้ แต่กลินด้าก็ได้กำชับกับนักเรียนของเธออีกรอบว่าไม่ได้มาเดินเที่ยว แต่ยังต้องเก็บยางไม้จากต้นไม้ในป่ากลับไปด้วย พอเมื่อทุกคนแยกย้ายกลุ่มกันไป คาร์ดินกับพรรคพวกก็ลากตัวชอร์นออกไปอีกที่นึง

ซึ่งดูเหมือนว่าทุกคนจะปกติดี หลังจากที่กรรณะใช้หอกกรีดเข้ากับต้นไม้และให้ยางไม้ของมันไหลออกมาใส่ลงในโหลแก้ว ในขณะที่เขาก็เห็นคนอื่นๆ เริ่มนอนเล่าและเดินไปเดินมาหลังจากเก็บยาง โดยเฉพาะนอร์ร่าเอาแต่กลิ้งไปมาบนหญ้าสีแดง แต่มันก็ช่วยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ จนกระทั่ง....

ก๊าซซซซซซซ!!!!!!!!!

รูบี้ : ทุกคนได้ยินอะไรไหม?!

รูบี้ถามขณะเก็บตัวอย่างยางไม้ และก็มีพรรคพวกของคาร์ดินวิ่งมาทางนี้พอดี

??? : กริมม์ยักษ์!!!!

หยาง : อะไร ที่ไหน?!

??? : ทางนั้นแหละ มันกำลังเล่นงานคาร์ดินอยู่!

เพียร์ร่า : ชอร์น!!!

กรรณะ : วุ่นวายจริงเลย....

จากนั้นกรรณะก็สลายหายไปทันที ในขณะที่รูบี้ ไวส์และเพียร์ร่า วิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ ในขณะที่หยาง เบล็คก็วิ่งไปหาศาสตราจารย์กลินด้า

เมื่อทั้งสามสาวมาถึง พวกเธอก็ต้องสตั้นกับสิ่งที่กำลังเห็นตรงหน้า มันเป็นกริมม์ขนาดยักษ์สูงราว 10 เมตร มีกายบนเป็นปีศาจที่น่ากลัว และกายล่างเป็นเหมือนแมงมุมที่มีเกราะเต็มตัว ชื่อของมันก็คือ Tsuchigumo ซึ่งเป็นถึงตัวอัลฟ่า



เห็นคาร์ดินกำลังโดน Tsuchigumo พ่นไฟสีเขียวไล่ต้อนจนมุม ส่วนชอร์นก็พยายามสู้กับ Tsuchigumo เพื่อที่จะช่วยคาร์ดิน โดยเจ้า Tsuchigumo ก็ได้หันมาหาเขาพร้อมกับพ่นไฟใส่ แต่ชอร์นก็เอาโล่บล็อคเอาไว้ได้

ชอร์น : อึก.....ย้ากกกกกก!!!!!!!!

ชอร์นตะโกนพร้อมกับใช้โล่สะบัดเปลวเพลิงออก และสะบัดดาบปล่อยคลื่นพลังที่มองไม่เห็นไปทางขาของเจ้าแมงมุมยักษ์ จนทำให้มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

เพียร์ร่า : ได้ยังไง?

ไวส์ : เมื่อกี้หมอนั้น.....

ก๊าซซซซซ!!!!!!!!!!!!!!

และสิ่งนั้นมันก็ทำให้เจ้า Tsuchigumo โกรธหนักมากๆ ชอร์นวิ่งเข้าใส่ Tsuchigumo แต่มันก็ได้พ่นไฟสีเขียวพุ่งเข้าใส่ชอร์น จนโล้และดาบของเขากระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

เพียร์ร่า : ชอร์น!!!

เพียร์ร่าวิ่งเข้าไปหาชอร์นที่กระเด็น ในขณะที่รูบี้และไวส์ได้เตรียมอาวุธของตัวเองออกมาเพื่อเตรียมพร้อมรบ แต่ทันใดนั้นได้มีละอองสีส้มปรากฏตรงหน้าของทั้งหมด และเป็นกรรณะที่ยืนขวางพร้อมกับหอก

รูบี้/ไวส์ : กรรณะ/กรรณะซัง!!!

กรรณะ : สงสัยนี่คงจะตึงมือลูกศิษย์ของข้าไปหน่อย....

ก๊าซซซซซซซ!!!!!!!!!!

เจ้า Tsuchigumo ได้คำรามอัดใส่พร้อมกับจะใช้มือทั้งสองข้างพุ่งเข้ามาหากรรณะ แต่ทางฝ่ายของกรรณะเองก็เพียงแต่ยืนนิ่ง พร้อมกับระเบิดพลังไฟออกมาอัดใส่เจ้า Tsuchigumo เต็มๆ จนทำให้ร่างของมันไหม้เกรียมและค่อยๆ สลายไปอย่างช้าๆ



กรรณะ : ทีนี้ก็จบเรื่องแล้ว

ไวส์ : กรรณะซัง!!!!!!!

ทันใดนั้นไวส์ได้พุ่งเข้ามากระโดดกอดกรรณะอย่างแรง แต่เขาก็ยังรับแรงเธอได้

ไวส์ : รู้ไหมว่าพวกเรากลัวมากเลยนะ เจอแต่กริมม์แปลกๆ!

รูบี้ : มากไปแล้วนะไวส์!

หลังจากนั้นไม่นาน กลินด้าก็มาพร้อมกับ หยางและเบล็ค และเธอก็ตกใจกับภาพที่ไวส์กำลังกอดกับกรรณะ แบบหมีโคอาร่ากำลังกอดต้นไม้

กลินด้า : อะแฮ่ม! ไม่ว่ายังไงก็ตาม คุณชีเนย์ รักษาความเป็นกุลสตรีด้วยค่ะ ไม่ใช่มากอดผู้ชายกลางป่าแบบนี้

ไวส์ : แต่กรรณะซังเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา เขาเป็น-

กลินด้า : แต่เขาก็เป็นผู้ชายค่ะ!



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #33 SilverBulletGx02 (@SilverBulletGx02) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 09:01
    ไวส์บอกเข้าเป็นของหนูค่ะ
    #33
    0
  2. #32 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 05:48
    บอกไปสิว่า เขาเป็นผัวหนู!!
    #32
    0
  3. #31 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 00:07
    ดีจ้าาา
    #31
    0