[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 4 : The Battle of Sun

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 830
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    8 ส.ค. 63

เช้าวันต่อมา

กรรณะได้ตื่นก่อนทุกคนตามเวลาเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น และนั่นจะเป็นสัญลักษณ์ที่จะทำให้เขาจำเป็นต้องตื่นขึ้นไม่ว่าจะยังไงก็ตาม จากนั้นเขาก็ลุกไปอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวในงานปฐมนิเทศซึ่งเขาก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับรายละเอียดมากนัก

ซึ่งเขาก็พอจะทราบแค่ว่าเขาจะได้แสดงพลังของตัวเองออกมาในการปฐมนิเทศ และเขาก็จะต้องไม่ใส่ชุดสูทลงไปฟัดกับพวกกริมม์แน่ๆ เขาเลยพยายามเลือกชุดที่คิดว่าเข้ากับพวกสไตล์วัยรุ่นยุคใหม่



และในขณะนั้นเอง กรรณะได้รับข้อความผ่านสกอร์ของตัวเอง เป็นข้อความของกลินด้าที่ส่งมาหาเขา ให้เขาไปพบเธอที่หน้าผาของบีคอนก่อนนักเรียนคนอื่นๆ ก่อนที่เขาจะพยักหน้าและสลายกลายเป็นผงไปทันที

เมื่อตัดมาที่สถานที่ ละอองสีส้มได้กลายเป็นร่างของกรรณะ เขาได้พบกับกลินด้าที่ยืนอยู่ข้างหน้าและมีแผ่นโลหะวางเรียงอยู่บนพื้นจำนวนมาก

กรรณะ : อรุณสวัสดิ์ศาสตราจารย์กลินด้า....เรียกอย่างนี้สินะ?

กลินด้า : อรุณสวัสดิ์ค่ะ....

กรรณะ : ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็มีคำถามสินะ?

แน่นอน เขาสามารถรู้สึกถึงความคิดของมนุษย์ได้อย่างแน่นอน และมันเป็นความสามารถในการรับรู้ธาตุแท้ของมนุษย์ตั้งแต่เกิดของเขา สิ่งแรกที่เธอถามก็คือเขาเป็นเทพ ทำไมถึงไม่จัดการกริมม์ และนั้นคือคำขอที่เขาไม่สามารถเก็บความลับได้

กรรณะ : เมื่อหลายร้อยปีก่อน ข้าถูกพิพากษาไปด้วยเนื่องจากทำเกินกว่าเหตุ พระสุริยเทพจึงได้ทำการลดพลังของกรรณะลงเพื่อควบคุมข้าได้ง่ายขึ้น ข้าจึงไม่มีพลังมากเหมือนเมื่อก่อน

กลินด้า : งั้นถ้าเทียบกับซาเลม....คุณก็น่าจะจัดการเธอได้สินะคะ?

กรรณะ : เรื่องของซาเลม ข้าไม่อาจรู้ได้ เพราะพลังของนางอาจจะมากกว่าเมื่อก่อนหรืออาจจะมากกว่าข้าก็ได้ และสิ่งเดียวที่ข้าลงมาที่โลกก็คือตามหาความรู้สึกของมนุษย์ที่หายไป....

กลินด้า : แล้วพวกกริมม์-

กรรณะ : นั้นก็เป็นชะตากรรมของพวกมัน เทพแต่ละองค์ก็มีหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งไม่สามารถไปยุ่งเกี่ยวกันได้ถ้าหากไม่ไปล้ำเส้นของใครเข้า ข้าบอกเจ้าได้แค่นั้นกลินด้า

ในตอนนั้นคำตอบของกรรณะ ก็ทำเอาเธอพูดต่อไม่ออกเช่นกัน จนกระทั่งออซพินได้เดินมาหาทั้งสองคนพร้อมกับแก้วกาแฟประจำตัวของเขา

ออซพิน : กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอครับ?

กรรณะ : เปล่าหรอก....และเจ้าจะทดสอบพวกนักเรียนยังไง?

ออซพิน : แผ่นโลหะพวกนั้นจะคือคำตอบครับ

กรรณะ : และเจ้าน่ะ....ดื่มเจ้านั่นตลอดเวลาเลยรึไง?

จากนั้นไม่นานเหล่านักเรียนใหม่ของบีคอนก็กำลังเดินทางมาถึงพวกเขา


หลังจากเวลาผ่านไปสักพักตอนนี้นักเรียนเข้าใหม่ทุกคนเข้ามารอที่หน้าผาของบีคอนเพื่อเข้าปฐมนิเทศ โดยทุกคนจะยืนอยู่บนแท่นส่งตัว ซึ่งตัวของศาสตราจารย์ออซพินก็จะมากล่าวปฐมนิเทศเหมือนเดิม โดยที่ตอนนี้ก็มีออซพินกับกลินด้าที่กำลังอธิบายกฏในการปฐมนิเทศ

ออซพิน : เป็นปีๆมาแล้ว ที่พวกเธอถูกฝึกมาให้เป็นนักรบ และวันนี้ความสามารถของพวกเธอจะได้รับการประเมินที่ป่าเอมเมอรัลแห่งนี้

ซึ่งในขณะนั้นเอง กรรณะได้ยืนอยู่ท้ายสุด ข้างๆ กับเจ้าหนุ่มผมบลอน์ใส่ชุดเกาะอัศวิน ระหว่างนั้นก็ได้มีหยางโบกมือมาทักทายเขา ซึ่งรูบี้และไวส์ที่อยู่ไกลสุดก็จ้องเขม่งมาทันที

กลินด้า : เอาหล่ะ ฉันมั่นใจว่าพวกเธอคงได้ยินข่าวลือเรื่องการแบ่งทีมแล้ว งั้นขอขจัดข้อสงสัยนั้นให้หมดไปเลยแล้วกัน พวกเธอแต่ละคนได้เพื่อนร่วมทีม...ในวันนี้...

แน่นอนว่าเมื่อทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นแล้ว คนที่กังวลมากสุดก็คือรูบี้ที่เข้าสังคมไม่เก่งนั้งเอง

ออซพิน : เพื่อนร่วมทีมจะอยู่ด้วยตลอดจนจบการศึกษาบีคอนนี้ ดังนั้นจะให้ดีที่สุด พวกเธอต้องเข้ากันให้ได้..และอย่างที่บอก คนแรกที่ได้เจอหน้ากันตอนลงพื้น จะกลายเป็นคู่หูไปตลอด 4 ปีนี้

รูบี้ : อะไรนะ?!!

ออซพิน : หลังจากที่พวกเธอได้คู่หูแล้วให้มุ่งหน้าไปยังชายป่าทางเหนือ พวกเธอจะเจออุปสรรคตลอดทาง อย่าลังเลที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า หรือไม่ก็ตาย.....

หลังจากที่เขาได้อธิบายกฏต่างๆ เสร็จเรียบร้อย นักเรียนแต่ละคนก็ถูกดีดลอยขึ้นฟ้าโดยแทนที่อยู่ใต้เท้า ในขณะนั้นเองพ่อหนุ่มผมบลอน์ชุดอัศวินก็ยกมือขึ้นเพื่อถามคำถาม

??? : เอ่อ....แล้วการลงนี่มีร่มหรืออะไรไหมครับ?

ออซพิน : ไม่ คุณจะร่วงลงไปเอง

??? : โอ้ มาย-

วิ้วววววววว!!!!!

เจ้าหนุ่มอัศวินก็ได้ถูกดีดขึ้นไปเรียบร้อยพร้อมกับเสียงกริ๊ดแบบสาวแตกเต็มที่ตามคนอื่นๆ ไปในขณะที่ออซพินได้ดื่มชามองดูสถานการณ์อย่างใจเย็น ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเพียงกรรณะที่เดินมายืนข้างๆ ของอาจารย์ทั้งสอง

ออซพิน : ท่านกรรณะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าขอรับ?

กรรณะ : ข้าบอกแล้วไงให้เรียกในฐานะนักเรียน....และเวลาที่ข้าต้องสู้ ข้าขอไม่เกรงใจล่ะกันนะ

กรรณะได้เสกหอกสีแดงที่มีปลายเป็นสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ออกมา พร้อมกับออร่าสีชมพูที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายของเขา เป็นที่น่าดึงดูดอย่างมาก


(แบบนี้ แต่ยังใส่ชุดเดิมอยู่นะครับ)

กลินด้า : หรือว่า....

ออซพิน : จะใช้พลังแล้วสินะขอรับ งั้นผมก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ใช้มันจนเกินเหตุนะขอรับ และมันช่วยให้คุณปรับตัวและหาความรู้สึกได้รวดเร็วขึ้นด้วยถ้าเป็นตัวของตัวเอง

กรรณะ : ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ....ข้าขอตัว

กรรณะได้ถอยไปเหยียบแผ่นโลหะ พร้อมกับดีดตัวเองขึ้นไปบนฟ้า ในขณะที่ออซพินก็มองทุกคนที่กำลังลอยอยู่บนอากาศพร้อมกับดื่มกาแฟ

ป่าเอมเมอรัล

หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็ลอยละลิ้วไปคนละทาง แต่ดูเหมือนแต่ละคนจะหาทางลงที่นุ่มนวลได้โดยไม่บาดเจ็บ ยกเว้นใครบางคนที่ยังลอยอยู่และนั้นก็คือเจ้าหนุ่มอัศวินนั้นเอง ตัดกลับมาทางฝั่งของกรรณะที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศ และเขาเห็นกริมม์นกยักษ์กำลังบินมาทางเขา



กริมม์นกยักษ์ Nevermore จำนวน 4 ตัวกำลังบินพุ่งมาทางเข้า กรรณะได้พุ่งเข้าไปเหยียบหัวของมันและดีดตัวออกมาพร้อมกับง้างหอกสีทองที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าไฟสีชมพู



" พระพรหมเอ๋ยจงสาปแช่งข้า พรหมมาส กุณฑล!!! "

แต่ละคนนั้นก็สามารถลงได้อย่างสวัสดิภาพ ในขณะนั้นเองสาวผมแดงกับชุดสไตล์สปาต้าแลนด์ดิ้งบนต้นไม้ และเธอเปลี่ยนอาวุธหอกของเธอให้กลายเป็นปืนยาวแล้วส่องหาสิ่งที่เธอสนใจ

ทางฝั่งของแม่หนูน้อยหมวกแดง รูบี้ที่ใช้เคียวเกี่ยวกับต้นไม้แล้วดิ่งลงพื้นอย่างนุ่มนวล เธอก็รีบวิ่งหาคู่หูทันที

รูบี้ : ต้องตามหาเจ๊หยางๆๆๆ!!!!

ตู้มมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!

ในขณะนั้นรูบี้ได้ยินเสียงระเบิดอย่างรุนแรงจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วพื้นดิน เธอเห็นจุดที่เห็นควันขนาดใหญ่กำลังลอยขึ้นมาอย่างชัดเจน

หน้าผาของบีคอน

ทางด้านของออซพินและกลินด้าที่เพิ่งจะเห็นการระเบิดอย่างรุนแรง ออซพินยังคงดื่มกาแฟอย่างสบายใจในขณะที่กลินด้าเองก็ทำหน้าตกใจอย่างมากพร้อมกับหันไปหาออซพินที่ยังทำสีหน้านิ่งๆ

ออซพิน : รุนแรงจังเลยนะขอรับ

กลินด้า : เขาคงจะไม่ใช้อย่างที่คุณบอกนะคะ?!

ออซพิน : ใจเย็นเถอะกลินด้า หอก วาสวี ศักติ เป็นพลังสังหารเทพ เขาไม่เอามาใช้แบบนี้หรอกครับ

กลินด้า : ก็คง.....จะเป็นแบบนั้น....หวังว่าเขาจะพบกับคู่หูที่ดีนะคะ

ป่าเอมเมอรัล

กลับมาที่รูบี้ เธอกำลังจะรีบวิ่งไปทางที่เกิดระเบิดขึ้นเมื่อสักครู่ และก็ต้องเบรกทันทีเมื่อพบกับแม่สาวแว่นชุดกระโปรงขาว ไวส์ ชีเนย์ นั่นเอง....และทั้งสองก็สบตากันในขณะที่รูบี้ก็ยิ้มให้


แน่นอนว่าไวส์ไม่สบอารมณ์มากนักที่ได้เจอกับรูบี้ ก่อนที่เจ้าตัวใช้นิ้วดันแว่นพร้อมกับเดินเชิดไปโดยไม่สนใจรูบี้เลย โดยเธอก็เดินผ่าดงพุ่มไม้ไปเรื่อยๆ ถูกต้อง....เธอกำลังเห็นเมื่อที่รูบี้เห็น....และสิ่งที่เจอ

ไวส์ : เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?

เสียงอุทานของไวส์พูดขึ้น สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก็คือ ซากศพของกริมม์ จำนวนมากกำลังสลายไปอย่างช้าๆ และซากแต่ละซาก็มีไฟเผาทั้งหมด ซึ่งตรงกลางก็มีหลุ่มขนาดใหญ่ที่มีเปลวเพลิงลุกอยู่ด้วย และเป็นหลุมที่มีขนาดใหญ่เอามากๆ จนทำเอาต้นไม้รอบๆ ติดไฟไปด้วย

รูบี้ : เดี๋ยวไวส์.....รอฉันด้วย!

รูบี้ที่ตามไวส์มาก็หยุดทันที ซึ่งพอเธอเห็นเหมือนกับที่ไวส์เห็นเข้า....

รูบี้ : โว้วววว นี่มัน.....มันเกิดอะไรขึ้น?

ไวส์ : จะไปรู้เหรอ?

รูบี้ : เหมือน.....มีอะไร...ตกลงมาเลยนะ แถมมีเปลวไฟรอบๆ ด้วย บางทีอาจจะเป็นอุกกาบาต

ไวส์ : ช่างเถอะยังไงต่อเรามีหน้าที่ต้องทำ

รูบี้ : งั้นแสดงว่าตอนนี้เราสองคน-

ไวส์ : อย่าเข้าใจผิดละ.....ฉันยังไม่ยอมรับหล่อนเป็นเพื่อนหรอกนะ

จากนั้นทั้งสองคนก็มุ่งหน้าออกเดินทางไปทางเหนือทันที เพื่อไปตามหาวัตถุโบราณตามที่ออซพินบอกเอาไว้ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีบางอย่างเกิดขึ้นกับทั้งสอง

อีกฝั่งนึง

ทางด้านเจ้าของหลุมดังกล่าว ได้ลงจอดในจุดจุดนึงของป่า กรรณะได้ควงหอกสีทองของเขาพร้อมกับเดินมุ่งหน้าไปทางเหนือ สำหรับเขาก็ใช้เวลาไม่นานมากนักเพื่อที่จะไปถึงยังจุดหมายของออซพิน แต่เพื่อการตามหาคู่หู่เขาจึงตัดสินใจเดิน มากกว่าบิน

ใช้เวลาไม่นานมากนัก กรรณะได้ยินเสียงเหมือนมีการต่อสู้กัน เมื่อเขาเดินออกจากพุ้มไม้ไปก็พบกับหญิงสาวที่มีผมสีบลอนด์พร้อมกับหญิงสาวผมสีดำเข้าโดยที่มีศพกริมม์ที่เหมือนหมีนอนตายอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเธอ คนแรกก็คือหยางนั้นเอง ส่วนอีกคนก็คือเบล็ค

หยาง : ฮาย พ่อหนุ่มแวมไพร์!!!

เบล็ค : อะไรนะ?

กรรณะ : ดูเหมือนว่าพวกเจ้าสองคนจะจัดการกันได้สินะ

หยาง : แน่นอน ก็แค่หมียักษ์สองตัว

เบล็ค : แล้ว....นายเจอคู่หู่หรือยัง?

กรรณะ : ยังหรอก เดี๋ยวก็คงจะ-

โฮกกกก!!!!

ทันใดนั้นก็มีกริมม์พุ่งออกมาจากต้นไม้สามตัว เป็นกริมม์กอริล่าขนาดยักษ์ ชื่อของมันก็คือ Beringels โดยพวกมันสามตัววิ่งเข้ามาใส่ หยางและเบล็คจากด้านหลัง พร้อมกับกำลังง้างมือใส่ทั้งสอง


พรืบ! ตู้มมมม!!!!



ยังไม่ทันจะได้ง้างมือลงมา กรรณะได้พุ่งเข้าไปพร้อมกับสะบัดหอกใส่เจ้ากอริล่ายักษ์ และได้เกิดเปลวไฟจากการสะบัดของหอกของกรรณะ ทำให้เจ้า Beringels ถูกไฟเผาทั้งเป็นจนสลายไปอย่างรวดเร็ว นั่นทำเอาทั้งสองสาวอึ้งไปทีเดียว

เบล็ค : เป็นไปได้ยังไง....นั้นมันซัมเบลดงั้นเหรอ?

หยาง : ว้าว เสกไฟได้ด้วย สุดยอด

กรรณะ : ข้าทำแบบนี้มันแปลกงั้นรึ?

จากนั้นกรรณะก็เริ่มมองไปรอบๆ เขาพบเป้าหมายอยู่ไม่ไกลมากนักก่อนที่จะเริ่มเดินผ่านหยางและเบล็คไป ในขณะที่ทั้งสองสาวก็มองหน้ากันและเดินตามกรรณะไปด้วย

ตัดสลับมาอีกด้าน

ไวส์กับรูบี้ยืนหอบอยู่ตรงต้นไม่ใหญ่ที่นึง ดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุบางอย่างที่ทำให้ไฟเกือบจะไหม้ป่า

รูบี้ : เมื่อกี้เธอทำอะไรกัน? กำลังจะจัดการพวกมันได้อยู่แล้ว!

ไวส์ : บางที......หล่อนก็ควร.....ระวังการโจมตีของตัวเองบ้าง.....หน่อย และฉันก็ไม่อยากจะจุดไฟเผาป่าแบบนั้นเลย

รูบี้ : แล้วมันยังไงเล่า?

ไวส์ : ฉันแค่ประหลาดใจกับคนพูดมาก แต่ตอนสู้ไม่คิดจะสื่อสารกันบ้างเลย

รูบี้ : เหรอ ขอโทษนะ ที่เธอต้องการความช่วยเหลือจากฉันเพื่อชนะการต่อสู้ ฉันดีของฉันอยู่แล้ว

ไวส์ : เออ ยินดีด้วยนะยัยเด็กแกร่งที่แอบเข้าเรียนบีคอน เจริญเถอะ....

รูบี้ : อ๊าาา!!!!

รูบี้โมโหที่อีกฝ่ายประชดพร้อมกับเอาเคียวฟันต้นไม้ระบายอารมณ์ ก่อนจะเดินตามหลังไวส์ไปด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ

ทางหน้าผาของบีคอน

ทางด้านของออซพินและกลินด้ากำลังดูการต่อสู้ของกรรณะที่ผ่านมาเมื่อสักครู่ผ่านสกอร์ รวมถึงดูเหตุการณ์ต่างๆ ของนักเรียนคนอื่นๆ ที่กำลังไปยังจุดนัดหมาย

กลินด้า : นอร์ร่า วัลคีรี่ กับ ลาย เรน น่าสงสาร ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าคู่นี้จะไปรอดกันได้ยังไง ส่วนชอร์น อาร์ค และ เพียร์ร่า นิโคส แต่คุณกรรณะ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย....ขนาดแค่เขายังไม่ได้พลังของหอกเลยนะ

ออซพิน : อืม....ผมอยากจะเห็นมากกว่านี้น่ะ

กลินด้า : ฉันไม่สนว่าใบรับรองจะเขียนว่ายังไง แต่ชอร์นยังไม่เหมาะกับการต่อสู้ครั้งนี้ เราคงต้องหาคำตอบให้ได้ในเร็วๆ นี้หน่อยดีกว่าค่ะ อย่างแรกพวกเด็กๆควรไปถึงวิหารภายในไม่กี่วินาที จะว่าไปแล้ว....คุณใช้อะไรเป็นของให้เก็บ ศาสตราจารย์ออซพิน

ออซพินไม่ตอบและกำลังดูเหตุการณ์ผ่านสกอร์อยู่ ซึ่งเป็นภาพรูบี้กับไวส์กำลังทะเลาะกันอยู่ และอีกภาพคือกรรณะกำลังใช้หอกสีทองของเขาไล่ฟันพวกกริมม์อย่างไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ในขณะที่พวกมันแตะตัวเขาไม่ได้

ทางรูบี้กับไวส์

ไวส์ : ฉันว่ามันต้องเป็นทางนี้..หมายถึงว่า ทางนี้ มันต้องเป็นทางนี้แน่

รูบี้ : นี่เธอรู้ทางจริงหรือเปล่า?

ไวส์ : ฉันรู้สิ! และรู้ว่าเราจะไปไหนกัน

รูบี้ : โอ๊ย~....หลงก็บอกมาเถอะ

ไวส์ : อย่ามา-หล่อนก็ไม่รู้ทางเหมือนกันนั่นแหละ

รูบี้ : อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ทำตัวรู้ดีเหมือนกับเธอนี่

ไวส์ : หมายความว่าไงยะ?

รูบี้ : เพราะว่าฉันเกลียดเธอไงล่ะ!

ไวส์ : เฮ้อ แค่เดินตามมาก็พอน่า

รูบี้ : โอ้ แค่เดินตามมา เร็วเข้านะ ระวังทางด้วยสิ ทำไมเธอถึงได้เจ้ากี้เจ้าการนักล่ะ?

ไวส์ : ฉันไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการ อย่าพูดแบบนั้นกับฉันนะ!

รูบี้ : ก็อย่ามาขู่ฉันอย่างกับว่าฉันเป็นเด็กสิ!

ไวส์ : ก็อย่าทำตัวเหมือนเด็กสิ!

รูบี้ : งั้นก็หยุดทำตัว Perfect สิ!

ไวส์ : ฉันไม่ได้..Perfect- ยังหรอก ยังไงซะ ฉันก็เป็นมิตรกับใครๆ มากกว่าหล่อนอยู่แล้ว

จากนั้นไวส์ก็เดินนำไป ส่วนรูบี้เองก็ทำหน้าผิดหวังและค่อยๆ เดินตามอีกฝ่ายไปและดูเหมือนมิตรภาพครั้งแรกจะไปได้ไม่คอยสวยเท่าไหร่

ตัดมาทางด้านของ กรรณะ หยาง เบล็ค

เมื่อใช้เวลาผ่านมาได้สักพักใหญ่ทั้ง 3 คนก็เดินไปยังจุดหมายเรื่อยๆ จนเขาก็มองเห็นสถานที่แห่งหนึ่งเข้าเป็นเหมือนกับโบราณสถานหรือวิหารที่มันทำมาจากหินทั้งหมด

หยาง : คิดว่าใช่ที่นี่มั้ย?

เบลดที่หันไปมองหยางรอบนึงและเธอก็เดินเข้าไปก่อนคนแรก ในขณะที่หยางก็มองที่กรรณะ

กรรณะ : วิหารเก่าสินะ

ส่วนหยางที่ยืนงงสักพักนั้นเธอก็เดินตามทั้ง 2 คนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง 3 คนก็เดินเข้ามาถึงจุดตรงกลางของวิหารแห่งนั้นและพอทั้ง 3 คนมองดูรอบๆพวกเขาก็พบกับหมากรุกได้วางอยู่บนแท่นเสารอบๆ พวกเขาทั้ง 3 คน

หยาง : หมากรุก....บางอันมันหายไปนะ

กรรณะ : ดูท่าพวกเราจะไม่ใช่คู่แรกที่มาที่นี่ก่อนงั้นสินะ

เบล็ค : งั้น...ฉันว่าพวกเราน่าจะหยิบสักอัน

หยาง : นายจะเอาอันไหนเหรอพ่อหนุ่มไวมแพร์? ให้ฉันเลือกให้ไหม?

กรรณะ : ขอบคุณ แต่ข้าขอเลือกเองจะดีกว่า พวกเจ้าก็เลือกกันไปเลย....

แต่ก่อนที่เขาจะหยิบ ก็เกิดเรื่องซะก่อน จู่ๆ ก็มีเด็กสาวผมส้มขี่กริมม์หมีออกมาจากป่าและวิ่งมาทางกลุ่ม ในขณะที่มีชายหนุ่มชุดเขียววิ่งตามมาด้วย และนั้นแหละนอร์ร่า วัลคีรี่ กับ ลาย เรน แต่ทันใดนั้นเบล็คได้สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติ จึงเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับกรรณะ

กรรณะ : บางอย่างข้างบน

รูบี้ : ระวังหัว!!!!!

คนที่กำลังตะโกนอยู่คือรูบี้ที่กำลังพุ่งลงทางพวกเขานั้นเอง โดยมีแม่สาวสปาด้าที่ชื่อว่า เพียร์ร่า ได้วิ่งตามออกมาจากป่าด้วย

ส่วนทางรูบี้ที่กำลังตกลงมาใกล้ๆ แต่เมื่อจะถึงพื้นแล้วนั่นจู่ๆ ร่างของ ชอร์น อาร์ค ก็กระเด็นออกมาจากในป่าแต่ที่งงยิ่งกว่าก็คือทำไมถึงเป็นแบบนั้นได้ ซึ่งร่างของชอร์นก็ชนกับร่างของรูบี้จนทั้ง 2 คนนั้นได้กระเด็นไปอยู่ตรงต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ

ก่อนที่รูบี้จะสะบัดหัวและวิ่งมารวมกลุ่ม แต่ทว่ามันยังไม่จบแค่นั้น เพราะดูเหมือนว่าแถวนั้นจะมีนกยักษ์ Nevermore บินอยู่ด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนเกาะอยู่บนนั้นด้วยซึ่งก็คือไวส์นั่นเอง

ไวส์ : เธอทิ้งฉันได้ไงเนี่ย?!

รูบี้ : ฉันก็อุตส่าห์บอกให้โดดแล้วนะ!

เบล็ค : เธอกำลังจะตกนะ

รูบี้ : เธอไม่เป็นไรหรอก

เรน : เธอตกแล้ว

แต่ดูเหมือนจะมีลมพุ่งผ่านทั้งหมดไป เป็นกรรณะที่พุ่งเข้าไปหาจนทุกคนสามารถเห็นเงาออร่าสีชมพู เขาได้พุ่งไปรับตัวไวส์อย่างรวดเร็วด้วยท่าอุ้มแบบเจ้าหญิง จนเจ้าตัวสะดุ้งและหน้าแดงทันที แต่ดูเหมือนว่ากรรณะจะสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังมา

ไวส์ : กรรณะซัง?!

กรรณะ : มีบางอย่างกำลังมา....

กรรณะได้แลนด์ดิ้งลงพื้นอย่างสวยงาม แต่ก็ยังอุ้มไวส์อยู่เหมือนเดิมและเขากำลังมองไปทางพื้นที่โล่งที่มีป่าอยู่ทางด้านซ้ายและด้านขวาเป็นขอบของภูเขา ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะทำให้ทุกคนล้มกันอยู่แล้ว แต่กรรณะที่อุ้มไวส์อยู่ก็ยังคงนิ่ง

ครืนๆๆๆๆๆ ตู้มมมม!!!!!!!!!!!!!!

โฮกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!

พื้นดินแตกกระจายเป็นวงกว้างจำนวนมาก ไกลถึง 20 เมตร พร้อมกับสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดินพร้อมกับเสียงคำรามที่คล้ายกับสิงโต ใช่แล้ว....สิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับสิงโต มีหางเป็นแมงป่อง และชื่อของมันก็คือกริมม์ Manticore มันสูงเกือบเท่าภูเขาลูกนึงเลยทีเดียว



ทั้งนักเรียนและอาจารย์ที่เห็นภาพผ่านสกอร์ ต่างตกใจกับสิ่งที่เห็น แต่สำหรับออซพินและกรรณะ พวกเขาสองคนรู้ว่ากริมม์ตัวนี้มีบางอย่างแปลกๆ มันไม่ได้มาแบบธรรมชาติเหมือนกริมม์ธรรมดา มันมาเหมือนมีเป้าหมาย....

โฮกกกกก!!!!

เจ้า Manticore ได้คำรามใส่กรรณะและไวส์จนเกิดคลื่นเสียงดังไปทั่วป่าแถวนั้น และมันได้จ้องมาที่กรรณะเพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาหวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมจ้องหน้ามันคืนซะด้วยซ้ำ

ไวส์ : ก-กรรณะซัง!

กรรณะ : เจ้าหลบไปก่อนไวส์....มันมาเพื่อล่าข้า

ไวส์ : ม-หมายความว่าไง คุณจะโดนฆ่าเอานะ เราต้องรีบหนี!

กรรณะไม่ได้สนใจคำพูดของไวส์ เขาเดินเข้าไปยืนประจันหน้ากับเจ้ากริมม์ตัวนี้ เขารู้ว่ามันมาตามคำสั่งของใครบางคนที่สั่งมันมาและรู้ถึงการมาของเขา กรรณะได้ควงหอกและตั้งท่าจนร่างกายเขาเกิดออร่าสีชมพูดขึ้นรอบตัว

สายตาที่เหมือนกับใบมีดของเขาได้มองเข้าไปในตาขของกริมม์ยักษ์ตัวนี้ เขากำลังมองเห็นใครบางคนอยู่ในนั้นที่เต็มไปด้วยสถานที่แห่งความมืด และพลังที่เต็มไปด้วยความแค้นต่างๆ ที่กรรณะสามารถสัมผัสมันได้มาตลอดเวลา



" มาลุยกันเลย.....ซาเลม.... "

โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 23:12
    ต่ออออออออออ
    #23
    0
  2. #22 WelshDargon (@WelshDargon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 22:17

    มาค้างกันเถอะ...ซะที่ไหนกันเหล่า! ขออีกตอนนะไร

    #22
    0
  3. #21 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 20:20
    ดีจ้าาา
    #21
    0