[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 3 : The Shining Beacon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,018
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

หลังจากที่สอบถามไป
ผลส่วนใหญ่จะเอียงไปทางไวส์นะครับ



ซึ่งอาจจะมีฮาเร็มนิดๆ ติดเข้ามาหอมปากหอมคอบ้าง
และอีกอย่างก็คือไวส์เวอร์ชั่นนี้จะเป็น "สาวแว่น" เป็นแว่นสายตา
และเวลากรรณะจะใช้หอก ตาข้างขวาจะเป็นสีแดง

ปัจจุบัน

ตอนนี้กรรณะก็ได้อาสาเป็นนักเรียนของบีคอน เพื่อเรียนรู้ความรู้สึกของมนุษย์จากเหล่านักเรียนนี่แหละคือสิ่งที่เขาคิดว่าง่ายที่สุด ดีกว่าเป็นอาจารย์ และตัวเขาก็ได้ตกลงกับออซพินไปหลายอย่างและดูเหมือนว่ากลินด้าเองก็จะรู้เช่นกัน ในตอนนี้เขาได้ใส่สูทตัวใหม่ที่เขาเสกขึ้น บวกกับหน้าตาอันหล่อของเขาก็เป็นที่ดึงดูดของเหล่าสาวๆ ทุกคนในยานได้เช่นกัน



กรรณะ : พวกมนุษย์ผู้หญิงนี่แปลก....

มันจะไม่แปลกสำหรับเขา แต่สำหรับทุกคนที่เห็นคงคิดว่าเขาเป็นพวกคุณชายทั้งนั้น แถมหุ่นบวกกับความสูงของเขาก็ทำเอาบางคนคิดว่าเป็นอาจารย์ไปซะได้ และตอนนี้เขากำลังนั่งอ่านหนังสือที่ออซพินให้มาอยู่ในยานบินขนาดใหญ่ที่โดยสารนักเรียนทุกคนที่จะมาเรียนยังบีคอน

ในขณะเดียวกัน

ตัดมาอีกฝั่งของยาน ในตอนนี้ทางฝั่งของรูบี้ เองก็มาอยู่ที่ยานด้วยเช่นกันและยังมีผู้หญิงผมสีเหลืองยืนกอดเธอด้วยความดีใจอยู่ด้วย เจ้าตัวก็คือพี่สาวของรูบี้นั่นเอง


??? : โอ้ ไม่อยากเชื่อเลยว่าน้องสาวพี่จะเข้าเรียนที่นี่ได้ เป็นวันดีจริงๆ!

รูบี้ : หยุดเหอะน่าเจ๊ หนูหายใจไม่ออก

??? : แต่เจ๊ภูมิใจกับเธอจริงๆนะ

รูบี้ : จริงเหรอเจ๊ มันไม่เห็นมีอะไรนี่

??? : เธอพูดเรื่องอะไร นี่มันน่าทึ่งมากเลยนะ ทุกคนใน Beacon ต้องคิดแน่เลยว่าเธอน่ะสุดยอด

รูบี้ : หนูไม่ได้อยากเป็นสุดยอดอะไรแบบนั้นเลย โอเค หนูแค่อยากเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึง-ยึ้ย!

??? : เธอก็เป็นอยู่ไม่ใช่เหรอ....รูบี้?

พี่สาวของรูบี้เห็นว่าน้องสาวตนกำลังมองอะไรบางอย่างด้วยอาการสตั้น ก่อนที่เธอจะหันตามไปและทำให้เห็นกรรณะที่กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือเกี่ยวกับโลกของ Remnant ที่ออซพินให้มาอ่าน ก่อนที่เธอจะทำตาแคบลงและมองที่น้องสาวและแสยะยิ้มให้

??? : โง่วววว น้องสาวเจ๊เข้าใจเลือกสเปคนะ

รูบี้ : สเปคบ้าอะไรล่ะเจ๊?!

??? : แล้วจ้องเขาทำไม เจ๊สังเกตสาวๆ ทุกคนในนี้ก็มองเขากันทั้งนั้น

รูบี้ : เขาเป็นผีนะเจ๊

เมื่อเธอได้ยินบอกน้องสาวบอกว่ากรรณะเป็นผี เธอก็ค่อยๆเอามือมาอุดปากเพื่อกั้นขำออกมา และน้องสาวของเธอก็เริ่มโกรธเล็กน้อย

รูบี้ : จริงนะเจ๊ ก็คนนั้นแหละที่หนูเล่าให้ฟัง

??? : อ้อ....รูปหล่อคนนั้นสินะ แล้วทำไมน้องเจ๊ถึงไม่ไปทำความรู้จักกับเขาหน่อยล่ะ?

รูบี้ : ไม่เอาเจ๊ ไม่เอา!!!

จากนั้นพี่สาวของรูบี้ก็ลากฮู๊ดแดงของรูบี้พร้อมกับเดินเข้าไปหากรรณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ ซึ่งดวงตาที่เหมือนใบมีดก็สามารถมองเห็นได้ว่ากำลังมีผู้หญิงสองคนเดินเข้ามาหาเขา และทั้งคู่ก็มาอยู่ตรงหน้าของเขา

??? : ไม่เอาน่าน้องเจ๊ กล้าๆหน่อย

รูบี้ : ปล่อยได้แล้วเจ๊.....เอ่อ.....ฮาย

กรรณะ : หืม....เจ้าคือรูบี้ โรส....เจอกันอีกแล้วสินะ

รูบี้ : ใช่แล้ว.....แต่ว่า....ฉันไม่รู้จักชื่อคุณเลย......

กรรณะ : นามของข้ากรรณะ....

รูบี้ : ชื่อแปลกดีแฮะ ส่วนนี่ก็พี่สาวของฉัน หยาง เสี่ยวหลง

หยาง : ว่าไงพ่อรูปหล่อ

กรรณะ : พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องกันสินะ

รูบี้ : ชะ-ใช่แล้วล่ะ

จากนั้นหยางก็กอดคอรูบี้และหันไปด้านหลังและกระซิบบางอย่าง

หยาง : ฟังจากสำเนียงกันพูดแล้วคงเป็นพวกหัวโบราณแน่เลย

รูบี้ : เสียมารยาทน่ะเจ๊!

กรรณะ : ข้าได้ยินนะ

จากนั้นทั้งสองสาวก็หันมาพร้อมกันและยิ้มแห้งๆ ในตอนนั้นหยางกำลังคิดว่าการพูดคุยกับเขาค่อนข้างจะทำให้เขาดูเย่อหยิ่งและน่าเบื่อ แต่ถึงแบบนั้นรูบี้ก็ยังคงพยายามสานสัมผัสกับคนแปลกหน้าที่เธอเรียกเขาว่าผีอยู่ดี

รูบี้ : แล้ว...คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?

หยาง : ดูทรงก็รู้ว่าเป็นอาจารย์

กรรณะ : เปล่า...ข้าเป็นนักเรียนเหมือนพวกเจ้านั่นแหละ

รูบี้ : อ่อ....แต่ดูทรงแล้วน่าจะเหมือนอาจารย์มากกว่านะ

เวลาต่อมา

จนเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ในที่สุดยานขนส่งก็ได้บินมาถึงบีคอน หลังจากนั้นไม่นานมาก ในที่สุดยานขนส่งนักเรียนที่มาบีคอนก็ลงจอดที่ท่าเรียบร้อย และเมื่อประตูเปิดออกเหล่านักเรียนก็พากันเดินออกมา แต่ทันใดนั้นได้มีเด็กหนุ่มที่กลั้นอ้วกเมื่อตอนนั้นรีบออกจากตัวยานพร้อมกับคนอื่นๆเพื่อหาถังขยะที่อยู่ไม่ไกลจากที่เขาออกมาจากตัวยาน

กรรณะยังคงใช้เวลาสักพักในการอ่านหนังสือในยาน โดยไม่มีใครกล้ามายุ่งกับเขาเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสองพี่น้องก็ได้ออกไปตั้งนานแล้ว จนเขาได้ยินเสียงเหมือนกับอะไรบางอย่างระเบิดดังขึ้นข้างนอกยาน

กรรณะก็ได้เดินออกมาจากยาน หลังจากนั้นสักพักใหญ่เขาก็เริ่มมองไปรอบๆ จนต้องไปสะดุดตากับอาคารขนาดใหญ่ของบีคอนแห่งนี้ เขาก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนักเพราะดินแดนบนสวรรค์ของเขางามกว่านี้เยอะ ในขณะนั้นเขาก็เห็นว่าแต่ละคนถืออาวุธต่างๆ มากมาย

กริ้งงงงงง ตุบ!

กรรณะ : หือ?

ดูเหมือนจะมีบางอย่างกลิ้งมาชนเข้ากับเท้าของกรรณะ เมื่อเขาหยิบมันขึ้นมาก็พบว่ามันเป็นเหมือนกับขวดสีแดงที่บรรจุบางอย่างเอาไว้ ซึ่งมันก็คือดัสต์นั้นเอง และไม่นานมากดูเหมือนกับว่าเจ้าของขวดนี้กำลังวิ่งมาทางซีโร่

??? : โอ้ ขอโทษค่ะๆ!!!

กรรณะหันไปมองที่ต้นเสียง และเขาก็ได้พบกับเด็กสาวใส่แว่นกำลังวิ่งมาทางเขา เป็นเด็กสาวมีผมสีขาวไว้หางม้ายาวมีดวงตาสีฟ้าอ่อน พร้อมกับชุดกระโปรงสีขาวของเธอและมีดาบสีเทาที่เอวด้วย เธอวิ่งมาหาเขาพร้อมกับกระเป๋าสีเทาและก็หยิบขวดสีแดงจากมือของกรรณะไปใส่กระเป๋าทันที

??? : ช่วงนี้หล่นบ่อยจริงๆ ขอบคุณมากนะคะที่เก็บดัสต์-โอ้

ดูเหมือนว่าหลังจากที่เก็บขวดดัสต์สีแดงใส่กระเป๋า แม่สาวแว่นดูเหมือนเธอเองก็จะสตั้นเมื่อเห็นหน้าอันงดงามของกรรณะพร้อมกับพูดไม่ออกเล็กน้อยทันที

กรรณะ : ดัสต์....ไฟ,สายฟ้า,น้ำ,และพลังงานทุกอย่างสำคัญและสามารถนำมาเป็นอาวุธได้สินะ

???(ความคิด) : ม-ไม่น่าเชื่อ....ว่าหนุ่มหล่อแบบเขาจะพูดสำเนียงราชวงษ์.....เจอเหมือนกันซะแล้วสิ

??? : ถูกต้องแล้วค่ะ ว่าแต่คุณเป็นใครคะ?

กรรณะ : ชื่อของข้าคือกรรณะ....แล้วเจ้าล่ะ?

ไวส์ : ชื่อของฉันคือ ไวส์ ชีเนย์ค่ะ ทายาทบริษัทดัสต์คอมพานี

แนะนำตัวกันได้เล็กน้อย ไวส์ก็ไปสะดุดตากับสร้อยขนาดใหญ่บนคอของกรรณะ เธอจึงเดินเข้าไปพร้อมกับขอเขาดูสร้อยเส้นนี้ มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์ และนั้นก็ทำให้เธออึ้งไปทันทีเพราะเหมือนจะนึกอะไรออก

ไวส์ : สัญลักษณ์แห่งดวงอาทิตย์ ของพระสุริยเทพ....ไม่น่าเชื่อ

กรรณะ : เจ้ารู้จักด้วยงั้นรึ?

ไวส์ : อืม ฉันเคยอ่านหนังสือมากพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องสงครามเทพ

กรรณะ : ไม่ยักรู้ว่าเด็กรุ่นใหม่อย่างเจ้าจะสนใจเรื่องในประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม

ไวส์ : ทุกอย่างต้องมีการเรียนรู้ค่ะ เพราะความจริงมันก็เป็นเพียงเรื่องเล่าและฉันก็ไม่ได้เชื่อเรื่องเทพอะไรมากนักหรอกนะคะ

จากนั้นเธอก็พล่ามไปเรื่อยตามภาษาเด็กสาว ในขณะที่เธอก็ตั้งคำถามเกี่ยวกับครอบครัวของกรรณะ ซึ่งเขาก็บอกกับเธอไปว่าครอบครัวของเขานับถือพระสุริยเทพ และเป็นตระกูลโบราณตั้งแต่สมัยราชวงษ์ใหม่เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งเธอก็เชื่อซะด้วย

ไวส์ : แล้วฉันยังไม่เห็นอาวุธของคุณเลย....คุณมีอาวุธไหม?

เมื่อไวส์พูดจบ กรรณะได้แบมือออก และปรากฏเป็นละอองสีส้มขึ้นมาจากมือของเขาจนเริ่มเกิดเป็นรูปร่างของหอก และเมื่อละอองสีส้มสลายไป ก็ได้ปรากฏเป็นหอกสีทองโดยปลายเป็นสัญลักษณ์รูปพระอาทิตย์ ซึ่งทำเอาไวส์ตาประกายทันที

ไวส์ : วู้ววววว ซัมเบลดของคุณเหรอ?

กรรณะ : ของบางอย่างมันก็มีความลับมากมาย

แต่ถึงยังงั้งรอบๆ ที่มีเหล่านักเรียนสาวฮันเตอร์ต่างก็พากันซุบซิบไปมาตามภาษา แต่กรรณะได้ยินทุกคำพูดซึ่งมันก็เป็นคำพูดเรื่อยเปื่อย แต่เมื่อมองกลับมาที่ไวส์ที่กำลังวาร์ปไปมาเพื่อดูหอกของตน เขาก็คิดในใจได้ว่านางกำลังอยากจะสนิทกับเขา

??? : อุ๊ยดูสิแก หล่อมากเลย

??? : แต่ผิวซีดเหมือนพวกแวมไพร์เลยแฮะ

??? : เขาดูไม่เหมือนมนุษย์เลยแฮะ

ไวส์ : สุดยอดเลย....นี่มันยิ่งกว่าทองแท้อีกนะเนี่ย

??? : ทุกคนพวกเราต้องไปที่หอประชุมนะ!

มีนักเรียนคนนึงพูดขึ้นมากระทันหัน ไวส์ได้หันไปมองก่อนที่จะมาขอร้องให้กรรณะมากับเธอ ทางกรรณะเองก็ไม่อะไรมากมายก็ตัดสินใจเดินไปกับเธอด้วยเพื่อต้องการศึกษาอารมณ์ของมนุษย์และความรู้สึกต่างๆ ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มพัฒนาไปได้สวยพอตัว ก่อนที่ทั้งสองไปที่หอประชุมพร้อมกับคนอื่นๆ

ณ หอประชุมบีคอน

ในที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็เดินมาถึงหอประชุมที่มีผู้คนจำนวนมาก โดยไวส์และกรรณะก็ไปยืนอยู่หน้าสุดและดูเหมือนว่าจะเกิดเหตุการณ์ได้ไม่นานไวส์จะได้สะดุดตากับใครบางคนที่ดูเหมือนจะมีเรื่องมาก่อนหน้า และแน่นอนว่าไม่ใช่ใครนอกจากรูบี้ โรส และพี่สาวของเธอหยาง เสี่ยวหลง ก่อนที่ไวส์จะทักไปตามมารยาท



ไวส์ : นี่หล่อน!

ไวส์ตะโกนใส่รูบี้พร้อมกับขยับแว่นด้วย จนรูบี้สะดุ้งพร้อมกับกระโดดเข้าหาหยางทันที

รูบี้ : โอ้ พระเจ้าช่วยยัยแว่นนี้เอาอีกแล้ว!

ไวส์ : หล่อนโชคดีแค่ไหนที่ไม่กระเด็นออกไปนอกหน้าผาน่ะ

หยาง : โอ้ เธอเป็นตัวระเบิดจริงๆด้วย

รูบี้ : มันเป็นอุบัติเหตุนะ!

กรรณะ : เสียงระเบิดตอนนั้นก็เพราะพวกเจ้าสินะ

หยาง : ฮาย กรรณะ มากับแม่แว่นนี่ได้ยังไงน่ะ?

ไวส์ : รู้จักเขาด้วยเหรอ?!

รูบี้ : แน่นอนสิแม่ราชินีน้ำแข็ง

จากนั้นไวส์ยื่นใบปลิวให้รูบี้ดู และไวส์ก็ร่ายกฎยาวจนรูบี้แทบไม่มีโอกาสถามเลย

ไวส์ : เธออยากชดใช้ให้ฉันจริงๆ หรือเปล่า?

รูบี้ : แน่นอนสิ

ไวส์ : อ่านซะ และอย่ามาคุยกันอีก

หยาง : คือ....ดูเหมือนว่าทั้งสองจะเริ่มต้นได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ ทำไมไม่ลองเริ่มต้นใหม่อีกทีแล้วมาเป็นเพื่อนกันล่ะ ดีไหม?

รูบี้ : ใช่! ไอเดียดีมากเจ๊ หวัดดีไวส์ฉันรูบี้ ไปเที่ยวไหม ไปช็อปปิ้ง ซื้อของใช้ในโรงเรียน

ไวส์ : ช่าย~ และเรามาเพ้นท์เล็บและลองเสื้อ และคุยเรื่องหนุ่มหล่อๆ ตัวสูง ผมสีบลอนด์ เหมือนเจ้ากุ้งแห้งที่ยืนอยู่ตรงนั้น หรือไม่ก็จะเป็นสุดหล่อผมขาวตรงนี้

กรรณะ : หมายถึงข้าเหรอ?

??? : เอาล่ะ ฉันจะพูดสั้นๆ

หลังจากนั้นสายตาของกรรณะก็มองไปที่เวที ในตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในห้องโถงใหญ่และเริ่มเงียบกันหมดและจับจ้องสายตาไปที่เวทีที่มีออซพินที่ยืนอยู่กับไมโครโฟนตัวนึง และกลินด้าที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ออซพิน : เราเดินทางมาที่นี่วันนี้ เพื่อแสวงหาความรู้ ลับฝีมือและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และเมื่อพวกเธอเรียนจบ พวกเธอต้องอุทิศทั้งชีวิตเพื่อปกป้องผู้คน แต่พอฉันมองดูพวกเธอ ฉันเห็นพลังที่เสียเปล่า ยังต้องมีเป้าหมายและทิศทาง เธออาจคิดว่าความรู้จะช่วยได้ แต่เวลาของพวกคุณในโรงเรียนนี้จะพิสูจน์ว่าความรู้นั้นจะสามารถพาพวกคุณไปได้ไกลแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับเรา ที่จะเริ่มก้าวแรก

หลังจากที่ออซพินกล่าวเสร็จก็เดินลงไปจากเวที และจากนั้นกลินด้าก็เดินมาพูดต่อ

กลินด้า : พวกเธอต้องมารวมตัวกันที่ห้องบอลรูมคืนนี้ พรุ่งนี้จะเป็นพิธีปฐมนิเทศ....เลิกได้

กรรณะ(ความคิด) : เป็นมนุษย์ที่เดาใจยากจริงๆ

ออซพิน(ความคิด) : ท่านกรรณะ มาพบกระผมที่ห้องทำงานของผมด้วยนะครับ

ซึ่งในขณะที่พวกสาวๆ กำลังเถียงกันอยู่นั้นเอง กรรณะก็ได้สลายกลายเป็นผงไปเรียบร้อย และไม่มีแม้แต่แมลงวันตัวเดียวที่จะเห็นได้เลย ทางไวส์ รูบี้และหยางเมื่อหันมาก็พบว่ากรรณะหายไปแล้ว

ห้องทำงานของออซพิน

หลังจากที่เหล่านักเรียนพากันแยกย้าย ภายในห้องทำงานก็มีเพียงออซพินและกลินด้าที่กำลังรอบางอย่าง ก่อนที่จะมีละอองสีส้มลอยเข้ามาในห้องด้านหน้าของทั้งสองคน และละอองก็ก่อตัวจนกลายเป็นรูปร่างของกรรณะ และออซพินได้เดินมาคุกเข่าเคารพ ส่วนกลินด้าก็ตื่นเต้นเล็กน้อยก่อนที่เธอจะจับกระโปรงและย่อตัวเคารพให้กับบุตรแห่งพระอาทิตย์

กลินด้า : มอบฉันไม่คิดจริงๆ ว่าท่านจะเป็นกรรณะ บุตรของพระสุริยเทพ

กรรณะ : พูดคุยกับข้าเหมือนพูดคุยกับนักเรียนทั่วไปเถอะ

ออซพิน : ถ้างั้น....ผมก็จะถามว่าท่านได้เพื่อนบ้างหรือยังครับ?

กรรณะ : ก็แค่มนุษย์ผู้หญิงสามคน รูบี้ โรส แม่เด็กไร้เดียงสา หยาง เสี่ยวหลง นางดูเหมือนเป็นคนร้อนแรงเพราะข้าสัมผัสไฟในตัวนาง ส่วนคนสุดท้ายตอนนี้ ไวส์ ชีเนย์ นางเป็นคนเดียวที่ข้ารู้สึกว่านางจะสนใจพวกหัวโบราณแบบข้าและเรื่องสงครามเทพเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ออซพิน : คุณชีเนย์สินะครับ ผมคิดว่านางอาจจะช่วยให้คุณมีความรู้สึกของมนุษย์มากขึ้นก็ได้นะครับ

กลินด้า : งั้นให้ดิฉันไปเตรียม-

กรรณะ : ไม่ต้องพิเศษอะไรทั้งนั้น....ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะนักเรียนของบีคอน ส่วนพวกท่านตอนนี้ก็คืออาจารย์ที่จะสอนข้า จงเปลี่ยนบทพูดใหม่ซะนะ

กลินด้า : เข้าใจแล้วค่ะ

กรรณะ : งั้นข้าขอตัวไปห้องบอลรูมก่อน ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ



จากนั้นกรรณะก็กลายเป็นละอองและสลายหายไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ออซพินก็เดินกลับไปนั่งที่พร้อมกับกำลังจะดื่มกาแฟ แต่ทว่ากาแฟดันหมดซะได้ กลินด้าก็ขยับแว่นทันที

กลินด้า : รอแปปนะคะ

ห้องบอลรูม

จนกระทั่งเวลาผ่านมาถึงเวลากลางคืนของบีคอน เหล่านักเรียนคนอื่นต่างก็พากันมาที่เพื่อนอนพักผ่อนและเตรียมตัวรับการปฐมนิเทศในวันพรุ่งนี้ ก่อนที่จะเข้าห้อง กรรณะได้ใช้เวทย์เปลี่ยนเสื้อของตัวเองในชุดเสื้อยืดแขนยาวและกางเกงขายาวสีดำทั้งตัว


เมื่อเขาเปิดประตูเข้ามา ภายในห้องก็เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนใหม่ที่กำลังนอนอยู่ในถุงนอน ซึ่งเขาเองก็มีอยู่แล้วด้วยจากที่ได้มากของออซพิน บวกกับสกอร์ อุปกรณ์สุดไฮเทคที่เขายังใช้ไม่ค่อยเป็น แต่ถึงยังงั้นเขาก็ยังคงพกหนังสือโลกของ Remnant มาด้วยตลอด

ในขณะที่เขากำลังจะเดินไปหาที่นั่งอ่านหนังสือ กรรณะก็ได้ไปสะดุดตากับเด็กผู้หญิงคนนึงที่กำลังนั่งพิงกำแพงอ่านหนังสืออยู่พร้อมกับเทียนข้างๆ เด็กสาวในชุดสีดำ ผมยาวสลวยสีดำ ดวงตาสีอำพันที่แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่เอาพวกเอาฝูง บนหัวผูกโบว์ขนาดใหญ่ไว้ จนเขานึกบทพูดที่เคยพูดกับออซพินไว้



ออซพิน : จำไว้นะครับ สร้างมิตรภาพกับเหล่าสาวๆ เข้าไว้

กรรณะ : แล้วทำไมต้องเป็นผู้หญิง?

ออซพิน : เพราะท่านตอนนี้จะเป็นที่ดึงดูดของสาวๆมาก ยังไงมันก็เป็นประโยชน์มากๆ และถึงยังงั้นก็ฝากช่วยเจ้าหนุ่มผมทองที่ชื่ออาร์คด้วยนะครับ

กลับมาภาพปัจจุบัน จากนั้นกรรณะก็ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ๆ กับเด็กสาวผมดำที่อ่านหนังสืออยู่

กรรณะ : ข้าขอนั่งอ่านด้วยได้ไหม?

จากนั้นเด็กสาวก็ได้ลดหนังสือลง พร้อมกับเงยหน้ามองชายหนุ่มร่างสูงตรงหน้าของเธอ และมันทำให้เธอสะดุดกับดวงตาที่เหมือนใบมีดของกรรณะ

??? : ด-ได้สิ....

กรรณะได้นั่งลงข้างๆ กับเด็กสาวพร้อมกับอ่านหนังสือของตัวเองต่อ ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องเรียนรู้ความรู้สึกและนิสัยของแต่ละคนด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้หญิงคนนี้ก็สามารถอ่านความรู้สึกได้ไม่ยาก

กรรณะ : เจ้ากำลังอ่านอะไรงั้นรึ?

??? : มันเกี่ยวกับชายหนุ่มที่มีสองวิญญาณ ต่างฝ่ายต่างต่อสู้กันเพื่อควบคุมร่างกายน่ะ แล้วนาย....

กรรณะ : ข้ากำลังอ่านเกี่ยวกับโลกของ Remnant

??? : สำเนียงพูดแปลกๆ สนใจเกี่ยวกับสารคดีงั้นเหรอ?

กรรณะ : ใครๆ ก็บอกว่าข้าเป็นพวกหัวโบราณ คุยด้วยอาจจะน่าเบื่อ

??? : แน่ล่ะ ก็สำเนียงการพูดของนายมันเหมือนคนสมัยก่อนเลย

กรรณะ : เจ้าชื่ออะไร?

??? : เบล็ค

กรรณะ : แค่นั้นเหรอ?

??? : ดูเหมือนว่าจะมีคนที่สามารถคุยกับนายได้จริงแฮะ

 กรรณะและเบล็คหันไป ก็เห็นว่าคนทักเป็นหยางที่พารูบี้ที่ดูไม่มั่นใจมาด้วย

กรรณะ : เจ้าสองคนยังไม่นอนอีกเหรอ?

เบล็ค : รู้จักด้วยเหรอ?

จากนั้นรูบี้ยื่นมือมาหาเบล็ค

รูบี้ : ง-ไง ฉันรูบี้

หยาง : ฉันหยาง

เบล็ค : เบล็ค....เดี๋ยวนะ เธอคือคนที่ระเบิดใช่ไหม?

กรรณะ : ยังไงซะข้าก็แนะนำว่าพวกเจ้าควรจะสร้างสัมพันธ์กันไว้นะ

เบล็ค : งั้น ยินดีที่ได้รู้จักนะ รูบี้ หยาง และนายชื่ออะไรนะ?

??? : พวกเธอมาทำบ้าอะไรตรงนี่เนี่ย ไม่เห็นหรือไงว่าคนอื่นเขานอนหลับกันอยู่น่ะ!

ไวส์ขยับแว่นพร้อมเข้ามาร่วมวงด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนที่จะไปสะดุดไปทันทีเมื่อเห็นกรรณะ

ไวส์ : ว้าว คุณกรรณะก็อยู่ด้วยเหรอคะ?

หยาง : กรรณะ นายรู้จักแม่แว่นตี๋นี่ด้วยเหรอ?!

ไวส์ : หล่อนว่าไงนะ?!

รูบี้ : ชู่วว ทั้งคู่ใจเย็นก่อน หยาง ผู้หญิงคนนี้พูดถูก ทุกคนหลับหมดแล้ว

ไวส์ : โอ้ เข้าข้างฉันซะงั้น

หยาง : นี่เธอมีปัญหาอะไรกับน้องฉันนักหนาเนี่ย!

กรรณะ : ข้าว่าข้าขอตัวดีกว่า

เบล็ค : เห็นด้วย

ทั้งสองคนมองหน้ากันเสร็จก็แยกตัวออกไปด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย และปล่อยให้ไวส์ รูบี้กับหยางเถียงกันไป ส่วนเบล็คเองก็หยิบเชิงเทียนขึ้นมาและเป่าดับเทียน


โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #18 WelshDargon (@WelshDargon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 21:22

    ยังคูลได้อีก

    #18
    0
  2. #17 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 19:48
    ดีจ้าาา
    #17
    0