[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 23 : Battle of Death

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

บ้านของเบล็ค


ในตอนนี้ทุกคนได้เข้ามาอยู่ในบ้านเรียบร้อย โดยมาอยู่กันในห้องรับแขกซึ่งมีแม่ของเบล็คเดินเข้ามาพร้อมกับเทน้ำชาใส่แก้วให้ทุกคนตามมารยาทของแขกที่เข้ามา ทุกคนในบ้านนี้นั่งอยู่ในท่าสงบเสงี่ยม เว้นแต่กรรณะที่นั่งชันเข่าข้างเดียวเพราะติดเกราะของเขาเอง

คาลี : พวกเรากลัวมากตอนได้ยินข่าว ถึง Vale จะไม่ได้ดีพร้อม แต่มันก็ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เลย พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกมากนะจ๊ะ

กีร่า : ไม่เอาน่า ฉันรู้ว่าลูกจะต้องปลอดภัย

คาลี : นั่นไม่จริงเลยนะคุณ ลูกน่าจะได้เห็นตอนพ่อนั่งไม่ติดเก้าอี้

เบล็ค : เหตุการณ์มันแย่กว่าที่เห็นในข่าวเยอะค่ะ....

เบล็คพูดแบบนิ่งๆ พร้อมกับค่อยหันไปหากรรณะที่กำลังดื่มชาอยู่

เบล็ค : ถ้าไม่ได้กรรณะ หนูก็คงไม่รอด....

จากนั้นพ่อและแม่ก็หันมามองกรรณะทันที

คาลี : งั้นได้พ่อหนุ่มกรรณะช่วยไว้สินะ ขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยลูกสาวเราไว้น่ะ

กรรณะ : มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว....

จากนั้นพ่อของเบล็คมองกรรณะด้วยสายตาแปลกๆ

กีร่า : แล้วคำว่าหน้าที่....มันหมายความว่ายังไงเหรอคุณกรรณะ?

กรรณะ : เจ้าอยากจะฟังอะไรล่ะ?

ในระหว่างที่กีร่าอยากจะรู้เกี่ยวกับกรรณะ ทางด้านของคาลีเองก็แอบมาซุบซิบกับเบล็ค

คาลี : ทำไมเขามากับหนูได้....เขาดูไม่เหมือนมนุษย์หรือฟอร์นัสเลยนะ

เบล็ค : เขา....ไม่ใช่ทั้งสองค่ะ....เขาเป็นเทพ

พอเบล็คพูดจบก็ทำเอาคาลีตาเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนที่จะสลับมาที่กรรณะและพ่อของเบล็ค

กีร่า : แล้วคุณ....ดูไม่เหมือนมนุษย์เลย....

เมื่อกีร่าพูดจบ กรรณะที่กำลังดื่มชาอยู่ก็ส่องสายตาไปหาเบล็ค ซึ่งเจ้าตัวเองก็แสดงสีหน้าที่เกร็งๆ เล็กน้อยออกมาพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาหยดนึง ก่อนที่เขาจะหลับตาพร้อมกับวางแก้วลงบนโต๊ะแบบเบาๆ

กรรณะ : พวกเจ้ารู้จักตำนานของเทพหรือเปล่า?

คาลี : อ้อ หมายถึงมหาสงครามเทพเมื่อหลายร้อยปีก่อนสินะ พอดีบ้านเราก็มีอยู่เล่มนึงน่ะ อ่านแล้วสนุกมากเลยล่ะ

กีร่า : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนังสือ?

กรรณะ : พวกเจ้าคิดว่าเรื่องราวในนั้นเป็นเรื่องแต่งหรือเรื่องจริง?

หลังจากนั้นกรรณะก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง พร้อมกับหลักฐานจากหนังสือเทพที่พ่อเคยอ่านตั้งแต่สมัยยังเด็ก ซึ่งคาลีได้เก็บหนังสือข้อมูลเทพเอาไว้ในชั้นหนังสือ โดยรูปลักษณ์ของกรรณะก็เหมือนกับในบันทึกของหนังสือไม่มีผิด ก่อนที่เขาจะแสดงเวทย์มนต์ของเทพให้ทั้งกีร่าและคาลีได้เห็นอย่างชัดเจน



กรรณะ : ข้าก็อธิบายได้แค่นี้แหละ.....

หลังจากนั้นทั้งสองก็อึ้งไปสักพัก จู่ๆกีร่าก็ผลักตัวเองถอยออกไปพร้อมกับก้มหัวให้กับกรรณะอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กรรณะได้พุ่งเข้าไปจับแขนของกีร่าเพื่อไม่ให้เขาทำแบบนั้นเพราะเขาก็มีศักดิ์เป็นพ่อตา

กีร่า : ไม่อยากจะเชื่อ....กรรณะ บุตรแห่งสุริยะเทพ.....ขออภัยที่กระผมพูดแบบนั้นออกไปตั้งแต่แรก

กรรณะ : อย่าพูดแบบนั้นเลย....เพราะตอนนี้เจ้ามีศักดิ์เป็นพ่อตาของข้านะ

เมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็ตาเบิกตากว้างพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามองอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งกีร่าและคาลีจะหันกลับไปมองเบล็คที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่

คาลี : จริงเหรอเบล็ค?

เบล็ค : เอ่อ....คือ.....อย่าโกรธหนูนะ....

กีร่า : เอ่อ....ที่พูดมา หมายความว่ายังไงเหรอขอรับ?

กรรณะ : เราสองคนมีความสัมพันธ์กันตั้งแต่ที่บีคอน จะให้พูดตามตรงก็คือข้ากับเบล็คก็ร่วมเตียงมาหลายครั้งแล้วน่ะสิ

เบล็ค : ไอ้เรื่องนั้นไม่ต้องบอกเขาก็รู้!!!!

กีร่าที่ได้ยินดังนั้นเขาก็ผงะไปเล็กน้อยเพราะรู้ว่าลูกสาวตนเองได้ไปนอนกับผู้ชาย แต่ผู้ชายที่เบล็คนอนด้วยนั้นก็คือบุตรแห่งสุริยะเทพ ก่อนที่คาลีจะหันไปกระซิบกับเบล็คพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย

คาลี : ไวไฟนะเราน่ะ แถมเป็นเทพซะด้วย

เบล็ค : แม่....แค่อารมณ์มันพาไปเฉยๆ

กีร่า : เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงเลยขอรับ กระผมยอมยกลูกสาวให้ท่านแน่นอน

เบล็ค : พ่อ!!

คาลี : คนนี้แม่ให้ผ่านเลย

เบล็ค : แม่ก็ด้วย!

กรรณะ : ไม่ต้องห่วงไปหรอก....ข้าสัญญาเอาไว้ว่าจะปกป้องนางและดูแลนางด้วยชีวิตของข้าเอง

หลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ต่างทำเอาพ่อและแม่ของเธอยิ้มออกมาทันที รวมถึงตัวของเบล็คเองก็ด้วยที่แอบยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดของคนที่รัก จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากหน้าบ้าน ทุกคนหันไปทางที่จะไปประตูหน้าบ้าน

กีร่า : บ้าจริง....ฉันลืมนัดนี้ไปได้ไง

คาลี : กีร่า..

กีร่า : รอผมก่อนนะ

พ่อของเบล็คเดินจากไปแล้ว เหลือแต่เพียงกรรณะ เบล็คและแม่ของเธออยู่ที่โต๊ะนี้

เบล็ค : ทุกอย่างดีใช่มั้ยคะ?

คาลี : ใช่จ๊ะลูกรัก แค่จังหวะไม่ค่อยดีเท่านั้นเอง แม่ว่าพ่อจัดการเรื่องเวลาได้ ก็แค่ยากหน่อยที่จะทำข้อตกลงกับพวกนั้นหลังจากนี้

กรรณะ : ข้อตกลง?

คาลี : พวกเขี้ยวขาวไงจ๊ะ

เบล็ค : ว่าไงนะคะ?!

เมื่อได้ยินดังนั้นเบล็คได้รีบลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งออกไปที่หน้าประตูทันที ในขณะที่กรรณะและคาลีเดินตามออกไปทีหลัง และเมื่อมาถึงตรงประตูหน้าบ้านที่มีพ่อของเธอกำลังคุยกับคน 2 คนที่เป็นฟอร์นัสใส่ฮู๊ดอยู่



เบล็ค : พ่อคะ!

กีร่า : เบล็ค มีอะไรเหรอลูก?

??? : สวัสดีครับคุณเบลาดอนน่า

ฟอร์นัสทั้งสองคนพนมมือทักทาย

??? : พวกผมไม่ทราบเลยว่าคุณกลับมาแล้ว

เบล็ค : พ่อกำลังทำอะไรคะ? จะมาเสวนากับคนพวกนี้ทำไม?

กีร่า : นี่คือคอแซ็คและเฟนริค พวกเขาเป็นตัวแทนเขี้ยวขาวในแทบ Managerie นี้

เฟนริค : กระผมไม่มั่นใจว่าคุณไปได้ยินเกี่ยวกับองค์กรของพวกเราว่ายังไง แต่กระผมขอบอกให้คุณมั่นใจได้เลยว่าพวกเราห่างไกลจากความรุนแรงตามที่สื่อเสนอและทุกอย่างที่ได้ยินมา

เบล็ค : พวกเราเห็นต่างหาก เห็นกับตาพวกคุณคือลัทธิสังหารคนไม่เลือกหน้า

กีร่า : ทำไมลูกสาวฉันกับเพื่อนเธอพูดแบบนั้น?

คอแซ็ค : ใช่แล้วครับ และนั่นเป็นเรื่องที่เราจะมาเจรจาวันนี้ครับท่าน

แม่ของเบล็คและกรรณะก็ได้เดินตามออกมาทีหลัง

คาลี : ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย?

กรรณะ : สงสัยพวกเจ้ายังไม่รู้สินะ

กีร่า : รู้อะไรหรือขอรับ?

เบล็ค : กรรณะ.....

กรรณะ : ในนามของพระสุริยะเทพจะไม่พูดในสิ่งที่ข้าไม่เห็น เขี้ยวขาวอยู่ในเหตุการณ์ตอน Beacon ล่มด้วย พวกเขาโจมตีผู้บริสุทธิ์และยังได้ปล่อยกริมม์บุกเข้าไปในโรงเรียนอีก



กีร่า : นี่เรื่องจริงหรือไม่?

เฟนริค : เรื่องจริงครับท่าน

เบล็ค : อย่ามาทำเหมือนกับ....

เบล็คเตรียมจะเข้าไปโจมตีแต่ก็ถูกกรรณะเอามือมาบังห้ามไว้ก่อน

กีร่า : อธิบายมา..เดี๋ยวนี้เลย

พ่อของเบล็คพูดด้วยเสียงเหมือนคนไม่พอใจหนักมา ในขณะที่ฟอร์นัสทั้งสองก็มองหน้ากัน

คอแซ็ค : แม้พวกเราจะไม่ค่อยอยากเต็มใจรับนัก แต่ก็เห็นได้ชัดว่ากลุ่มเขี้ยวขาวที่ Vale ไม่ยอมอยู่ภายใต้การนำของท่านคานอีกต่อไป หรือในทางตรงกันข้าม พวกเขารับคำสั่งจากอดัม ทอรัสเพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเชื่อว่าท่านคงคุ้นเคยกับหนุ่มคนนี้ดี

กรรณะ : แล้วพวกเจ้ารู้ใช่มั้ยว่า Beacon ไม่ได้ถูกโจมตีที่แรก แม้แต่ Vale ก็ไม่รอด....

เฟนริค : สภาระดับสูงมีความแคลงใจเกี่ยวกับความแตกแยกภายในกลุ่ม แต่พวกเขาไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้ จนกระทั่งผลจากการกระทำครั้งล่าสุดนี้ได้เกิดขึ้น

เบล็ค : การกระทำ? มีคนตายนะ!

คอแซ็ค : และนั่นเป็นโศกนาฏกรรมครับ แต่ท่านครับ เรามาที่นี่เพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่าอดัมและคนของเขาไม่ได้มีจุดยืนเดียวกับเจตจำนงค์หลักของเขี้ยวขาวเลย

กีร่า : แล้วฉันจะมั่นใจได้ไง?

เฟนริค : พวกเราเข้าใจดีว่าท่านยังคงเคลืบแคลงใจกับข้อเสนอของเรา ยุทธศาสตร์ของเขี้ยวขาวมีแต่ความก้าวร้าวขึ้นตั้งแต่ท่านก้าวลงจากการเป็นผู้นำกลุ่ม และผันตัวมาเป็นเจ้าเมืองของ Managerie แต่ทว่า..ไม่อาจมีทางใดที่จะส่งข้อความไปหาคนอื่นได้

คอแซ็ค : และพวกเราได้จัดเตรียมเอกสารไว้มากพอสำหรับการประชุมของสภาเช่นเดียวกับยุทธวิธีการจับกุมและลงโทษคนผิด หากท่านสนใจจะพิจารณา

กีร่า : ฉันทำแน่ แต่เอาไว้วันอื่น ฉันต้องการรำลึกความหลังกับลูกสาวตอนนี้

คอแซ็ค : ได้เสมอขอรับท่าน

เฟนริค : พวกเราเข้าใจดี และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบกันอีก ท่านหญิงเบล็ค

คอแซ็ค : และพวกเราเสียใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อรู้ข่าวว่าท่านได้ออกจากเขี้ยวขาวแล้ว ก็พอเข้าใจเหตุที่ท่านไม่อาจยอมรับพวกเราต่อไปได้ ท่านคงจะเบื่อหน่ายกับการต่อสู้หลังจากเรื่องทั้งหมด

เบล็ค : ใครว่าฉันหยุด

เฟนริค : อืม....หากท่านอยากจะกลับมา บอกพวกเราได้

คอแซ็ค : ท่านหญิงอิเลียต้องดีใจมากแน่ๆเลย

เฟนริค : ลาก่อน ท่านสุภาพบุรุษ

พ่อของเบล็คกล่าวลาก่อนจะปิดประตูช้าๆ เบล็คหันหลังเดินกลับไปด้วยความไม่สบอารมณ์ เหลือแต่กรรณะ พ่อกับแม่เบล็คที่ยังอยู่ที่ประตูหน้าบ้านเท่านั้น

เบล็ค : หนูไม่ชอบสองคนนั้นเลย

กีร่า : พ่อก็เหมือนกัน....

ทางด้านฟอร์นัส 2 คน

เฟนริค : เห็นใช่มั้ย?

คอแซ็ค : ไม่คิดเลยว่าเทพจะอยู่ที่นี่ด้วย ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้งานยากขึ้นไปอีก พวกเราควรแจ้งเรื่องนี้กับท่านอดัมดีมั้ย?

เฟนริค : ทำเลย จะปล่อยให้มันมาขวางเราไม่ได้

ฝั่งรูบี้ระหว่างเดินทาง

นอร์ร่า : นี่คือวันใหม่ของการผจญภัย!

รูบี้ : กำหนดการวันนี้มีอะไรบ้างล่ะ?

ชอร์น : เดิน..

ชอร์นพูดขณะดูแผนที่ไปด้วยซึ่งสภาพของเขาดูจะสดใสมากหลังจากตื่นนอน ยกเว้นแต่เพียร์ร่าที่เดินตามหลังคนสุดท้ายพร้อมกับอาการขอบตาดำเล็กน้อยเพราะไม่ได้นอน ซึ่งเพื่อนๆทุกคนก็ถามกันหมดแต่เธอก็ตอบเพียงว่านอนไม่หลับ

เพียร์ร่า : เฮ้อ.....นอกจากนั้นก็ยังมี-

เรน : เดิน

รูบี้ : เฮเว่นนี่อยู่ไกลกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะเนี่ย

เรน : รูบี้ เธอคิดว่าการเดินทางของพวกเราจะใช้เวลานานเท่าไหร่?

รูบี้ : ฉันไม่รู้ ฉันเกิดมาในหมู่บ้านเล็กๆแล้วก็ไม่เคยจากบ้านไปไกลขนาดนี้ด้วย!

ชอร์น : ก็ถ้าถามว่านานเท่าไหร่....

รูบี้ : คงจะสัก 2 สัปดาห์ล่ะนะ

ทุกคน : เฮ้!

รูบี้ : โอเคก็ได้..อาจจะ 3 สัปดาห์ประมาณนั้น

เพียร์ร่า : แต่รู้อะไรมั้ย ช่างเถอะ

ชอร์น : พวก นั้นอะไรน่ะ?!

ชอร์นที่เงยหน้าจากแผนที่ถามขณะเห็นหมู่บ้านตรงหน้าเขา นอร์ร่าเลยอาสาออกไปดูให้

ชอร์น : ฉันว่ามันแปลกนะพวก

เพียร์ร่า : ยังไง?

ชอร์น : ฉันไม่คิดว่าเราจะเจอหมู่บ้านไหนในอีก 2-3 วันนะ

นอร์ร่า : ตึกพวกนั้น..มันพังหรือเปล่านะ?

ชอร์น : พวกเรารีบไปหาคนที่ยังรอดดีกว่า!

ชอร์นตะโกนออกคำสั่ง ทุกคนเลยวิ่งตรงเข้าหมู่บ้านข้างหน้าไป จนกระทั่งทุกคนได้เห็นป้ายชื่อเมืองว่า Oniyuri ซึ่งทุกคนไม่เคยได้ยินเลย และที่สำคัญทั้งห้าคนได้เจอกับกลุ่มคนที่กำลังนั่งอยู่ตามซากอาคารต่างเหมือนกับเพิ่งผ่านการต่อสู้มา

นอร์ร่า : นั้นคนนี่น่า!

พวกเขาไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะสมทบกับกลุ่มคนจำนวนนับสิบ จนกระทั่งพวกเขารู้ว่ามีผู้มาเยื่อนจากต่างถิ่นเข้ามาหาพวกเขา

??? : นั้นใครน่ะ?!

ทันใดนั้นฟอร์นัสสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับธนูในมือของเธอและเล็งไปทางพวกชอร์น โดยเธอเป็นฟอร์นัสที่มีหูและหางเหมือนแมวและใส่ชุดกระโปรงสีเขียวที่เข้ากับธรรมชาติ


(ตัวประกอบไม่ได้มีบทยาว)

ชอร์น : ใจเย็นครับ พวกเราเป็นฮันเตอร์

??? : ฮันเตอร์เหรอ?

ชอร์นพูดพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะที่หญิงฟอร์นัสก็ลดธนูลงพร้อมกับคนอื่นที่ลดอาวุธลงอย่างช้าๆ เพราะไม่ไว้ใจ

??? : คงจะไม่ใช่พวกฮันเตอร์มืออาชีพสินะ?

รูบี้ : แล้วพวกคุณคือ....

??? : ฉัน อตาลันต้า เป็นพรานน่ะ กลุ่มของพวกเราเพิ่งมาถึงก่อนหน้าไม่นานนี้เองเพราะฝูงกริมม์ ยินดีต้อนรับพวกเธอสู่หมู่บ้าน Oniyuri นะเด็กๆ

นอร์ร่า : Oniyuri ไม่เคยได้ยินเลย

เรน : แต่ฉันเคย

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็หันมามองที่เรนเป็นสายตาเดียว

เรน : พวกนายอาจเคยได้ยินมาบ้าง เรื่องหุบเขาแห่งจิตวิญญาณที่ไม่เคยสร้างเสร็จ เมื่อปีก่อนพวกคนรวยใน Mistral ไม่ค่อยพอใจกับแนวทางการพัฒนาของอาณาจักรนัก พวกเขาเบื่อหน่ายกับสภา ก็เลยระดมทุนกันเพื่อสร้างเมืองและกฎหมายของตัวเอง พวกเขาหวังว่าสักวันมันจะกลายเป็นอาณาจักรที่พวกเขาจะอยู่ได้ แต่หลายสิ่งหลายอย่างนั้นมันเป็นเรื่องของอนาคต พ่อแม่ฉันรู้เรื่องพวกนี้ดี

รูบี้ : เกิดอะไรขึ้น?

เรน : ก็เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นทุกครั้ง"

ชอร์น : พวกกริมม์สินะ

อตาลันต้า : เก่งนิเจ้าหนุ่ม คนแถวนี้เหรอ?

เรน : ก็ใกล้เคียงครับ

สีหน้าของนอร์ร่าแสดงเหมือนเธอก็รู้อะไรบางอย่าง และจากนั้นก็มีเสียงของนกบินออกจากป่ากันเป็นฝูง เหมือนหนีอะไรบางอย่าง

อตาลันต้า : แล้วพวกเธอจะไปไหนกัน ป่าแถวนี้บอกเลยไม่เถื่อนจริงไม่รอดหรอก คนของฉันอยู่ไม่ถึง 20 คนเลยตอนนี้

เพียร์ร่า : พวกเราจะไปเฮเว่นค่ะ

อตาลันต้า : โห่ ไกลพอสมควรเลยนะ

ชอร์น : แล้วพวกคุณจะไปไหนกันเหรอ?

ในขณะที่ทุกคนกำลังทำความรู้จักกันอยู่นั้นเอง จู่ๆได้มีคนของอตาลันต้าวิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่เหมือนกับตกใจบางอย่าง

??? : หัวหน้าครับ มีบางอย่างกำลังมา....

เมื่อได้ยินดังนั้น เธอก็หลับตาลงพร้อมกับสัมผัสบางอย่าง หูของเธอกระดิกไปมาเหมือนเป็นสัญญานเตือนภัยบางอย่างออกมา

อตาลันต้า : มีบางอย่างกำลังมา.....รวดเร็วมาก

??? : ฮ่าๆๆๆๆ!!!!

ชายปริศนานั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับกระโดดเข้ามากลางวงของทุกคน ก่อนส่องสายตาไปหาแม่ดอกไม้และจะใช้ดาบสั้นพุ่งเข้าโจมตีรูบี้

ชอร์น : รูบี้ระวัง!

ชอร์นรีบวิ่งมาใช้โล่กันการโจมตีให้ แต่ชายคนนั้นก็เตะตัดขาชอร์นทำเอาเขาล้มหงายหลังไป และก็หันไปเล่นงานรูบี้ นอร์ร่าเลยใช้ค้อนหวด คนปริศนาแสยะยิ้มออกมาก่อนจะโดดหลบการโจมตีและสวนกลับด้วยการเตะเสยคางนอร์ร่ากระเด็นไป

ทางด้านของเรนเห็นแบบนั้นก็กัดฟันกรอดและพุ่งเข้าโจมตีด้วยการยิงปืนสกัด อีกฝ่ายวิ่งซิกแซกหลบได้ แต่ตอนที่เขาวิ่งหลบอยู่นั้น เพียร์ร่าได้เสกหอกออกมาพร้อมกบเข้าไปควงใส่ แต่เจ้าตัวก็สามารถกระโดดหลบไปตรงทางเข้าหมู่บ้านได้ และดูเหมือนจะไม่สะทกสะท้านอะไรแถมยังหัวเราะอย่างชั่วร้ายอีกด้วย



ชอร์น : เราไม่ได้มาเพื่อสู้นะ

อตาลันต้า : ใครน่ะ โจรเหรอ?!

กลุ่มของอตาลันต้าก็ตื่นตัวพร้อมกับรีบลุกขึ้นมาอยู่ด้านหลังของตัวหลักทุกคนพร้อมกับอาวุธในมือ

เรน : แกเป็นใคร?

ทีเรี่ยน : ฉันจะเป็นใครก็ไม่เกี่ยวกับพวกแก....

อตาลันต้า : แต่เล่นโจมตีกันแบบนี้ก็คงต้องเกี่ยวแล้วล่ะไอ้ฟอร์นัส

ทีเรี่ยน : มันไม่ได้เกี่ยวกับพวกแกหรอก....

คนปริศนาชี้นิ้วไปทางรูบี้

ทีเรี่ยน : แต่มันเกี่ยวกับเธอ

รูบี้ : ฉันเหรอ?

ทีเรี่ยน : ฮ่าๆๆๆ นี่เธอไม่รู้อะไรจริงๆเหรอ? น่าตื่นเต้นดีจังเลยน้า~

รูบี้ : ต้องการอะไร?

ทีเรี่ยน : โอ้ กุหลาบย่อมมีหนาม แม่ดอกไม้น้อยน่ารัก ฉันมาที่นี่เพื่อมาพาตัวเธอไป

เพียร์ร่า : อย่ามายุ่งกับเธอ

เพียร์ร่า ชอร์น นอร์ร่าและเรนได้เดินเข้ามาบังตัวของรูบี้เอาไว้ ในขณะที่อตาลันต้าก็ง้างธนูไปที่ทีเรียน เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นฟอร์นัสเพราะสัมผัสพิเศษจากฟอร์นัสของเธอนั้นเอง

ทีเรี่ยน : คงต้องใช้กำลังสินะ

อตาลันต้า : ไม่ว่ายังไงก็ตาม คงจะไม่รู้จักกันสินะ....งั้นคงปล่อยให้แกเอาตัวเด็กไปไม่ได้จริงๆ

เมื่อเธอพูดจบ ก็ทำเอาทีเรี่ยนหัวเสียเล็กน้อย เขามีคนเดียว แต่ฝั่งตรงข้ามมีมากกว่า 20 คน แต่มีรึที่ซาเลมจะไม่มีแผนสำรอง ทำใดนั้นได้มีฝูงกริมม์ Beowolf เดินออกมาจากป่านับสิบหรือมากกว่ามาอยู่ด้านหลังของทีเรี่ยนจำนวนมาก

อตาลันต้า : อะไรน่ะ?

ชอร์น : หมอนั้นคุมกริมม์ได้เหรอ?!

ทีเรี่ยน : งั้นก็ดี....เอาตัวเธอมาและฆ่าที่เหลือให้หมด

ฝูงกริมม์นับสิบเริ่มออกตัววิ่งเข้ามาหากลุ่มของรูบี้อย่างบ้าคลั่ง

??? : เอาไงดีครับหัวหน้า!

??? : ดูเหมือนว่าจะเยอะกว่ารอบที่แล้วซะอีก

อตาลันต้าได้หันไปมองพวกรูบี้ด้านหลังก่อนที่จะเอาธนูลงพร้อมกับหันกลับมามองที่ฝูงกริมม์ที่กำลังวิ่งมา



อตาลันต้า : ปกป้องพวกเด็กๆไว้.....

ชอร์น : พวกคุณจะช่วยเราเหรอ?

อตาลันต้า : เกาะกลุ่มไว้ ส่วนกลุ่มทหารพราน......Ikuzoo Temeraa!!!!

เมื่อสิ้นเสียงตะโกนของหัวหน้าพราน ทุกคนในกลุ่มของเธอก็พากันตะโกนพร้อมกับออกตัววิ่งเข้าใส่ฝูงกริมม์อย่างเอาเรื่องเหมือนอยากจะสู้กันมานานมาก โดยกลุ่มของรูบี้ก็เอาด้วยเช่นกัน

วิ่งทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันก็เกิดการตะลุมบอลกันอย่างดุเดือด ทำให้เมืองแห่งนี้กลายเป็นสงครามขนาดย่อมๆ ชอร์นได้วิ่งเข้าไปพร้อมกับสไลด์เตะตัดขา Beowolf พร้อมกับลุกขึ้นมาใช้ดาบไล่ฟันใส่พวกที่เหลือเรียงตัว

ส่วนทางด้านของเพียร์ร่าเอง เธอได้กระหน่ำควงหอกสีทองใส่ฝูงกริมม์ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าการใช้อาวุธใหม่ของเธอจะคล่องกว่าอาวุธเดิมเยอะมากทีเดียว นอร์ร่าก็ใช้ค้อนของเธอไล่ฟาดพวกกริมม์อย่างดุเดือด ซึ่งดูเหมือนว่าพวกมันจะมีจำนวนเยอะกว่า

ในตอนนั้นรูบี้เองก็กำลัใช้เคียวต่อสู้กับพวกกริมม์ จนมี Beowolf ตัวนึงเข้ามาทางด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว แต่ทว่าก็ได้เพียร์ร่าวิ่งเข้ามากระโดดถีบใส่กริมม์ตัวนั้นจนกระเด็นไปไกลพอตัว และที่อยู่ใกล้ก็คือทีเรี่ยนที่กำลังเล่นงานคนของอตาลันต้าไปหลายคน

ทีเรี่ยน : เฮ้!!!

สิ้นเสียงตะโกนของเขา ทำเอาเพียร์ร่าที่กำลังล็อคคอกริมม์และรูบี้หันมาหาด้วยสภาพสะบัดสะบอมเล็กน้อย โดยมีพรานลูกน้องของอตาลันต้าคนนึงวิ่งเข้าไปหาทีเรี่ยน แต่ก็ถูกบล็อคหมัดและซัดหน้าจนร่วงภายในหมัดเดียว

ทีเรี่ยน : แกจะไม่ยอมไปดีๆ สินะ?

รูบี้ได้ยินดังนั้นก็หัวเสียหนักมาก พร้อมกับเหวี่ยงอาวุธคู่ในของเธอออกไป เธอจะใช้สิ่งที่ได้ฝึกกับกรรณะมาใช้กับหมอนี้อย่างจริงจัง

รูบี้ : ก็ลองมาดูเองสิ....

จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเข้าใส่กันอย่างดุเดือด โดยทีเรี่ยนได้วิ่งเข้ามาพร้อมกับง้างหมัดใส่ แต่รูบี้ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับกระโดดง้างหมัดใส่เช่นกัน ทำให้แขนของทั้งสองเกี่ยวกัน ซึ่งรูบี้ก็ถูกทีเรี่ยนเหวี่ยงลงกระแทกกับพื้น

ทีเรี่ยนได้พุ่งเข้าไปพร้อมกับใช้เข่ากระแทกใส่รูบี้ที่กำลังจะลุกขึ้น แต่ก็ถูกรูบี้จับขาเอาไว้ได้พร้อมกับยกตัวของทีเรี่ยนไปด้านหลัง โดยทีเรี่ยนก็รีบลุกขึ้นมาอย่างไวแต่ก็ถูกรูบี้วิ่งมาสไลด์เตะใส่ขาจนล้มอีกรอบ และเมื่อพยายามลุกขึ้นอีกก็โดนรูบี้เตะตัดขาอีก แต่คราวนี้เขาไม่ล้ม

ทีเรี่ยน : น่ารำคาญจริง!

ทีเรี่ยนได้ตั้งหลักพร้อมกับลุกขึ้นมา แต่ก็โดนรูบี้ซัดหน้าหมัดซ้ายและหมัดขวาพร้อมกัน ก่อนที่ทีเรี่ยนจะผลักรูบี้ออกไปและชกหน้ารูบี้ไปทีนึงพร้อมกับเข้าไปล็อคคอของรูบี้ โดยรูบี้ก็พยายามต่อยขาของทีเรี่ยนเพื่อให้เธอปล่อย

ทีเรี่ยน : ฮึกกกกกก!!!!!!

รูบี้ : ย้ากกกกกก!!!!!

รูบี้ได้เตะใส่ขาของทีเรี่ยนจนลอยก่อนที่จะถูกเขาใช้แขนเกี่ยวคอเอาไว้แน่น และในจังหวะนั้นทีเรี่ยนได้จับเหวี่ยงรูบี้อย่างแรง แต่ทว่ารูบี้สามารถแก้ทางได้โดยการลอยตัวพร้อมกับหมุนตัวมาเตะที่ขาของทีเรี่ยนจนล้มลงไปแทน

รูบี้ : แฮ่ก แฮ่ก.....แกเป็นใครกันแน่?!

ท่ามกลางฉากตะลุมบอล ทีเรี่ยนได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับนั่งชันเข่าและหัวเราะเล็กน้อย

ทีเรี่ยน : ไม่มีทางที่ฉันจะไปทำงานกับพวกนั้นหรอก ร่างกายและจิตใจของฉันเป็นส่วนหนึ่งของนายหญิงผู้งดงามเท่านั้น

รูบี้ : ซินเดอร์เหรอ?

ทีเรี่ยน : ก็ไม่ใช่อีก....

ในจังหวะนั้นเองทีเรี่ยนได้พุ่งเข้าใส่รูบี้จังหวะเผลอ เขาต่อยเข้าที่หน้าของรูบี้จนมึน ก่อนที่รูบี้จะถูกทีเรี่ยนจับหัวและกดหัวลงไปกระแทกกับหัวเข่าของทีเรี่ยนพร้อมกับเหวี่ยงกระแทกพื้นอย่างแรง ทำให้เบ้าตาข้างซ้ายของรูบี้ได้รับบาดเจ็บขั้นรุนแรง

รูบี้ : ฮึกกกกก!!!!!!!!

ทีเรี่ยน : ฝืมือของแกไม่เลวเลยนะแม่กุหลาบน้อย

ทีเรี่ยนพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้าย ในขณะที่มีหางแมงป่องออกมาพร้อมกับเตรียมที่จะแทงไปที่รูบี้

ทีเรี่ยน : เอาล่ะ..เตรียมตัวซะเด็กน้อย!

ทีเรี่ยนหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะวิ่งไปโจมตีรูบี้และใช้หางแมงป่องแทงใส่เธอ ทางด้านเพื่อนๆ ของเธอก็พยายามเข้าไปแต่ก็ถูกขวางด้วยฝูงกริมม์จำนวนมาก ตัวของรูบี้เองก็ทำได้เพียงหลับตารับชะตากรรมเท่านั้น

เพล้ง!

รูบี้ลืมตามก็พบว่าหางแมงป่องได้แทงถูกบางอย่างที่เป็นคมดาบจากคนที่เธอรู้จัก

รูบี้ : ลุงโครว!

โครว : ไงหลานรัก....



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #88 นักดาบสีเงิน (@Drzo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 20:03
    ค้างคับ
    #88
    0