[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 22 : The Meeting of Ruler

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

ณ. Atlas เวลาช่วงกลางคืน

ในเวลายามค่ำคืนนี้บริษัท Schnee Dust Company ได้จัดงานเลี้ยงรวมถึงการแสดงร้องเพลงของไวส์ เพื่อให้ชาว Atlas ยังเชื่อมั่นในความสงบและปลอดภัย อาจเป็นเพราะต้องการรักษาผลประโยชน์ของบริษัท

ส่วนตอนนี้ ตัวของไวส์ได้ร้องเพลง The Life Is Mine ทำให้ผู้ชมนั่งฟังอย่างสุนทรีย์ และเมื่อไวส์ร้องเพลงจบ ทุกคนก็ต่างปรบมือ รวมถึงเด็กสาวผมบลอน์ที่นั่งอยู่ด้านหลังสุดด้วย

??? : ร้องเพลงเพราะเหมือนเดิมเลยนะ

หลังการแสดงจบก็มีงานเลี้ยงหลังจากนั้น บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดีโดยมีแต่พวกชนชั้นสูงของแอลลาสทั้งนั้นเลย แน่นอนว่ามันเป็นงานของพวกผู้ดี ส่วนไวส์ก็เดินจากพ่อของตนไปดูรูปวาดของโรงเรียนบีคอน ที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างเธอกับเพื่อนของเธอ



ระหว่างที่เธอกำลังมองดูภาพอยู่นั้น ก็มีเด็กหนุ่มไฮโซเดินเข้ามาหาเธอเพื่อชวนคุย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ชอบนัก ไวส์พยายามหลีกเลี่ยงจนกระทั่ง หูของไวส์ไปสะดุดคำพูดของคนในงานเข้าให้

??? : พวกนั้นหยิ่งและคิดว่าสามารถสู้ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่เพิ่งอาณาจักรเลย มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอไง?

ไวส์ : พวกคุณนั้นแหละที่ไม่รู้อะไร! ทุกคนเลย!!

ไวส์ตะโกนออกมาท่ามกลางงานเลี้ยง ตอนนี้เธอกลายเป็นจุดสนใจไปแล้ว ทางด้านของเด็กสาวชุดนักเรียนเมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที



??? : แย่แล้วสิ....

??? : อะไรนะคะ?

ไวส์ : พวกคุณก็แค่ยืนรอบๆ และคุยกันเรื่องไร้สาระ กังวลเรื่องทรงผมอุบาทว์ๆ เงินและปัญหาโง่ๆ ไม่มีสาระอะไรเลย!

พ่อของไวส์ จาคิว ชีเนย์ เขาจะไม่ยอมเสียภาพพจน์ไปมากกว่านี้ เขาเดินเข้าไปจับแขนไวส์เพื่อที่จะให้ลูกสาวของตนสงบสติอารมณ์ของตัวเองให้ได้

จาคิว : ไวส์ พอได้แล้ว!!

ไวส์ : ปล่อยหนูพูดนะ!!

จาคิว : ลูกกำลังทำให้ครอบครัวเราขายหน้านะ!

ไวส์ : หนูบอก..ให้ปล่อย!!!

ไวส์เซล้มลงกับพื้น และเผลออัญเชิญกริมส์หมูป่าสีขาวออกมาโดยไม่ตั้งใจ กริมม์ตัวนั้นได้พุ่งเข้าใส่ผู้หญิงที่พูดจนไวส์โกรธ

??? : ได้โปรด ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ปล่อยฉันไปเถอะ!!!

ก่อนที่กริมม์หมูป่าจะพุ่งเข้าใส่ผู้หญิงคนนั้น เด็กสาวผมบลอน์ก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับสะบัดมือไปทางเจ้าหมูป่าสีขาวตรงหน้าที่กำลังลอยกลางอากาศ พร้อมกับปรากฏออร่าปีกสีแดงด้านหลังของเธอ


(แบบนี้ แต่เป็นชุดปกติ)

" ในนามของผู้คุมกฏ โจน ออฟ อาร์ค ตราประกายสิทธิ์ของบัญชาแห่งกายข้า จงสลายไปซะ! "

เมื่อออร่าปีกสีแดงปรากฏขึ้น พร้อมกับมีแสงสีทองส่องออกมาจากร่างของกริมม์ขาว ทำให้มันค้างกลางอากาศและสลายหายไปต่อหน้าทุกคนทันที จนทุกคนหันมาที่เด็กสาวทันที

โจน : อย่าให้มีใครต้องเจ็บตัวเลยนะ

ไวส์ : เธอ?

??? : จับเธอเลยสิ!

ผู้หญิงที่เกือบจะถูกกริมม์ของไวส์ทำร้ายก็หันมามองโจน ซึ่งทางด้านของไอร่อนวู๊ดก็ได้ยืนมองอยู่เฉยๆ เพราะเขาเองก็รู้ว่าคนที่มาช่วยคือใคร ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นเริ่มหัวเสีย

??? : คุณรออะไรอยู่คะ? เธอเสียสติไปแล้วนะ ควรจะมีใครไปจับตัวเธอสิ!

โจน : ขอโทษด้วยนะคะ....

โจนได้เดินเข้ามาพร้อมกับยืนข้างไวส์และหันไปมองหญิงสาวคนนั้น

โจน : ดูเหมือนว่าคุณเองก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ ไวส์ ชีเนย์ คือเหยื่อจากเหตุการณ์ที่ Beacon พวกคุณก็น่าจะทราบดี....ฉันมีเรื่องอยากจะพูดน่ะค่ะ ตั้งใจฟังด้วยนะคะ....พวกคุณเข้ามาที่นี่ด้วยเรื่องอะไร? ดีแต่มีเวลามาคุยเรื่องไร้สาระ มันไม่สิ้นหวังไปหน่อยเหรอคะ?

เมื่อได้ยินดังนั้นก็มีหลายคนที่เริ่มมองหน้ากันเล็กน้อย ในขณะที่ไอร่อนวู๊ดได้ห้ามทหารของเขาไม่ให้เข้าไปยุ่งกับการพูดของโจน

โจน : นี่งานการกุศลหรืองานทำเพื่อตัวเองกันแน่? แทนที่จะมัวแต่ขึ้ขลาดน่ะ....ทำไมไม่ลองสู้ดูสักตั้งล่ะ? สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการต่อสู้น่ะ มีแต่โรงเรียนฮันเตอร์เท่านั้นแหละที่สอนได้....ฉันเคยสู้ด้วยกำปั้นของฉันด้วยตัวคนเดียวมาก่อน และก็มีหลายอย่างที่รุ่นพี่ของแอลลาสอย่างฉันรู้สึกเบื่อกับงานแบบนี้......

" จะสู้หรือจะตายก็เรื่องของพวกคุณเลย!!!! "

สิ้นเสียงตะโกนของโจน ทุกคนก็ถึงกับนิ่งเงียบไม่พูดอะไร เด็กสาวเลยเดินมาทางไวส์ เธอเอื้อมมือให้ ไวส์ที่ท่าทางกล้าๆกลัวๆจึงยื่นมือจับตอบ และโจนก็ดึงตัวเธอขึ้นมา ก่อนที่โจนจะเป็นฝ่ายทักทายแม่ราชินีน้ำแข็ง เธอก็ยิ้มทักทายทันที



โจน : ไงไวส์ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ

ไวส์ : ผู้คุมกฏ โจน ออฟ อาร์ค งั้นเหรอ? .....รุ่นพี่.....เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ

โจน : งั้นเหรอ? ถ้างั้นเธอก็เปลี่ยนไปมากกว่าฉันอีกนะ-

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ทำความรู้จักกัน ไวส์ก็ถูกพ่อตัวเองดึงตัวออกไปจากงานเลี้ยง ส่วนทางด้านโจนเองก็ทำได้เพียงแค่มองตามแผ่นหลังของไวส์เท่านั้นเอง

โจน : โชดดีนะไวส์....

เวลาสายกว่าๆ ฝั่งของรูบี้

ทางกลุ่มของรูบี้ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเฮเว่นในตอนนี้ทั้งหมดก็กำลังเจอปัญหาเล็กน้อยนั้นคือการหลงทาง โดยสมาชิกในตอนนี้ก็คือรูบี้ ชอร์น เพียร์ร่า นอร์ร่าและเรน และที่สำคัญก็คือเพียร์ร่านั้นเอง

เพียร์ร่าที่เกิดใหม่ในตอนนี้ต่างจากเมื่อก่อนมาก เธอได้ตัดสินใจกับแม่ของกรรณะเรียบร้อยหลังจากที่ใช้เวลาอยู่บนสวรรค์อยู่นานมากพอสมควร โดยเธอได้พาเพียร์ร่าไปหาพระสุริยะเทพเมื่อยื่นข้อเสนอที่จะให้เพียร์ร่าลงไปเกิดใหม่อีกครั้ง แต่ต้องแลกเปลี่ยนที่มากพอ

การเกิดของเพียร์ร่า

ซึ่งเธอก็ขอแลกกับพลังภายในตัวของเธอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นออร่าหรือซัมเบลด และแปลว่าเธอนั่นได้ทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อที่จะกลับไปยังโลกมนุษย์แล้ว จนเธอไม่เหลืออะไรเลยตอนนี้ แต่พระสุริยะเทพบอกว่าเธอนั้นมีฟันกรามทองอยู่ในปาก เพียร์ร่าได้ตัดสินใจเอาแจกันทองที่ตั้งอยู่ฟาดปากตนเองอย่างแรงจนทำให้ฟันทองกระเด็นหลุดออกมา

เลือดได้ไหลออกมาจากปากของเพียร์ร่าจำนวนมาก จนพากุนดาโกะและหลายคนตกใจอย่างมาก เพียร์ร่าได้มอบฟันกรามทองของตนเองให้กับพระสุริยะเทพ ทางพระสุริยะเทพเองที่ได้เห็นดังนั้นก็ทำให้เขานึกถึงตัวตนของกรรณะเมื่อชาติที่แล้ว

จนสุดท้ายพระสุริยะเทพได้พาเพียร์ร่าไปยังบ่อน้ำที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์และโลกของเทพ โดยเขาได้มอบของศักดิ์สิทธิ์ ให้กับเพียร์ร่าสองอย่าง นั้นก็คือหอกทองและมงกุฏ ซึ่งเมื่อถูกส่งกลับมายังโลกมนุษย์แล้ว เธอก็อึ้งไปทันทีว่าเธอขาดการติดต่อบนโลกมา 1 ปี จนสุดท้ายเธอก็สามารถตามหา รูบี้ ชอร์น นอร์ร่าและเรนได้ในที่สุด.....

 
(ซ้ายคือปกติ) (ขวาคือเสกหอกและมงกุฏหายไป)

เพียร์ร่า นิคอส
ส่วนสูง : 168 (โดนลดลงในร่างใหม่)
อายุ : 17

Golden Crown (มงกุฏหารดาเมจ)
มงกุฏสีทองบนหน้าผากที่ได้รับมาจากพระสุริยะเทพในฐานะมนุษย์
โดยมงกุฏนี้จะทำหน้าที่รับดาเมจจาก 50% ของการโจมตีฝ่ายศัตรูคล้ายกับกรรณะ แต่เป็นของเกรดต่ำกว่าและจะเสียออร่าไปเรื่อยๆ เมื่อเปิดใช้งาน

Golden Gae Bolg
หอกสีทองที่มีความทนทานและรุนแรงมากกว่าอาวุธปกติ แต่จะแลกกับการที่เธอจะต้องเรียกมันออกมาและจะทำให้มงกุฏทองของเธอหายไป

ปัจจุบัน

รูบี้ : เอาล่ะ เมืองต่อไปก็คือ.....ให้ตายเถอะพวก เราหลงแล้วล่ะ

เพียร์ร่า : เธอแน่ใจนะรูบี้?

ชอร์น : เราไม่ได้หลง เมืองต่อไปคือ Shion ต่างหาก ครอบครัวฉันเคยไปเที่ยวที่นั่นบ่อยๆ

เพียร์ร่า : จริงสิ นายมีพี่น้อง 4 คนใช่มั้ย?

ชอร์น : 7 ต่างหากเล่า

นอร์ร่า : อธิบายยากนะเรื่องนี้

ชอร์น : นอร่าเธอหมายความว่าไง?

รูบี้ : พวกนายจะไม่ช่วยฉันดูเหรอว่าเราอยู่ไหนกันแล้ว?

ชอร์น : ไหนๆ ให้มือโปรจัดการเอง

ในขณะที่รูบี้กำลังขอความช่วยเหลือ ชอร์นก็เดินเข้าไปข้างๆ รูบี้และชี้ตามจุดในแผนที่

ชอร์น : ตรงนี้เป็นที่ปีนเขา และตรงนั้นเราตั้งแคมป์กันเป็นประจำ ฉันมีเต็นท์เป็นของตัวเอง เพราะฉันเป็นคนพิเศษ แล้วก็พวกน้องๆ ของฉันจะได้หยุดถักผมฉันเล่นสักที

รูบี้ : นายไม่ชอบเหรอ?

ชอร์น : ใช่ พวกนั้นจะทำแต่ทรงเปียหางหมู แต่ส่วนตัวฉันคิดว่าเปียหางหมาป่าดูสมชายกว่าเยอะ

เพียร์ร่า : มันก็เปียหางม้านี่นา

ชอร์น : หมาป่าต่างหาก

เรน : เฮ้ พวก

เสียงพูดของเรนดังขึ้น จนทั้งหมดต้องหยุดทันที และพอเมื่อพวกเขาเงยหน้าจากแผนที่แล้ว สิ่งที่เห็นก็คือหมู่บ้านร้างที่ตกอยู่ในสภาพเถ้าถ่าน

ชอร์น : โอตาย....

เมื่อเห็นสภาพของหมู่บ้าน เหล่าฮันเตอร์ก็วิ่งไปทันที

รูบี้ : อาจจะยังมีคนรอดอยู่ก็ได้นะ!

ชอร์น : ทางนี้พวก

ชอร์นวิ่งนำไปตรงพื้นที่ส่วนที่เป็นที่โล่ง สิ่งที่พวกเขาเห็นต่อก็คือนักล่าที่นอนเจ็บอยู่

เรน/นอร์ร่า : นักล่างั้นเหรอ?

เพียร์ร่า : เกิดอะไรขึ้น? ใครทำร้ายคุณ?

นักล่า : พวกโจร.....พวกมันเผาที่นี่ และทุกอย่างก็โกลาหลไปหมด

เรน : อาจเป็นฝีมือของกริมม์ด้วยก็ได้

รูบี้ : เราต้องพาเขาไปที่หมู่บ้านถัดไปแล้วหาหมอที่นั่น

ชอร์น : ได้ ฉันกับเรนจะแบกเขาไปเอง

นอร์ร่า : ฉันไม่รู้ว่าเขาจะไหวมั้ยเนี่ยสิ

ชอร์น : เขาต้องไหวน่า

เรน : ถ้าเรารีบไปตอนนี้เขาน่าจะยังรอด ฉันจะไปหาคนช่วย

เพียร์ร่า : ทุกคน....

เพียร์ร่าเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบสักพักและชี้ไปทางที่นักล่าคนนั้นนอนเจ็บอยู่ แต่ตอนนี้นักล่าคนนั้นนอนแน่นิ่งไปเรียบร้อยแล้ว (HP หมดนั้นเอง) ทุกคนมองด้วยอาการหน้าถอดสีกันหมด

นอร์ร่า : เราควรฝังเขาใช่มั้ย?

เรน : เราต้องไปแล้ว ที่นี่ไม่ปลอดภัย

นอร์ร่า : เรน

รูบี้ : ไม่เป็นไรนะชอร์น?

ชอร์น : เปล่า....ฉันแค่เริ่มเหนื่อยกับการสูญเสียแล้ว

ทางเรนที่เดินไปนำไปก็ต้องหยุดเดิน เพราะเขาเห็นรอยเท้าของตัวอะไรที่น่าจะดูใหญ่มากอยู่ตรงหน้าเขา นอร์ร่าสงสัยเลยมาดูอีกคนแต่แล้วพวกเขาก็เหมือนจะเข้าใจอะไรสักอย่างตรงกัน และนั้นทำให้พวกเขาต้องออกเดินทางต่อไปจนถึงเวลากลางคืนที่พวกเขาตั้งแคมป์เรียบร้อย

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังหลับอยู่นั้นเอง เพียร์ร่าได้แอบออกมาพร้อมกับมานั่งพิงที่หลังต้นไม้ใหญ่ เธอได้หยิบมงกุฏสีทองออกมาส่องไปมาด้วยรอยยิ้ม ที่เธอยิ้มไม่ใช่เพราะว่าเธอดีใจที่ได้รับของจากพระสุริยะเทพ แต่เธอดีใจที่ได้กลับมาเจอทุกคนอีกครั้งพร้อมกับมองขึ้นไปบนฟ้า

ชอร์น : เพียร์ร่า

เพียร์ร่า : ชอร์น?

(ชอร์น ปัจจุบัน)

เพียร์ร่าถึงกับสะดุ้งเมื่อชอร์นเดินเข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง จากนั้นเขาก็เดินเข้ามานั่งข้างๆกับเพียร์ร่า จากนั้นเธอก็เอามงกุฏสวมกลับที่หัวเหมือนเดิม ในขณะที่เขาก็มองขึ้นฟ้า

ชอร์น : ฉัน....ดีใจนะ.....ที่เธอกลับมา

เพียร์ร่า : ฉันก็ดีใจชอร์น....มันเหมือนบ้านนอกเลยนะที่ฉันหายไป 1 ปี....

ชอร์น : รู้ไหม....ในระหว่าง 1 ปีก่อนที่เธอจะกลับมา....ในตอนนั้นที่ฉันกำลังนั่งกอดร่างไร้วิญญาณของเธอ ฉันรู้สึกว่าฉันสูญเสียไปทุกอย่าง....เราได้อยู่ด้วยกัน แต่มันไม่ใช่แบบนั้น.....

เพียร์ร่า : ชอร์น.....

ในตอนนั้นบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชอร์นก้มหน้าลงมองที่ขาตัวเองและกำหมัดเล็กน้อย ทางเพียร์ร่าเองก็เริ่มเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อยเมื่อชอร์นที่เธอเคยรู้จักเปลี่ยนไปเยอะพอสมควรหลังจากการตายของเธอ จนกระทั่งเขาได้หันมามองเธอด้วยสีหน้าที่จริงจังและจับมือเธอ

ชอร์น : เพียร์ร่า....สัญญาสิว่าจะไม่จากไปไหนอีก!!!

เพียร์ร่า : ชอร์น นายเสียงดังไปแล้วนะเดี๋ยวพวกรูบี้ก็ตื่นหมด....

ชอร์น : สัญญากับฉันก่อนสิ....

เพียร์ร่า : อืมๆๆ ฉันสัญญา!

เพียร์ร่ารีบตอบแบบส่งๆ เพราะกลัวชอร์นจะเสียงดังไปมากกว่านี้และจะทำให้คนอื่นตื่นกันหมด แทนที่ทุกอย่างจะจบลงตรงนั้น ทว่าพ่ออัศวินหนุ่มตรงหน้าได้พุ่งเข้ามาจูบหญิงสาวผมแดงอย่างไม่ทันตั้งตัวจนเธอสะดุ้ง

เพียร์ร่า : ฮึก ชอร์น-อุ๊บ!

เธอพยายามดันตัวเขาสุดแรง แต่ขนาดตัวก็ต่างกันแล้วและถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะใช้ซัมเบลดแม่เหล็กผลักเขาออกไป แต่เธอไม่มีจนตอนนี้เพียร์ร่ากำลังอยู่ในอาการที่น้ำตาคลอเบ้าจากการกระหายของชอร์น จนเขาได้ถอนจูบออกมาจากเธอ

เพียร์ร่า : ชอร์นไม่!-

ชอร์น : อย่าเสียงดังสิเพียร์ร่า....เดี๋ยวเพื่อนเราก็ตื่นหมด....

เพียร์ร่า : นายนั้นแหละอย่าทำแบบ-

ชอร์นไม่ได้สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับพุ่งเข้าจูบและค่อยๆ ปลดเสื้อเกราะของเธอออกอย่างรวดเร็ว ทางเพียร์ร่าเองก็เริ่มกลัวมากๆ เพราะไม่รู้ว่าเขาไปหิวโหยมาจากไหน แต่เธอต้องมั่นใจก่อนว่าจะขอร้องเขาได้

เพียร์ร่า : ชอร์นได้โปรด....ถ้าเรายัง-

คำขอสุดท้ายของเธอไร้ผล จนสุดท้ายเธอก็ถูกชอร์นมอบความเป็น ผ. ให้ณ หลังต้นไม้ใหญ่ตรงนั้น ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ยังคงหลับกันปกติยกเว้นเพียร์ร่าที่เธอจะต้องรับศึกใหญ่อีกยาว....

ทางฝั่งกรรณะกับเบล็ค



เช้าวันต่อมาพวกเขาได้เดินทางมาถึงเกาะที่เรียกว่า Managerie เรียบร้อยแล้ว ภายในเกาะมีบ้านเรือน ร้านค้าที่เกี่ยวกับการประมงส่วนใหญ่ และประชากรส่วนใหญ่ของที่นี่เป็นฟอร์นัสกันทั้งหมดและเป็นเขตที่มนุษย์นั้นห้ามเด็ดขาด

จากนั้นทั้งสองคนก็ได้เดินออกมาจากเรือพร้อมกับคนอื่นๆ โดยมีหลายคนที่หันมาสนใจรูปร่างของกรรณะ บางคนอาจจะคิดว่าเขาเป็นมนุษย์ แต่รูปร่างก็ไม่ให้เลยไม่ได้ใส่ใจและทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ซึ่งเขาเองก็ได้มองไปรอบๆ

กรรณะ : นี่สินะ Managerie....มันก็สวยงามดีนะ

เบล็ค : นี่เป็นที่เดียวที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย และไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใครหรือเป็นอะไรก็ตาม....แต่พวกเราพยายามจะสร้างสิ่งที่ดีที่สุด

กรรณะ : แต่ก็เป็นแบบที่เห็นสินะ?

เบล็ค : อืม....

เมื่อพวกเขามาอยู่ที่สุดบันไดตรงหน้าแล้ว สิ่งแรกที่กรรณะเห็นก็คือหมู่บ้านขนาดเล็กที่อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ รวมไปถึงบ้านหลังใหญ่หลังนึงที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงใจกลางป่า ก่อนที่เบล็คจะเดินนำหน้ากรรณะมาและมองไปยังหมู่บ้าน

เบล็ค : นี่คือ Kuo Kuana

กรรณะ : ดูสงบน่าอยู่ดีนะ....ทำไมถึงยังมีคนย้ายออกไปจากที่นี่อยู่ล่ะ?

เบล็ค : นั่นไม่สำคัญหรอก....พวกเราเรียกร้องความเท่าเทียม อยากได้รับการปฏิบัติเหมือนกับมนุษย์บ้าง พวกเรายกระดับของเกาะนี้ขึ้น แล้วบอกว่าจะสร้างสิ่งเหล่านั้น พวกเราทำอย่างสุดความสามารถ ฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกัน และสร้างบ้านที่ซึ่งเหล่าฟอร์นัสจะรู้สึกเป็นบ้านจากหัวใจ แต่ที่เกาะนี้ เมืองนี้ มันตอกย้ำเราอยู่เสมอว่า เรายังไม่เท่าเทียม.....ว่าเรายังเป็นแค่ประชากรระดับล่าง

กรรณะสังเกตสีหน้าของเบล็คได้อย่างชัดเจน

กรรณะ : เจ้ารู้อะไรไหม....ข้ารู้สึกว่าที่นี่น่าอยู่กว่าบนสวรรค์ซะอีกนะ

เบล็ค : พูดเป็นเล่น....ถึงเวลากลับบ้านแล้ว

กรรณะ : แล้วบ้านเจ้าอยู่ไหน?

เบล็คชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางป่า หลังจากนั้นไม่นานกรรณะกับเบล็คก็ได้มาถึงส่วนที่เป็นประตูหน้าบ้าน โดยเบล็คได้เดินไปที่ประตูหน้าแต่ลังเลที่จะเคาะประตู

กรรณะ : เกิดอะไรขึ้น?

เบล็ค : ฉันเอ่อ....มันแค่นานมาแล้ว ที่ฉันไม่ได้เจอพ่อแม่....

กรรณะ : พวกเขาคงจะคิดถึงเจ้ามาก

เบล็คถอนหายใจก่อนจะจับที่เคาะขนาดใหญ่ของประตูกระแทกเบาๆ และแล้วก็มีคนมาเปิดประตู เป็นฟอร์นัสผู้หญิงที่มีหูแมวเหมือนเบล็ค อยู่ในชุดกิโมโนสีดำ

??? : เบล็ค?

เบล็ค : หวัดดีค่ะแม่

เบล็คทักทายแม่ของตนเอง ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง

??? : คาลีใครมาเหรอ?!

ในตอนนั้นได้มีเสียงของผู้ชายดังออกมาจากในบ้าน เมื่อเขาเดินออกมาที่หน้าบ้านก็พบว่าเป็นฟอร์นัสที่มีใบหน้าเหมือนกับโลแกนในหนังมากๆ ซึ่งนั้นก็คือพ่อของเบล็คนั้นเอง พ่อของเบล็คก็ตาโตด้วยความดีใจเพราะเห็นลูกสาวของเขา

จากนั้นทั้งกีร่าและคาลีก็หันมามองที่กรรณะที่กำลังยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง

กีร่า : แกเป็นใคร?

คาลี : ดูไม่เหมือนมนุษย์....และก็ไม่เหมือนฟอร์นัส.....แถมดูผู้ดีกว่า....

เบล็ค : พ่อคะ แม่คะ นี่คือ-

กรรณะ : พวกเจ้าสองคนเป็นพ่อและแม่ของเบล็คสินะ....นามของข้าคือกรรณะ

เมื่อทั้งสองคนได้ยินสำเนียงการพูดของเขา ทั้งสองก็ถึงกับมองหน้ากันทันทีและได้หันมาหาเบล็ค ซึ่งทางด้านแม่แมวดำเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #78 Erlic Smith (@Elic_Pendragon) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 07:38

    ดีงาม~

    #78
    0
  2. #77 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:24
    ดีจ้าาา
    #77
    0