[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 21 : The War is Just Beginning

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    24 ก.ย. 63

ณ สถานที่รกร้างแห่งนึง
1 ปีหลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

บรรยากาศรอบตัวมีแต่ความวังเวง มีเพียงแสงจันทร์เท่านั้นที่คอยสาดส่องให้ที่นี่ดูดีขึ้นมานิดหน่อย แต่พื้นที่พวกนี้กลับเต็มไปด้วยความมืด และบรรยกาศเหมือนกับห้องประชุมขนาดใหญ่ที่มีกลุ่มคนกำลังนั่งประชุมอยู่ด้วย และในนั้นก็มีชายฟอร์นัสหางแมงป่องคนนั้น

  

หลังจากเหตุการณ์การล่มสลายของบีคอน เมอร์คิวรี่กับเอเมอรัลที่ดูอยู่ต่างก็วิตกกังวลด้วยกันทั้งคู่ จนกระทั่งตอนนี้ซินเดอร์ในสภาพบาดเจ็บหนักก็ดีดนิ้วเรียกพวกเขาสองคนให้มาหาบริเวณโต๊ะประชุมที่มีคนอื่นนั่งอยู่อีก 2 - 3 คน ถูกต้องเพราะซินเดอร์แพ้ให้กับอรชุน


??? : ใช่ ใช่ และก็กองกำลังของผู้ใต้บังคับบัญชา

เมอร์คิวรี่กำลังจะเดินไปชกแต่ก็ถูกเอเมอรัลห้ามไว้

??? : เธอได้ยินใช่มั้ย?

??? : ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะตามล่าหมอนั่น ตามล่าและ....หมอนั่นเอาตาเธอไปใช่มั้ย?

ซินเดอร์กัดฟันกรอด เธอพยายามจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็พูดออกมาไม่ได้เพราะทั้งหมดเป็นความจริง และเอเมอรัลเลยโน้มตัวมาฟังและแปลให้แทน

??? : น่าสงสาร ทำไมเธอถึง.....

ยังไม่ทันจะได้คุยต่อ ก็มีใครสักคนเดินเปิดประตูเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้เพ่งความสนใจไปที่อีกคนที่มาใหม่ด้วยการลุกขึ้นยืน ซาเลมในร่างใหม่ได้เดินเข้ามาในชุดเกราะสีดำพร้อมกับเดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ แน่นอนว่าหลายคนนั้นก็ยังไม่ชินกับร่างใหม่ของเธอ



ซาเลม : วัตต์ เรื่องพวกนั่นจำเป็นด้วยเหรอ?

วัตต์ : ผมขอโทษนายหญิง ผมแค่ไม่ชอบเรื่องความล้มเหลวและเรื่องการทรยศ

ซาเลม : แต่ข้าไม่เห็นเหตุผลที่คุณต้องไปตอกย้ำซินเดอร์เลย ตอนนี้นางกลายเป็น Fall Maiden ของเราแล้วที่สำคัญที่สุดคือจัดการกับออซพิน ดังนั้นข้าเลยอยากรู้ว่าอะไรคือความล้มเหลวที่เจ้าพูดถึง?

วัตต์ : ถ้างั้น..คงเป็นบุตรแห่งสุริยะเทพ....

ซาเลม : กรรณะ ถึงคราวนี้เราจะยังไม่รู้ผลกันก็ตาม แต่คราวหน้าล่ะก็......ดร.วัตต์ เจ้าจะต้องพาซินเดอร์ไปพบปะกับผู้ให้ข้อมูลเราใน Mistral

วัตต์ : ยินดีครับ

ซาเลม : ทีเรี่ยน ข้าต้องการให้เจ้าดำเนินการล่าตัว Spring Maiden

ทีเรี่ยน : ด้วยความยินดีนายหญิงที่แสนงดงามของกระผมขอรับ

ซาเลม : และเฮเซล ข้าจะส่งเจ้าไปหาผู้นำเขี้ยวขาว อดัม ทอร์รัสได้จัดให้มีการประชุม เด็กนั่นยังต้องพิสูจน์ความซื่อสัตย์ที่มีต่อเรา ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าเซียน่า ขานจะคิดแบบเดียวกัน

เฮเซล : ตามประสงค์นายหญิง

เอเมอรัล : เดี๋ยวค่ะ

ซาเลม : ว่ามาเด็กน้อย

เอเมอรัล : เธอต้องการที่จะรู้เกี่ยวกับเทพทั้งสองและเด็กคนนั้น....

วัตต์ : เกี่ยวกับใครนะ? นี่มันดูเหมือนจะเป็นปัญหาของซินเดอร์นะ ไม่ใช่ของเรา

จากนั้นซินเดอร์ทุบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด

ซาเลม : พอได้แล้ว....ทีเรี่ยน

ทีเรี่ยน : ครับนายหญิง?

ซาเลม : เรื่อง Spring Maiden เอาไว้ก่อน ข้าต้องการให้เจ้าไปตามหาตัวเด็กสาวตาสีเงินและพาตัวมาให้ข้าเป็นๆ นางจะเป็นส่วนสำคัญที่มีพลังเอาไว้ปลดล็อคบางอย่างของเทพบางองค์

ทีเรี่ยนแทบจะกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจเมื่อได้รับคำสั่งจากนายหญิงที่เคารพของเขา

ซาเลม : เพราะความพยายามของซินเดอร์บีคอนจึงล่มสลาย และ เฮเว่น จะเป็นที่ต่อไป....

วัตต์ : มีอย่างนึงที่ผมสงสัยอีกนายหญิง

ซาเลม : ว่ามา

วัตต์ : แล้วถ้าเทพเบื้องบนรู้แผนการของเราและส่งเทพลงมาอีกล่ะขอรับ?

เมื่อซาเลมได้ยินดังนั้นเธอก็แคบตาลงเล็กน้อย มีออร่าความมืดปรากฏรอบตัวของซาเลมก่อนที่เธอจะชู่มือขึ้นฟ้า และได้ปรากฏอาวุธใหม่ในตำนานของเธอออกมาอยู่บนมือของเธอและสะบัดลงพื้น มันเป็นหอกสีดำขนาดใหญ่ที่มีปลายแหลมออกมา และทำให้ออร่าความมืดกระจายไปทั่วห้องประชุมในนั้น


ซาเลม : เหลือเพียงแค่เวลาและข้าจะรอ....เพียงคนเดียวเท่านั้น

Patch

(แขนไม่ขาดเน้อ แต่เสียความมั่นใจที่แพ้)

หยางเปิดทีวีดูข่าว ซึ่งผู้ประกาศข่าวก็รายงานเกี่ยวกับความเสียหายที่ Beacon รวมไปถึงหอคอย CCT ที่ระบบก็ล่มไปอีก รวมไปถึงการประกาศตามจับตัวหัวหน้าเขี้ยวขาวที่ชื่ออดัม ทอรัส เพราะทางตำรวจเชื่อว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการทำลายงานเทศกาล Vytal

??? : พ่อกลับมาแล้วลูก!

หยางปิดทีวี ในช่วงนั้นเองที่ไทหยางเข้ามาพร้อมกับถุงใส่ของสีน้ำตาล

หยาง : ไงคะป๊า

ไทหยาง : ยังดูข่าวอยู่อีกเหรอ?

หยางพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับสีหน้าที่ไม่สบายใจเล็กน้อย

ไทหยาง : แล้วเป็นไงบ้างล่ะ?

หยาง : ป๊า....หนูรู้สึกไม่ดีเลยตอนนี้

ไทหยาง : เรื่องอะไรเหรอลูก?

หยาง : หนูมีความรู้สึกเหมือนเป็นตัวถ่วงน่ะสิคะ และก็เริ่มไม่ค่อยมีความมั่นใจแล้วด้วย

ไทหยาง : งั้นลูกก็..-

ก๊อกๆๆ!!!

ในขณะที่ไทหยางกำลังจะคุยกับลูกสาว ทันใดนั้นได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ เขาถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปเปิดประตู และเมื่อเปิดประตูก็ทำเอาเขาเบิกตากว้างเล็กน้อย เพราะเขาได้พบกับบุรุษชุดขาวผิวสี ฉายามือธนูสีเงินแห่งปาณฑพ



ไทหยาง : เอ่อ นายมาหาใครเหรอพ่อหนุ่ม?

อรชุน : ข้าจะมาหาหยาง เสี่ยวหลง....นางอยู่ที่นี่หรือไม่?

ไทหยาง : ฉันเป็นพ่อของหยางเอง แล้วนาย-

หยาง : ป๊าเดี๋ยว!

ในตอนนั้นหยางได้วิ่งมาพร้อมกับดันพ่อของเธอออกไปชนชิดขอบประตู ส่วนเธอเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้เห็นหน้าของอรชุนพร้อมกับนิ่งไปสักพัก ก่อนที่อรชุนจะหลับตายิ้มและมองไปที่เธอ

อรชุน : ฮิๆ เจ้าไม่เปลี่ยนไปเลยนะ หยาง....ไม่ได้เจอกันตั้ง 1 ปี

หยาง : ค-คุณอรชุน....ได้ยังไง?

ไทหยาง : เดี๋ยว ลูกรู้จักเจ้าหนุ่มนี่ด้วยเหรอ?

หยาง : คือ....เรื่องมันยาวอ่ะป๊า....

ไทหยางสังเกตสีหน้าของลูกสาวตัวเองว่าดูกระตุกกระตักอย่างมาก พร้อมกับหันไปมองหน้าอรชุนและหันกลับมามองลูกสาวตัวเองอีกรอบ

ไทหยาง : มีอะไรที่ยังไม่ได้บอกพ่อหรือเปล่า?

หยาง : ถ้าหนูบอกไป.....ป๊าอย่าโกรธหนูนะ

หลังจากนั้นทั้งหมดก็ได้เข้าไปนั่งคุยในบ้าน พร้อมกับนั่งดื่มชาไปตามภาษา ไทหยางที่ไม่รู้ว่าอรชุนเป็นใครก็ซักถามทุกคำถามไม่ยั้งเพราะดูสนิทกับลูกสาวของตนมาก จนหยางต้องห้าม แต่มีรึที่คนเป็นพ่อจะฟัง

ไทหยาง : ฉันไม่สนว่านายจะคบกับลูกฉันนานแค่ไหน แต่ฉันต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับนายทั้งหมด

หยาง : ป๊า ใจเย็นก่อน และหนูก็คิดว่าหนูผ่านอะไรมามากพอที่จะเป็นผู้ใหญ่ได้แล้วนะคะ

ไทหยาง : จะผู้ใหญ่หรือเปล่า ลูกก็ต้องเจออะไรอีกเยอะ ก่อนที่จะออกไปเจอโลกความเป็นจริง

หยาง : ให้ตายเถอะ! นี่คนเป็นพ่อทุกคนจะต้องมีประโยคไม้ตายอยู่ 3 ประโยคหรือไงกัน?!

ไทหยาง : แล้วเราจะใช้ 3 ประโยคนั่นก็ต่อเมื่อสมควรจริงๆ

หยาง : งั้นเหรอคะ?!

ไทหยาง : ก็ใช่สิ!

ทางด้านอรชุนเองก็เงียบและมองทั้งสองคนพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย

ไทหยาง : ถ้าลูกคิดจริงๆว่าลูกพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตข้างนอกนั่น พ่อจะบอกเลยว่าลูกจะต้องเสียเซลล์สมองส่วนนึงไปพร้อมกับแขนขาแล้ว

หยางเบิกตาโพลง

หยาง : ป๊า เขาเป็นเทพ!!!!

ไทหยาง : เขาจะเป็นอะไรก็ช่าง-ว-ว่าไงนะ?

อรชุน : อืม....

อรชุนพูดพร้อมกับดื่มชาแก้วสุดท้ายพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้

อรชุน : นามของข้าคืออรชุน มือธนูสีเงินแห่งปาณฑพ

ไทหยาง : อะไรนะ....ไม่ๆ อย่ามาโกหก

หลังจากนั้นอรชุนและหยางก็ได้เล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง พร้อมกับหลักฐานจากหนังสือเทพที่พ่อของหยางเคยอ่านตั้งแต่สมัยยังเด็ก ซึ่งเขาก็ชอบมันมากๆจนเก็บเอาไว้ในห้องใต้ดินและไม่ได้เอาออกมาอ่านอีกเลย โดยรูปลักษณ์ของอรชุนก็เหมือนกับในบันทึกของหนังสือไม่มีผิด ก่อนที่เขาจะแสดงเวทย์มนต์ของเทพให้ไทหยางได้รับชม

ไทหยาง : ให้ตายเถอะ....นายต้องเป็นเทพที่เสียเซลล์สมองไปหลายส่วนเลยนะที่มามองลูกสาวฉัน

หยาง : ป๊า หนูก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นป่ะ?!

อรชุน : เพราะว่านางเป็นตัวเองแบบนั้นแหละ ข้าถึงอยากจะรู้จักนาง....เอาล่ะท่านพ่อ-

ไทหยาง : ไม่ๆๆ อย่าเรียกฉันแบบนั้น มันไม่ชินน่ะ

อรุชน : งั้นคุณไทหยาง....ถ้าหลังจากที่เรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว ข้าจะมาสู่ขอหยางและพานางขึ้นไปอยู่บนแดนสวรรค์ได้รึไม่?

เมื่อทั้งสองได้ยินดังนั้นก็พากันสตั้นไปทันที โดยเฉพาะไทหยางที่อ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปากได้ง่ายๆ ก่อนที่จะสะบัดหน้ารัวๆ และมองหน้าอรชุน

ไทหยาง : เดี๋ยวๆๆ ขอลูกสาวฉันแต่งงานไม่ว่า แต่จะพาขึ้นไปบนแดนเทพนี่ไม่ได้เด็ดขาด

หยาง : เห็นด้วยค่ะ....มันรู้สึกแปลกๆ จริงๆนะ

อรชุน : ข้าเข้าใจ....ข้าก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว จะให้ข้าอยู่กับเจ้าบนโลกก็ได้ถ้าครอบครัวเจ้าไม่มีปัญหา

ไทหยาง : อันนั้นค่อยคุยกันได้หน่อย....แต่สิ้นสอดลูกสาวฉันแพงนะ

หยาง : ป๊า!!!!

อรชุน : ฮิๆๆ ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว....ว่าแต่หยาง....เจ้าไม่คิดจะตามหาน้องสาวของเจ้าเหรอ?

เมื่อหยางที่ได้ยินดังนั้นก็เงียบและหุบยิ้มทันที

หยาง : คือ....ฉันยังไม่พร้อมจะออกไปตอนนี้น่ะค่ะ คุณอรชุนยังพูดเกี่ยวกับเรื่องที่อยากให้ฉันกลับมาเป็นคนเดิม และฉันรู้สึกขอบคุณมากนะ

ไทหยาง : มั่นใจในตัวเองหน่อยสิลูก ลูกคือหยาง เสี่ยว หลง มังกรน้อยของป๊านะ ลูกทำอะไรก็ได้ที่อยากทำเลย เพราะฉะนั้นถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกหยุดถูบ้านและพร้อมที่จะออกไปข้างนอกนั่น บอกป๊าได้เลย

หยาง : ป๊า....

อรชุน : ความกลัวมันเหมือนกับอารมณ์แบบอื่นๆ มันผ่านมาและเดี๋ยวก็จากไปเอง มันขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วว่าจะรับมือมันยังไง เพราะข้าเองก็เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้ว....

หลังจากที่อรชุนและไทหยางได้พยายามให้กำลังใจเธอแล้ว นั้นก็ทำให้หยางได้กลับมายิ้มอีกรอบ และเธอก็พุ่งตัวมาในขณะที่พ่อของเธอก็อ้าแขนรอ แต่ทว่าหยางดันไปกอดอรชุนแทนซะงั้น....(เห็นผู้ดีกว่าพ่อซะงั้น)

Unknown



ณ สถานที่แห่งนึงกลางทะเล เบล็คที่อยู่ในชุดใหม่กำลังเดินทางกลับบ้านเกิดของเธอ โดยได้เบล็คออกมาดูวิวทะเลยามพลบค่ำพร้อมกับมองมาที่มือข้างซ้ายของตัวเอง ใช่แล้ว มันคือแหวนทองที่มีมณีสีแดงตรงกลางวงนึงที่นิ้วนางข้างซ้าย มันก็คือแหวนของกรรณะนั้นเอง พร้อมกับแสดงสีหน้าโกรธออกมา

เบล็ค : เมื่อไหร่จะมา....แล้วบอกว่าพวกเราจะมาที่ Managerie ด้วยกัน.......ฮึก

หลังจากนั้นสายตาก็เปลี่ยนเป็นเศร้าทันที พร้อมกับกำแหวนเขาแน่นเพราะเธอก็เกือบจะเสียทุกอย่างไป รวมถึงคนที่รักไปด้วยถึงแม้ว่าจะผ่านไป 1 กว่าแล้วก็ตาม แต่ก่อนที่เธอจะเช็ดน้ำตาและเดินกลับไปที่ห้องรับแขกของเรือ

ตู้มมมม!!!!

ในตอนนั้นเอง ที่เรือก็ถูกอะไรบางอย่างว่ายชนข้างๆตัวเรือจนโยกไปมาทั้งลำ เบล็คมองไปข้างๆตัวเรือก็เห็นอะไรบางอย่างค่อยๆโผล่พ้นผิวน้ำมา มันเหมือนกับกริมม์ที่เป็นเหมือนกับมังกรจีน และนั้นทำให้กะลาสีตะโกนส่งสัญญาณบอกทุกคนบนเรือ และแล้วสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้น

กัปตัน : โอ้ เวรแล้ว

ก๊าซซซซซ!!!!!!



เจ้ากริมม์มังกรได้ลอยขึ้นมาพร้อมที่จะเข้าโจมตี ส่วนเบล็คก็เตรียมตัวสู้ และกัปตันสั่งทุกคนที่เป็นกะลาสีเรือลำนี้ให้ทุกคนเข้าสู่สภาวะพร้อมรบ

เบล็คเปิดการโจมตีก่อนด้วยการโดดเข้าไปหามันพร้อมกับยิงเชือกไปเพื่อเกาะมันไว้ จากนั้นก็ระดมยิงปืนใส่ไปหน้าของกริมส์มังกร ทางเจ้ามังกรกริมม์เองก็เอาหัวของมันดำลงน้ำไป เบล็คเองก็โดดกลับมาที่เรือ

กัปตัน : เตรียมปืนใหญ่ได้!

และแล้วก็มีปืนใหญ่โผล่ออกมาจากด้านข้างของเรือประมาณ 10 กระบอก พร้อมกับทางหัวเรือเช่นกัน ตอนนั้นเองที่เจ้ามังกรกริมม์ก็โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาพร้อมกับสยายปีกออกบินอยู่บนท้องฟ้า เบล็คกำลังจะโดดไปอีกครั้ง แต่ก็เจ็บแผลสีข้างจากที่ถูกอดัมแทง เจ้ามังกรก็พุ่งโฉบมาทางเรือ เบล็คที่มองด้วยความสิ้นหวังก็ได้แต่ยกดาบขึ้นมากันไว้ แต่แล้ว....

" ดวงตาแห่งวีรบุรุษ จะดับสูญด้วยการจ้อง "

เฟี้ยววววว ตู้มมมมม!!!!!!

ทันใดนั้นได้มีเปลวไฟขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าและใส่กลางลำตัวของเจ้ามังกรจนบาดเจ็บและร้องออกมาเสียงดังมาก พร้อมกับมีสะเก็ดไฟกระจายไปทั่วบริเวณและตกลงไปในทะเล ก่อนที่จะมีใครบางคนกระโดดลงมาตรงหน้าเรือและหันให้ทั้งกลุ่ม

??? : นั้นใครน่ะ

??? : อย่าบอกนะว่าเป็นคนที่ใช้สายฟ้าจัดการเจ้ากริมม์?

เบล็ค : มะ-ไม่จริงน่า....



สิ่งที่เบล็คเห็นก็คือ มีใครบางคนพุ่งลงมาจากทางที่เปลวไฟยักษ์ลงมาตรงโขดหินขนาดใหญ่ด้านหน้าของเรือ โดยแรงกระแทกเองก็ส่งผลทำให้โขดหินโดยรอบแตกสลายไปทันที และปรากฏเป็นชายหนุ่มผมขาวยาวดูรุงรัง ดวงตาของเขาเหมือนกับใบมีดที่คมกริบและมีอัญมณีสีแดงฝังอยู่ในอกส่องแสงน่าหลงใหล นอกจากนั้นยังมีชุดเกราะที่น่าดึงดูดอีกด้วย

??? : นั้นใครน่ะ?

??? : อย่าบอกนะ ว่าฝีมือเขา?

ทางด้านเบล็คเมื่อได้เห็นก็ตาโตขึ้นทันที พร้อมกับทำตัวไม่ถูก ในขณะที่กรรณะตั้งท่าหอกเตรียมพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่พร้อมกับออร่าที่แผ่ออกมาร่างกายของเขา


กรรณะ : เจ้าคงจะเป็น Sea Feilong ข้าคงปล่อยให้เจ้ามีชีวิตต่อไปไม่ได้แล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องโดนทำลาย!

กรรณะได้บินเหนือกริมม์ พร้อมกับยิงเปลวไฟออกมาจากปลายหอกสีทองในลักษณะของบอลไฟ พุ่งเข้าไปหาเจ้ามังกรหลายสิบลูกและระเบิดอัดเต็มๆ จนทำให้มันเกิดแผลขนาดใหญ่ และทำให้มันร้องคำรามออกมา

ก๊าซซซซซซซ!!!!!!!!!!!!!

และทันใดนั้นเจ้ามังกรมันกำลังจะพ่นสายฟ้าออกมาจากปากมาทาง ส่วนทางด้านของกรรณะได้พุ่งกระโดดลอยออกมาจากจุดปะทะและดีดตัวออกมาพร้อมกับง้างหอกสีทองที่ห่อหุ้มไปด้วยออร่าไฟสีชมพู



" Brahmastra Kundala!!! "

บึ้มมมมม!!!!!!!!!!

พลังหอก พรหมมาส กุณฑล ได้พุ่งเข้าอัดร่างของเจ้า Sea Feilong ไปเต็มๆ จนเกิดแรงระเบิดอย่างมหาศาลมากๆ จนแทบจะทำลายโขดหินแถวนั้นไปเกือบทั้งหมดและได้อัดหน้าของมันไปเต็มๆ และทางด้านของกัปตันที่ขับเรืออยู่มองเห็นโอกาสดีจึงสั่งให้ลูกเรือเดินเครื่องเต็มกำลัง

ในตอนนั้นกรรณะได้มองเห็นจังหวะและพุ่งไปที่เรือทันที จนเขาได้ลงจอดตรงด้านหน้าของเรือ ในขณะที่เจ้ามังกรก็เริ่มคลั่ง จากนั้นเจ้ามังกรก็ค่อยๆ พุ่งทำลายพื้นที่ไปอย่างไม่หยุดและกำลังจะมุ่งมาหาเรือ

กรรณะ : ฮึกก........


กรรณะได้ทำท่าแปลกๆ พร้อมกับเอามือมาปิดตาข้างขวา ก่อนที่จะปรากฏแสงสีแดงออกมาจากดวงตาของเขา ก่อนที่กรรณะจะปล่อยเลเซอร์ออกมาจากดวงตาข้างขวาพุ่งไปเจาะกลางหน้าของเจ้ามังกรน้ำจนทะลุไปถึงหาง กรรณะก็ได้กวาดเลเซอร์ขึ้นท้องฟ้าทำให้ร่างของ Sea Feilong ถูกตัดเป็นสองส่วน

หลังจากที่กรรณะสามารถจัดการกับมังกรน้ำในตำนานได้สำเร็จ ผู้คนบนเรือต่างก็เดินมาหาเขาพร้อมกับปรบมือให้กับการที่เขาช่วยเหลือทุกคนบนเรือและในขณะที่เขาเดินมาหาเบล็คอย่างช้าๆ

กรรณะ : ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเบล็ค-

เพี้ยะ!!!!

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ได้รับมาก็คือเสียงตบหน้าอย่างรุนแรงบนใบหน้าของกรรณะ แต่ทางด้านของเบล็คเองก็มีน้ำตาไหลออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน

กรรณะ : เจ้า.....

เบล็ค : นายหายไปไหนมาตั้ง 1 ปี?!!

กรรณะ : ข้า-

จากนั้นเบล็คได้ค่อยๆ จับมือของกรรณะขึ้นมาลูบหน้าของตัวเองแบบเบาๆ พร้อมกับร้องไห้ออกมาแบบไม่อายใครเลยก่อนที่กรรณะจะดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้ด้วยความคิดถึงมากๆ

จากนั้นเรือก็ออกเดินทางต่อไป

เวลาต่อมา กรรณะได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เธอฟังในขณะที่เธอก็นั่งพิงไหล่ของเขา หลังจากที่เหตุการณ์บีคอนล่มสลาย เขาต้องถูกรักษาตัวและนอนอยู่ในบ่อศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลากว่า 1 ปีเต็ม ก่อนที่เขาก็พยายามจะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้กับพระอินทร์ฟัง จนเขาได้มอบพลังทั้งหมดคืนให้กับกรรณะอีกครั้ง และเมื่อทุกอย่างพร้อมเขาก็ใช้ Mana ในการสัมผัสกับ ออร่าในร่างของเบล็คจนมาหาเธอได้

เบล็ค : ตอนนี้นายก็อยู่ในร่างเทพตลอดเลยงั้นสินะ

กรรณะ : ไม่หรอก ข้าก็จะแปลงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ข้าอยากจะเป็นตัวเองต่อหน้าเจ้ามากกว่า

เบล็ค : คนอื่นคงจะแยกย้ายไปกันหมดแล้ว.....

กรรณะ : ใช่ มีเพียงอรชุนเท่านั้นที่ตามสืบเกี่ยวกับพวกเขี้ยวขาวที่กำลังจะไปโจมตีเฮเว่น

เบล็ค : เดี๋ยว เฮเว่นเหรอ?

กรรณะ : ใช่....แล้วตอนนี้เจ้ากำลังจะไปไหน?

เบล็ค : บ้านน่ะ....ที่ Managerie ไง ที่นายบอกว่าจะมาด้วยน่ะ และก็เพื่อไปบอกข่าวเรื่องเขี้ยวขาวกับพ่อแม่ฉันด้วย

กรรณะ : หึ ข้าชักอยากจะเห็นซะแล้วสิ.....



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #75 Saber~ (@MEOWSPB) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 20:23
    สวีดัส
    #75
    1
  2. #74 kangza45782 (@kangza45782) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 20:17
    ดีจ้าาา
    #74
    0