[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 2 : The Meeting of Son of the Sun God

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    17 ส.ค. 63


หลังจากตอนที่แล้ว กรรณะได้ปลอมตัวเป็นมนุษย์เรียบร้อยและเขาก็ใช้พลังเทพสัมผัสว่ามีประชากรของมนุษย์จำนวนไหนที่อยู่เยอะบ้าง ซึ่งเขาก็พบกับเมืองใกล้ๆ นั้นเองและเมืองนั้นก็ชื่อ Vale และกรรณะก็กลายเป็นผงสลายไปทันที

ณ vale ตอนกลางคืน

ละอองไฟสีส้มได้ปรากฏขึ้นทางเข้าเมืองเวลายามค่ำคืน จากนั้นละออกงไฟก็กลายเป็นร่างของกรรณะ พร้อมกับมองที่ป้ายที่เขียนเอาไว้ว่า Vale มันเป็นเมืองที่ให้อารมณ์ไปทางยุโรป มีตึกสูงๆ และมีถนนตัดผ่าตรงกลางแล้วก็มีรถวิ่งผ่าน

ซึ่งกรรณะเองก็ไม่คุ้นมากนัก เมืองต่างๆได้เปลี่ยนไปมาก และกรรณะเองก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะเขาเพิ่งได้รู้จักกับโลกนี้ แต่ถึงแบบนั้นกรรณะก็มีความสามารถในการรับรู้ธาตุแท้ของมนุษย์ เป็นความสามารถจากประสบการณ์ที่เขาได้ใช้ชีวิตโดยไร้ญาติขาดมิตร

เขาต้องการสัมผัสบรรยากาศจากสิ่งก่อสร้างของพวกมนุษย์ที่สร้างขึ้น กรรณะได้เดินไปตามทางริมถนน ซึ่งก็มีน้อยคนที่จะออกมาเดินเล่นยามค่ำคืน ส่วนใหญ่ก็เข้าบ้านนอนกันหมดแล้ว จนกระทั่งเขาไปสะดุดตากับร้านค้าที่ยังเปิดอยู่

กรรณะ : From Dust To Dawn?

กรรณะสงสัยกับชื่อร้าน เขาไม่รู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า "ดัสต์" เขาเดินเข้าไปแบบนิ่งๆ ภายในร้านมีลุงแก่ๆคนนึงยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน รอบด้านเต็มไปด้วยผลึกคริสตัลหลากหลายสีที่วางอยู่เป็นระเบียบในตู้กระจก ก่อนที่ตาลุกจะเห็นกรรณะเดินเข้ามา

??? : ว่าไงพ่อหนุ่ม แต่งตัวดูดีเลยอยากจะได้อะไรหรือเปล่า?

กรรณะ : ข้าต้องการเรียนรู้ความเป็นมนุษย์

??? : หา?

ชายแก่งงกับสิ่งที่กรรณะบอก สำเนียงการพูดมันก็ทำให้เขานึกถึงพวกสมัยก่อนหรือพวกกษัตริย์ ก่อนที่ชายแก่จะชี้ไปทางด้านขวาของกรรณะ ซึ่งมันมีโซนสำหรับหนังสือจำนวนมากตั้งเอาไว้ กรรณะก็เดินเข้าไปพร้อมกับเริ่มมองหนังสือพวกนั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นนิตยสารซะมากกว่า

กรรณะ : พวกมนุษย์มีแต่หนังสือแปลกๆ

ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้เห็นเด็กสาวในชุดฮู้ดสีแดงกำลังอ่านนิตยสารอะไรสักอย่างอยู่เงียบๆ ด้วยความที่เขาเป็นคนตัวสูง เลยมองเห็นว่าเด็กสาวกำลังอ่านอะไร แต่เขาก็ไม่เข้าใจกับพวกภาพปกที่เต็มไปด้วยอาวุธมากมายแถมสวมหูฟังสีแดงฟังเพลงพร้อมเปิดหนังสืออ่านไปด้วย

กรรณะ : เด็กสมัยนี้ชอบใช้ของแปลกๆ

ขณะเดียวกัน...

ก็มีชายในชุดยาวสีขาว ใส่หมวก ผมสีส้มแลบออกมาจากหมวกเล็กน้อย ปากคาบซิการ์ไว้ ในมือถือไม้เท้าแกว่งไปมาอย่างสบายๆ พร้อมผู้ติดตามในชุดดำอีก 3 - 4 คน เดินไปในร้านขายดัสต์ที่กรรณะกำลังไล่อ่านหนังสืออยู่

และชายชุดขาวเดินเข้ามาพร้อมกับพวกที่เหลือถามเจ้าของร้านด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ

??? : นี่ลุงเจ้าของร้านรู้ไหมว่า กว่าจะหาร้านดัสต์ที่เปิดตอนดึกๆนี่มันหายากมากเลยนะ

??? : ข-ขอล่ะอ-เอาเงินไปให้หมดเลยย-อย่าทำอะไรฉันเลย

เจ้าของร้านกล่าวอย่างตะกุกตะกักพร้อมกับยกมือขึ้นฟ้าด้วยความกลัว และมีรึที่เทพจะไม่รู้ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นในนี้

??? : ใจเย็นสิตาแก่ ฉันไม่ได้มาปล้นเงินแต่มาเอาอย่างอื่นต่างหาก.....ไปขนดัสต์มา

ลูกน้องสองคนของชายชุดขาวหยิบขวดบางอย่างออกมาและทำการดูดแร่สีต่างชนิดที่อยู่ข้างๆเคาน์เตอร์เจ้าของ อีกคนหยิบกล่องออกมาและบอกให้เจ้าของร้านค่อยๆโกยผลึกหลากสีเข้ากล่องไป แต่ทันใดนั้นทุกคนก็ต้องสตั้นเพราะเห็นกรรณะถือหนังสือสองสามเล่มมาวางหน้าเคาน์เตอร์

กรรณะ : ข้าอยากได้หนังสือสามเล่มนี้

??? : เฮ้ย เห็นหรือเปล่าว่าเขากำลังทำอะไรกันอยู่ไอ้หนุ่ม

กรรณะก็ไม่ได้หันไปมองตามเสียงของชายชุดขาว ซึ่งเจ้าตัวก็กำลังดูดซิการ์ไว้ ก่อนที่จะสะบัดหน้าให้ลูกน้องชุดดำคนนึงของเขาเดินเข้ามาด้านหลังพร้อมกับเอาปืนจ่อที่หลังของกรรณะ

??? : เฮ้ ไอ้หนุ่มยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้!

กรรณะ : ไม่ว่าจะยุคไหนก็จะยังมีพวกมนุษย์ประเภทนี้อยู่เสมอสินะ....ข้าเดาไว้ไม่ผิด

??? : พูดอะไรของแกวะ?!

ทันใดนั้นกรรณะได้หันมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้มือแตะที่ไหล่ของชายที่เอาปืนจ่อเขา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือชายชุดดำนั้นสลบและหมดสติลงไปอย่างรวดเร็วเพียงแค่กรรณะเอามือแตะเท่านั้น และนั้นก็ทำเอาคนในร้านเริ่มตื่นตัวกันเล็กน้อย

ส่วนกรรณะก็เงยหน้ามองกลุ่มของพวกชายชุดขาวด้วยสีหน้าแบบนิ่งๆ พร้อมกับต้อมหูสีทองที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาที่หูด้านซ้าย และนั่นเล่นทำเอาทั้งหมดหยิบอาวุธขึ้นมาทันที



กรรณะ : ข้าว่าข้าอาจจะได้เรียนรู้ความรู้สึกของมนุษย์บ้างแล้วล่ะ....

เพล้ง!!!!

ทันใดนั้นได้มีลูกน้องของหมอนี้กระเด็นทะลุกระจกออกไปนอกร้าน จนเรียกความสนใจของทุกคนได้อย่างดีเลยทีเดียว พวกเขาก็เห็นชายในชุดดำนอนหมอบสลบอยู่กับพื้น พร้อมกับเด็กสาวในชุดแดงที่ในมือถือเคียวสีแดงขนาดใหญ่กว่าตัวด้วย



??? : อะไรอีกเนี่ย....จัดการ!

ชายชุดขาวสั่งลูกน้องที่เหลือกับเด็กสาว ทั้งสามคนบุกเข้าหาเธอแต่ก็ดันถูกเด็กสาวจัดการซะเอง ยกเคียวปักลงกับพื้นและหมุนตัวเตะลูกน้องของชายชุดขาวจนกระเด็น และอีกคนก็วิ่งมาพร้อมปืนกลกราดมาทางคุณเธอ เด็กสาวไหวตัวทันและใช้เคียวยิงส่งแรงตัวเองไปหาอีกฝ่ายพร้อมใช้ใบเคียวฟาดอีกฝ่ายลอยละลิ่วและนั่นทำให้กรรณะได้เห็นถึงความสามารถของเด็กผู้หญิงคนนั้น

??? : พวกแกสองคนนี่น่าสนใจกว่าที่ฉันคิดเอาไว้อีกนะเนี่ย

ชายชุดขาวเดินออกมานอกร้านพร้อมกับโยนซิการ์ทิ้ง

??? : ฉันว่านะยัยหนูน้อยหมวกแดง คืนนี้คงเป็นคืนที่น่าจดจำสำหรับเรา ถึงฉันอยากจะอยู่เล่นต่อก็เถอะ แต่เราก็คงต้องแยกกันตรงนี้แล้ว....

เฟี้ยวววว!!!!

ก่อนจะยิงกระสุนสีแดงออกมาจากไม้เท้าตรงมาทางเด็กสาว เด็กสาวชุดแดงตกใจพร้อมกับยกเคียวขึ้นมากัน แต่ทันใดนั้นกรรณะได้วาร์ปโผล่เข้ามาพร้อมกับใช้มือของเขารับกระสุนสีแดงและกำหมัดเอาไว้ได้ และเอามืออีกข้างโอบเด็กสาวไว้ และชายชุดขาวอาศัยจังหวะนี้หนีไป

กรรณะ : เจ้าไม่เป็นอะไรนะยัยหนู?

??? : ค-ค่ะ....ไม่เป็นไร

กรรณะ : ก็ดี....เจ้าเองก็มีฝีมืองั้นสินะ

??? : แล้วคุณทำได้ยังไง แบบว่าเอามือรับลูกระเบิด!

กรรณะ : อยากจะถามข้างั้นรึ เจ้านั่นมันหนีไปแล้วนะ

ทางด้านเด็กสาวเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบออกมาจากโอบของกรรณะ พร้อมกับมองไปรอบๆ ซึ่งกรรณะก็ชี้ไปที่ตึกตรงข้ามของร้านและเจ้าหมอนั้นก็ปีนบันไดขึ้นไปแล้ว เด็กสาววิ่งออกตัวไป ส่วนกรรณะได้หันมาทางเจ้าของร้านขายดัสต์ที่แอบอยู่ตรงประตูร้าน และเห็นว่าร้านพังยับเลย

กรรณะ : ร้านของเจ้าเสียหายหนักมาก....เจ้าต้องการสิ่งใด?

??? : ร้านของฉันพังหมดแล้วพ่อหนุ่ม คงต้องต้องปล่อยแบบนี้ก่อนเพื่อเอาเงินซ่อมร้าน

จากนั้นกรรณะก็ได้แบมือออก และในมือของกรรณะก็ปรากฏข้อมือทองสามเส้นที่ส่องประกายจนแทบจะแสบตาอยู่แล้ว ด้วยความที่กรรณะเขาเป็นวีรบุรุษผู้ซึ่งมีน้ำใจมากที่สุด เขาจึงยกข้อมือทองให้ตาแก่

กรรณะ : นี่จะทำให้เจ้าสามารถหาเงินซ่อมร้านได้

??? : ขอบใจนะพ่อหนุ่ม เป็นคนดีจริงๆ

และกรรณะก็หันขึ้นไปที่ด่านฟ้า พร้อมกับกระโดดขึ้นไปแบบชิวๆ และเมื่อเขาขึ้นมาถึงด่านฟ้าเรียบร้อย สิ่งที่เห็นตอนนี้ก็คือได้มียานบินลำหนึ่งโผล่ออกมาพร้อมกับที่ชายชุดขาวก็กระโดดขึ้นยานไปก่อนที่จะมีใครบางคนที่อยูในเงามืดโจมตีมา แต่ก็มีคนช่วยแม่หนูชุดแดงไว้



เป็นหญิงสาวในชุดขาวยาวสีดำ มีผ้าคลุมสีม่วงที่ดูขาดๆปลิวไสวไปตามแรงลม ผมสีทองที่รวบไว้เป็นพวงตรงหลังหัว ดวงตาสีเขียวอ่อนที่มองผ่านแว่นตาขนาดเล็ก ในมือถือแส้สีดำ หญิงสาวขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะตวัดแส้มือ เวทย์มนต์สีม่วงลูกเล็กๆจำนวนนึงโจมตีเข้าตรงส่วนยาน ส่งผลให้ยานอีกฝ่ายเริ่มโคลงเคลง

??? : เราเจอนักล่าเข้าแล้ว!

ชายชุดขาวตะโกนบอกคนขับที่เป็นผู้หญิงในชุดกระโปรงสีแดง หญิงสาวลุกจากเบาะคนขับและปล่อยให้ชายชุดขาวขับต่อแทน และหญิงสาวในชุดขาวดำยิงเวทย์มนต์ไปตรงเหนือท้องฟ้าของยาน มีหมู่เมฆจำนวนมากก่อตัวเหมือนเป็นเมฆฝนเรื่อยๆ

จากนั้นหญิงสาวชุดกระโปรงสีแดงยิงไฟออกตรงบริเวณทั้งสองคนยืนอยู่จนเกิดระเบิดขึ้น แต่ส่วนบริเวณที่เกิดระเบิดมีเศษอิฐเศษปูนจำนวนนึงกระจัดกระจายไปทั่ว หญิงสาวใส่แว่นก็ใช้เวทย์สร้างเป็นเหมือนกับหอกยาวและยิงไปหายานที่ลอย หญิงสาวบนยานยิงไฟทำลายหอกจนชิ้นส่วนกระจัดกระจาย แต่ชิ้นส่วนพวกนั้นกลับฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็วและแตกตัวโจมตีส่วนอื่นๆของยานไป หญิงสาวบนยานระเบิดพลังไฟออกมาจนเศษชิ้นส่วนที่ปลิวว่อนในอากาศหายไปเพราะถูกเผาไหม้ในทันที

ทางเด็กสาวชุดแดงเปลี่ยนอาวุธเคียวของเธอเป็นปืนพร้อมกับกระหน่ำยิงคนที่อยู่ตรงทางเข้ายานอย่างไม่ยั้งมือ ทางหญิงสาวบนยานยกมือกันได้ทุกนัด ก่อนจะใช้มืออีกข้างเสกเสาไฟขึ้นมาตรงบริเวณที่คนด้านล่างอยู่ แต่ทว่าเปลวไฟที่พุ่งขึ้นมาได้ลอยไปด้านหลังและไปอยู่ที่มือของกรรณะ

กรรณะ : เวทย์เมื่อหลายร้อยปีก่อน....ยังมีมนุษย์ที่มีเวทย์เหลืออยู่อีกสินะ- ไม่ใช่คงเป็นเพราะซาเลม....



กรรณะพูดจบก็ใช้เปลวไฟที่อยู่ในมือยกขึ้นมาและเป่าไปที่ยานของสาวชุดแดง และยิงเป็นเปลวไฟพุ่งเข้าไปใส่ยานจนเกิดรอยไหม้จำนวนมาก ซึ่งเขาก็ไม่ได้เอาถึงกับยานตก แต่สาวชุดแดงนั่นตกใจอย่างมากก่อนที่จะพยักหน้าบอกให้ชายชุดขาวขับยานหนีไป

ทางด้านของกรรณะตอนนี้ก็ไม่อยากจะแสดงฝีมืออะไรมากมายนัก เพราะมันจะโดดเด่นเกินไปและจะทำให้พวกมนุษย์สงสัยกับตัวตนของเขามากขึ้น และมันก็ยังทำให้เขารู้ว่าโลกนี้ยังเหลือเวทย์มนต์อยู่ จากนั้นทางเด็กสาวชุดแดงก็วิ่งมาหาสาวแว่น

??? : คุณเป็นนักล่าเหรอ? งั้น..ขอลายเซ็นได้ไหมคะ?!

??? : เอาล่ะ! พวกเธอสองคนช่วยตามฉันมาด้วยนะ

ห้องนึง ที่ไหนสักที่

ภายในห้องแห่งความลับที่มีเพียงแค่แสงไฟส่องลงมาตรงโต๊ะที่ตั้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งก็มีเด็กสาวฮู๊ดแดงกำลังนั่งด้วยสีหน้าที่ดูผิดหวัง โดยมีสาวแว่นกำลังเทศน์ยาวอยู่ โดยกรรณะก็กำลังศึกษาเกี่ยวกับอารมณ์ของมนุษย์แต่ละคนอยู่ เช่นเธอคนนี้....

??? : เธอคงจะรู้นะว่าวีรกรรมของพวกเธอเมื่อคืนนี้ มันสิ้นคิดแค่ไหน ที่เอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้นน่ะ

??? : พวกมันเริ่มก่อนนะ

กรรณะ : นางพูดถูก....

??? : ถ้าให้ฉันตัดสินละก็ พวกเธอจะถูกส่งกลับบ้านพร้อมลูบหลังเบาๆ และหวดสักทีนึง!

เพี๊ยะ!

??? : เย้ย!

แส้มือฟาดลงกลางโต๊ะ ทำเอาเด็กสาวแทบสะดุ้งโหยง ส่วนกรรณะก็หน้าตายเหมือนเดิม

??? : เอาล่ะ ตอนนี้มีคนๆนึงอยากพบพวกเธอ

มีเสียงเปิดประตูเข้ามาและก็มีชายในชุดคลุมดำ เสื้อด้านในสีเขียว ผมสีขาว ดวงตาสีดำปนน้ำตาลพร้อมแว่นดำ ในมือถือจานคุกกี้มาพร้อมกับแก้วกาแฟมานั่งที่โต๊ะข้างหน้าของทั้งสองคน ทางกรรณะก็เบิกตาเล็กน้อยเพราะเขาเองก็รู้ว่าใครในอดีต

??? : รูบี้ โรส....

กรรณะ(ความคิด) : ออซม่า....ไม่ใช่....

???(ความคิด) : ท่านกรรณะจริงๆ สินะครับ ไว้เราค่อยคุยกันส่วนตัว....

อีกฝ่ายโน้มตัวมองรูบี้และกรรณะ

??? : เธอมีดวงตาสีเงิน....ส่วนคุณดวงตาสีฟ้าเหมือนใบมีด

รูบี้ : เอ่อ...คะ?

รูบี้เริ่มเลิ่กลั่กและทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องมาที่ดวงตาขนาดนั้น ก่อนที่เขาจะเริ่มตั้งคำถามกับแม่หนูน้อยหมวกแดงก่อนว่าเธอมีความสามารถและอาวุธมาจากไหน ผ่านวีดีโอที่คล้ายกับแทบเล็ตที่สาวแว่นกำลังถืออยู่ และสิ่งนั้นทำให้กรรณะประหลาดใจมากทีเดียว

รูบี้ : ซิกนอล อะคาเดมี่

จากนั้นรูบี้ก็เริ่มหยิบคุกกี้บนโต๊ะเข้าปากแบบรัวๆ จนกรรณะสงสัยว่านางไม่กลัวติดคอเลยหรือไง จนเขาสอบถามเกี่ยวกับอาวุธและคนสอน ซึ่งก็เป็นคนรู้จักของเขาเช่นกัน และที่ได้คำตอบก็คือเธออยากจะเป็นฮันเตอร์นั้นเอง ซึ่งเธอต้องการที่จะช่วยเหลือผู้คน และความไร้เดียงสาของเธอทำเอากรรณะอึ้งไปเล็กน้อย

??? : เข้าใจละ....แล้วเธอรู้มัยว่าฉันเป็นใคร?

รูบี้ : คุณคือศาตราจารย์ออซพิน ผู้อำนวยการใหญ่ของบีคอน

ออซพิน : งั้นเธออยากเข้าเรียนที่โรงเรียนฉันไหม?

รูบี้ : มากที่สุดเลยค่ะ

ออซพิน : เป็นอันตกลงนะ

หลังจากนั้นออซพินก็ได้ให้รูบี้และกลินด้าออกไปข้างนอกก่อน ซึ่งตอนนี้ก็เหลือเพียงกรรณะ และเขาเท่านั้น ออซพินได้ลุกขึ้นมาพร้อมกับลุกเข่าลงตรงหน้าของกรรณะ ซึ่งกรรณะเองก็ไม่แปลกใจเพราะมีแต่คนที่รู้จักเขาเท่านั้นที่จะทำแบบนี้

ออซพิน : ท่านกรรณะสบายดีใช่ไหมขอรับ?

กรรณะ : ลุกขึ้นเถอะออซม่า....ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกว่าออซพิน....

จากนั้นออซพินก็ลุกขึ้น และทั้งสองก็เริ่มต้นการสนทนา

ออซพิน : อะไรที่ทำให้ท่านถึงมาที่โลกหลังจากหลายร้อยปีก่อนขอรับ?

กรรณะ : ข้าแค่เบื่อ....และข้ากำลังทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ นั่นคือการตามหาความรู้สึกของมนุษย์

ออซพิน : ท่านต้องการใช้ชีวิตแบบมนุษย์?

กรรณะ : เดาใจข้าได้ไม่เคยเปลี่ยน....เจ้ายังคงตามหาเครื่องรางทั้งสี่ไม่ได้ใช่ไหม?

ออซพิน : ท่านรู้สินะขอรับ

กรรณะ : เจ้าต่อสู้กับซาเลมมาเป็นเกือบร้อยครั้งและตายทุกครั้ง ข้ายังไม่เห็นเลยว่าเจ้าจะมีแผนอะไรเพื่อที่จะจัดการกับนางได้....

ออซพิน : ผมไม่มีแผนขอรับ....นางแข็งแกร่งเกินไปเพราะความเป็นอมตะ

กรรณะ : นั้นข้าเข้าใจ....ข้าเองก็ถูกท่านพ่อลดพลังลงหลังจากศึกเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทำให้ข้าในตอนนี้ก็ไม่ได้มีพลังอะไรมากเหมือนเมื่อก่อน ข้าเองก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหน้าที่ของเทพแห่งแสงและเทพแห่งความมืดที่มอบให้เจ้าแน่นอน

ออซพิน : รับทราบขอรับ....

กรรณะ : ข้าได้ยินที่เด็กสาวคนนั้นบอกว่าเจ้าเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสินะ

ออซพิน : ใช่แล้วขอรับ อย่างที่บอกไป โรงเรียนที่สอนให้เหล่าเด็กพวกนี้กลายฮันเตอร์ เพื่อช่วยเหลือผู้คนจากพวกกริมม์

กรรณะ : เข้าใจแล้ว....จะเป็นอะไรไหมถ้าข้าจะขอเข้าด้วย

พรวดดดด!!!!!

ในตอนนั้นออซพินถึงกับพรวดออกมาจากกาแฟที่เขากำลังดื่มอย่างไม่ทันตั้งตัว ใช่แล้วสิ่งที่เขากำลังได้ยินก็คือคำพูดของบุตรแห่งพระอาทิตย์ที่จะขอเข้าโรงเรียนของเขา ซึ่งกรรณะก็บอกกับเขาว่าเขาต้องการตามหาความรู้สึกของมนุษย์ให้กับตัวเอง และไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเขาเป็นเทพ

ออซพิน : ผมเข้าใจแล้ว....คุณแน่ใจนะว่าจะเข้าโรงเรียนของผม?

กรรณะ : แล้วอะไรที่เจ้าคิดว่าข้าไม่มั่นใจล่ะ....อีกอย่าง ซาเลมกำลังจะเดินเบี้ยในอนาคตแล้วนะ

ออซพิน : ทราบขอรับ....ถ้าท่านต้องการ ผมก็จะจัดการให้คุณเป็นอาจารย์-

กรรณะ : ข้าต้องการนักเรียน และข้าต้องการเรียนรู้คำพูดและภาษาของมนุษย์ในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

เวลาต่อมา

หลังจากคุยกันเสร็จเรียบร้อย กรรณะก็ได้สลายหายไปเพราะต้องการไปไหนสักแห่ง ในขณะนั้นเองกลินด้าก็เข้ามาพร้อมกับตกใจเพราะกรรณะหายไปและไม่มีใครออกจากห้องเลย

กลินด้า : เขาไปไหนแล้วคะ ชายผิวซีดเหมือนแวมไพร์คนนั้น?!

ออซพิน : เขาไปแล้ว....และเขาจะเข้าโรงเรียนของผมด้วย

กลินด้า : อะไรนะคะคุณออซพิน?! เขาดูอันตรายเกินไปไหม แถมฉันถามเกี่ยวกับพลังเวทย์ของเขา เขาก็ไม่ยอมตอบ เขาดูเป็นคนที่มีความลับเยอะมาก

จากนั้นออซพินก็เดินไปตรงหน้าต่างที่มีแสงของดวงจันทร์ส่องเข้ามา พร้อมกับแก้วกาแฟของเขา

ออซพิน : กลินด้า....คุณจำเรื่องมหาสงครามเทพเมื่อหลายร้อยปีก่อนที่ผมเล่าให้คุณฟังได้ไหม?

กลินด้า : ค่ะ เรื่องเล่าของคุณ-

ออซพิน : ประเด็นคือมันไม่ใช่เรื่องเล่า....

อีกด้านนึง

สลับมาทางฝั่งของแม่หนูน้อยหมวกแดง รูบี้ โรส ในขณะที่เธอกำลังเดินกลับห้องพักของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆ เธอก็ต้องสะดุ้งเพราะกรรณะได้โผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว และด้วยความสูงที่ต่างกันโครตๆ ทำให้กรรณะต้องก้มตัวลงมามองเธอแทน

รูบี้ : คะ-คุณแวมไพร์! ตกใจหมดเลย มาได้ยังไงเนี่ย?!

กรรณะ : ทำไมเรียกข้าแบบนั้น?

รูบี้ : ก็ผิวคุณมันซีดเหมือนแวมไพร์จริงๆ นี่น่า แถมดูแล้วอายุก็น่าจะพอๆ กับคุณออซพินซะด้วย....ว่าแต่ตอนนั้นคุณใช้ไฟนี่น่า ได้ทำได้ยังไง?!

กรรณะ : มันเป็นพลังของข้า....เจ้าชื่อรูบี้ โรส สินะ

กรรณะพูดพร้อมกับยื้นหน้าเข้ามาหาเด็กสาวใกล้ๆ จนทางด้านของรูบี้เองก็เริ่มกระตุกเล็กน้อยกับการที่โดนผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้กำลังจ้องหน้า

รูบี้ : ค-คะ!

กรรณะ : ดวงตาของเจ้า ความใสซื่อและไร้เดียงสา แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความที่ต้องการจะช่วยเหลือผู้คนที่ตัวเองต้องการ เพื่อปกป้องคนสำคัญ....ข้าเห็นมันทั้งหมด....ไว้เจอกันพรุ่งนี้ละกัน.....

จากนั้นกรรณะก็สลายหายไปต่อหน้าของรูบี้ จนเธอสตั้นไปทันทีและก่อนที่เธอจะคิดว่าเขาเป็นผีพร้อมกับวิ่งกลับห้องพักด้วยความกลัวเหมือนหนังสยองขวัญ ดูเหมือนว่ากรรณะจะลืมไปว่าคนที่นี่เขาไม่ชินกับการที่มีใครที่สามารถวาร์ปไปมาได้นะ


โปรดติดตามตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #54 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:44
    ไม่โดดเด่นเลยจิงๆ ใช้มือเปล่ารับกระสุน แถมพูดแต่ละคำเหมือนกลัวไม่รู้ว่าฉันคือเทพ🤣🤣🤣
    #54
    2
    • #54-1 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 2)
      5 กันยายน 2563 / 23:02
      ระเบิดๆ มะใช่กระสุนพิมผิด
      #54-1
    • #54-2 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 2)
      5 กันยายน 2563 / 23:02
      ระเบิดๆ มะใช่กระสุนพิมผิด
      #54-2
  2. #48 MrDragonTree (@BillKungNaJaEIEI) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 21:10
    เปิดเรื่องแบบไม่โดดเด่นจริงจริง
    #48
    0
  3. #20 iN3310K (@iN3310K) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 23:41
    ไม่โดดเด่นเลยจ่ะ (ประชด)
    #20
    0
  4. #12 WelshDargon (@WelshDargon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 00:09

    อย่างหล่อ เนื้อเรื่องจะเป็นไงต่อไปต้องติดตาม

    #12
    0