[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 16 : Secret of the Basement

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    12 ก.ย. 63

ห้องของกรรณะ

หลังจากงานเลี้ยง ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะไม่ได้มีแต่เต้นรำคู่เท่านั้น ยังมีการแข่งเต้นดวลกันอีกด้วย ซึ่งทีม JNPR ก็มากันครบ แต่ทว่าเพียร์ร่าต้องนั่งรถเข็นมาแทน ซึ่งกว่าจะเลิกงานก็ดึกกันมากๆ จนตอนนี้ทุกคนได้แยกย้ายกันกลับห้องพัก

ส่วนทางด้านของกรรณะได้กลับมาที่ห้องของตัวเอง ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกได้ว่าเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น แต่เขาก็วางใจได้ระดับนึง ซึ่งหลังจากงานเลี้ยงเขาก็ได้กลับมาที่ห้องและจัดการอาบน้ำเพื่อความสบายตัว พร้อมกับออกมาจากห้องน้ำด้วยกางเกงขายาวสีดำตัวเดียว โดยไม่ใส่เสื้อ

กรรณะ : รอข้านานไหม?

??? : ม-ไม่เลยค่ะ.....

ลืมบอกไปว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง ซึ่งภายในห้องของเขากำลังมีหญิงสาวหูแมวที่อยู่ในชุดนอนตัวโปรดของเธอพร้อมกับกำลังนั่งกอดหมอนใบสีขาวอยู่บนเตียงด้วยอาการเขินอายสุดๆ แน่นอนว่าหลังจากงานเลี้ยงเลิก เบล็คก็ไม่ได้กลับห้องของทีม


กรรณะ : เจ้าไม่ได้บอกทีมของเจ้าก่อนเหรอ?

เบล็ค : ไม่เป็นไรหรอก....หวังว่านะ

ในตอนนี้กรรณะกำลังพบว่าตัวเองกำลังจ้องมองลูกแมวที่น่ารักของเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเตียง พร้อมกับชุดนอนของเธอที่ทำให้เห็นขาอันเรียวยาวของนางชัดมากๆ จนสุดท้ายเขาได้เข้าไปใกล้เธอพร้อมกับดึงหมอนที่เบล็คกอดออกวางข้างๆ

ทางด้านของเบล็คเอง เธอก็ได้มองตั้งแต่หัวยันล่างแถมยังกลืนน้ำลายเรื่องซิกแพคของเขาด้วย ตอนนี้หน้าของเธอก็แดงไปหมด จากนั้นกรรณะก็จับไหลของเบล็คทั้งสองข้างก่อนจะดันตัวเบล็คจนเธอลงไปนอนลงกับเตียง

และตอนนี้กรรณะก็ขึ้นคร่อมเธอทันที ไม่ช้าริมฝีปากของเขาก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของเธอและเบล็คก็หลับตาทันที กรรณะเริ่มใช้ลิ้นสอดแทรกทุกซอกทุกมุมของปากเธอและเขาก็ทำไปสักพักก่อนที่เขาจะล้วงเข้าไปในชุดนอนของเธอและสงสัยเล็กน้อย

กรรณะ : เจ้ายังใส่ยกทรงตอนนอนอยู่อีกเหรอ?

เบล็ค : ม-มัน....ชินนี่น่า.....

กรรณะ : งั้นถ้าข้าทำแบบนี้....

ทันใดนั้นกรรณะได้ดึงยกทรงสีดำลายเส้นสีขาวของเบล็คออกมา จนทำเอาเธอตกใจพร้อมกับร้องเสียงแมวออกมา บวกกับหน้าแดงแบบสุดๆ แถมเขาเล่นดึงออกมาเลยด้วย

เบล็ค : เดี๋ยว นั่นมันยกทรงตัวโปรดของฉันนะ-

ยังไม่ทันที่เธอจะโวยวายต่อ กรรณะก็ได้ประกบปากของเธออย่างรวดเร็ว และการทำกิจกรรมระหว่างเทพและฟอร์นัสแมวก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีเสียงร้องของเบล็คดังไปทั่วห้องพักของกรรณะ ด้วยพลังของเทพนั้นทำเอาเบล็คแทบจะปิดปากของตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ ทางกรรณะเองเมื่อได้เห็นสีหน้าของแมวน้อยตอนนี้ก็ทำเอาเขาหยุดไม่ได้เช่นกัน จนพวกเขาทั้งสองก็ทำกิจกรรมเสร็จก็ใช้เวลาไป 2 ชั่วโมงกว่า

จนกระทั่งมีบางอย่างแปลกไป....

เบล็ค : แฮ่ก.....แฮ่ก.....เดี๋ยว.....เมื่อกี้.....คุณปล่อยข้างในเหรอ?

กรรณะ : ใช่....ข้าทำ.....เจ้าหมายความว่าอะไร?

ในตอนนั้นเบล็คเบิกตากว้างทันที สีหน้าของเธอนั้นสังเกตได้ว่าเธอกำลังตกใจสุดขีดกับเรื่องที่เธอดันลืมบอกกับเขาในวันนี้ว่าไม่ปลอดภัย.....

เบล็ค : พวกเราทำพลาดครั้งใหญ่ไปแล้วนะคะ!

ก่อนหน้านั้น

ตัดมาที่เหตุการณ์ก่อนที่งานเลี้ยงจะเลิก รูบี้ได้ติดตามบุคคลปริศนาและกำลังจะมุ่งหน้าไปที่ CCT เพียงคนเดียวพร้อมกับเคียวคู่ใจของเธอ และเมื่อเธอมาถึงก็พบว่าระหว่างทางก็มีทหารของแอสลาสนอนเต็มไปหมด พวกเธอจึงตัดสินใจไปที่ลิฟท์ พอเมื่อคุณเธอกดเรียกลิฟต์มาก็พบว่ามันมาจากชั้นบนสุดของที่นี่

และขณะเดียวกัน สายลับสาวปริศนาคนนั้นก็แฮ็คข้อมูลบางอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ช่วงนั้นเป็นตอนที่ประตูลิฟท์เปิดพอดี อีกฝ่ายก็เลยรีบหลบทันทีตรงช่วงแถวที่มีโต๊ะคอมพิวเตอร์ตัวอื่นๆที่ไม่ได้เปิดไว้

รูบี้ : หวัดดี....นี่แผนกไอทีใช่มั้ย? พอดีฉันลืมพาสเวิร์ดเอาไว้ที่นี่น่ะ

และในตอนนั้นเอง ที่สายลับสาวคนนั้นก็ค่อยๆ โผล่ออกมาอย่างช้าๆ อย่างไม่เกรงกลัวรูบี้เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่รูบี้ก็เสียเปรียบเพราะส้นสูงของเธอ



รูบี้ : ขอโทษนะ....คุณเป็นใคร?

ดูเหมือนว่าสายลับคนนั้นมองมาที่รูบี้ก่อนที่เธอยิ้มตอบก่อนจะใช้ดัสต์ระเบิดปามาทางรูบี้ ซึ่งรูบี้ก็ได้ตีลังกาหลบแรงระเบิดไว้ได้ทันเวลา แบบเฉียดๆ

ทางรูบี้รีบยิงปืนไปทางสายลับคนนั้น แต่อีกฝ่ายก็ใช้มือเปล่าปัดกระสุนได้อย่างสบายๆ ก่อนชุดอีกฝ่ายจะมีบางอย่างเปลี่ยนสีส้มตามจุดต่างๆ แล้วก็ธนูโผล่ขึ้นมาบนมือพร้อมกับยิงคันศรออกไปสามดอกพร้อมกันเป็นสีส้มเหมือนไฟ

เฟี้ยวววววว!!!!!!!!!!!

ตู้มมมม!!!!

ทันใดนั้นได้มีศรธนูสีฟ้าจำนวน 3 ดอกพุ่งเข้ามาปะทะกับศรสีส้มของหญิงสายลับ ทำให้ระเบิดกลางอากาศ และละอองสีฟ้าได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าของรูบี้และหญิงสายลับ และคนที่โผล่มาก็คืออรชุนในชุดปกตินั้นเอง โดยในมือของเขาก็คือธนู

รูบี้ : คุณอรชุน!

อรชุน : เจ้าไม่ควรมาคนเดียวนะรูบี้....

รูบี้ : แต่ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะขโมยบางอย่างไป!

ทั้งหญิงสาวสายลับเมื่อได้เห็นอรชุนก็ตาเบิกกว้างเล็กน้อย ซึ่งอรชุนเองก็เล็งธนูไปที่เธอด้วยสายตาที่เย็นชา แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะบวกกันนั้นเอง ในตอนนั้นเองที่ประตูลิฟท์เปิดมาและคนที่อยู่ในนั้นก็เป็นไอร่อนวู๊ดนั่นเอง พอเมื่อทั้งสองหันกลับไปในที่ที่สายลับปริศนาอยู่ อีกฝ่ายก็หายไปแล้ว

เช้าวันต่อมา

หลังจากวันที่งานเต้นรำจบลงเมื่อคืน ตอนนี้กำลังเกิดเรื่องตึงเครียดภายในห้องทำงานของศาสตราจารย์ออซพิน โดยมีกลินด้ากับไอร่อนวู๊ดอยู่ด้วย

เจมส์ : พวกนั้นมาที่นี่....ออซ

กลินด้า : ทางเราตระหนักเรื่องนั้นแล้วค่ะ ขอบคุณมากเจมส์

เจมส์ : วิเศษมาก พวกคุณตระหนักเหรอ ตอนนี้เราควรทำอะไรสักอย่างหรือควรจะอยู่เฉยๆโดยไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างงั้นสิ?!

กลินด้า : แต่ตอนนี้เรายังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่เราจะเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้านะท่านนายพล

ในตอนนั้นเองก็มีเสียงลิฟท์ดังขึ้น

ออซพิน : เข้ามาได้

จากนั้นประตูลิฟท์ก็เปิดออก และเป็นรูบี้เข้ามาในห้องพร้อมกับอาวุธของเธอ

รูบี้ : ขอโทษค่ะ หนูมาช้าไปหน่อย พอดีมีคนตั้งใจกดปุ่มลิฟต์ทุกชั้นตอนขึ้นมาน่ะค่ะ.....

ออซพิน : ขอบคุณที่มาคุณโรส เธอโอเคนะ?

รูบี้ : โอเคมั้งคะ? จะดีกว่าถ้าไม่จับคนใส่หน้ากากพลาดไป 3 ครั้งติด

คำพูดของรูบี้ทำเอาเจมส์ ส่ายหน้าช้าๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

เจมส์ : รูบี้ โรส....ฉันควรบอกให้เธอรู้ไว้ถึงสิ่งที่พวกเธอทำเมื่อคืน นั่นคือสิ่งที่นักล่าสมควรทำ พวกเธอสังเกตเห็นความผิดปกติ พวกเธอลงมือและพวกเธอก็ทำสุดความสามารถแล้ว

ออซพิน : ตอนนี้ท่านนายพลได้แจ้งข้อมูลที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวานกับทางเราเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้บางที เราสงสัยว่าพวกคุณมีอะไรจะเพิ่มเติมมั้ยครับ?

กลินด้า : มีคนอื่นอีกมั้ย? หรือดูคล้ายใครหรือเปล่า?

รูบี้ : หนูไม่ทราบจริงๆ ค่ะศาสตราจารย์ เพราะอีกฝ่ายสวมหน้ากากและไม่ได้คุยกับหนูเลย แต่ว่าอีกฝ่ายสามารถปล่อยเศษแก้วได้ หนูไม่คิดหรอกว่านั่นจะเป็นพลังที่แท้จริงของอีกฝ่ายแน่นอน เสื้อผ้าอีกฝ่ายสว่างเมื่ออีกฝ่ายต่อสู้

กลินด้า : เศษแก้วงั้นเหรอ? ฟังดูคล้ายผู้หญิงที่ฉันสู้ด้วยในคืนที่เราพบรูบี้

รูบี้ : เอ่อคือ....เป็นไปได้มั้ยคะว่าคนๆนี้เกี่ยวข้องกับโรแมน หรือเขี้ยวขาว?

หลังจากที่รูบี้ยกมือถาม ทุกคนก็หันมาทางแม่หนูน้อยหมวกแดงทันที

ออซพิน : ก็เป็นไปได้ แต่ยังขาดหลักฐานที่จะเชื่อมโยงทั้ง 2 ฝ่ายอยู่

รูบี้ : จริงๆแล้ว....หนูว่าเธอพูดอะไรบางอย่างที่ซ่อนหรืออะไรนี่แหละ ที่ตะวันออกเฉียงใต้ นอกอาณาจักรนี่เอง

ออซพิน : น่าสนใจ....

ออซพินพูดกับรูบี้เหมือนกับรู้ว่าเธอไปทำอะไรบางอย่างมาก จนกลินด้ากลับจับพิรุธของรูบี้ได้

กลินด้า : ไหนเธอบอกว่าผู้บุกรุกไม่เคย-

ออซพิน : ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ คุณโรส ทำไมคุณไม่ไปใช้เวลากับทีมของคุณล่ะ ยังมีวันที่ยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้านะ  ตอนนี้เราได้ข้อมูลตามที่เราต้องการแล้วคุณโรสไปได้เลยครับ

รูบี้ : ขอบคุณค่ะ

หลังจากนั้นทั้งหมดก็เดินเข้าไปในลิฟท์ และเมื่อเธอเดินมาถึงโถงทางเดินเพื่อที่จะกลับไปที่ห้องพัก เธอได้มาเจอกับสองคนที่กำลังเดินมาจากทางเดียวกัน นั้นคือกรรณะและเบล็คนั้นเอง ซึ่งดูเหมือนว่าเบล็คจะมีสีหน้าไม่ดีเล็กน้อย

รูบี้ : เฮ้ เบล็ค เมื่อคืนเธอไม่ได้กลับห้องนะ

เบล็ค : อ-อืม....แค่ไป-

รูบี้ : เช้านี้เจอแต่เรื่องเลย ไว้ไปถึงห้องแล้วจะเล่าให้ฟัง คุณกรรณะก็ไปด้วยก็ได้นะ

ห้องทีม RWBY

ในตอนนี้ทั้งรูบี้ เบล็คและกรรณะได้เข้ามาในห้องของทีม RWBY ที่เหลือ เพื่อที่จะปรึกษากันกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นเอง ในขณะที่หยางและไวส์ที่อยู่ในห้องก็เข้ามาหาด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย ซึ่งทางเบล็คเองก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญไม่มีใครสงสัยว่าเบล็คไม่กลับห้องเมื่อคืน

หยาง : เกิดกันอะไรขึ้น?

รูบี้ : เอ่อก็....นั่นแหละ แหะๆ ....เอ่อ....เราแค่คุยเรื่องที่ฉันไปเจอบางอย่างมาเมื่อคืน ซึ่งดูเหมือนว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับพวกเขี้ยวขาวแน่นอน ที่กำลังวางแผนอะไรก็ไม่รู้อยู่แถวตะวันตกเฉียงใต้ แต่น่าเสียดายที่คนร้ายมันหนีไปได้

กรรณะ : มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกรูบี้ เจ้าทำในสิ่งที่ทำได้แล้ว

ไวส์ : ก็อย่างว่าแหละ พวกเรามีพลาดกันได้เนอะ?

หยาง : โอ้จริงสิ พ่อเราส่งบางอย่างมาให้น่ะรูบี้

หยางได้เปิดมันออกและก็มีอะไรบางอย่างหล่นลงมาจากกระบอกกลมๆ เป็นก้อนอะไรสักอย่างสีดำเทา ทำให้ทุกคนเพ่งมองไป ก่อนเจ้าก้อนสีดำเทานั่นก็กระโจนใส่กรรณะ

ในตอนนั้นทุกคนก็ถึงกับตกใจยกเว้นกรรณะที่กำลังอุ้มเจ้าสิ่งนั้นอยู่ โดยเฉพาะเบล็คที่โดดไปบนเตียงชั้นสองเลยทีเดียว และสิ่งที่เห็นก็คือ....


กรรณะ : สุนัขเหรอ?

รูบี้ : Zwei!!!

เบล็ค : พ่อเธอส่งหมามาเหรอ?!

ไวส์ : แถมส่งมาในเมลอีก?

จากนั้นกรรณะก็ยื่น สไวน์ คืนให้รูบี้อย่างรวดเร็ว

หยาง : เขาเป็นอย่างนี้ตลอดแหละ

เบล็ค : พ่อเธอหรือหมาเธอ?!

ส่วนไวส์ก็ยื่นหน้าไปใกล้เจ้าสุนัขตัวน้อย

ไวส์ : ช่วยบอกทีเถอะ....เจ้ามอมแมม.....น้ำลายยืด.....งี่เง่า.....จะอยู่กับเราตลอดปายยย โอ้ ได้สิจ๊ะ ได้อยู่แล้ว

หยาง : ทาสหมางั้นสินะ

เบล็ค : ช่วยเอาไปไกลๆจากข้าวของฉันเลย

แล้วจู่ๆก็มีเสียงประกาศจากทางโรงเรียน ให้นักเรียนปีหนึ่งทุกคนไปรวมตัวที่ห้องประชุมในตอนนี้
รูบี้ปล่อย Zwei ลง ดูเหมือนมันจะสนใจเบล็คที่หลบอยู่เป็นพิเศษมาก กรรณะที่เห็นแบบนั้นก็นึกสนุกได้ขณะที่คนอื่นๆ เริ่มทยอยออกจากห้องไปแล้วยกเว้นรูบี้ที่ยังอยู่ ตัวเขาได้เดินไปอุ้ม Zwei ขึ้นมา

เบล็ค : กรรณะเอามันออกไป!

กรรณะ : ดูเหมือนว่าแมวจะไม่ถูกกับหมาสินะ....สมมติว่าถ้าข้าเป็นฟอร์นัสสุนัข เจ้าจะรังเกียจข้ามั้ย?

เบล็ค : ฉันไม่รังเกียจนายหรอกแบบนั้นน่ะ และอย่าเอาเทพแบบนายไปเปรียบกับหมาแบบนั้นสิ!!!

รูบี้ : น่าๆ เดี๋ยวก็ชินเอง

หลังจากนั้นทุกคนก็เดินออกจากห้องเพื่อไปที่หอประชุมใหญ่ โดยรูบี้ได้ออกเป็นคนสุดท้ายพร้อมกับมองหน้าของ Zwei และคิดอะไรบางอย่าง

ส่วนทางด้านของกรรณะนั้น ได้รับข้อความโทรจิตจากออซพินว่าต้องการให้เขาไปรอที่ห้องทำงานของเขา ในขณะที่เขาจะไปพูดแนะนำเหล่านักเรียนแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับภารกิจที่พวกเขาจะได้ออกไปทำข้างนอก ซึ่งแน่นอนว่ากรรณะและอรชุนจะไม่ได้ไปด้วย

ห้องทำงานของออซพิน


(เป็นช่วงที่พวกรูบี้ออกยานไปเรียบร้อย)

ในตอนนี้เวลาได้ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมงของการกล่าวเปิดพิธีเล็กน้อย ทางด้านของสองพี่น้องเทพได้จัดการหาหนังสือในห้องของทำงานของออซพิน ที่เปรียบเหมือนกับห้องสมุดเล็กๆ โดยกรรณะได้นั่งอยู่บนบันไดหนังสือพร้อมกับอ่านเรื่องราวต่างๆ ซึ่งอรชุนก็อ่านอยู่ด้านล่าง จนกระทั่ง....

ออซพิน : ขอบคุณพวกคุณสองคนมากนะขอรับที่รอ การกล่าวงานข้างนอกค่อนข้างจะติดขัดนิดหน่อย

อรชุน : พวกข้าไม่มีปัญหาอะไรหรอก....ว่าแต่เจ้าเรียกพวกเราสองคนมาที่นี่ทำไม?

ออซพิน : ในฐานะที่บุตรแห่งพระสุริยะเทพทั้งสองได้มาอยู่พร้อมกันแล้ว....กระผมอยากจะให้คุณรู้ความจริงบางอย่างนะขอรับ

กรรณะ : ความจริง?

ตัดภาพมาตอนกลางคืน

ในตอนนั้นกรรณะ อรชุน ออซพินและกลินด้า ลงไปยังชั้นใต้ดินลึกสุดของบีคอนโดยที่ทั้งสองยังไม่ยอมเล่าอะไร จนกระทั่งกรรณะเป็นฝ่ายตั้งคำถามกับออซพิน

กรรณะ : ระหว่างรอลงลิฟต์นี่ พวกเจ้าช่วยบอกรายละเอียดได้รึยัง?

ออซพิน : เฮ้อ....ก่อนที่ตอบคำถามนั้น ประสบการณ์ยาวนานของคุณ....คุณจำเรื่องเกี่ยวกับ Four Maidens ได้สินะขอรับ

กรรณะ : หมายถึงหญิงสาวสี่คนที่มีพลังเวทย์สินะ เรื่องพวกนั้นข้าจะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว

ออซพิน : สงครามใกล้เข้ามาแล้วนะขอรับ ต่อให้คุณเลือกที่จะหลีกเลี่ยง แต่มันเป็นไปไม่ได้ โลกนี้กำลังย่ำแย่ เราต้องการพลังของเทพอย่างพวกคุณ....

อรชุน : ดูเหมือนพลังที่เทพแห่งแสงเคยมอบให้เจ้าจะยังไม่พอสำหรับสงครามสินะ?

ออซพิน : คุณนี่ช่างเหลือเชื่อเหมือนเดิมเลยนะ ใช่ แม้แต่พลังของกระผมก็ไม่อาจเทียบซาเลมได้

เมื่อลิฟต์มาถึงที่หมาย ประตูก็เปิดออก ข้างหน้าของสองเทพ เขาทั้งคู่เห็นผู้หญิงคนนึงอยู่ในแคปซูลอะไรสักอย่าง เธอเป็นสาวผิวเข้มผมสั้นสีน้ำตาล และใบหน้าของเธอมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่อยู่ นามของเธอก็คือเอมเบอร์นั้นเอง โดยพวกเขารู้สึกได้ถึงออร่าที่แสนริบหรี่และพลังบางอย่างที่แตกต่าง



อรชุน : พลังเวทย์อันน้อยนิด....

กรรณะ : จากพลังที่ข้าสัมผัสได้ นางคือ Fall Maidens

กลินด้า : แค่ครึ่งนึงค่ะ มีใครบางคนขโมยพลังของเธอไป โชคดีที่โครวห้ามไว้ทัน แต่ก็ทำให้เธออยู่ในสภาพนี้และเสียพลังไปครึ่งนึง....

อรชุน : เสียพลังเวทย์ไปครึ่งนึง....นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เลยสินะ?

ออซพิน : ถูกต้องขอรับ และนี่ก็คือเครื่องมือของทางแอสลาส แต่ทำได้แค่ประคองพลังชีวิตของเธอเท่านั้น เพราะออร่าของเธอริบหรี่มาก และเท่าที่ได้ยินมา ถ้า Maidens ตายพลังจะส่งต่อไปยังหญิงสาวคนสุดท้ายที่เห็นหรือนึกถึง....

อรชุน : จากลักษณะแล้ว....นางยังขาดประสบการณ์อยู่มาก

กรรณะ : เจ้าต้องการอะไรกันแน่ออซ?

ออซพิน : กระผมแค่อยากจะมั่นใจว่าเราจะเก็บเธอไว้ที่ปลอดภัยได้ในช่วงเวลานี้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่ต้องการพลังของเธอมาหาได้

อรชุน : ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถยุ่งกับชะตาชีวิตมนุษย์ได้....แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือปกป้องนางสินะ?

ออซพิน : นั่นแหละขอรับ....

กรรณะ : ข้าจะทำในสิ่งที่ทำได้....

รุ่งสาง พระอาทิตย์ขึ้น

ในตอนนี้สองพี่น้องแห่งทวยเทพได้มาอยู่บนจุดสูงสุดของบีคอน ซึ่งทั้งสองคนในตอนนี้ก็กำลังอยู่ในร่างของเทพ สถานการณ์กำลังคาดเดายากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้มาก ซาเลมต้องการให้ลูกน้องตัวเองได้พลังของเหล่า Maidens พร้อมกับพวกชิ้นส่วนต่างๆ

อรชุน : ท่านพี่น่าจะไปขอให้ท่านพ่อคืนพลังให้นะครับ

กรรณะ : มันยังไม่หมดโทษของข้าน่ะอรชุน ข้าจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด

อรชุน : แต่ตอนนี้ซาเลมต้องการที่จะทำให้โลกนี้เกิดสงครามเหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อนนะครับ ถ้าท่านพี่ไม่ได้พลังเต็มมา ต่อให้พวกเราสองคนใช้โฮคุ ก็ทำลายคำสาปของนางไม่ได้นะขอรับ

กรรณะ : มันเป็นเพราะโชดชะตาได้กำหนดชะตากรรมของพวกเราเอาไว้แล้วอรชุน และเมื่อถึงแล้วเวลาจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่างเองว่าเรากำลังทำอะไร....



อรชุน : แล้วแต่ท่านพี่ครับ ยังไงข้าก็เคารพการตัดสินใจของท่านพี่....

ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้นเอง สัมผัสบางอย่างทำให้เขาต้องมองลงไปด้านล่าง ซึ่งพวกเขาก็พบกับทีมของชอร์น นอร์ร่าและเรน ที่กำลังอยู่ที่ลานบิน แต่ทันใดนั้นเอง

อรชุน : ท่านพี่ดูนั่น

อรชุนชี้ไปยังเมือง Vale ก็เห็นควันลอยมาจากเมือง Vale และก็มีเสียงไซเรนแจ้งเตือนเหตุดังไปทั่วโรงเรียน ทำให้ทุกคนรู้ว่านี้มันไม่ปกติแล้ว

กรรณะ : เอาล่ะ....ออกไปทำในสิ่งที่สมควรทำกันดีกว่า

อรชุน : รับทราบ



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #60 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 08:47

    แต่งได้สุดยอดเหมือนเดิม ปล.เล่นปล่อยในแบบนี้ไม่ท้องก็ให้มันรู้ไป!!
    #60
    0