[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 15 : Party for God

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    8 ก.ย. 63

ดินแดนแห่งความมืด



หลังจากความเดิมตอนที่แล้ว ที่ซาเลมได้ปลดปล่อยพลังใหม่ของตัวเองพร้อมกับดาบที่สามารถฆ่าเทพได้ และยังทำให้ตัวเองกลายเป็นปีศาจไปมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อที่จะล้างแค้นเหล่าทวยเทพ (นึกถึงเครโทส) ก่อนที่เธอจะลากดาบสีดำปริศนามากลางดินแดนแห่งความมืดนอกปราสาท


(บางคนสงสัยเกี่ยวกับดาบ ในตอนนี้ก็เปรียบเสมือนตัวของซาเลมในจักรวาลนี้ก็คือ ตระกูลเพดดราก้อนรุ่นแรก)

ซาเลม : ตราบใด.......

??? : นายหญิงขอรับ!

ดูเหมือนว่าสมุนของเธออีกสามคนจะวิ่งตามเธอออกมาด้วยเพราะสงสัยว่าเธอกำลังจะไปไหน จนเธอมาถึงในจุดที่ต้องการซึ่งเป็นลานกว้างพอสมควร ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หยิบดาบของเธอขึ้นมาพร้อมกับมองสัญลักษณ์ของดาบเล่มนั้น

ซาเลม : ถ้าข้ายังไม่ผ่านบททดสอบสุดท้าย....ข้าก็ใช้พลังเต็มของดาบเล่มนี้ไม่ได้....

??? : ขอโทษนะขอรับนายหญิง ดาบเล่มนั้นมัน.....

ซาเลม : ดาบแห่งความชั่วร้ายที่เคยมีแสงสว่างมาก่อน....Excalibur Morgan



จากนั้นได้มีออร่าสีดำจำนวนมากโผล่ออกมาจากดาบเอกซ์แคลิเบอร์ปักลงบนพื้นแห่งความมืด ก่อนที่จะมีแสงสว่างสีเหลืองโผล่ออกมาน้อยนิด ซึ่งนี่ก็คือบททดสอบสุดท้ายของซาเลมที่จะได้ครอบครองพลังของดาบเล่มนี้อย่างสมบูรณ์

ซาเลม : ถ้าข้าจะใช้พลังได้อย่างสมบูรณ์....ข้าจะต้องกำจัดแสงสว่างในดาบเล่มนี้ให้หมด......

แสงสว่างสีเหลืองทองที่พื้นได้เคลื่อนที่โค้งไปมาและออกห่างจากจุดของซาเลมพอสมควร ก่อนที่จะไปหยุดอยู่ข้างหน้าของเธอซึ่งไม่ไกลมาก แต่แสงนั่นได้ก่อตัวขึ้นและส่องสว่างขึ้นฟ้าและมีบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากแสงตรงพื้น

สิ่งที่โผล่ออกมาจากแสงสว่างก็คือหญิงสามผมบลอน์ ดวงตาสีฟ้าอ่อนพร้อมกับชุดสมัยก่อนสีขาวคล้ายกับพวกแม่ชีเล็กน้อย พร้อมกับเข็มขัดมณีสีแดงที่เอวดันโดดเด่น ถูกต้องแล้ว สิ่งที่กำลังเผชิญนั้นก็คือซาเลมในร่างมนุษย์เมื่อหลายร้อยปีก่อน



ซาเลม : ข้าต้องจัดการ....

ซาเลมคนปัจจุบันเหมือนจะเริ่มลังเลเล็กน้อยเมื่อได้เห็นตัวตนในอดีตที่ยังมีแสงสว่าง ซาเลมร่างมนุษย์ได้มองมาที่ซาเลมในปัจจุบันพร้อมกับแสยะยิ้ม และได้ยกมือขึ้นมาทำให้ปรากฏพลังสีม่วงและสีเขียวในมือของทั้งสองของเธอ ก่อนที่ลูกบอลเวทย์จะเปลี่ยนเป็นดาบสองเล่ม


ซาเลม : ข้าต้องจัดการนาง.....ข้าต้องชนะตัวเอง.....บททดสอบสุดท้ายของดาบ....

ซาเลมได้เร่งออร่าของตัวเองออกมาทำให้ปรากฏเป็นออร่าสีดำบริเวณรอบตัวพร้อมกับดาบ ก่อนที่เธอจะสะบัดพร้อมกับปล่อยออร่าสีดำพุ่งเข้าใส่ซาเลมในร่างมนุษย์ ทางด้านตัวของซาเลมร่างคนก็แสยะยิ้มและได้ยกมือขึ้นมาข้างเดียวพร้อมกับสร้างบาเรียสีม่วงขึ้นมา

ตู้มมมมม!!!!!!!!!!!

เมื่อพลังดาบของซาเลมพุ่งเข้าไปกระทบกับบาเรีย ทำให้เกิดแรงระเบิดอย่างมหาศาลทำให้มีหมอกควันจำนวนมากปรากฏแถวนั้น ทำเอาเหล่าลูกน้องทั้งสามอึ้งไปพอๆ กัน ก่อนที่ซาเลมเริ่มโฟกัสกับการต่อสู้มากขึ้น

ชิ้ง!!!!!

ซาเลม : หือ?!

ได้มีดาบเวทย์สีม่วงจำนวนสามเล่มพุ่งออกมาจากหมอกควัน ทางซาเลมก็สามารถใช้ดาบปัดเอาไว้ได้ แต่ทว่าทันใดนั้นซาเลมร่างคนก็ได้โผล่ขึ้นมาอยู่กลางอากาศเหนือหัวเธอแล้ว พร้อมกับใช้ดาบคู่ของเธอพุ่งลงมาฟันใส่กลางตัวของซาเลมทันที

ฉัวะ!!!!!!!

ซาเลม : อ๊ากกกกก!!!!!!!

??? : นายหญิง!

ซาเลมถูกฟันจนเลือดสาดออกมา มันสร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างมากถึงจะอมตะก็ตาม ก่อนที่เธอจะโฟกัสและสะบัดดาบใส่ซาเลมร่างคน แต่เธอก็พุ่งหลบออกไปอย่างรวดเร็ว โดยซาเลมร่างคนก็ตีลังกาถอยออกไปอย่างรวดเร็วและตั้งหลักและยิ้มให้ซาเลมปัจจุบัน

ซาเลม(ความคิด) : ไม่อยากจะเชื่อ....ข้ามีพลังใหม่แล้วแท้ๆ แต่กลับสู้ร่างในอดีตไม่ได้งั้นรึ?

ซาเลมในร่างคนได้สะบัดดาบคู่พร้อมบุก จากนั้นทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่กันทันที ทั้งสองคนได้วิ่งเข้าใส่กันพร้อมกับเริ่มฟาดฟันใส่กันอย่างดุเดือด จนทำให้คลื่นพลังของทั้งสองฝ่ายกระเด็นไปทั่วบริเวณ จนทำให้หินถล่มไปหลายจุด

ซึ่งดูเหมือนการต่อสู้ครั้งนี้ ซาเลมร่างคนจะเป็นฝ่ายเป็นต่อซะมากกว่า เธอสามารถหลบการโจมตีของกริมม์ซาเลมได้ แถมยังไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาด้วย ทำให้เธอไม่สามารถเดาอะไรในจิตใจของอดีตตัวเองได้เลย

ซาเลมร่างคนได้พุ่งขึ้นฟ้าพร้อมกับหันมา และได้เสกดาบเวทย์จำนวนหลายสิบเล่มพุ่งเข้าใส่กริมม์ซาเลม โดยทางด้านกริมม์ซาเลมก็ได้พุ่งหลบการโจมตีของซาเลมร่างคนได้อย่างเฉียวเฉียด ก่อนที่เธอจะพุ่งลงมาที่พื้นจนทำให้พื้นที่เหยียบเกิดรอยกระแทกอย่างรุนแรง

ซาเลมร่างคน : ไอซ์ เบลด.....

ซาเลมร่างคนพุ่งนิ่งๆ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายบุกเข้าหาซาเลมอย่างดุเดือด โดยดาบของเธอมีออร่าโผล่ออกมามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเริ่มทำให้กริมม์ซาเลมเริ่มเสียสมดุลขึ้นมาพอสมควร แต่ทั้งสองคนก็ยังคงฟาดฟันดาบใส่กันอย่างดุเดือด

ซาเลม : ฮ้าาาาาา!!!!!!!!

ซาเลมได้ปล่อยออร่าของดาบพุ่งเข้าใส่ แต่ซาเลมในร่างคนก็ได้ยกและแบมือใส่ ก่อนที่จะมีน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาผนึกพลังของซาเลมและระเบิดอัดใส่กริมม์ซาเลมไปเต็มๆ โดยซาเลมในร่างมนุษย์ได้ยืนมองกริมม์ซาเลมด้วยสายตาที่ไม่ใยดี พร้อมกับชี้นิ้วไปหาเธอและยิงพลังออกจากนิ้วทำให้พลังปาดเข้าที่แก้มจนเกิดเลือดไหลออกมา

??? : นายหญิงขอรับ!!!!

และการที่เกิดแผลครั้งนี้ ได้ทำให้ซาเลมโกรธและของขึ้นเป็นอย่างมาก ก่อนที่เธอจะเริ่มปลดปล่อยออร่าแห่งความชั่วร้ายออกมาอย่างรุนแรงจนทำให้เศษหินรอบๆ เกิดลอยตัวขึ้นเพราะพลังของซาเลม ออร่าทั้งหมดได้ออกมาจากทั้งตัวเธอและก็ดาบเล่มนั้น



ซาเลม : ฮึกกกกกกก!!!!!

ส่วนทางด้านของซาเลมในร่างมนุษย์ ก็ได้เอาดาบสองเล่มของเธอมารวมกันพร้อมกับเกิดออร่าสีฟ้าขนาดใหญ่พร้อมบริเวณร่างกายและพื้นที่โดยรอบ ทำให้ตอนนี้พลังของทั้งสองเริ่มต้านกันอย่างดุเดือด จนทำเอาลูกน้องของซาเลมทั้งสามยังต้องหาที่เกาะเอาไว้

ซาเลม : ค้อนแห่งราชาผู้ชั่วร้าย จงเปลี่ยนแสงแห่งรุ่งอรุณ และกลืนกินความสว่างทั้งหมด....

ซาเลมได้ชูดาบสีดำของเธอขึ้นเหนือหัวพร้อมกับเกิดคลื่นพลังสีดำแดงโผล่ออกมาที่มีขนาดมหาศาลและรุนแรงมากขึ้น ส่วนทางด้านของซาเลมร่างคนก็ชูดาบขึ้นเหนือหัวของตัวเองพร้อมกับเกิดออร่าสีทองและสีฟ้าผสมกัน ปรากฏออกมาอย่างรุนแรงเช่นกัน

ซาเลมร่างคน : ลมหายใจของโลกที่หลอมรวมกัน ก่อกลายเป็นแสงแห่งชีวิตที่ส่องประกายขึ้น



ซาเลม : เอ็กซ์คาลิเบอร์ มอร์แกน!!!

ซาเลมร่างคน : โกลเด้นไอซ์คาลิเบอร์!!!

ทั้งสองได้ปล่อยพลังออกจากดาบอย่างมหาศาลและพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด จนทำให้แผ่นดินในบริเวณนั้นหายไปเพราะการทำลายล้างของสองพลังแห่งแสงสว่างและความมืด แต่แน่ที่สุดว่าแสงสว่างได้ค่อยๆ ดันพลังของซาเลมอย่างช้าๆ

ซาเลม(ความคิด) : พลังของเอ็กซ์คาลิเบอร์ไม่ใช่ของเพียงแค่นี้....ที่ปล่อยพลังได้ไม่เต็มที่นั้นเป็นเพราะตัวข้าเอง....ถ้าข้าเอาชนะตัวเองไม่ได้ ข้าจะมีหน้าไปสู้กับกรรณะได้ยังไง?!!!!

ในตอนนั้นพลังแห่งความมืดของซาเลมก็เริ่มดันพลังแห่งแสงกลับอย่างช้าๆ จนทำเอาซาเลมร่างมนุษย์เริ่มเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อย ก่อนที่ซาเลมได้พยายามดันพลังของตนอย่างเต็มที่

ซาเลม : ด้วยตราประกายสิทธิ์ของบัญชาแห่งกายข้า โปรดนำพลังที่แท้จริงมาสู่ข้าด้วยเถิด!!!!!!!

สัญลักษณ์สีแดงบนดาบส่องสว่างขึ้นกว่าเดิม แต่ในขณะที่ซาเลมก็พยายามต้านอย่างสุดความสามารถ จนพื้นในจุดที่เธออยู่เกิดแตกขึ้นมาอย่างรุนแรง และพลังเอ็กซ์คาลิเบอร์แห่งแสงก็ได้ดันพลังของซาเลมอย่างรวดเร็ว จนทำเอาซาเลมสตั้นไปทันทีก่อนที่จะถูกพลังของเอ็กซ์คาลิเบอร์แห่งแสงอัดใส่แบบเต็มๆ

บึ้มมมมม!!!!!!!!!!!!

พลังของเอ็กซ์คาลิเบอร์ได้ระเบิดไปทั่วบริเวณและกระจายไปทั่วบริเวณ และเมื่อแสงสว่างหายไปทั้งหมด ลูกน้องทั้งสามของซาเลมก็ได้มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หลุมขนาดใหญ่ที่เท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ โดยมีซาเลมสองคนอยู่ตรงกลาง

ซาเลม : ดาบของข้าที่ต้องการใส่พลังแห่งความมืด.....ทำไม.....

ซาเลมปัจจุบันได้คุกเข่าอยู่ตรงนั้นพร้อมกับหมดสภาพในการต่อสู้ โดยมีซาเลมร่างคนยืนอยู่ต่อหน้าของเธอ ก่อนที่จะสลายกลายเป็นละอองสีทองและลอยเข้าไปในดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ของซาเลมเหมือนเดิม ทำให้ตอนนี้ดาบเล่มนี้ยังคงมีแสงสว่างอยู่

ซาเลม : พลังตั้งขนาดนั้น....ยังไม่พออีกเหรอ?

ในตอนนั้นซาเลมได้แต่พูดคำนั้นอยู่ซ้ำๆ จนกระทั่งเจ้าฟอร์นัสแมงป่องลูกน้องของเธอก็กระโดดเข้ามา พร้อมกับก้มมองดูนายหญิงของตนพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เป็นห่วงพอสมควร สิ่งที่คิดในหัวตอนนี้ก็คือขนาดตัวตนของตัวเองยังชนะไม่ได้ แค่นี้ก็ยังชนะกรรณะไม่ได้หรอก

คืนงานเลี้ยง ห้องทีม RWBY

หลังจากความเดิมตอนที่แล้ว ในที่สุดงานเลี้ยงเต้นรำก็เริ่มต้นขึ้นเวลาหัวค่ำ ภายในห้องบอลรูมที่ขนาดใหญ่ของบีคอนนั้น ทุกคนก็กำลังสนุกกับงานเลี้ยง ในขณะที่ตอนนี้ไวส์กำลังวุ่นวายกับชุดเดรสที่กรรณะซื้อมาให้เบล็ค ซึ่งตอนแรกเธอจะเคืองเล็กน้อยก็ตาม


ซึ่งในตอนนี้ไวส์อยู่ในชุดกระโปรงราตรีสีขาว เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับที่จะไปร่วมงานปาร์ตี้

ไวส์ : ทีนี้ก็.......เรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะเกินหน้าฉันไปมากเลยนะเนี่ย

เบล็ค : ไม่คิดเลยว่าฉันจะต้องมาใส่ชุดแบบนี้.....

ไวส์ : น่า....กรรณะกำลังรออยู่นะ เอาล่ะ ไปปาร์ตี้กันเลย

ห้องบอลรูม

ตัดสลับมาที่ห้องบอลรูม ในตอนนี้หยางทำหน้าที่ต้อนรับบริเวณประตูอย่างร่าเริง เธออยู่ในชุดราตรีสีขาวและกระทั่งรูบี้เดินเข้ามาในชุดราตรีสีแดงเข้มและสีหน้าที่ไม่มั่นใจนัก เพราะดูเหมือนจะมีปัญหากับเจ้ารองเท้าส้นสูงของเธอนั้นเอง

หยาง : โอ้ น้องสาวเจ๊สวยมากเลย

รูบี้ : เราน่าจะคุยกันหน่อยว่าไวส์รับมือกับของพวกนี้ได้ยังไง?

หลังจากนั้นไม่นานมากนัก ไวส์ก็เข้ามาในงานปาร์ตี้พร้อมกับเบล็ค แน่นอนว่าในตอนนั้นทุกคนได้หันมามองเบล็คเป็นสายตาเดียวเพราะชุดที่เธอใส่ มันเป็นชุดเดรสสีดำกระโปรงยาว ซึ่งเห็นแล้วมันทำให้นึกถึงพวกเจ้าหญิงจากดิสนีย์ยังไงยังงั้นเลย



หยาง/รูบี้ : ว้าว!!!!

ไวส์ : นิ! พวกหล่อนจะตกใจอะไรกัน?!

หยาง : ใจเย็นก่อนไวส์ เราไม่คิดว่าเบล็คจะแต่งตัวแบบนี้

รูบี้ : เธอสวยมากเลยนะเบล็ค ไปเอาชุดมาจากไหนอ่ะ?

เบล็ค : ค-คือว่า.....

หยาง : แหม ไม่ต้องอายหรอก บอกไปสิว่าพ่อเทพซื้อมาให้-

เบล็ค : พอแล้วหยาง แค่นี้ฉันก็รู้สึกอายจะแย่แล้ว

หยางหัวเราะเล็กน้อยชี้ไปข้างหน้า ทั้งคู่หันไปก็พบกับบุคคลสองคนที่ทำเอาคนในงานส่งเสียและพากันซุบซิบทันที โดยคนที่เข้ามาก็ไม่ใช่ใครเลยนอกจากกรรณะและอรชุน ซึ่งการแต่งตัวของทั้งสองถ้าไม่มีใครรู้ว่าเป็นเทพก็คิดว่าพวกเขาเป็นพวกคุณชายชนชั้นสูงมาก


หยาง : โอ้ มาย ก็อต....ดูพวกเขาสิ

ไวส์ : โอ้ กรรณะซัง และคุณอรชุนด้วย.....

รูบี้ : ไวส์ น้ำลาย....

หยาง : แหม เธอน่าอิจฉาจังเลยนะเบล็ค

เบล็ค : อ-อิจฉาอะไร?!

เบล็คเริ่มตะกุกตะกักทันทีเมื่อเห็นกรรณะในชุดแบบนั้น ถ้าจะให้พูดตรงๆ ผู้หญิงทั้งหมดในนี้เธอคือจุดสนใจมากที่สุดในตอนนี้แล้ว ก่อนที่สองพี่น้องจะเดินเข้ามากลุ่มของสาวๆ ซึ่งกรรณะก็กำลังตะลึงอยู่เหมือนกันในตอนนี้และทั้งสองก็ยืนอยู่ต่อหน้ากัน ในขณะที่เบล็คเองก็หน้าแดงเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มค่อยๆ เหมือนกับมะเขือเทศ

กรรณะ : ชุดที่ข้าซื้อให้เหมาะกับเจ้ามากเลยนะเบล็ค

เบล็ค : มันไม่ชินน่ะที่ต้องใส่ชุดแบบนี้ แต่ก็ขอบคุณมากนะ.....นาย.....เองก็หล่อเหมือนกัน....ทำเอาฉันเทียบไม่ติดเลย.....

ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีแสงไฟส่องลงมาตรงกลางของโถงใหญ่ในห้อง พร้อมกับเริ่มมีผู้คนเริ่มเต้นรำกันเป็นคู่และเสียงดนตรีที่เหมาะกับบรรยากาศเป็นอย่างมาก

หยาง : อา ได้เวลาเต้นรำกันแล้ว คุณกรรณะ ทำไมถึงไม่ลองชวนเบล็คไปเต้นดูล่ะ

เบล็ค : วะ-ว่าไงนะ?!

กรรณะ : งั้นเหรอ?

จากนั้นกรรณะก็เดินเข้ามาพร้อมกับโค้งตัวให้กับเบล็ค เอามือซ้ายไขว้หลังแล้วก็ก้มตัวเล็กน้อย แล้วยื่นมือขวาไป ซึ่งเธอก็ประหม่าเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

กรรณะ : ถ้าไม่รังเกียจ เบล็คมาเต้นรำกับข้าได้ไหม?

เบล็ค : อะ-เอ่อ....คือ ฉัน.....ฉันเต้นไม่ค่อยเป็น่ะค่ะ

กรรณะ : ให้ข้าจะสอนให้เจ้าเอง

หยาง : โง่วววว ต่อหน้าผู้คะค่าเลยนะ

รูบี้ : เอาเลยเบล็ค

ไวส์ : รออะไรล่ะ เทพมาขอเต้นด้วยเลยนะ

ทั้งรูบี้และไวส์ก็ดันหลังของเบล็คให้เข้ามาใกล้กรรณะ ซึ่งเธอก็เขินๆก่อนที่จะจับมือของกรรณะและค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ จากนั้นกรรณะก็โอบเอวของเธอไว้แล้วก็เริ่มเต้นรำ และแน่นอนว่าแสงไฟนั่นส่องไปยังบุตรแห่งพระอาทิตย์ที่กำลังเต้นรำกับเบล็ค เหล่าหญิงสาวและชายต่างพูดคุยกันพร้อมกับปนอิจฉาเล็กน้อย

กรรณะ : อะไรกัน เจ้าก็เต้นเป็นนี่น่า

เบล็ค : คือ ก็แค่เคลื่อนไหวตามธรรมชาติ แต่ที่แย่คือฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกกับสายตาคนเยอะๆน่ะค่ะ

กรรณะ : แต่สำหรับข้านั่น เจ้าไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้นก็ได้

เบล็ค : งั้นเหรอคะ อุ๊บ-ดีจังเลยนะคะ

กรรณะ : เอาเป็นว่าเจ้ากับข้ามาสนุกกันดีกว่า เพราะทุกคนกำลังจับจ้องมาที่เรา

ใช่แล้ว เมื่อเบล็คสังเกตและรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าแสงไฟได้ส่องมาที่ทั้งสองคนโดยเฉพาะ โดยมีคู่อื่นเต้นรำอยู่รอบๆตัวของทั้งสอง แต่ตอนว่าเจ้าตัวทำแถบจะทำตัวไม่ถูก แม้แต่พวกสาวๆก็ด้วย จนกระทั่งอรชุนได้เดินมาหาสองพี่น้อง

อรชุน : หยาง เสี่ยวหลง....

หยาง : อ-เอ๋?! มีอะไรหรือเปล่าคะ?

ทางด้านของหยางตกใจเล็กน้อยที่อรชุนมาหาเธอ จากนั้นอรชุนเองก็โค้งตัวให้กับหยาง เอามือซ้ายไขว้หลังแล้วก็ก้มตัวเล็กน้อย แล้วยื่นมือขวาไปหาเธอ ทางด้านหยางก็ตกใจพร้อมกับหันซ้ายและขวา ก่อนที่จะชี้มาที่ตัวเอง

หยาง : ฉ-ฉันงั้นเหรอ?!

อรชุน : ถ้าเจ้าไม่รังเกียจ มาเต้นรำกับข้าได้ไหมครับ?

หยาง : ต-แต่ว่าฉันเองก็เต้นไม่เป็นหรอกนะคะ!!!

อรชุน : ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าจะสอนเอง ก็แค่เคลื่อนไหวไปตามธรรมชาติและเสียงเพลง....

หยาง : เอ่อ....คือ.....

รูบี้ : พอได้แล้วเจ๊

จากนั้นรูบี้ก็ผลักพี่สาวตัวเองเข้าไปหาอรชุนอย่างไม่ทันตั้งตัว ทางหยางเองก็เขินแบบสุดๆ เพราะเธอไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาก่อน จากนั้นเธอก็จับมือของอรชุนแบบสั่นๆ และค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ จากนั้นอรชุนเองก็โอบเอวของเธอไว้แล้วก็เริ่มเต้นรำ



รูบี้ : อ่า เบื่อจริงๆ ขอออกไปข้างนอกดีกว่า....

??? : ทั้งคู่ไม่ชอบงานแบบนี้เหรอ?

มีเสียงของใครบางคนพูดขึ้น ทางรูบี้ก็หันไป ก็เห็นว่าออซพินเดินมาทางนี้พร้อมแก้วกาแฟในมือกับไม้เท้า

รูบี้ : ไม่เลยค่ะ ทุกอย่างดีไปหมด เพียงแต่มันไม่ใช่แนว

ออซพิน : ผมจะบอกอะไรดีๆ ให้ฟังนะครับ.... พวกเราน่ะไม่จำเป็นต้องใช้เวลาไปกับสนามรบให้มากนักหรอก

รูบี้ : ค่า~ แต่บทเรียนก็มีบอกไว้แบบนั้นเหมือนกันนี่น่า

ออซพิน : แต่ถ้าคุณลองคิดดูให้ดี การต่อสู้กับการเต้นรำมันก็ไม่ต่างกันเลย คนสองคนสอดประสาน แม้ว่าคนนึงอาจเต้นผิดจังหวะและเหยียบตาปลาอีกคนก็ตาม

รูบี้ : หรือข้อเท้าพลิก....ยกเว้นแบบนั้น

รูบี้ชี้นิ้วโป้งไปที่อรชุนที่กำลังเต้นรำกับหยางอยู่ ซึ่งอรชุนนั้นทำได้ดีเกินคาด ในขณะที่เขาเองก็สอนหยางไปในตัวด้วย ทำให้เธอพอที่จะเคลื่อนไหวได้อยู่บ้าง

ออซพิน : มันก็ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่เพื่อนๆจะมารวมตัวกันแบบนี้ เวลาเป็นตัวพิสูจน์ความสัมพันธ์ของเรา และมันคือสิ่งที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย นี่จะเป็นค่ำคืนที่เราจะไม่ลืมไปอีกนาน

เมื่อเขาพูดเสร็จก็เดินจากไป ในขณะที่รูบี้ก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกมาข้างนอกและจากนั้นสายตาคุณเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่กำลังวิ่งอยู่บนหลังคาหอพัก จากนั้นสิ่งนั้นก็โดดหายไปในทางที่ไปตึก CCT

รูบี้ : อะไรน่ะ?

รูบี้ออกตัววิ่งไป  พอไปถึงประตูทางเข้าตึก CCT พวกเขาก็เห็นว่ามีทหารของแอสลาส กำลังนอนสลบอยู่ตรงทางเข้า รูบี้กดสกอร์เพื่อเรียกอาวุธมา ก่อนที่ตู้ล็อคเกอร์ของเธอจะถูกยิงมาตรงหน้าพร้อมกับเคียวของเธอพร้อมกับมุ่งหน้าสู่ CCT



โปรดติดตามตอนต่อไป....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #59 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กันยายน 2563 / 06:57

    เป็นตอนที่หวานชื่นเหลือหลาย
    #59
    0