[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 13 : The New God and The Truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 571
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    3 ก.ย. 63

สองวันต่อมา

ในตอนนี้ กรรณะ ได้ข้อความมาจากออซพินว่าให้มาพบกันที่ห้อง กรรณะได้ตัดสินใจสลายกลายเป็นละอองสีฟ้าและไปโผล่ที่ห้องทำงานของออซพินทันทีเพราะบางทีก็อาจจะมีเรื่องสำคัญมากพอตัวสำหรับชายคนที่เขาเดาใจไม่ถูก

และเขาปรากฏตัวภายในห้องของออซพิน ก็พบว่ามีคนๆ นึงอยู่ในห้องนั้นและก็ไม่ใช่ใครเลยนอกจาก เจมส์ ไอร่อนวู๊ด ที่ดูเหมือนจะตกใจกับการมาของกรรณะพร้อมกับหยิบปืนลูกโม่ขึ้นมาตามสัญชาตญาณ ในขณะที่ออซพินกำลังดื่มกาแฟอย่างสบายใจ


??? : แกเป็นใคร?!

ออซพิน : ใจเย็นก่อนเจมส์....คุณกล้าเล็งใส่คนที่สามารถต่อกรกับซาเลมได้เลยเหรอ?

เมื่อออซพินพูดจบ เจมส์ก็หันหน้ามามองออซพินเหมือนไม่เชื่อ ก่อนที่จะหันกลับไปมองหน้าของกรรณะที่ยังคงแสดงสีหน้าแบบนิ่ง พร้อมกับเปลี่ยนร่างเป็นเทพให้เขาได้เห็นตัวตนที่แท้จริง



กรรณะ : เจ้าเรียกข้ามามีอะไรออซ?

ออซพิน : กระผมก็แค่อยากจะแนะนำคุณให้รู้จักกับคนที่ไว้ใจอีกคนขอรับ

เจมส์ : เดี๋ยวนะ....นี่น่ะเหรอ?! บุตรแห่งพระสุริยเทพที่นายเล่าให้ฟังน่ะ?

กรรณะ : จากเครื่องแบบเจ้าคงเป็นทหารสินะ?

เจมส์ : ฉ-ผมเจมส์ ไอร่อนวู๊ด ผู้บัญชาการของกองทัพแอสลาสขอรับ

กรรณะ : นามของข้าคือกรรณะ .....ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ข้าเห็นยานของพวกเจ้าลอยมาเต็มไปหมดเลยก่อนจะมาที่ห้องนี้?

เจมส์ : แค่ปลอดภัยไว้ก่อนขอรับ

ออซพิน : เจมส์....นี่มันก็ใกล้จะงานเทศกาลแล้วนะ แต่คุณทำเหมือนว่าเรากำลังจะเจอกับสงครามอย่างงั้นแหละ

เจมส์ : ก็ถ้าสิ่งที่โครวพูดเป็นความจริง

ออซพิน : ก็ถ้าโครวพูดจริง เราต้องจัดการมันให้แนบเนียนกว่านี้

กรรณะ : แสดงว่าซาเลมสินะ?

ออซพิน : บอกได้แค่ว่าตอนนี้ราชินีวางเบี้ยแล้ว

เจมส์ : ถ้ารู้อยู่แล้วว่าศัตรูเป็นใคร แล้วทำไมนาย- คุณถึงไม่ไปจัดการนางซะล่ะ?!

กรรณะ : ถึงข้าจะเป็นเทพ แต่นางก็มีคำสาปความเป็นอมตะอยู่ในตัวของนาง และยิ่งความแค้นจะทำให้พลังของนางเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ถึงแม้ว่าข้าจะเคยสู้กับนางมาหลายรอบ แต่ก็ทำได้เพียงให้นางหมดพลังไปก็เท่านั้น เพราะตัวข้าก็ถูกพระสุริยเทพ ลดพลังลงที่จะพอสู้กับนางได้แค่นั้น

เจมส์ : ลดพลัง? ทำไมคุณถึงถูกลดพลังทั้งที่จะจัดการนางได้?!

กรรณะ : เพราะในสงครามเทพเมื่อหลายร้อยปีก่อน พลังของข้าได้ทำให้โลกเสียหายไป 100 ละ 90 ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้บนโลกนี้เหลือเพียงแค่ซาเลมเท่านั้นเนื่องจากคำสาปความเป็นอมตะ

เจมส์ : ผมไม่เข้าใจ....

ออซพิน : คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกอย่างหรอกเจมส์ แต่ที่ผมจะพูดก็คือเรื่องเทศกาลผู้คนควรสนุกกัน การที่มีทหารจำนวนมากไปและยังต้องมากังวลกับเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นอีก ผู้คนอาจจะรู้สึกไม่สบายใจนะ

เจมส์ : เรื่องนั้น....ฉันก็แค่ทำเพื่อความแน่ใจเท่านั้นนะออซ

กรรณะ : ข้าก็คิดเช่นกัน มันจึงเป็นเหตุผลที่ออซจะคอยฝึกนักล่าชายหญิง ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เจมส์ : ผมไม่สงสัยเลย แต่ออซ คิดจริงๆ เหรอว่าเด็กคุณพร้อมแล้ว แล้วเทพอย่างคุณมีความเห็นว่ายังไงล่ะ?

กรรณะ : เอาความเห็นของพวกข้า เหล่าเทพจะไม่ลงมาร่วมสงครามกับมนุษย์เพราะมันจะเป็นการข้ามเส้นของเทพแต่ละองค์ และข้าจะไม่ยุ่งเรื่องนั้นด้วยแน่นอน นอกซะจากว่ามันจะมายุ่งกับสิ่งสำคัญของข้า

เจมส์ : แสดงว่าถ้าเกิดสงครามขึ้น คุณจะไม่ช่วยพวกเราเหรอ?!

กรรณะ : นั้นมันก็คือการตัดสินใจของข้าว่าจะช่วยหรือไม่....

เมื่อกรรณะพูดจบ เขาได้สะบัดและหันหลังเดินจากทั้งสองคนไป ก่อนที่จะสลายกลายเป็นละอองสีฟ้าออกไปจากห้องทำงานของออซพิน ในขณะที่เขาก็ยังคงดื่มกาแฟเหมือนเดิม

ออซพิน : นั้นแหละเขา....

เจมส์ : ใจเย็นได้นะออซ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่จะฆ่าซาเลมได้ และถ้าเขาไม่-

ออซพิน : เราเป็นเพียงมนุษย์....เราจะไปตัดสินใจของเทพได้ด้วยเหรอเจมส์?

ห้องสมุดบีคอน

หลังจากเกิดเรื่องเมื่อวาน ตอนนี้ทุกคนได้มารวมกันอยู่ที่ห้องสมุด กรรณะกำลังหาอะไรอ่านเพื่อศึกษาข้อมูลสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนทีมรูบี้ก็กำลังเล่นเกมส์กระดานกันอยู่ ส่วนทีมจูนิเปอร์ ตัวชอร์นก็นั่งอ่านการ์ตูน แต่เพียร์ร่าก็หยิบหนังสือเรียนให้เขาแทน ส่วนเรนอ่านหนังสือพิมพ์เพื่อดูข่าวสารแต่นอร์ร่าดันหลับคาหนังสืออยู่ข้างๆ

??? : ไงพวก!

จู่ๆก็มีคนทักขึ้นมา และคนที่มาทางพวกทีมรูบี้ก็คือซันกับเด็กหนุ่มผมสีฟ้า

รูบี้ : ไงซัน

ซัน : รูบี้ หยาง เบล็ค และราชินีน้ำแข็งใส่แว่น

ไวส์ : ฉันได้ยินนะ

ซัน : โทษทีที่ไม่มีโอกาสแนะนำเลย นี่เพื่อนซี้เก่าฉัน เนปจูน


เนปจูน : ไงทุกคน

ไวส์ : โอ้ แล้วนายมาจากไหนล่ะ?

เมื่อไวส์ถามเสร็จ เนปจูนก็เดินเขยิบไปใกล้ๆ เธอ

เนปจูน : ผมมาจากเฮเว่นน่ะ แล้วผมก็จำไม่ได้เลยว่าถามชื่อคุณแล้ว

ไวส์ : เอ่อ..ดิฉันไวส์ค่ะ

ซัน : ใจเย็นก่อนเพื่อน อย่าเพิ่งหลีสาว

ห้องของกรรณะ

ในตอนนี้เป็นเวลาก่อน 13.00 กรรณะได้กลับเข้ามาในห้องของเขาเพราะได้รับข้อความจากสกอร์ของนิโอ ว่ามีเรื่องสำคัญที่จะบอกเกี่ยวกับโรแมน ถูกต้องที่ว่าตอนนี้นิโอกลายเป็นสายของกรรณะ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะทรยศโรแมนแบบเต็มร้อย เพราะเขาเป็นคนเลี้ยงเธอมานั้นเอง

โดยตอนนี้กรรณะกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้และเปิดดูสกอร์เกี่ยวกับข่าวที่ได้รับมา ส่วนนิโอที่ตอนนี้กำลังอยู่ในชุดนักเรียนหญิงของบีคอน ก็กำลังนั่งอยู่ที่เตียงของกรรณะพร้อมกับไอศครีมถ้วยนึง



กรรณะ : ดูเหมือนมันก็จะเป็นข่าวปล้นทั่วไป....เจ้าคงไม่อยาจะทรยศคนที่เลี้ยงดูเจ้ามาสินะ

นิโอได้แต่พยักหน้าพร้อมกับก้มหน้าก้มตากินไอศครีมต่อ จนกระทั่งเธอเพิ่งจะเริ่มได้กลิ่นแปลกๆ พร้อมกับก้มหน้าลงไปที่เตียงของกรรณะและดมไปรอบๆ ในขณะที่กรรณะยังคงดูข่าวต่อ ก่อนที่เธอจะสะกิดเขาและโชว์ภาพของสกอร์ให้ดู

"ฉันได้กลิ่นผู้หญิงที่เตียงของนาย"

กรรณะ : ข้าจะพาใครมานอนมันก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า....

"และฉันก็ได้คิดแมว"

กรรณะ : ข้าไม่บอก....

"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร งั้นฉันไปทำธุระในเมืองก่อนนะ"

เวลาตกดึก

ซึ่งในขณะนั้นเองกรรณะก็ได้เดินออกมาจากห้องพักของตนเอง ก่อนที่เขาจะได้พบกับกลุ่มนักเรียน 3 คนที่กำลังจะเดินมาหาเขา และเขาจำใบหน้าของชายหญิงด้านหลังได้ชัดเจนมากๆ ยกเว้นผู้หญิงที่มีผมดำยาว ดวงตาสีอำพัน ที่สวยดูผู้ชายได้ง่ายๆ ไม่ใช่ใครเลยนอกจากซินเดอร์


ซินเดอร์ : ขอโทษทีนะ....

กรรณะ : พวกเจ้ามีอะไรงั้นรึ?

ซินเดอร์ : พอดีพวกเราจะมาถามหาทางไปหอพักของนักเรียนแลกเปลี่ยนน่ะ คุณพอจะบอกเราได้ไหม?

กรรณะไม่ได้ตอบอะไรและยังคงแสดงสีหน้าที่นิ่งเหมือนเดิม เขาหยิบสกอร์เล็กขึ้นมาพร้อมกับส่งแผนที่เข้าไปในสกอร์ของผู้หญิงคนนั้น โดยที่ยังไม่ได้เพิ่มเพื่อนเลย และนั้นทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย

กรรณะ : พวกเจ้าก็ทำคัวตามสบายล่ะ

เมื่อพูดจบกรรณะจะเดินผ่านทั้งสามคนไปแบบนิ่ง จากนั้นซินเดอร์ก็หันมาด้านหลังอย่างรวดเร็วก็พบว่ากรรณะไม่ได้อยู่ที่โถงทางเดินแล้ว และนั้นก็ทำเอาทั้งสามรนเล็กน้อยก่อนที่จะเดินต่อไป

ซินเดอร์ : ใช่แน่ๆ คนที่สามารถต่อกรกับนายหญิงได้....

เอเมอรัล : แน่ใจเหรอซินเดอร์?

เมอร์คิวรี่ : จะว่าไปผิวซีดของเจ้านั้นก็ทำเอาขนลุกได้นะเนี่ย

ทางฝั่งของกรรณะ

ในขณะที่เขากำลังจะไปทำธุระ ออซพินก็ติดต่อเข้ามาในสกอร์ของเขาพร้อมกับส่งวีดีโอมาให้เขาดู ซึ่งมันเป็นภาพของทีม RWBY ที่อยู่ในชุดแปลกๆ กำลังแอบออกไปนอกบีคอนยามกลางคืน และเขายังส่งข้อความมาบอกอีกว่าให้ช่วยจัดการหน่อย

กรรณะ : คิดว่าข้าเป็นฝ่าบปกครองรึไง?

ฝั่งของทีม RWBY

หลังจากที่ทั้งสี่สาวแยกกันไปหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขี้ยวขาว พวกเธอก็ต้องมารวมตัวกันที่ใต้สะพานแห่งนึง เพราะตอนนี้พวกเธอกำลังเผชิญหน้ากับสุดยอดอาวุธที่มาจากแอสลาส มันก็คือหุ่นยนต์พาราดินแบบมีคนขับจำนวน 5 ตัว โดยมีโรแมนเป็นตัวนำ


รูบี้ : งานหยาบซะแล้วสิ รู้งี้พากรรณะมาด้วยดีกว่า

ไวส์ : ก็ฉันบอกหล่อนไปแล้วนิ!

หยาง : เลิกบ่นก่อน ฉันจะขยี้มันให้หมดเลย!

เบล็ค : งั้นแยกกัน!

ทุกคนเริ่มไปโจมตีที่ขาของหุ่นยนต์ทั้งห้าตัว แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้มาก แต่โรมันก็ยิงจรวจใส่ทั้งสามทำให้ต้องหลบกันไปคนละทาง จนกระทั่ง....

ชิ้งงงงงง ตู้มๆๆๆ!!!!!!!!!!!

ทันใดนั้นได้มีเลเซอร์ขนาดเล็ก ป่าดลงมาจากบนท้องฟ้าพุ่งผ่านหุ่นยนต์พาราดิน 3 ตัว ก่อนที่พวกมันจะระเบิดไปทันที และทั้งสองฝ่ายหันไปมองข้างบนก็พบกับใครบางคนกำลังพุ่งลงมาจากบนท้องฟ้า และเมื่อเขาคนนั้นลงมาถึงก็ต้องทำให้พวกรูบี้ดีใจทันที

RWBY : กรรณะ/กรรณะซัง!!!!



กรรณะในชุดปกติได้ใช้หอกสีทองของเขาสะบัดรอบข้าง ทำให้ลมได้พัดให้เปลวเพลิงรอบๆ ดับไปทันที และเขาก็ต้องเบิกตากับสิ่งที่กำลังเผชิญ ซึ่งเขายังไม่เคยเห็นมาก่อนเกี่ยวกับพวกจักรกลทำลายล้าง

กรรณะ : สิ่งนั้นคืออะไรน่ะ?

เบล็ค : ไอ้โรแมนมันไปขโมยของแอสลาสมา!

หยาง : สุดยอดเลยอะ.....เมื่อกี้น่ะ

กรรณะ : พวกเจ้าไม่ต้องดีใจ....ออซพินให้ข้ามาตามพวกเจ้า

RWBY : ว่าไงนะ?!

โรแมน : อะไรเนี่ย....เจ้าผมขาวนั้นอีกแล้ว!

ทันใดนั้นหุ่นพาราดินของโรแมนและที่เหลือก็ได้กระหน่ำยิงจรวดแบบเป็นชุดมาทางกลุ่ม ซึ่งนั้นมันก็ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นกรรณะก็ได้หันมาพร้อมกับสะบัดตาเลเซอร์แบบกวาดลานใส่จรวดทั้งหมดจนระเบิดกลางอากาศ

บึ้มๆๆๆๆ!!!!!!

โรแมน : อะไรวะน่ะ?!

รูบี้ : เขากำลังเสียเปรียบแล้ว พวกเราลุย!

กรรณะ : หยุดก่อน!

ทันใดนั้นกรรณะได้เอาแขนขึ้นมาบังทั้งสี่สาวเอาไว้

ไวส์ : กรรณะซังขวางเราทำไม?

หยาง : ถ้าจะจัดการเองก็ไม่ว่าหรอกนะ

กรรณะไม่ได้ตอบอะไรกับหยาง แต่ทว่าทันใดนั้นเองได้มีพลังแสงสีฟ้าที่มีรูปร่างคล้ายกับธนูพุ่งลงมาจากท้องฟ้าเป็นจำนวนมากได้พุ่งลงมาใส่หุ่นยนต์พาราดินทั้งสามคน และทั้งหุ่นทั้งสามก็ได้ระเบิดอย่างรุนแรงและทำให้โรแมนกระเด็นออกไปไกลพอตัว

เบล็ค : ยอมแพ้ซะเถอะ นายหนีไม่รอดแล้ว!

โรแมน : อ๊า อะไรวะเนี่ย?!

ไวส์ : แกไปเอาหุ่นของแอสลาสมาได้ยังไงกัน?

พรืบ!

ทันไม่ทันที่ไวส์จะได้คำตอบ จู่ๆ ก็มีบางอย่างโผล่เข้ามาเบื้องหน้าของโรแมนและทุกคน เป็นเด็กสาวสามสีที่มาในชุดผ้าคลุมสีดำพร้อมกับหน้ากาก ก่อนที่เธอจะทำท่าเคารพใส่พร้อมกับแสยะยิ้มเล็กน้อย ซึ่งก็ไม่สามารถปกปิดกรรณะได้

กรรณะ(ความคิด) : นิโอ....ชั่งเถอะ

จากนั้นทั้งสองคนก็หายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน ทำเอาพวกสาวๆเองก็อึ้งไปด้วยกับความสามารถของเด็กผู้หญิง ยกเว้นกรรณะที่รู้อยู่แล้วว่าใคร

หยาง : ดูเหมือนหมอนั้นจะมีคูหู่ซะด้วยแฮะ

ไวส์ : สรุปแผนที่วางเอาไว้....ก็พัง

รูบี้ : น่า ไว้โอกาสหน้าพวกเราจะจับมันให้ได้

เบล็ค : กรรณะ อธิบายได้มั้ยว่าทำไมเมื่อกี้ต้องบอกให้พวกเราหยุดด้วย?!

กรรณะ : ก็ถ้าข้าไม่ห้ามพวกเจ้าไว้เมื่อกี้ละก็พวกเจ้าไม่เหลือแน่....

หยาง : นั่นไม่ใช่ฝีมือนายเหรอ?

ไวส์ : อย่าให้ฉันรู้นะว่าเป็นใคร!

กรรณะ : ทำไมพวกเจ้าถึงไม่ลองไปถามเจ้าตัวเลยล่ะ?

ทันใดนั้นท้องฟ้าได้เกิดการหมุนตัวอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนทำให้ทุกคนต้องมองขึ้นไปด้านบน และบนนั้นได้ปรากฏชายร่างสูงผิวสี พร้อมกับชุดสีขาวคล้ายนักบวชกำลังลอยลงมาพร้อมกับออร่าสีฟ้ารอบกลายของเขา และเขาได้ลอยลงมาตรงหน้าของกรรณะและพวกรูบี้อย่างนิ่มนวล



??? : ไม่ได้เจอกันนานเลยนะขอรับ ท่านพี่....เพราะท่านแม่และท่านพ่อฝากความคิดถึงมาให้น่ะ....

กรรณะ : อืม....มาจนได้สินะ อรชุน

พวกทีมรูบี้เริ่มไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว

รูบี้ : พวกคุณ....รู้จักกันเหรอคะ?

??? : ถูกต้องแล้วแม่หญิงน้อย....นามของข้านั่นคือ อรชุน เป็นน้องชายของท่านพี่กรรณะ

รูบี้/หยาง/ไวส์ : น้องชายงั้นเหรอ?!

เบล็ค : ไม่จริงน่า....อรชุน.....ต้องเป็น อรชุนมือธนูสีเงินแห่งปาณฑพแน่ๆ

อรชุน : ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักนามของข้าแล้วสินะแมวน้อย ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รู้จัก

หยาง : เดี๋ยวเบล็ค เธอรู้ได้ยังไง?!

เบล็ค : คือว่า-

ตึ้ดๆๆๆ!!!!

ทันใดนั้นได้มีคนติดต่อเข้ามาในสกอร์ของกรรณะ เขาได้หยิบขึ้นมาพร้อมกับเปิดเสียง ซึ่งก็คือออซพินที่เป็นคนโทรมานั้นเอง

ออซพิน : ดูเหมือนว่าเรื่องมันจะเลยกว่าที่คิดไว้นะขอรับ กระผมขอรบกวนคุณกรรณะ และน้องชาย รวมถึงทีม RWBY ที่แอบออกไปตอนกลางคืน ที่ห้องทำงานของผมตอนนี้ด้วยนะครับ

กรรณะ : ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะมีเรื่องของคุยกันยาวเลยนะ

รูบี้ : แฮะๆ~~

ห้องทำงานของ ออซพิน



ในตอนนี้กรรณะ อรชุน และทีมรูบี้ได้มารวมตัวกันอยู่ภายในห้องของออซพิน ซึ่งพวกสาวๆ เองก็ยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแม้แต่น้อย ตอนนี้มีเพียงเบล็คเท่านั้นที่พอจะจับใจความได้ ซึ่งตอนนี้พวก RWBY จะเริ่มเป็นกลุ่มแรกที่จะรู้เรื่องของกรรณะมากขึ้นจากการตามสืบ

ซึ่งออซพินก็ได้บอกกับเขาว่าปิดไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะกรรณะเป็นคนส่งข้อความไปหาอรชุนเพื่อลงมาเป็นกำลังเสริมในการต่อกรกับซาเลมนั้นเอง ก่อนที่ออซพินจะแนะนำเหล่าเทพสุดหล่อทั้งสองคน และบอกความจริงให้กับทีมรูบี้ฟัง

1.กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์
2.อรชุน มือธนูสีเงินแห่งปาณฑพ

เขายังได้เล่าเกี่ยวกับสงครามเทพเมื่อหลายร้อยปีก่อนให้ฟังด้วย ตอนแรกมันก็เป็นเพียงเรื่องที่ทุกคนคิดว่ามันเป็นการแต่งขึ้นมา แต่หารู้ไม่ว่ามันเป็นเรื่องจริงและนั้นก็ทำเอาสาวๆ อื่นไปทันทีจนกรรณะได้เผยร่างจริงของตนเอง

กรรณะ : ข้าเล่าให้พวกเจ้าฟังได้แค่นี้แหละ....

ไวส์ : มะ-ไม่อยากจะเชื่อ....เรากำลังยืนอยู่ต่อหน้าเทพสององค์....

รูบี้ : บอกแล้วว่าเขาไม่ใช่มนุษย์!

หยาง : แล้วทำไมเบล็คถึงรู้ก่อนล่ะ?

เบล็ค : พอดีฉันชอบอ่านหนังสือ....

อรชุน : ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะเข้าใจง่ายนะครับ

ไวส์ : แต่ก็ทำให้เรารู้เรื่องคุณอยู่พอสมควรนะคะ

อรชุน : จงเรียกข้าเหมือนที่เรียกพี่ชายของข้าดีกว่า ไม่ต้องพูดแบบนั้นหรอก....

หลังจากนั้นอรชุนก็ได้ตัดสินใจร่วมกับบีคอน เพราะเพียงว่าเขาต้องการมาดูการใช้ชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันนั้นเอง ซึ่งต่างจากจุดประสงค์ของกรรณะที่ตอนนี้สำเร็จแล้ว หรือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้นว่าซาเลมกำลังจะทำอะไรไปมากกว่านี้อีก แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้บอกเรื่องซาเลมให้ทีมรูบี้ทราบ....

เพราะมันจะเกินความสามารถและจะเป็นอันตรายถ้ารู้

แนะนำตัวละคร (OC)

 

Archer : อรชุน (Arjuna)
มือธนูสีเงินแห่งปาณฑพ

อายุ : 24
สูง : 177
น้ำหนัก : 72

นิสัย : อรชุนเป็นคนที่ขยันขันแข็ง เป็นคนตรงๆ ซื่อสัตย์ และยุติธรรม เป็นคนที่สมบูรณ์แบบมากในฐานะวีรบุรุษ เขาไม่สนใจในเรื่องเงินทอง เขาสนใจเพียงเกียรติยศจากการต่อสู้เท่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส เขาก็จะพยายามหาทางชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ทุกวิถีทาง ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตอนแรกๆเขาก็จะลังเลอยู่ แต่หลังจากนั้น เขาก็จะแสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา ในหัวของเขาก็คงมีแต่คำว่าไม่มีทางอื่นนอกจากฆ่าคู่ต่อสู้ของเขาเท่านั้นเอง

อรชุนชอบที่จะอยู่คนเดียว เขาชอบคิดเสมอว่าตนเองไม่เหมาะกับการเป็นวีรชน เขาไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งกับหัวใจของเขา และเขาไม่ชอบที่จะทนกับความอับอายอีกด้วย ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนอื่นจึงอาจจะทำให้เขารำคาญบ้าง

ความสามารถเฉพาะตัว



ความเป็นเทพ (Divinity)
- เนื่องจากเป็นลูกของพระอินทร์ (อรชุนเป็นพี่น้องต่างพ่อของกรรณะ แต่แม่คนเดียวกัน)

ปลดปล่อยพลังเวทย์ไฟ (Mana Burst-Flame)
- มันไม่ใช่ความสามารถที่เกิดจากตัวเขาโดยตรง แต่มาจากการถือครองธนูคาณฑีวะของพระอัคนี เขาจึงสามารถเปลี่ยนพลังเวทย์เป็นไฟได้ด้วยการยิงธนู

เนตรพันลี้ (Clairvoyance)
ความสามารถในการมองระดับสูง สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ระยะไกลหรือสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วๆได้ ยิ่งถ้าตั้งสมาธิมากๆก็จะสามารถเห็นสิ่งที่ล่องหนอยู่ได้

วีรบุรุษผู้ได้รับรางวัล (The Awarded Hero)
- เขานั้นได้รับความรักมาตั้งแต่เกิด มันเหมือนกับคำสาปที่ทำให้คนรอบตัวจะมอบสิ่งที่เขาต้องการในขณะนั้นให้ เขาไม่เคยขาดแคลนสิ่งใดเลย

สมบัติวีรชนที่ครอบครอง

Agni Gandiva อัคนี คาณฑีวะ : เสียงคำรามของเทพอัคคี 
ธนูที่ไม่สามารถถือครองได้โดยมนุษย์ธรรมดา ปกติแล้วมันก็ใช้งานเหมือนธนูทั่วไป แต่เมื่อเรียกชื่อของมันจะทำให้ลูกธนูที่ยิงออกไปกลายเป็นเหมือนจรวดที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิง และด้วยความแม่นยำของอรชุนทำให้มันกลายเป็นเหมือนจรวจแบบติดตามเป้าหมายเลยทีเดียว

Pashupata ปาศุปัต : มือที่ชูขึ้นของเทพแห่งการทำลายล้าง
อาวุธของพระศิวะที่มีพลังในมหาศาล ไม่ใช่ในด้านทำลายล้างที่เป็นการทำลายชีวิต มันมีความสามารถในการนำโมกษะสู่ผู้ที่สมควร (วัดดวงล้วนๆ) โดยเมื่อโมกษะมาถึงคนผู้นั้น เขาจะหลุดพ้นจากพันธนาการในโลกทั้งปวง (ตาย) ยิ่งมี ความเป็นเทพ (Divinity) สูง โอกาสที่โมกษะจะมาถึงก็มากขึ้น กลับกัน ถ้าที่ไม่คู่ควรแก่การหลุดพ้น เช่น ปฏิวีรชน (Antihero) โอกาสที่โมกษะจะมาถึงก็น้อย ถึงแม้จะเป็นประเภทต่อต้านบุคคล แต่รัศมีของมันก็กว้างมากๆ แต่ที่ยังเป็น ประเภทต่อต้านบุคคลอยู่ เนื่องจากไม่ใช่ทุกคนที่ได้รับผลของมัน แต่จะส่งผลเป็นรายบุคคลไป


สเกลพลังขของอรชุน

" เริ่มขยายพื้นที่อันศักดิ์สิทธิ์ ตรึงเขตพื้นที่ การลงโทษจากพระเจ้าได้รับการยืนยันแล้ว ด้วยความพิโรธของพระศิวะ ชีวิตของพวกเจ้าจะต้องจบลงที่นี่ ปาศุปัต! "
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น