[FanFic RWBY x Fate] กรรณะ บุตรแห่งพระอาทิตย์

ตอนที่ 1 : มหาสงครามเทพ กำเนิดใหม่โลกมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    28 ส.ค. 63

Remnant หลายร้อยปีก่อน

ณ ดาว Remnant ในตอนนี้กำลังเกิดสงครามขนาดใหญ่อยู่ ก่อนที่จะเกิดเทคโนโลยีสมัยใหม่ขึ้น สมัยที่เหล่านักรบจำนวนมากยังมีเวทย์มนต์ ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ และการต่อสู้ของเหล่าเทพจำนวนมาก

ในดาวแห่งนี้มีเทพสององค์ที่ดูแลอยู่ นั้นก็คือ God of Darkness และ God of light เทพผู้ทำลายและผู้สร้างสรรค์เหล่าบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งมวล และเทพทั้งสององค์นี้ก็ยังเป็นผู้ร่วมติดต่อไปยังเทพองค์ต่างๆ เพื่อสร้างพันธมิตรต่างๆ รวมถึงเทพแห่งพระอาทิตย์ด้วย


แต่ด้วยเหตุการณ์บางอย่าง ซึ่งในตอนนั้นได้มีมนุษย์ผู้หญิงคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ นั่นคือการก่อกบฎกับเทพทั้ง 2 องค์นั้น เธอเริ่มแผนการด้วยการไปตามเมืองและอาณาจักรต่างๆเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ทุกคนมาร่วมสงครามกับเธอ

ในเวลาไม่นานนัก ทหารทุกคนตามอาณาจักรต่างๆที่อยู่ภายใต้การนำทัพของซาเล็มก็พากันบุกไปที่พักอาศัยของพระเจ้าแห่งแสงเพื่อเริ่มทำสงคราม ตัวพระเจ้าแห่งแสงเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ส่วนพระเจ้าแห่งความมืดที่รับรู้ได้จึงมาเข้าร่วมกับพี่ของตัวเองด้วยเช่นกัน

เทพแห่งแสง : ผู้ใดกันที่ชักจูงพวกท่านให้ทำเรื่องแบบนี้?!

หลังจากนั้นหญิงสาวผมบลอน์ ชุดสีขาวก็ได้เดินแหวกทางกองทัพทหารของเธอออกมา

เทพแห่งความมืด : เจ้าเองงั้นเหรอ?!

ทันใดนั้นหญิงสาวได้เปิดการโจมตีก่อนด้วยการยิงเวทย์ไฟออกไป ส่วนพวกทหารเองก็ต่างคนต่างยิงพลังเวทย์มาช่วยเสริมการโจมตีด้วยเหมือนกัน ตัวพระเจ้าแห่งความมืดเองก็ป้องกันตัวเองด้วยการเพียงแค่แบมือรับพลังเหล่านั้นอย่างสบายๆและมารวมไว้เป็นลูกแก้วสีม่วง ทุกคนต่างมองด้วยความประหลาดใจกับพลังของพระเจ้าแห่งความมืดกันหมด

เทพแห่งความมืด : ของขวัญที่ข้ามอบให้กับพวกเขา..ไม่คิดเลยว่ามันจะกลับมาทำร้ายซะเอง

พระเจ้าแห่งความมืดบีบลูกแก้วสีม่วงแทบจะในทันที จากนั้นก็เกิดแสงสว่างสีม่วงขนาดใหญ่แผ่กระจายออกไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วจนทุกคนบนโลกไม่เหลือใครเลย นอกจากซาเล็มที่นอนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากพลังที่พระเจ้าแห่งความมืดปล่อยออกมา

??? : ไม่….ไม่……

พระเจ้าแห่งความมืดใช้เท้าตะปบพื้นทีนึงจนตัวของหญิงสาวกระเด็นออกไปเล็กน้อยเพื่อเป็นการเตือน

เทพแห่งความมืด : เจ้าไม่รู้สึกว่านี่เป็นการลงโทษจากพวกเราเลยสินะ และได้สำนึกมั้ยว่าใครเป็นคนประทานพรตัวนี้ให้กับเจ้า?

??? : ข้าจะกลับมา….ข้าจะไปประกาศให้โลกนี้ได้รับรู้ถึงการสังหารหมู่ที่เกิดขึ้น และสร้างกองทัพของข้าขึ้นมาใหม่!

เทพแห่งความมืด : ดูท่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจอะไรเลย บนโลกนี้เหลือเพียงเจ้าคนเดียวเท่านั้น"

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ

เทพแห่งแสง : ดาวดวงนี้เป็นพื้นที่ทดลองที่สวยงามอย่างดี แต่เรื่องที่เกิดขึ้นครั้งนี้ มันทำให้เรารู้เลยว่านี่คือความล้มเหลว เราจะจำเรื่องวันนี้ไว้ และเจ้าเองก็คงรู้ตัวได้แล้ว

??? : การกระทำของท่านทั้งสองก็ได้ส่งผลกระทบต่อพวกเราเช่นกัน!

ทันใดนั้นได้มีเสียงตะโกนของชายหนุ่มจากที่ไหนสักแห่ง จนทำเอาเทพแห่งแสงและความมืดมองหาทันที แต่ทั้งสองก็นึกออกว่านี่เป็นเสียงของใครและพวกเขากำลังจะเผชิญกับเทพองค์นึง จู่ๆ ได้มีไฟขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากดวงอาทิตย์ พร้อมกับกวาดแผนดินตรงนั้นหายไปในพริบตา

บรึ้มมมมม!!!!!!!!!!!!!!!

เทพแห่งแสง : ท่านเองงั้นรึ

เทพแห่งความมืด : กรรณะ บุตรแห่งพระสุริยเทพ

ทันใดนั้นได้มีใครบางคนพุ่งลงมาจากทางที่เปลวไฟยักษ์ลงมาตรงหน้าของหญิงสาวเช่นกัน โดยแรงกระแทกเองก็ส่งผลทำให้พื้นดินแทบจะพังทลายเหมือนโลกกำลังจะระเบิดทันที

ปรากฏเป็นชายหนุ่มผมขาวยาวดูรุงรัง ดวงตาของเขาเหมือนกับใบมีดที่คมกริบและมีอัญมณีสีแดงฝังอยู่ในอกส่องแสงน่าหลงใหล นอกจากนั้นยังมีชุดเกราะที่น่าดึงดูดอีกด้วย

กรรณะ : มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ กับการทำลายล้างเผ่าพันธ์ของมนุษย์น่ะ?

เทพแห่งความมืด : ข้าต้องการทำให้เจ้ามนุษย์คนนี้รู้ถึงสิ่งที่ตัวเองกระทำ

เทพแห่งแสง : ท่านกรรณะ เราเป็นเทพเหมือนกัน เราอย่ามิอาจทำศึกกันเลย เพราะข้าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เอง

เทพแห่งความมืด : นั่นคือความเห็นของท่านพี่….แต่ข้าไม่

ทันใดนั้นเทพแห่งความมืดได้ปล่อยพลังบีมอัดใส่กรรณะ ในขณะที่กรรณะเองก็ได้เสกโล่ที่แขนออกมาบล็อคพลังของเทพแห่งความมืดเอาไว้ จนเกิดแรงระเบิดกระจายไปทั่วพื้นที่บริเวณ

เทพแห่งความมืด : พลังแค่นี้คงไม่กระทบกับบุตรแห่งพระอาทิตย์หรอกมั้ง

ท่ามกลางหมอกควันจากแรงระเบิด ได้มีแสงสีส้มปรากฏออกมาจากหมอกควัน ก่อนที่จะถูกสะบัดให้หายไปในพริบตา และปรากฏเป็นกรรณะที่กำลังทำท่าแปลกๆ พร้อมกับมีแสงส้มออกมาจากดวงตาข้างขวาของเขา ก่อนที่จะยิงลำแสงใส่เทพแห่งความมืดพร้อมกับกวาดไปทั่วพื้นดิน

เทพแห่งความมืด : ชิ….

เทพแห่งแสง : พอได้แล้วน้องข้า! ท่านกรรณะ เราจะแก้ไขในแบบของเราเอง….

กรรณะ : ท่านบังคับให้ข้าต้องเอาจริงสินะ ท่านเทพแห่งความมืด

กรรณะพูดจบก็ชู่มือขึ้นฟ้า พร้อมกับร่างกายของเขาที่เกิดเปลวไฟสีขึ้นรอบตัวก่อนที่เกาะสีทองของเขาจะหายไปจนเหลือแต่ชุดดำของเขา แต่เปลวไฟทั้งหมดได้มารวมกันอยู่ที่มือของเขาและปรากฏเป็นหอกสีดำขนาดใหญ่พร้อมกับพลังบอลยักษ์สีแดงที่ใหญ่พอๆ กับดวงอาทิตย์

เทพแห่งแสง : นั่นมัน!

เทพแห่งความมืด : วาสวี ศักติ!

ทันใดนั้นเทพแห่งแสงรู้ดีว่ากำลังจะเผชิญกับอะไร เทพพระเจ้าแห่งแสงก็ได้ค่อยๆ สลายหายไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางพลังที่พร้อมจะทำลายโลกได้ง่ายๆ ก่อนที่เทพแห่งความมืดจะหันไปมองกรรณะที่กำลังลอยอยู่บนกลางอากาศพร้อมกับพลังบีมสีแดง

กรรณะ : ด้วยพลังแห่งทั้งมวล สุริยัญเอ๋ยจงสังหาร วาสวี ศักติ!!!!

พลังของกรรณะได้พุ่งเข้าใส่โลก พระเจ้าแห่งความมืดก็บินพุ่งขึ้นฟ้าออกนอกโลกไป พร้อมกับชนดวงจันทร์ที่อยู่ข้างหน้าแตกกระจายออกไปด้วย ก่อนจะถูกอุกกาบาตที่แตกกระจายมาจากพื้นผิวของดวงจันทร์ตกลงมาใส่ แต่ก็โดนพลังของกรรณะกวาดจนเรียบ และทุกอย่างก็ขาวโพลนไปหมด…..

หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมด

การต่อสู้ของเทพทำให้โลกเสียหายไป 80% ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่บนโลกนี้อีกต่อไป จนเหลือแต่เพียงหญิงสาวที่ชื่อซาเลม เธอถูกคำสาปให้กลายเป็นอมตะจากเทพทั้งสอง

หลังจากเหตุการณ์สงครามในครั้งนั้น เทพแห่งแสงได้ชุปชีวิตชายที่ชื่อออซม่าขึ้นมา พระเจ้าแห่งแสงได้เสกของ สี่อย่างขึ้นมาให้ออซม่าดู ตั้งแต่คฑา ดาบ มงกุฎและตะเกียง ซึ่งเขาจะต้องตามหาของพวกนี้ให้ครบ ถ้าสามารถนำมารวมกันได้ ตัวของเทพทั้งสองจะกลับมาที่โลกนี้อีกครั้งเพื่อพิพากษามนุษย์ และเขาก็ได้สร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาอีกครั้งนึง

ส่วนทางด้านของกรรณะก็ได้ถูกพิพากษาไปด้วยเนื่องจากทำเกินกว่าเหตุ พระสุริยเทพจึงได้ทำการลดพลังของกรรณะลงเพื่อควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่เขาก็ยังเป็นอันตรายต่อคนที่จะมาเป็นศัตรูด้วยอีกตามเคย ซึ่งหลังจากนั้นหลายร้อยปีโลกก็ได้เปลี่ยนไปมากและไม่มีเทพองค์ใดไปยุ่งกับโลกอีกเลย จนได้กำเนิดสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าฟอร์นัสและกริมม์ขึ้นด้วย

ณ ดินแดนเทพแห่งสวรรค์

ในตอนนี้ทางด้านของกรรณะที่กำลังมองห้วงอวกาศที่ไม่มีสิ้นสุด หลังจากเหตุการณ์สงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อน มันทำให้เขาคิดบางอย่างขึ้นมาว่าตนเองกำลังใช้ชีวิตไปแบบเรื่อยๆ ไร้จุดหมายเพื่อเฝ้ามองการใช้ชีวิตของมนุษย์และฟอร์นัส ท่ามกลางความอยู่รอดของพวกเขา

กรรณะที่ตอนนี้ไม่มีของความเป็นมนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว เขาก็ไม่รู้จักความรู้สึก อารมณ์ของมนุษย์เพราะว่าไม่มีแม่มาคอยสอนเรื่องต่างๆให้ เขามักมีสีหน้าที่โหดเหี้ยมและมักเป็นหัวรุนแรง แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่เคยคิดเกลียดชังแม่ของเขาหรือสภาพแวดล้อมต่างๆที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้เลยแม้แต่น้อย เขาไม่มีญาติเลยซักคนที่จะให้ความสุขกับเขาได้ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงเลือกเส้นทางของตัวเขาเอง

โลก Remnant หลายร้อยปีต่อมา

ในตอนนี้โลกนี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ากริมม์ ที่กำลังกระจายอยู่ไปทั่วทุกที่และมนุษย์และฟอร์นัส ต่างก็ต้องพยายามต่อสู้เอาชีวิตรอดจากพวกมัน ยังไม่พอ ยังมีทั้งโจรอีกมากมายในปัจจุบันที่ทำให้พวกเขาอยู่ยากกันมากขึ้น

ขณะนั้นเองฝูงกริมม์มนุษย์หมาป่าที่ชื่อ Beowolf จำนวนหลายสิบตัวกำลังเดินทางไปไหนสักแห่ง พวกมันก็สังเกตสิ่งผิดปกติบางอย่างบนท้องฟ้า ก่อนที่จะมีเปลวไฟพุ่งลงมาตรงกลางทำเอาพวกกริมม์ในบริเวณนั้นโดนเผาตายจนหมด

จากนั้นก็ปรากฏเป็นร่างของกรรณะพร้อมกับเปลวไฟรอบๆ ก่อนที่เขาจะสะบัดหอกจนทำให้เปลวไฟในบริเวณรอบๆ ดับหายไปภายในพริบตาทันที การมาเยือนโลกในครั้งนี้ของกรรณะ ก็เพื่อที่จะมาตามหาความรู้สึกของความเป็นมนุษย์นั้นเอง

เขาเริ่มมองไปรอบๆ กรรณะได้เปลี่ยนตัวเองทันทีเพราะเขาจะให้มนุษย์รู้การมีอยู่ของเทพไม่ได้ โดยเปลวไฟได้เปลี่ยนลุคของเขาเป็นแบบมนุษย์ สมัยใหม่ เสื้อสูทสีดำพร้อมกับเนคไทสีชมพู เหมือนพวกนักธุรกิจรวยๆ ตามสไตล์ และหอกของเขา

กรรณะ : ข้าจะเรียนรู้ความรู้สึกของมนุษย์ได้ยังไงกัน….


โปรดติดตามตอนต่อไป

กรรณะจะถูกลดสเกลลงนะครับ ซึ่งมีพลังแบบหอมปากหอมคอพอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #53 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:32
    น้องโดนเนิร์ฟแต่ก็ยังโหดอยู่ดี
    #53
    0
  2. #52 lastorder20001 (@rishkkkk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 22:32

    กรรณะ หนูโอพีมาก
    #52
    0
  3. วันที่ 2 สิงหาคม 2563 / 00:26
    ต่ออออออออ
    #9
    0
  4. #7 WelshDargon (@WelshDargon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 23:37

    เป็นฟิกที่เนื้อเรื่องเข้ากันดีมาเลย ไม่มั่วเลยสักนิด สนุกมากครับ

    #7
    0
  5. วันที่ 1 สิงหาคม 2563 / 23:14

    อืม.. ดีเลยครับพลังจะได้ไม่เวอร์เกินไปไม่งั้นพี่แกก็คงจะโดนรู้ตัวจริงแบบรวดเร็วแน่ๆ

    #6
    0