เมื่อพระเจ้าให้เกิดใหม่เป็นนักล่าปีศาจต่างโลก (Fic Anime x Devil May Cry)

ตอนที่ 9 : งานเต้นรำของหญิงสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

หมู่บ้านโยคูโมะ

ตัดมาที่หมู่บ้านที่การต่อสู้ของดันเต้ โซเฟียและบีโอวูฟ การต่อสู้ของทั้งสามนั้นเกือบจะทำให้หมู่บ้านพังเลยจำเป็นต้องล่อมันออกมาจากหมู่บ้าน ทั้งสองก็เล่นงานมันได้หนักพอสมควรจนมันอยู่ในสภาพสะบัดสะบอม

โดยตัวของดันเต้นั้นก็มีประสบการณ์การต่อสู้กับมันจากโลกเก่าอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่วายที่จะเข้าไปรับตีนจากมันเล่นๆ ซึ่งโซเฟียก็ต้องคอยสร้างบาเรียให้เขาตลอดเพราะไม่คิดว่าสายเลือดสปาด้าจะบาดเจ็บเป็นและในจังหวะนั้นเจ้าบีโอวูฟก็ง้างหมัดใส่เขา

โซเฟีย : ระวัง!

เสียงของโซเฟียตะโกน และในจังหวะที่มันกำลังจะชกมานั้นเอง ดันเต้ก็ได้ปาดาบ Rebellion สวนกลับไปและพุ่งเข้าไปปาดเข้าที่ลูกตาของมันเต็มๆ ซึ่งโซเฟียก็สร้างบาเรียคุ้มกันเอาไว้ทำให้หมัดของเจ้าบีโอวูฟต่อยโดนบาเรียแทน

ดันเต้ : โว้ คิดว่าจะโดนอัดจมพื้นเหมือนครั้งก่อนซะแล้ว

บีโอวูฟ : อ๊าาาา!!!! ไอ้นังอีกาสารเลว!!!

ทันใดนั้นมือข้างขวาที่เป็นกรงเล็บของเธอมีออร่าสีแดงปรากฏขึ้น และปรากฏเป็นบาเรียสีแดงเหมือนเลือดโผล่ขึ้นมาล้อมตัวของบีโอวูฟทั้งหมด

โซเฟีย : Claw of Restriction!

บึ้มมมม!!!!!!

จากนั้นโซเฟียได้สะบัดมือข้างขวาใส่มัน จากนั้นบาเรียสีแดงก็ระเบิดออกและทำให้เจ้าบีโอวูฟโดนระเบิดไปเต็มๆ และมันก็ทรุดและคุกเข่าลงไปทันทีก่อนที่เธอจะหันมามองที่ดันเต้

โซเฟีย : ตอนนี้แหละ!

ดันเต้ : ได้เลย!

ดันเต้ตอบตกลงพร้อมกับวิ่งอ้อมหลังไปหยิบดาบของตนเองอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระโดดขึ้นมาอยู่บนหัวของเจ้าบีโอวูฟก่อนที่จะเอามือลูปหัวมันอย่างเบาๆ

ดันเต้ : โทษทีนะ ได้เวลาปิดงานแล้ว

ฉัวะ!!!!

และดันเต้ก็ได้ลงมือจัดการฟันใส่หัวของมันจนขาดเป็นสองท่อน พร้อมกับกระโดดลงมายืนบนพื้นแบบหล่อๆ และเอาดาบ Rebellion พาดไหล่เอาไว้และเดินมาหาโซเฟียที่มีอีกาน้อยกำลังเกาะที่ไหล่ของเธออยู่

โซเฟีย : จริงๆ ฉันทำคนเดียวก็ได้นะ ถึงมันจะอยู่นอกเควสก็เถอะ

ดันเต้ : ใครบอก นั้นมันก็เควสของฉันนี่น่า สงสัยมันจะแค้นเธอมากเลยนะ

โซเฟีย : ใช่ เรื่องมันยาวน่ะ....เจ้าคงจะเป็นสายเลือดสปาด้าสินะ?

ดันเต้ : รู้จักด้วยเหรอ?

โซเฟีย : เจ้าคงจะเป็นน้องชายของเวอร์จิล.....แต่บุคลิกต่างกันมากเลยนะ

ดันเต้ : ก็ฉันมันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แบบพี่ชาย-เอ๊ย พี่สาวของฉันมันน่าเบื่อจะตาย

โซเฟีย : ความจริงฉันกำลังตามหาตระกูลสปาด้าอยู่น่ะ ถึงแม้ว่าจะเจอน้องชายแต่ฝีมือก็คงไม่เป็นสองลองจากพี่สาวของนายนักหรอกใช่ไหม?

ดันเต้เมื่อได้ยินดังนั้นก็หันมามองพร้อมกับเอามือลูปค้างและยิ้มให้

ปราสาทราเทีย

ในตอนนี้ทหารของวังได้พา เวอร์จิล พีเน่ มาเรีย ไคล์และคารอสเข้ามาในงานเลี้ยงของปราสาทเรียบร้อย บรรยากาศภายในนั้นถูกตบแต่งด้วยอุปกรณ์มากมายตามสไตล์ยุโรบสมัยก่อนในหนัง แถมยังมีผู้คนมากมายในงานเลี้ยงที่กำลังถือแก้วไวท์พูดคุยกันไปมา โดยมีนักดนตรีบรรเลงเพลงอยู่ด้วย

เวอร์จิล(ความคิด) : คงจะเป็นพวกผู้ดีสินะ

พีเน่ : คุณเวอร์จิล ดูพวกเขามีแต่ชนชั้นสูงทั้งนั้นเลยนะคะ

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินอยู่เรื่อยๆ พร้อมกับชมบรรยากาศภายในงานที่เต็มไปด้วยความหรูหรา จนมีกลุ่มนึงกำลังเดินมาหาพวกเธอ และหลายคนก็ต่างก้มหัวเคารพ ซึ่งก็คือคิงคายนั้นเอง โดยเขาเดินมาพร้อมกับใครบางคนด้านหลัง

คิงคาย : อา พวกเจ้ามากันจริงด้วย ข้าคิดว่าพวกเจ้าจะปฏิเสธซะแล้ว

เวอร์จิล/พีเน่ : มิได้เพคะ!

คิงคาย : เจ้าเองก็ด้วยนะ เลดี้ มาเรียและเรน ไคล์

ไคล์ : เป็นเกียรติมากขอรับที่ พระองค์ชวนกระผมมาด้วย

มาเรีย : ดิฉันก็เช่นกันค่ะ

คิงคาย : ไหนๆพวกเจ้าก็มากันพร้อมหน้าแล้ว ข้าขอแนะนำบุตรชายแห่งอัศวินคนแรกของข้า อาเธอร์

จากนั้นทั้งหมดก็ได้พบกับชายผมบลอน์ที่ใส่ชุดสูทสีขาวที่ดูสง่างามมากๆ จนผู้หญิงแถวนั้นหลายคนก็แทบจะเปลี่ยนลูกตาเป็นรูปหัวใจกันทันที แม้แต่แก็งของสาวๆเองก็มีสะดุ้งเช่นกัน ใช่แล้วเพราะเขาก็คือ อาเธอร์ อัศวินของราเทียและเป็นลูกคนแรกของคิงคาย



และที่ยิ่งกว่านั้น อาเธอร์ได้มองมาที่เวอร์จิลและเดินเข้ามาหาเธอพร้อมรอยยิ้มที่แทบจะทำให้ใจละลายทันที แต่เธอก็ตั้งสติเอาไว้ได้ทัน

อาเธอร์ : คุณคงจะเป็นคุณเวอร์จิลสินะครับ

เวอร์จิล : ชะ-ใช่เพคะ

อาเธอร์ : ฮิๆ พูดปกติเถอะครับ

พีเน่ : มะ-ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นองค์ชายตัวเป็นๆ

คารอส : ราชาแห่งอัศวิน.....ในที่สุด....

ในขณะที่พวกเขากำลังทำความรู้จักกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีแสงไฟส่องลงมาตรงกลางของโถงใหญ่ในห้อง พร้อมกับเริ่มมีผู้คนเริ่มเต้นรำกันเป็นคู่และเสียงดนตรีที่เหมาะกับบรรยากาศเป็นอย่างมาก

คิงคาย : อา ได้เวลาเต้นรำกันแล้ว อาเธอร์ ทำไมเจ้าถึงไม่ลองชวนเวอร์จิลไปเต้นดูล่ะ

เวอร์จิล : วะ-ว่าไงนะคะ?!

อาเธอร์ : ฮิๆๆ งั้นเหรอครับ?

จากนั้นอาเธอร์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับโค้งตัวให้กับเวอร์จิลแบบผู้ดี เอามือซ้ายไขว้หลังแล้วก็ก้มตัวเล็กน้อย แล้วยื่นมือขวาไป ซึ่งเธอก็ประหม่าเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอพร้อมกับรอยยิ้ม

อาเธอร์ : ถ้าไม่รังเกียจ คุณเวอร์จิลมาเต้นรำกับผมได้ไหมครับ?

เวอร์จิล : อะ-เอ่อ....คือ ฉัน.....ฉันเต้นไม่ค่อยเป็น่ะค่ะ

อาเธอร์ : ให้ผมสอนให้นะครับ

พีเน่ : เอาเลยคุณเวอร์จิล

มาเรีย : รออะไรล่ะ อัศวินแห่งราเทียมาขอเต้นด้วยเลยนะ

ทั้งพีเน่และมาเรียก็ดันหลังของเวอร์จิลให้เข้ามาใกล้อาเธอร์ ซึ่งเธอก็เขินๆก่อนที่จะจับมือของอาเธอร์และค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ จากนั้นอาเธอร์ก็โอบเอวของเธอไว้แล้วก็เริ่มเต้นรำ และแน่นอนว่าแสงไฟนั่นส่องไปยังบุตรแห่งราเทียที่กำลังเต้นรำกับเวอร์จิล เหล่าหญิงสาวและชายต่างพูดคุยกันพร้อมกับปนอิจฉาเล็กน้อย

อาเธอร์ : อะไรกัน คุณก็เต้นเป็นนี่น่า

เวอร์จิล : คือ ฉันเคยถูกแม่สอนมาน่ะค่ะ แต่ที่แย่คือฉันเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกกับสายตาคนเยอะๆน่ะค่ะ

อาเธอร์ : ผมเองก็เคยเป็นเหมือนกันครับ แต่ตอนนี้ก็ชินไปเรียบร้อยแล้วเพราะต้องทำหน้าที่ของผู้นำ

เวอร์จิล : งั้นเหรอคะ ดีจังเลยนะคะ

อาเธอร์ : เอาเป็นว่าพวกเรามาสนุกกันดีกว่านะครับ เพราะทุกคนกำลังจับจ้องมาที่เรา

ใช่แล้ว เมื่อเวอร์จิลสังเกตและรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าแสงไฟได้ส่องมาที่ทั้งสองคนโดยเฉพาะ โดยมีคู่อื่นเต้นรำอยู่รอบๆตัวของทั้งสอง แม้แต่มาเรียและไคล์ก็ด้วย ส่วนพีเน่ก็มีผู้ชายมาขอเต้นรำ แต่ก็โดนคารอสเข้ามาควงแขนมาเต้นซะก่อน

แต่หลังจากเวลาผ่านไปได้สักพัก แสงไฟนั้นก็ส่องไปยังที่ทางเดินลงของบันไดอันหรูหราของราชวัง มีหญิงสาวโฉมงามกำลังยืนอยู่บนขอบของบันไดพร้อมกับสไลด์ลงมา และนั้นก็ทำให้เวอร์จิลที่เห็นตาค้างทันที เพราะคนที่ลงมาก็คืออาโนนั้นเอง อาโนในตอนนี้อยู่ในชุดเต้นรำสีดำตามสไตล์ของเธอที่สวยมากจนทำให้ชายหลายคนเริ่มหลงทันที


คารอส : องค์หญิงอาโนงามมากๆ

พีเน่ : เน่ๆๆ!

คารอส : อะ โทษที

เวอร์จิล : ว้าว อาโนสวยมากเลย

อาเธอร์ : อา ผมก็คิดเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเธอก็อยู่ในปาร์ตี้นักผจญภัยเดียวกับคุณสินะครับ

เวอร์จิล : ใช่ค่ะ เธอเองก็เก่งพอตัวเลย

อาเธอร์ : งั้นก็ดีใจกับเธอนะครับที่เธอได้มีคนดีๆที่มาคุยด้วย ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นลูกคนละแม่กับผม แต่ผมเองก็ห่วงเหมือนเธอเป็นน้องแท้ๆ

เวอร์จิล : ดีแล้วค่ะ ที่คิดแบบนั้น

ทั้งสองยังคงเต้นรำกันอยู่ ในขณะนั้นเองอาโนก็เห็นเวอร์จิลกำลังเต้นรำกับพี่ชายของตนก็โบกมือให้ ก่อนที่จะมีใครบางคนเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับโค้งตัวเล็กน้อยให้กับอาโน เขาเป็นชายที่แต่งตัวในชุดสูทสไตล์ฝรั่งเศล แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก

ทางด้านของเวอร์จิลก็ดันไปสะดุดตาเข้าพร้อมกับเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ดวงตาเริ่มแสดงแสงสีฟ้าออกมาเล็กน้อย ในขณะที่อาเธอร์ก็สังเกตได้พร้อมกับหันไปหาน้องสาวของตนที่กำลังจะเต้นรำกับชายปริศนา ซึ่งเขาก็พอรู้ว่าเป็นใคร

อาเธอร์ : อ้อ ชายคนนั้นคือเซบัสเตียน จากตระกูลคานิดอร์ คุณเวอร์จิลสงสัยอะไรหรือเปล่าครับ?

เวอร์จิล : ฉันไม่ชอบหน้าเขาเลยค่ะ ดูสายตาที่มององค์หญิงสิ

อาเธอร์ : ใช่แล้ว ผมเองก็แอบสืบเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับเขาอยู่

เวอร์จิล : สืบ?

อาเธอร์ : ตระกูลของเขาที่รวยได้มาตั้งแต่ปัจจุบันว่ากันว่า พวกเขานั้นขนทาสเถื่อน จากข้อมูลของสายสืบที่พวกเราตามมานาน แต่ก็ไม่มีหลักฐานแบบเต็มไม้เต็มมือสักที

เวอร์จิล : แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่พวกธรรมดาเลยนะคะ

อาเธอร์ : ใช่ครับ เห็นแบบนั้นเขาเองก็เป็นนักเวทย์ที่มีฝีมือระดับสูงพอสมควร เลยทำให้ตระกูลของเขากลายเป็นที่น่านับถือเช่นกัน ต่างกับการที่เขาเอาพลังไปใช้ในทางที่ผิด

เวอร์จิล : งั้นขอโทษนะคะองค์ชาย

จากนั้นเวอร์จิลก็หยุดเต้นรำกับอาเธอร์พร้อมกับเดินเข้าไปหาอาโนที่กำลังเต้นรำกับเซบัสเตียน ซึ่งสีหน้าของเธอก็ไม่เต็มใจอย่างมากแต่เป็นเพราะเขาเป็นพวกตระกูลชนชั้นสูงเลยไม่กล้าปฏิเสธ

เซบัสเตียน : ไม่ทราบว่าคืนนี้องค์หญิงพอจะมีเวลาไปเดินเล่นนอกปราสาทไหมขอรับ?

อาโน : เอ่อ คือว่าฉัน....

เวอร์จิล : ขอโทษนะคะ

ในตอนนั้นเวอร์จิลเดินเข้ามาแยกตัวของอาโนและเซบัสเตียนออก แน่นอนว่าเธอรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับการที่อาโนต้องมาเต้นรำกับไอ้ผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจมากๆ ก่อนที่เวอร์จิลจะโอบเอวของอาโนและจับมือของเธอพร้อมกับเต้นรำ

เวอร์จิล : เป็นอะไรหรือเปล่าองค์หญิง?

อาโน : ค่ะคุณเวอร์จิล ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ขอบคุณมากๆ

ซึ่งเธอก็ส่องสายตาไปหาเซบัสเตียนในแบบเหยียดๆ ก่อนที่เขาจะรู้สึกอายและเดินออกมาจากบริเวณที่เขาเต้นรำกันอยู่ เขาเดินมาหาคนของเขาที่กำลังยืนอยู่ประมาณ 5 คน

เซบัสเตียน : ยัยองค์หญิงนั่นดูเป็นคนเชื่อคนง่ายแฮะ แต่ยัยผมขาวนั้นสวยมากเลยคงจะขายได้ราคาสูง จำเอาไว้ถ้ามีจังหวะเลิกงานก็จัดการจับพวกเธอซะ และอย่าให้ใครรู้

??? : รับทราบครับ

สลับไปทางเวอร์จิลที่กำลังเต้นรำอยู่กับอาโน พร้อมกับส่องสายตาไปทางเจ้าหนุ่มที่ชื่อเซบัสเตียนที่กำลังคุยกับคนของเขาอย่างไม่น่าไว้วางใจ

อาโน : คุณเวอร์จิลมีอะไรหรือเปล่าคะ?

เวอร์จิล : เปล่า ฉันแค่ไม่ไว้ใจหมอนั้นน่ะ

อาโน : เขาก็ดูปกติดีนะคะ

เวอร์จิล : เธอนี่มันใสซื่อจริงๆ นี่แหละฉันถึงได้ชอบ

อาโน : หือ?

เวอร์จิล : เปล่าๆ ไม่มีอะไร!

The Adventurer's Guild

ตัดมาที่กิลด์ ในตอนนี้ทั้งดันเต้และโซเฟียก็มาส่งเควสที่ริโกะ หลังจากที่ทั้งสองสามารถจัดการเควสของตนเองได้สำเร็จ แถมพวกเขาทั้งสองยังได้ระดับถึง S ด้วย แต่เงินของโซเฟียนั้นจะได้น้อยหน่อยเพราะชาวบ้านมีให้แค่นั้น นอกจากบวกระดับ S ทำให้ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเธอก็ไม่ได้อะไรมากมาย

ส่วนทางด้านของดันเต้ก็ได้จัดการกับบอสของเควสอย่างบีโอวูฟได้ ซึ่งความจริงแล้วเควสนี้ไม่มีที่มาว่าใครเป็นคนที่จ้างวาน แต่เจ้าของนั้นก็ได้มอบเงินเอาไว้สำหรับคนที่จัดการกับปีศาจตัวนี้ลงได้ และมันก็ทำให้เขาได้เงินมากพอที่จะสามารถซื้อพิซซ่าทั้งร้าน

จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกมาข้างนอก

ดันเต้ : แล้วเธอจะไปไหนต่อ? อยากจะไปปาร์ตี้ล่าปีศาจเพิ่มไหม?

โซเฟีย : ไม่ล่ะ ฉันแก่แล้วไม่ร้อนแรงเหมือนเธอหรอก

ดันเต้ : ก็ไม่เห็นแก่เลยนี่น่า หรือแก่อายุตัวเลข?

โซเฟีย : ใช่แล้ว ฉันอายุตั้ง 125 ปีแล้วนะ

ดันเต้ : เหร้อ?(เสียงสูง) ไม่บอกนึกว่าอายุ 20 กว่านะเนี่ย แล้วอยากจะไปไหนต่อเหรอ?

โซเฟีย : ถามแบบเหมือนกับว่าฉันไปเข้าปาร์ตี้นายตั้งแต่เมื่อไหร่?

ดันเต้ : ก็นี่ไง

จากนั้นเวทย์มนต์โฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นรายชื่อของเพื่อนที่ต้องไปผจญภัยด้วยกันเป็นแบบปาร์ตี้ 4 คน และในรายชื่อนั้นก็มีดันเต้ และโซเฟียอยู่เรียบร้อย ทั้งสองโดนริโกะจับเข้าตี้เดียวกันไปเรียบร้อย

โซเฟีย : อะไรของยัยหนูนั้นนะ?! แต่เอาเถอะฉันก็จะอยู่ในเมืองเพื่อรอพี่สาวนายก่อน

ดันเต้ : พี่สาวฉันอยู่ในงานเลี้ยงในวังอะไรนั้นแหละ คงมืดกว่าจะจบน่ะ

โซเฟีย : แล้วนายจะไปไหน?

ดันเต้ : ก็.....

ดันเต้เอามือลูปค้างพร้อมกับมองไปรอบๆ ก่อนที่ภาพจะตัดไปยังร้านเสื้อผ้าในเมืองและเป็นช่วงเวลาเย็นพอดี จนโซเฟียนั่งรออยู่ในร้านเสื้อผ้าที่ดูดีพอควร เธอกำลังนั่งรออยู่ตรงหน้าร้านและในที่สุดดันเต้ก็ออกมาจากการเลือกเสื้อผ้าเรียบร้อย

ซึ่งดันเต้ในตอนนี้ก็เป็นเสื้อผ้าแบบเดียวกับในภาค อนิเมะเลยเพราะเขาได้สั่งตัดเลือกเองเลยนาน เขาเดินออกมาพร้อมกับสะบัดเสื้อนอกสีแดงและเอาดาบ Rebellion พาดไหล่เดินมาหาโซเฟีย



ดันเต้ : แบบนี้แหละ จะได้ล่าสนุกๆหน่อย

โซเฟีย : ดูดีขึ้นนี่น่า ดีกว่าโชว์หน้าท้องซะอีก

ดันเต้ : อดเห็นหน้าท้องอันน่ามองของฉันใช่ไหมล่ะ?

โซเฟีย : ไอ้บ้า!

ดันเต้ : เฮ้ ชุดใหม่เธอเหรอ ก็โอเคเลยนี่น่า

ใช้แล้ว เขาเพิ่งจะสังเกตว่าโซเฟียได้เปลี่ยนชุดเรียบร้อย แต่เธอใช้เวทย์มนต์ในการเปลี่ยนเป็นเสื้อกระดุมสีขาวที่โชว์เนินอกพร้อมกับสร้อยสีม่วง และกระโปรงสั้นสีดำที่ดึงดูดผู้ชายที่เดินผ่านได้พอสมควร



โซเฟีย : นี่มันเป็นชุดที่ฉันเอาไว้เดินในเมืองน่ะ ส่วนชุดที่เห็นนั้นคือเอาไว้บู๊น่ะ

กริฟฟอน : แหม ดูเหมือนว่าจะได้น้องชายของสปาด้าแทนพี่สาวซะแล้วสินะเนี่ย

ดันเต้ : เฮ้ พูดได้ด้วยแฮะเจ้าอีกา

โซเฟีย : ถ้าเรียบร้อยแล้ว งั้นฉันขอตัวก่อนนะพ่อนักล่าปีศาจ

ดันเต้ : เดี๋ยวสิ ไปร้านพิซซ่ากับฉันหน่อย

โซเฟีย/กริฟฟอน : หา?!

ดันเต้ : พอดีฉันเป็นลูกครึ่งปีศาจ เลยยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการใช้เงินของที่นี่มากนักน่ะ

โซเฟีย : เฮ้อ....ทำตัวเป็นเด็กไปได้นะนายนี่

ปราสาทราเทีย

ในตอนนี้บรรยากาศเริ่มมืดลงตามเวลา งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปเหมือนตามปกติ แต่ทว่าในตอนนี้เวอร์จิลและอาโนได้เดินออกมาด้านนอกที่สวนของปราสาท ซึ่งชุดราตรีของทั้งสองนั้นก็เข้ากับบรรยากาศมากๆ และเป็นตัวของเวอร์จิลที่ชวนออกมา

อาโน : คุณเวอร์จิลมีอะไรหรือเปล่าคะ เห็นไม่สบายใจ

เวอร์จิล : มันมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ เกี่ยวกับชายที่ชื่อเซบัสเตียน

อาโน : แต่ท่านพ่อบอกว่าเขามาจากตระกูลชนชั้นสูงนะคะ

เวอร์จิล : จะชั้นไหนมันก็มีทั้งดีและไม่ดีปนอยู่เหมือนกันนั้นแหละ และจำเอาไว้นะอาโนว่าอย่าไปเข้าใกล้หมอนั้นอีก องค์ชายอาเธอร์เองก็เตือนเหมือนกันเพราะงั้นฉันถึงได้-

แปะๆๆๆ

ทันใดนั้นมีเสียงตบมืออย่างช้าดังออกมาจากความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินออกมาจากความมืด ซึ่งไม่ได้มีแค่คนเดียวแต่มีเป็นกลุ่ม และก็ปรากฏใครบางคนจากความมืด

??? : ดีใจจังเลยนะครับ ที่พวกคุณสองคนระวังตัวกันได้

เวอร์จิล : เซบัสเตียน....

เซบัสเตียน : เยี่ยมเลย ผมจะได้ไม่ต้องแนะนำตัวให้เสียเวลา

จากนั้นก็มีกลุ่มคนใส่ฮู๊ดสีดำพร้อมกับหน้ากากเดินออกมาจากความมืดประมาณ 5-6 คน ทางเวอร์จิลเองก็สัมผัสได้จริงๆว่าคนกลุ่มนั้นไม่ธรรมดา เพราะอาเธอร์เคยบอกเอาไว้ว่าพวกนั้นก็เป็นนักเวทย์ที่มีฝีมือระดับสูงพอสมควร

เวอร์จิล : ตระกูลที่รวยมาจากการขนทาสเถื่อนเพื่อส่งไปเมืองต่างๆ

เซบัสเตียน : ก็ใช่ ดูเหมือนคุณอาเธอร์จะเล่าเรื่องที่เขากำลังสืบและไม่พบหลักฐานให้คุณฟังสินะ ใช่แล้วเพราะเขาไม่พบหลักฐานยังไงล่ะ

อาโน : นี่มันอะไรกันคะ?!

เซบัสเตียน : โอ้ว แม่องค์หญิงน้อยที่ไร้เดียนสา องค์หญิงเองก็เหมาะที่จะไปกลับผมด้วยเช่นกันนะขอรับ คงจะมีเหล่าพวกชั้นสูงสนใจมากแน่ๆ

เวอร์จิล : ไอ้สาวเลว คิดจะเอาตัวองค์หญิงไปขายงั้นเหรอ?!

เซบัสเตียน : ว้าว โมโหงั้นสินะครับ ไม่ต้องห่วงเราก็จะพาตัวคุณไปด้วยเช่นกัน และอย่าขัดขืนให้หน้าตาของพวกคุณเสียโฉมเลยนะครับ

เวอร์จิล(ความคิด) : ชิ แม่งดันติดชุดบ้านี่อีก สู้ลำบากแน่ๆ

กลุ่มนักเวทย์ของเซบัสเตียนได้ค่อยๆเดินเข้ามาล้อมทั้งสองสาวเอาไว้ แน่นอนว่าพวกเธอเองก็พร้อมบวก ในขณะที่มือของอาโนก็มีเปลวไฟสีดำออกมา ซึ่งนั้นทำให้พวกเขาประหลาดใจนิดๆก่อนที่จะโจมตีด้วยเวทย์มนต์บางอย่าง

อาโน : อ่ะ อะไรน่ะ?!

จู่ๆใต้เท้าของเธอก็มีวงเวทย์สีเหลืองปรากฏขึ้นพร้อมกับมีแส้สีทองขึ้นมารัดแขนและขาของอาโนเอาไว้พร้อมกับตึงเธออยู่แบบนั้น แม้แต่เท้าของเวอร์จิลเองก็ด้วยแต่เป็นเพราะชุดกระโปรงยาวทำให้ขยับลำบากและโดนตึงเอาไว้เช่นกัน

เวอร์จิล : แส้เวทย์พวกนี้....มันอะไรกัน?!

เซบัสเตียน : ตกใจงั้นสินะครับ มันก็คือ Light Anti Magic ที่จะทำการลบสถานะเวทย์มนต์ทุกอย่างออกไปเมื่อถูกตรึงเอาไว้ และมันใช้ได้กับทุกเวทย์โดยเฉพาะมังกรกับลูกครึ่งปีศาจ งานนี้พวกเราได้รวยเละกว่าเดิมแน่ๆ ฮ่าๆๆๆ!!!!

อาเธอร์ : งั้นแผนชั่วของพวกแกก็คงต้องจบแล้วล่ะ

เสียงตะโกนของคิงอาเธอร์ดังขึ้น เมื่อพวกเขาหันมาที่ทางเข้าก็พบกับอาเธอร์และทหารราชวังจำนวนหลายสิบคนพร้อมกับดาบและหอกพร้อม ทั้งหมดนี่เป็นเพียงแผนที่อาเธอร์ร่วมมือกับเวอร์จิลในการเปิดเผยความชั่วของเซบัสเตียนและใช้เวทย์ดักอัดเสียงเอาไว้

เซบัสเตียน : นี่แกรู้มาตลอดงั้นสินะ มิน่าถึงใช้ผู้หญิงมาเป็นเหยื่อล่อ ไม่สมกับเป็นอัศวินเลย

อาเธอร์ : บางครั้งสุดท้ายคนเราก็ต้องทำให้ศัตรูกลัวความมืด และนี่แหละคือคำตอบ

เซบัสเตียน : ชิ จัดการมันเลย!!!

เขาสั่งลูกน้องฮู๊ดดำของเซบัสเตียนก็บุกเข้าใส่อาเธอร์พร้อมกัน แต่ทว่าอาเธอร์ได้สะบัดของเขาเพียงครั้งเดียวก็ทำให้ลูกน้องของเซบัสเตียนกระเด็นและลงไปนอนกองกับพื้นทั้งหมด แต่ทันใดนั้นเจ้าเซบัสเตียนก็วาร์ปเข้าไปด้านหลังเวอร์จิลพร้อมกับใช้มีดเวทย์ที่เสกขึ้นมาจ่อคอของเธอเอาไว้

อาเธอร์ : คุณเวอร์จิล!

เซบัสเตียน : อย่าเข้ามานะเว้ย ไม่งั้นฉันปาดคอนังนี่แน่!

เวอร์จิล : หึๆๆๆ

เซบัสเตียน : หัวเราะอะไรของแก จะตายอยู่แล้วแท้ๆ!!!

เวอร์จิล : แกลืมไปหรือเปล่าว่าองค์หญิงอยู่ใกล้ฉันและเธอก็เป็นสายเลือดมังกร

เซบัสเตียน : ว่าไงนะ?!

เมื่อเธอพูดจบ เซบัสเตียนได้หันไปหาอาโน และสิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออาโนได้พ่นไฟสีดำออกมาจากปากอัดใส่หน้าของเซบัสเตียนจนทำให้เปลวไฟสีดำลุกเต็มหัวของเขาพร้อมกับร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่อาโนจะสั่งให้เปลวไฟหายและและเขาก็นอนอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวด

อาเธอร์ : เซบัสเตียน แห่งตระกูลคานิดอร์ ตอนนี้แกถูกจับด้วยข้อหาขนทาสเถื่อน พร้อมกับยังทำร้ายองค์หญิงอาโนให้เกิดอันตรายอีก โทษของแกสูงแน่

ตัดภาพมาที่อีกทุกคนได้มารวมตัวกันอยู่ที่สวนเรียบร้อย ซึ่งเวอร์จิลก็วาร์ปกลับไปเปลี่ยนชุดอย่างโดยเร็วและสาบานกับตัวเองว่าจะไม่ใส่ชุดเต้นรำอีกเป็นอันขาด โดยตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดปกติและไม่ได้ใส่เสื้อคลุมตัวโปรดของเธอ



พีเน่ : พวกคุณน่ะ จะวางแผนอะไรทำไมไม่บอกกันก่อนคะ?!

คารอส : แบบนี้มันอันตรายมากเลยนะครับ

เวอร์จิล : น่าๆ ฉันเองก็รู้อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ

อาโน : แต่ทำแบบนี้แล้วมันก็สนุกดีนะคะ แต่ฉันอยากจะบู๊ซะมากกว่า ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่อาเธอร์ด้วยนะคะ

อาเธอร์ : ไม่เป็นไรหรอก พวกเราก็พี่น้องกันต้องช่วยเหลือกัน และพี่ยังต้องดูแลเราไปอีกนานเลยด้วย

The Adventurer's Guild

ตัดมาที่กิลด์เป็นเวลากลางคืนที่ไม่มีคนแล้ว และริโกะเองก็กำลังจะเตรียมเควสสำหรับวันพรุ่งนี้ ซึ่งในขณะที่เธอกำลังทำหน้าที่ตามปกติอยู่นั้นเอง ก็มีชายปริศนาเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับใส่ฮู๊ดสีดำเข้มมีร่างกายสูง

ริโกะ : ยินดีต้อนรับค้า~

ชายคนนั้นไม่ได้ตอบรับอะไรริโกะ ซึ่งเธอก็เจอนักผจญภัยหลากหลายมาเยอะ ประเภทนิ่งเงียบก็เยอะใช่ย่อย เขาเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับมองไปรอบๆ

??? : ที่นี่....มีคนชื่อเวอร์จิล....บุตรแห่งสปาด้าหรือเปล่า?

ริโกะ : เอ่อ....ก็ใช่ค่ะ เธอเป็นนักผจญภัยยศแพลตตินั่ม คุณมีธุระอะไรหรอกคะ?

??? : ข้ามาส่งข่าวจาก Prince of Darkness เขาฝากข้ามาส่งบัตรเชิญให้กับนางที่เมือง วอเตอร์ทาวน์ ได้โปรดฝากเอาไปให้นางด้วยละกัน

ทันใดนั้นชายปริศนาก็ทำท่าจู่โจมใส่ริโกะ แต่ทว่าได้มีเสียงปืนดังขึ้นจากข้างหลังซะก่อนพร้อมกับชายปริศนาที่หายไปต่อหน้า และก็เป็นดันเต้ที่ลืมของเอาไว้และเล็งปืนคู่ใจอยู่นั้นเอง พร้อมกับโซเฟียที่ยืนอยู่ด้านหลัง

ดันเต้ : หึ แจ็คพอต.....

โซเฟีย : Prince of Darkness......มูนดัสต์......

1 คอมเมนต์เท่ากับ 1 กำลังใจนะครับ-
ผัวะ!
เวอร์จิล : หุบปาก!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #63 DuckMySick (@DuckMySick) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 00:52
    บทโคตรจะละครเวที 5555
    #63
    0
  2. #55 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 14:30
    ได้เวลาลุยแล้ว
    #55
    0
  3. #54 Nura_Riku (@kanda-02) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 14:24
    อยากเห็นโมเมน เวอร์จิล×อาโน อีกจังเลย
    #54
    0
  4. #53 ITSARAWUT220044 (@ITSARAWUT220044) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 13:17
    บอสของdveil may cay ภาค1ก็มา
    #53
    0