เมื่อพระเจ้าให้เกิดใหม่เป็นนักล่าปีศาจต่างโลก (Fic Anime x Devil May Cry)

ตอนที่ 6 : เผชิญหน้ากับตระกูลปีศาจ Warden Eternal

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 847
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

เช้าวันต่อมา

ยามเช้าตรู่ในที่สุดเรื่องราวทุกอย่างก็ดังไปทั่วปราสาท เรื่องร่างกายที่แท้จริงของอาโน บุญสาวของคิงคาย และนั้นก็ทำให้เธอถูกเรียกตัวไปพบกับพ่อของตนเอง ซึ่งสำหรับคิงคายนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจอย่างมาก เพราะเขาต้องการให้เธอสืบตำแหน่งเมื่ออายุของเธอถึงในจุดที่ต้องการ ซึ่งยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะคนที่เหมาะสมและอายุถึงก็คือบุตรคนแรกของเขา

แต่สำหรับคนอื่นๆหรือแม้แต่องค์รักษ์เองก็ไม่ชอบใจนักบางส่วน ว่าอาโนก็มีพลังวิเศษที่พวกเขายังไม่รู้ว่าตัวของเธอนั้นมีสายเลือดของมังกร ซึ่งก่อนหน้านั้นแม่ของเธอก็มีสายเลือดมังกรเช่นกัน และจากเรื่องราวที่เธอได้ฟังจากปากของอาโน เผ่ามังกรก็กำลังตกเป็นเป้าหมายของเผ่า Warden เช่นกัน

ตัดมาปัจจุบันในขณะที่เวอร์จิลกำลังเดินลงบันไดของวังเพื่อที่จะออกไปข้างนอกนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงคนวิ่งตามหลังของเธอ เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นแม่อาโนนั้นเอง โดยเธอมาใส่ชุดที่ดูเหมือนกับพวกนักผจญภัยมากขึ้น ซึ่งนั้นก็ทำให้เวอร์จิลงงทันที



เวอร์จิล : องค์หญิงอาโน

อาโน : คุณเวอร์จิลเลิกเรียกฉันแบบนั้นเถอะค่ะ เรียกอาโนก็พอ

เวอร์จิล : ว่าแต่จะไปไหนคะเนี่ย?

อาโน : ก็ไปกับคุณเวอร์จิลไงคะ

เวอร์จิล : มากับฉัน....เธอน่ะเหรอ?

อาโน : ก็คุณเวอร์จิลเป็นนักผจญภัย ฉันเองก็ได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาเต็มที่แล้วหลังจาก 18 ปีที่ผ่านมาและฉันเองก็อยากจะเป็นเหมือนคุณเวอร์จิลด้วยค่ะ

เวอร์จิล : แฮะๆ ฉันว่าองค์หญิงคิดดีๆนะคะ

อาโน : ไม่ค่ะ ฉันก็มีเวทย์มนต์เหมือนกันนะคะคุณเวอร์จิล

เวอร์จิล : หือ?

The Adventurer's Guild
เวลา  07.03 AM

จนสุดท้ายเวอร์จิลก็ต้องยอมให้อาโนมากับเธอด้วย จนกระทั่งมาถึงที่กิลด์และพอเข้าไปข้างใน ก็พบว่าทุกสายตาของนักผจญภัยก็จ้องไปยังจุดเดียวกันพร้อมกับก้มหัวให้กับอาโนทันที ก่อนที่เวอร์จิลจะหันมามองที่เจ้าหญิงและพบว่าเธอเองก็ประมาทเล็กน้อยพร้อมกับเหงื่อที่ไหลออกมาจากใบหน้า

??? : องค์หญิงอาโน!!!!

ริโกะ : องค์หญิงอาโนงั้นเหรอคะ?!

พีเน่/คารอส : ใครนะ?!

อาโน : เอ่อ....คือ.....

หลังจากนั้นเวอร์จิลก็อาสาเล่าทุกอย่างให้ฟัง ว่าตัวของอาโนก็อยากจะเป็นนักผจญภัยเหมือนเวอร์จิลด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าเธอจะเป็นองค์หญิงก็จริง แต่ตำแหน่งผู้ที่จะได้สืบทอดก็ยังคงเป็นบุตรคนโตของกษัตริย์คิงคาย ซึ่งก็เป็นผู้ชายและมีสายเลือดของอัศวินอย่างเต็มตัว ซึ่งอาโนก็ได้สมัครและได้ยศกระเบื้องเรียบร้อย

ริโกะ : ทุกคนคะ ถึงเวลาแปะเควสตอนเช้าแล้วนะคะ

เป็นเช่นเคยที่เหล่านักผจญภัยทุกคนกำลังมองหาเควสที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทำลาย กวาดล้าง ป้องกันและช่วยเหลือ หรือกำจัดพวกปีศาจและมอนสเตอร์ใหญ่ๆ และที่นิยมน้อยก็เป็นพวกตัวเล็กๆ อย่างพวกฝูงแมลงและฝูงก็อบลิน ในขณะที่เวอร์จิล อาโน พีเน่และคารอสยังนั่งมองทุกคนอยู่เหมือนเดิม

อาโน : แล้วเราไม่ไปดูเหรอคะ

พีเน่ : ไม่เป็นไรหรอกค่ะองค์หญิง เราเพียงแค่รอเควสที่พวกนักผจญภัยไม่เอาน่ะค่ะ

คารอส : และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเควสช่วยเหลือชาวบ้านนะครับ

เวอร์จิล : แต่ก่อนอื่นเลยนะ ไปหาของกินกันก่อนดีกว่าและพาเจ้าหญิงเดินชมเมืองด้วย

ทั้งพีเน่และคารอสต่างก็เห็นด้วยในขณะที่รอพวกนักผจญภัยเลือกเควส โดยทั้งเวอร์จิล พีเน่และคารอสต่างพาองค์หญิงอาโนไปซื้อของกินรอบเมือง ผู้คนที่เห็นส่วนใหญ่ก็ยังไม่ชินกับการที่เจ้าหญิงคนเล็กของกษัตริย์มาเดินเล่นที่เมือง จะมีพวกเหยียดที่ว่าอาโนเป็นลูกเมียน้อยโผล่มาบ้าง แต่ก็โดนเวอร์จิลจัดการไปตามระเบียบเหมือนเดิม

ช่วงเวลาแห่งความสงบยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งตัวของอาโนก็ตื่นเต้นมากที่ได้ออกมาจากปราสาทเพื่อมองโลกภายนอกแห่งนี้ โดยทั้งเวอร์จิล พีเน่และคารอส ต่างก็นั่งมองอาโนสำรวจพื้นหญ้านอกเมืองที่เป็นพื้นที่โล่งแต่ก็มีต้นไม้ให้นั่งพิง

ซึ่งเวอร์จิลเองก็ดูเหมือนจะหลงรอยยิ้มของเจ้าหญิงเข้าให้แล้ว ซึ่งเธอเองก็ได้แต่เหม่อมองอาโนที่กำลังเดินสำรวจไปทั่วบริเวณ ในขณะที่สองเด็กใหม่เองก็นั่งคุยกันตามปกติ

พีเน่ : เน่ๆ ไม่คิดเลยนะว่าจะได้เห็นองค์หญิงแบบนี้มาก่อน

คารอส : นั้นน่ะสิ สวยเป็นบ้าเลย

พีเน่ : เฮ้ยๆ

คารอส : ล้อเล่นน่า แต่ก็คิดเหมือนกันใช่ไหมคุณเวอร์จิล.....คุณเวอร์จิล?

เวอร์จิล : ว่าๆๆๆ

พีเน่ : เหม่ออะไรคะนั้น?

เวอร์จิล : เปล่า....ไม่คิดว่าจะได้เห็นอาโนมีความสุขแบบนั้นมาก่อน....

พีเน่ : นี่ๆทั้งสองคน....ทำไมท้องฟ้ามันแปลกๆ

และความสุขของพวกเขาก็หมดไป เมื่อพวกเขารู้สึกถึงอะไรบางอย่างและเมื่อมองขึ้นไปตามที่พีเน่บอก ทั้งหมดก็ต้องประหลาดใจเมื่อท้องฟ้านั้นเหมือนกับกำลังมีพายุสีส้มขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามายังเมืองของราเทียแห่งนี้ จนกระทั่งสายตาของอาโนเปลี่ยนเป็นอาการหวาดกลัวเล็กน้อย

อาโน : นั้นมัน...

ครืนๆๆๆ!!!!

ในตอนนั้นเองแผ่นดินก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากป่าในทางที่พายุกำลังเข้ามาพร้อมกับมีเปลวไฟและลาวาพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินจนทำให้พวกหญ้าและต้นไม้แถวนั้นถูกเผาไปจนหมด

และได้มีบางสิ่งโผล่ออกมาจากรอยแยกของพื้นดิน พวกมันเป็นปีศาจโครงกระดูกในชุดของอัศวินดำที่มีเปลวไฟล้อมรอบร่างกายทั้งหมดพร้อมกับอาวุธของอัศวินต่างๆ จำนวนมากเหมือนกับต้องการถล่มเมืองราเทียให้ได้ จนกระทั่งมีเสียงคำรามขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากใต้ดินพร้อมกับอสูรกายที่มีร่างกายเป็นหินและลาวา ซึ่งมันมีขนาดพอๆกับมังกร



เวอร์จิล : นั้นมัน?!

อาโน : ตระกูลปีศาจ Warden Eternal

คารอส : บ้าน่า ทำไมตระกูลปีศาจแห่งไฟถึงบุกมาถึงที่นี่เลยล่ะ?!

พีเน่ : อาจจะเป็นเพราะว่าพวกนั้นรู้เรื่องของคุณเวอร์จิลก็ได้

เวอร์จิล : แล้วพวกนั้นต้องการอะไรจากฉัน?

พีเน่ : ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ แต่ตระกูลนี้มันจะชอบล่าเผ่ามังกรเป็นงานหลัก ส่วนงานเสริมก็คือไม่ต้องการให้ตระกูลปีศาจในเขตแข็งแกร่งกว่าตระกูลของตน.....แสดงว่าพวกมันมาหาฉัน

อาโน : แล้วก็ฉันด้วยค่ะ อย่าลืมสิคะว่าฉันเองก็มีสายเลือดของมังกรอยู่ด้วย

คารอส : องค์หญิงมีสายเลือดมังกร?!

พีเน่ : ใครๆก็รู้ นายไปอยู่ไหนมา?

จากนั้นเวอร์จิลก็เดินนำกลุ่มออกมา พร้อมกับในมือที่กำดาบยามาโตะแน่นและใช้แขนบังทั้งสามคนไว้

เวอร์จิล : พีเน่ คารอส ตรงนี้ฉันจัดการเอง ฉันขอให้พวกเธอปกป้ององค์หญิง....เข้าใจนะ

พีเน่/คารอส : รับทราบค่ะ/ครับ!!!

ในขณะนั้นเองบนท้องฟ้าได้เกิดฟ้าผ่าสีส้มอย่างรุนแรงไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะมีบางอย่างค่อยๆลอยลงมาจากพายุไฟด้านบนของพวกเขา และกำลังลอยลงมาอยู่ตรงหน้าของกลุ่มของเวอร์จิลอย่างช้าๆ ดูเหมือนจะเป็นหญิงสาวที่มีร่างกายเป็นปีศาจไฟ ซึ่งต่างจากอสูรตัวอื่นๆ


ซึ่งทางเวอร์จิลเองก็สัมผัสได้ชัดเจนเลยว่าเธอจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ จนกระทั่งพีเน่ได้สตั้นพร้อมกับเหงื่อออกด้วยความกลัว ก่อนที่จะพยายามพูดบางอย่าง

พีเน่ : นะ-นั้นมัน....ผู้นำของตระกูลปีศาจ Warden Eternal

อาโน : ฟิวรี่ The Chaos of Hell.....

ฟิวรี่ : อา....ในที่สุดก็ถึงเวลาแบบนี้ ข้าได้ยินข่าวจากพวกเจ้ามาพอสมควร สองนักผจญภัยหน้าใหม่ กับเจ้าหญิงของเมืองที่มีสายเลือดมังกรและ.....ลูกครึ่งปีศาจตระกูลสปาด้า ข้าคือฟิวรี่ ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูล Warden Eternal

เวอร์จิล : บาๆๆๆๆ จะอะไรก็ช่าง พวกแกมีธุระอะไร?!

ทั้งตระกูลของ Warden Eternal ต่างพากันสตั้นเพราะการพูดแทรกของเวอร์จิลที่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับพวกเขามาก่อน และแน่นอนว่าทั้งหมดเริ่มแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเลย

??? : นี่แกกล้าดียังไงที่พูดขัดท่านฟิวรี่?!

ฟิวรี่ : ไม่เป็นไรหรอก นางเป็นเพียงลูกครึ่งปีศาจ มันช่วยไม่ได้ที่เขาไม่เข้าใจถึงการได้รับเกียรติจากข้า

เวอร์จิล : เอาล่ะ พวกเธอมีธุระอะไรกับฉัน ถ้าคิดจะมาต่อสู้กันละก็ฉันก็พร้อมนะ

ฟิวรี่ : ไม่ต้องห่วงเลย เพราะข้าไม่โจมตีเผ่าปีศาจเหมือนกันหรอก และเราก็รู้ถึงการเคลื่อนไหวของเผ่ามังกรที่เริ่มจะออกอาละวาดมากขึ้น เพราะเผ่ามังกรและเผ่าปีศาจก็เป็นศัตรูมาช้านานแล้ว และข้าต้องการข้อมูลของมังกรที่เคยมาโจมตีเมืองเพื่อที่จะไปรายงายให้ท่านผู้นำสูงสุด

พีเน่ : นอกจากนางแล้วยังมีสูงกว่าอีกเหรอ?

ฟิวรี่ : และสิ่งที่ท่านต้องการ.....

จากนั้นฟิวรี่ก็ชี้ไปทางอาโนที่กำลังยืนงงอยู่ ในสายตาของฟิวรี่ที่เห็นนั้นคืออาโนมีออร่าเป็นเปลวไฟสีดำที่เป็นรูปร่างเหมือนมังกรกำลังอยู่รอบตัวเพื่อปกป้องตัวของเธอ และนั้นก็คือเป้าหมายของพวกฟิวรี่ และนั้นทำให้เวอร์จิลเดินมาขวางพร้อมกับกำดาบยามาโตะ



เวอร์จิล : ถ้าคิดจะทำอะไรเธอล่ะก็....ข้ามศพฉันไปก่อน

ฟิวรี่ : หึ เป็นลูกครึ่งปีศาจแล้วคิดจะปกป้องเผ่ามังกรงั้นเหรอ?!

เวอร์จิล : นางเหมือนกับฉัน ก็คือลูกครึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วถ้าคิดจะทำอะไรล่ะก็....ยัยโง่เอ๊ย!

ฟิวรี่ : พอได้แล้ว เป็นแค่ลูกครึ่งปีศาจแท้ยังจะกล้าอวดดีกับตระกูลปีศาจเต็มตัวอย่างข้างั้นเรอะ?! แค่ข้าได้ยินเรื่องลูกครึ่งปีศาจ ข้าเองก็รู้สึกคลื่นไส้สุดๆ เพราะฉะนั้นข้าจะเผาพวกเจ้าด้วยเปลวไฟแห่งนรก!!!!

ทันใดนั้นนางก็ได้สั่งให้กองทัพโครงกระดูกของนางเริ่มบุกเข้าโจมตีพวกของเวอร์จิล และในขณะที่พีเน่และคารอสก็กำลังเตรียมตั้งรับการโจมตี เวอร์จิลได้ชักดาบยามาโตะออกมาและตั้งท่า พร้อมกับใช้ท่า Judgement Cut End กวาดใส่กองทัพโครงกระดูก



หลังจากนั้นจากนั้นเธอก็เก็บดาบเข้าฝักอย่างช้าๆอย่างใจเย็น พวกบรรดากองทัพโครงกระดูกไฟที่อยู่แถวนั้นก็ตัวขาดครึ่งและตายแบบไม่รู้ตัวในทันที และนั้นทำให้ฟิวรี่ตาโตขึ้นมาทันทีเพราะพลังและดาบของเวอร์จิล

ฟิวรี่ : ได้ยังไงกัน?!

อาโน : นะ-นั้นมันพลังอะไรกัน กวาดพวกโครงกระดูกภายในพริบตาเลย?!

คารอส : คุณเวอร์จิลเก่งอยู่แล้วครับ

พีเน่ : ฉันจะคอยกันหลังให้คุณเวอร์จิล!

ฟิวรี่ : เป็นแค่ลูกครึ่งปีศาจแท้ๆ บารอน จัดการมันซะ!!!

ฟิวรี่ได้สั่งให้โกเลมลาวายักษ์ของเธอเริ่มเข้าโจมตีกลุ่ม มันคำรามออกมาเสียงดังมากไปทั่วบริเวณจนทำให้ทุกคนต้องเอามือปิดหูกันเลยทีเดียว จากนั้นเจ้าบารอนได้ทำการเสก บอลไฟที่เป็นลาวา ขึ้นมาบนมือของมันพร้อมกับขว้างมาที่เวอร์จิล

ซึ่งเวอร์จิลก็ยิ้มพร้อมกับชักดาบใส่ลาวาบอล และทำให้มันสลายไปทันที และนั้นก็ยิ่งทำให้พวกนั้นโมโหขึ้นไปกว่าเดิมมากๆ และก่อนที่มันจะได้ลงมือเป็นครั้งที่สอง เวอร์จิลได้ชักดาบออกมาและสะบัดดาบไปทางเจ้าบารอนพร้อมกับร่ายรำดาบของเธอ

ฟิวรี่ : อะไรน่ะ?!

ฟิวรี่สัมผัสพลังที่ออกมาจากดาบและพุ่งไปหาบารอนในแบบที่มองไม่เห็น และทางด้านของเวอร์จิลก็ได้ตั้งท่าพร้อมกับค่อยๆเก็บดาบอย่างช้าๆ และเมื่อเธอเก็บดาบเข้าฝัก ร่างกายของบารอนก็ถูกตัดเป็นสองส่วนและขาดครึ่งท่อนไปแบบง่าย



เวอร์จิล : หึ ง่ายแท้ๆ

ฟิวรี่ : เป็นไปไม่ได้?!

เวอร์จิล : วันนี้ฉันอารมณ์ดีนะ ฉันจะยอมปล่อยเธอไปก็ได้

ฟิวรี่ : แก....นังลูกครึ่งปีศาจ แกจะได้รู้ถึงพลังของ The Chaos of Hell.....

ทันใดนั้นฟิวรี่ได้เสกดาบไฟเล่มใหญ่ออกมาพร้อมกับพุ่งลงและปักที่พื้น ทำให้มีไฟระเบิดพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินและทำให้กลุ่มของเวอร์จิลวงแตกทันที ต่างคนต่างก็พากันหลบไปคนละทาง ในขณะที่เวอร์จิลก็ใช้ Air Trick วาร์ปไปมาอย่างรวดเร็ว

ฟิวรี่ : Hell Blade!!!!

ฟิวรี่ได้พุ่งเข้ามาหาเวอร์จิลอย่างรวดเร็วพร้อมกับดาบไฟที่มีออร่ามหาศาลของเธอ ทำให้ดาบ Hell Blade และดาบยามาโตะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง จนทำให้พื้นแถวนั้นระเบิดและกระจายไปทั่วบริเวณ ทางด้านของพีเน่ก็สร้างบาเรียสายฟ้ามาป้องกันคารอสและอาโนไว้ได้ทัน

อาโน : คุณพีเน่!

คารอส : พีเน่!

ในตอนนั้นพีเน่ที่พยายามใช้เวทย์ของเธออย่างสุดความสามารถ แต่เหมือนกับว่าพลังเปลวไฟของฟิวรี่จะมากเกินในระดับที่เธอจะรับไหว บาเรียของเธอค่อยๆเกิดรอยร้าวที่ละนิดและเริ่มมีรูรั่วออกมา ซึ่งในตอนนั้นทั้งอาโนและคารอสคิดได้แน่ ว่าพีเน่ต้านได้ไม่นาน

คารอส : Shield of Light!!!!

คารอสได้ตะโกนพร้อมกับเอาดาบปักพื้น ก่อนที่บาเรียของพีเน่จะมีแสงสว่างออกมาเพื่อเพิ่มการป้องกันให้เป็นคูณสองมากขึ้น ถึงแม้ว่าทั้งสองจะร่วมมือกัน แต่พลังก็ยังไม่พอสำหรับเปลวเพลิงจากนรกของฟิวรี่ ซึ่งทั้งสองก็กำลังจะหมดแรงกันอยู่แล้ว

คารอส : ยึก พวกเราจะทำยังไงกันต่อ?!!!!

พีเน่ : อย่ามาสั่งได้ไหม ฉันก็จะหมดแรงอยู่แล้วนะ!!!!!

ในตอนนี้สถานการณ์เริ่มจะไม่สู้ดี ซึ่งในขณะนั้นเองอาโนก็เหมือนกับกำลังทำท่าลังเลเหมือนไม่อยากจะใช้อะไรบางอย่าง จนสุดท้ายเธอก็ได้หลับตาลงนึกถึงบางอย่าง ก่อนที่เธอจะลืมตาขึ้นมาและดวงตาของเธอก็กลายเป็นสีขาว ในขณะที่มีออร่าของเปลวไฟสีดำออกมาจากร่างกาย

อาโน : Shadow Flame!!!

อาโนได้สะบัดมือออกพร้อมกับเปลวไฟสีดำของเธอ ทำให้เปลวไฟของฟิวรี่ในบริเวณรอบสลายไปทันที ซึ่งนั้นก็ทำให้ทุกคนในบริเวณนั้นอึ้งไปทันที โดยเฉพาะพีเน่และคารอสที่อยู่ใกล้สุด

พีเน่ : องค์หญิง....

คารอส : เมื่อกี้มัน....

ทั้งสองคนได้หันมาข้างหลังอย่างช้าๆ และก็พบว่าอาโนในตอนนี้มีดวงตาสีขาวและมีออร่าเป็นเปลวไฟสีดำอยู่รอบกลายตลอดเวลา พร้อมกับการหายใจที่หนักหน่วง จนทำเอาเวอร์จิลและฟิวรี่ที่กำลังฟัดอยู่ต้องหันมามองทันที

ฟิวรี่ : ช่างหน้าสนใจจริงๆ เจ้าเองก็ด้วย

ฟิวรี่ได้สะบัดออกจนทำให้เวอร์จิลเสียหลัก พร้อมกับสะบัดเปลวเพลิงนรกไปทางทั้งสามคน ทางพีเน่และคารอสก็พยายามกันอีกรอบ แต่ทั้งสองอ่อนแอเกินไปทำให้โดนเปลวเพลิงพุ่งเข้าใส่และกระเด็นออกไป จนเหลือเพียงแค่อาโนที่ทำลายเปลวไฟได้

เวอร์จิล : พีเน่ คารอส!

ฟิวรี่ : ตาแกแล้วยัยสายเลือดมังกร!!!!

จากนั้นฟิวรี่ก็วาร์ปและพุ่งเข้าไปหาอาโนด้วยดาบของเธอ เพื่อที่จะสังหารเจ้าหญิงที่เป็นสายเลือดมังกรซะ แต่ทันใดนั้นเองก็มีการโจมตีปริศนาเข้ามาดักหน้าของฟิวรี่เอาไว้

??? : Raven Storm!!!!

จู่ๆ ได้มีขนนกออร่าสีแดงพุ่งลงมาดักทางของฟิวรี่จำนวนมาก ทำให้เธอสะดุดเล็กน้อย ในขณะที่เปลวไฟสีดำของอาโนก็สลายไปและทำให้อาโนหมดแรงและสลบลงไปทันที แต่ในขณะที่ฟิวรี่กำลังตกใจนั้นเอง ซึ่งเธอก็ไม่ได้สังเกตเลยว่าความตายกำลังอยู่ด้านหลัง

เวอร์จิล : เฮ้ ยัยลาวา!

เสียงตะโกนเรียกของเวอร์จิลทำให้เธอต้องหันไปมองทันที แต่เธอพบกับเวอร์จิลที่กำลังตั้นท่าจับดาบยามาโตะสองมือพร้อมกับชี้ดาบไปทางฟิวรี่

ฟิวรี่ : แกอยากตายนักมากใช่มั้ยนังลูกครึ่ง?!

เวอร์จิล : แปลงร่าง.....

และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อร่างกายของเวอร์จิลมีออร่าสีฟ้าออกมาพร้อมกับปกคลุมร่างกายของเธอ และทำให้เธอกลายเป็นปีศาจที่มีร่างกายสีฟ้า และมีปีกขนาดใหญ่สี่ปีกด้านหลัง ใช่แล้วในที่สุดเธอก็ได้ลองใช้พลังของ Sin Devil Trigger



เวอร์จิล : ได้เวลาตาย.....

ฟิวรี่ : อะไรกัน อย่าบอกนะว่าที่ผ่านมายังไม่เอาจริงน่ะ?!

คารอส : นั้นน่ะเหรอ....ร่างปีศาจของคุณเวอร์จิล

เวอร์จิล : Rapid Slash!

เวอร์จิลได้ใช้ท่า Rapid Slash วาร์ปเข้ามาพร้อมกับฟันใส่แขนที่ถือดาบของฟิวรี่จนขาดกระเด็น โดยเลือดที่ไหลออกมานั้นก็เป็นลาวาเช่นกัน และนั้นทำให้สีหน้าของฟิวรี่เปลี่ยนไปทันที และสิ่งที่ฟิวรี่เห็นตอนนี้ คือเงาแห่งความตายที่คลืบคลายเข้ามา

ฟิวรี่ : เป็นไปไม่ได้.....ข้าจะต้องไม่แพ้ในที่แบบนี้.....แล้วก็แกนังอีกา ทำไมแกถึงไม่เลิกยุ่งกับฉันซะที!!!!

เวอร์จิล : ไม่ว่าแกจะพูดถึงใคร....จำชื่อของฉันเอาไว้เลย ฉันเวอร์จิล The Darkslayer และฉันก็เป็นนักล่าปีศาจ.....

เวอร์จิลพูดพร้อมกับชี้ดาบยามาโตะไปที่ฟิวรี่ และเธอก็พุ่งเข้าไปตรงหน้าพร้อมกับฟันเสยจนฟิวรี่ลอยขึ้น และใช้เพลงดาบ The Darkslayer พร้อมกับผสมท่าพลังของ Rapid Summoned Swords ผสมโรงอัดใส่ฟิวรี่จนเธอตายอย่างรวดเร็ว



ฟิวรี่ : ท่าน........พ่อ........

หลังจากนั้นร่างกายของฟิวรี่ก็สลายและกลายเป็นระอองสีส้มอย่างช้าๆ และเวอร์จิลก็ค่อยๆเก็บดาบยามาโตะเข้าฝักอย่างช้าๆและใจเย็นแบบเท่ๆ ในขณะที่พีเน่และคารอสก็ลุกขึ้นมามองและก็เห็นว่าเวอร์จิลสามารถจัดการกับฟิวรี่ได้แล้ว

พีเน่ : แฮ่กๆ ในที่สุด

คารอส : ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะทำได้

เวอร์จิล : พวกเธอไม่เป็นไรกันนะ?

พีเน่ : พวกเราสบายดีค่ะ แค่เหนื่อยนิดหน่อย

คารอส : แต่องค์หญิง....

จากนั้นเวอร์จิลก็เดินเข้ามาพร้อมกับอุ้มอาโนขึ้นในท่าของเจ้าหญิง และมุ่งหน้ากลับไปข้างในเมืองพร้อมกับทั้งสองเด็กใหม่ที่เริ่มจะเป็นมืออาชีพเล็กน้อย แต่ในหัวเธอก็คิดว่าใครเป็นเจ้าของขนนกสีแดงที่เข้ามาช่วยชีวิตของอาโนเอาไว้

เวอร์จิล(ความคิด) : ไม่ใครจะช่วยเธอเอาไว้....แต่พลังของยัยนั้นไม่ธรรมดาจริง ถึงขนาดที่เราต้องใช้ Devil Trigger เลยแฮะ....คงต้องไปอัพเพิ่มซะหน่อย

บนหุบเขาไม่ไกลจากเมืองราเทีย

ไม่ไกลจากกลุ่มของเวอร์จิลมากนัก ได้มีหญิงสาวลึกลับกำลังยืนมองพวกเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย จนกระทั่งได้มีนกสีฟ้าบินมาหาเธอพร้อมกับเกาะบนแขนของเธอ ซึ่งเธอเองก็เป็นหนึ่งในอดีตที่เคยต่อสู้กับราชาปีศาจมาก่อน

??? : นี่คุณผู้หญิง ไม่คิดเลยว่าจะต้องส่งฉันเข้าไปหาที่ตายแบบนั้น

??? : เพื่อปกป้องเด็กคนนั้นกริฟฟอน เพื่อรักษาสัญญากับแม่ของเด็กคนนั้นเอาไว้และดูเหมือนว่าจะมีผู้ที่คอยปกป้องเด็กคนนั้นแทนฉันซะแล้ว

??? : แล้วเราจะไปไหนต่อล่ะ....

??? : ก็เข้าไปในเมืองไง ฉันก็อยากจะรู้จักกับ The Darkslayer เต็มที่แล้วนะ

แต่ก่อนที่เธอกำลังจะเดินลงไปจากหุบเขา บนนี้เธอก็สังเกตเห็นขบวนรถม้าของกลุ่มอัศวินที่กำลังมุ่งหน้าไปที่เมืองราเทีย ในสายตาของเธอก็พอจะมองออกว่าอัศวินกลุ่มนี้ก็คือบุตรคนแรกของคิงคายนั้นเอง ซึ่งเขาได้เดินทางกลับมาถึงเมืองแล้วพร้อมกับเห็นสภาพแวดล้อมที่ถูกเผาไหม้ข้างนอกเมือง

ดันเต้ : นี่เจ๊ เมื่อไหร่ผมจะได้ออก?
เวอร์จิล : ไปให้ห่างๆเลยไอ้บ้า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #39 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:31
    สาวปริศนาน่าปักธง อวยสิรอไร!
    #39
    0
  2. #38 Luna0001 (@Luna0001) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:37
    อย่าบอกนะว่าน้องชายจะมาช่วยกันทำความบันลัย
    #38
    0
  3. #37 yamatano (@mitaino) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 20:25
    เห็นภาพสุดท้ายนี่ทำให้ผมนึกเหมือนกันว่า ดันเต้จะมีบทออกมาเมื่อไหร่นะ
    #37
    0
  4. #36 NokotaMadashi (@NokotaMadashi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:53
    อยากเห็นพี่น้องตบกันแล้วอะ ว่าจะตบกันอีท่าไหน ตบกันจนตายกันไปข้างหรือแค่ทะเลาะกัน 555
    #36
    1
    • #36-1 The New Sorcerer Supreme (@Nightmare_Filia) (จากตอนที่ 6)
      21 มิถุนายน 2563 / 19:54
      ถ้าตบกันดันเต้อาจจะกวนประสาทมากขึ้นเพราะเป็นผู้หญิงนี่แหละ
      #36-1
  5. #35 catDavil (@catDavil) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:45
    ดันเต้ป่วนชัว
    #35
    0
  6. #34 ITSARAWUT220044 (@ITSARAWUT220044) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 19:35
    เมื่อไรป๋าดันเต้จะมามีบทซักที
    #34
    0