เมื่อพระเจ้าให้เกิดใหม่เป็นนักล่าปีศาจต่างโลก (Fic Anime x Devil May Cry)

ตอนที่ 14 : Volume 2 : เดินทางสู่เมืองท่าและหญิงแกร่งแห่งยศมรกต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    22 ก.ค. 63

ฟังเพลงเพื่อความอิน



ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาหนักมากในเมืองที่เต็มไปด้วยน้ำ เวอร์จิลที่สภาพจิตใจที่ไม่ปกติกำลังยืนกลางร่มอยู่ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก ซึ่งดูเหมือนจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เวอร์จิลกลายเป็นแบบนี้ จากคนที่สามารถให้ความสนุกกลับกลายเป็นคนนิ่งๆ

เธอกำลังมองแม่น้ำที่ไหลเฉียวอย่างรุนแรงในทะเลเพราะฝน จนกระทั่งมีใครบางคนได้เดินมาทางด้านหลังของเวอร์จิล....คนๆนั้นก็คือดันเต้นั้นเอง ตัวของน้องชายสุดแสบของเวอร์จิลได้เดินท่ามกลางสายฝนมาหาพี่สาวของตนเอง ด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะจริงจังสุดๆ

ดันเต้ : เจ๊จะหนีไปตลอดไม่ได้หรอกนะ....

เวอร์จิล : ดันเต้....

เวอร์จิลที่ได้ยินน้องชายของตนก็หันมาหาเขาด้วยสีหน้างงๆเล็กน้อย

เวอร์จิล : ตามฉันมามีอะไร?

ดันเต้ : ผมอยากจะให้เจ๊ช่วยอะไรหน่อย....แค่ต้องซัดกันก่อน

เมื่อดันเต้พูดจบ เวอร์จิลก็ถอนหายใจเหมือนอาการเบื่อโลกและหันกลับไปมองวิวในทะเลที่กำลังเกิดลมพายุจากฝนเหมือนเดิม

เวอร์จิล : โทษทีนะดันเต้....ตอนนี้พี่ไม่มีอารมณ์น่ะ

ดันเต้ : ขอร้องล่ะ....ถ้าผมชนะ เจ๊ช่วยกลับมาสู้เหมือนเดิมได้ไหม? เพราะเวอร์จิลที่ผมเคยรู้จักไม่เป็นแบบนี้แน่ๆ

เวอร์จิล : ชิ นั้นมันพี่ชายในโลกของนาย....ถึงจะพูดแบบนั้น ฉันก็ไม่-

เวอร์จิลพูดแบบเบาๆ พร้อมกับค่อยๆหันมาหาน้องชายของตนอีกรอบ แต่ทว่าดันเต้ได้เดินเข้ามาหาพร้อมกับเตะใส่เวอร์จิลจนทำให้ร่มกระเด็นออกไป พร้อมกับซัดเข้าที่หน้าของเธอจนเซ ก่อนที่เธอจะหันหลังมามองดันเต้ด้วยสีหน้าที่จริงจัง

เวอร์จิล : อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะ

ดันเต้ : หึๆๆ นั้นแหละที่อยากได้ยิน....Let's Rock!!!

ดันเต้เดินเข้ามาหาพร้อมกับจะใส่หมัดเข้าหน้าของเวอร์จิล แต่เธอก็บล็อคหมัดของเขาและต่อยหน้าของดันเต้ไปทีนึง ก่อนที่เธอจะซ้ำแต่ดันเต้ก็หลบหมัดสองของเวอร์จิลได้และต่อยหน้าเธอคืน ซึ่งเวอร์จิลก็พยายามต่อยคืน แต่ดันเต้ก็บล็อคและใส่หน้าของเธอไปอีกหมัด

ดันเต้ : ย้ากกกกก!!!!

ดันเต้ได้พุ่งเข้ามาพร้อมกับกระโดดต่อยใส่หน้าของเวอร์จิล จนทำให้ทั้งคู่กลิ้งลงพื้นไปกับพื้นโคลนเต็มๆ ท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก จากนั้นทั้งสองก็ค่อยๆลุกขึ้นมาและมองหน้ากัน ซึ่งเธอก็ได้สนองเขาแน่ๆ

เวอร์จิลได้แสยะยิ้มพร้อมกับตบมือสองที และกวักมือเพื่อเรียกให้ดันเต้เข้ามาหาเธอ

ดันเต้ : จัดไปเลย....

ดันเต้ได้เข้ามาพร้อมกับต่อยเวอร์จิล แต่เธอก็ใช้แขนบล็อคและต่อยสวนเข้าที่หน้าของดันเต้ไปหมัดนึง ดันเต้ก็จับไหล่ทั้งสองข้างพร้อมกับกระแทกเข่าใส่ท้องของเธอไปสามครั้งและต่อยหน้าเธอไปอีกหมัดจนเธอถอยไปเล็กน้อย

เวอร์จิลที่เริ่มของขึ้นก็สะบัดหมัดของเธอใส่ แต่ไม่โดนพร้อมกับเตะใส่ดันเต้ ซึ่งเขาก็หลบได้และเตะสวนใส่เวอร์จิลจนเธอเซออกไปทันที จากนั้นดันเต้ก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับกระโดดเข่าลอยใส่เวอร์จิลจนล้ม เขากำลังจะวิ่งมาล็อคเธอ แต่เวอร์จิลได้หมุนตัวเตะใส่ดันเต้จนล้มไปเช่นกันพร้อมกับจับเขาเหวี่ยงกระแทกลงโคลน

ดันเต้ได้มองหน้าพี่สาวพร้อมกับจะวิ่งเข้ามาใส่ แต่เวอร์จิลใช้ Air Trick หลบพร้อมกับกระโดดขาคู่ใส่เขา ทำให้ส้นสูงของเธอกระแทกเข้าแขนของดันเต้เต็มๆ ทำให้ดันเต้กระเด็นออกไปไกลพอควร พร้อมกับเซจนเกือบยืนไม่ขึ้น

เธอเดินเข้ามากระชากคอเสื้อของดันเต้ขึ้นมา แต่ก็โดนดันเต้ซัดหมัดเข้าหน้าไปหมัดนึง แต่เวอร์จิลเองก็ซัดสวนเข้าไปที่หน้าของเขาเช่นกัน ดันเต้จับคอเสื้อของเวอร์จิลและซัดไปสองสามหมัดที่หน้าของเธอ แต่ทว่าหมัดสุดท้ายกลับเป็นของเวอร์จิล เธอหันมาและซัดเข้าหน้าของดันเต้จนทำให้เขาเกือบยืนไม่ขึ้น

สิ่งที่ดันเต้กำลังคิดว่าเขากำลังจะแพ้ให้กับพี่สาวในโลกนี้ของเขากำลังจะเป็นจริง เขาได้กำหมัดแน่นมากขึ้นพร้อมกับหันมาซัดใส่หน้าของพี่สาวอย่างสุดแรงเกิด แต่ทว่ามันไม่ได้ทำให้เวอร์จิลล้มเลย แต่กลายเป็นว่าตัวของดันเต้ได้หมดแรงพร้อมกับยิ้มให้เธอและสลบจนพิงไปชนกับเวอร์จิลและล้มลงพื้นโคลนไป....

มีบางอย่างที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เวอร์จิลเลิกต่อสู้ถาวร และดันเต้จะต้องแก้ไขปัญหามันให้ได้.....

หลังจากนั้นเวอร์จิลก็เดินมาหยิบร่มของเธอด้วยสภาพสะบัดสะบอม พร้อมกับเสยผมท่ามกลางสายฝนและกลางร่มออกมา ก่อนที่เธอจะเดินมาพร้อมกับนั่งย่อลงข้างๆ ดันเต้และมองที่เขา

"ขอเวลาให้ฉันหน่อยเถอะ....."

1 เดือนก่อนหน้านั้น

หลังจากที่เวอร์จิลได้บอกลาทุกคนที่เมืองราเทียเรียบร้อย เธอ ดันเต้ โซเฟียและสกาฮะ ได้ร่วมเดินทางเพื่อที่จะไปยังเมืองในทวีปใหม่ที่ชื่อว่า วอเตอร์ทาวน์ เมืองที่ถูกน้ำทะเลล้อมรอบ และเป็นเมืองที่ว่ากันว่าใหญ่กว่าอาณาจักรราเทียซะอีก

ทั้งสี่คนก็เดินตามแผนที่ โดยเฉพาะโซเฟียที่รู้ทางดีที่สุด ซึ่งการเดินทางเพื่อไปยังเมืองท่าเรือที่จะไปยังเมืองวอเตอร์ทาวน์ ก็จะใช้เวลาประมาณครึ่งวันถ้าเวอร์จิลไม่ยอมเปิดวาร์ป แต่เพื่อบรรยากาศของการผจญภัยเลยทำให้ต้องเดินตามโซเฟียไป

พวกเขาได้ใช้เวลาไปพอสมควรกลางป่า จนได้มาพบกับบ้านคฤหาสน์ร้างกลางป่า และเวลาในตอนนั้นก็ใกล้จะมือเต็มที่แล้ว ทั้งสี่คนเลยตัดสินใจเข้าไปพักผ่อนกันในบ้านร้างกลางป่าแห่งนี้ ภายในบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่เต็มไปหมด

เวอร์จิล : เป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่พอตัวเลยนะ ทำไมถึงถูกทิ้งร้างไว้ล่ะ?

สกาฮะ : คงจะถูกมอสเตอร์หรือไม่ก็พวกปีศาจโจมตีละมั้ง....

ดันเต้ : หรือน่าจะทั้งสองอย่าง

โซเฟีย : แต่ยังไงซะพวกเราก็ต้องเลือกทำความสะอาดห้องใดห้องนึงนะ

หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็ได้จัดการเดินหาห้องที่พวกเขาต้องการ ซึ่งพวกเขาก็ได้ไปเลือกห้องโถงที่มีที่ก่อไฟด้วย และยังสามารถจุดไฟได้อยู่ พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ และทุกคนก็เริ่มจัดการทำความสะอาดทันที รวมถึงห้องใกล้เคียงด้วย

ในขณะที่สาวๆ กำลังทำความสะอาดห้องข้างๆ โดยเวอร์จิลกำลังกวาดพื้นในห้องที่มีเตาผิงในขณะที่เจ้าดันเต้กำลังนอนเล่นควงปืนอยู่บนโซฟา พร้อมกับเอาดาบของตัวเองวางไว้ข้างๆโซฟาที่ตนนอนอยู่ ดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังหาอะไรสนุกๆ ทำอยู่โดยการมองไปที่พี่สาวตน

ดันเต้ : นี่เจ๊ น่าเบื่ออ่ะ

เวอร์จิล : ถ้าเบื่อก็ลุกขึ้นมาช่วยกันทำความสะอาดซะสิ

ดันเต้ : ฮ่าว~~~ นี่เจ๊ มาสู้กัน

เวอร์จิล : จะบ้าหรือไง ถ้าไม่ช่วยก็เงียบไปเลยฉันกำลังทำความสะอาด

เฟี้ยววววว ฉัวะ!!!!!

ด้วยความพิเรนทร์ของดันเต้ เขาได้หยิบด้ามไม้ถูพื้นที่วางพิงอยู่ที่โซฟา พร้อมกับพุ่งเข้าไปและใช้ด้ามจับเสียบทะลุกลางอกของเวอร์จิลจนเลือดพุ่งออกมา แน่นอนว่าด้วยสายเลือดสปาด้า ต่อให้เอาดาบแทงทะลุหัวก็ไม่ตายหรอก

แต่ทว่าเวอร์จิลได้นิ่งไปสักพักนึงก่อนที่จะหันมาหาดันเต้ด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังและมีเลือดออกปากเล็กน้อย และเธอก็ใช้ด้ามจับของไม้กวาดตัวเองพุ่งเข้าไปเสียบทะลุกลางอกของดันเต้ด้วยเช่นกัน

ผัวะๆๆ ตุบตับๆๆ!!!!!!

โซเฟีย : เสียงอะไรน่ะ?!

สกาฮะ : มีศัตรูบุกเหรอ?!

ทั้งสองสาวที่กำลังทำความสะอาดอยู่ห้องข้างๆ ได้ยินเสียงพร้อมกับคฤหาสน์สั่นไหวไปมาเหมือนกำลังจะถล่ม ทั้งสองสาวได้วิ่งออกมาจากห้องที่ทำความสะอาดและจ้ะกันพอดี ทั้งคู่พยักหน้าพร้อมกับวิ่งเข้าไปที่ห้องที่สองพี่น้องอยู่

ปัง!!!!!

สกาฮะ/โซเฟีย : นี่มันอะไรกันเนี่ย?!!!!


(สีหน้าที่เห็นก็ประมาณนี้)

เมื่อทั้งสองสาวเปิดประตูเข้ามาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เห็น ภายในห้องนั้นจากที่เรียบร้อยเพราะเวอร์จิล ตอนนี้ข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้นไปหมด พร้อมกับเสียหายมากจนแทบจะไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้ แต่ที่น่าตกใจก็เพราะว่าตอนนี้สองพี่น้องกำลังต่อสู้กันนั้นเอง

โดยทั้งสองต่างเอาสิ่งของที่เป็นแท่งๆ เสียบทะลุร่างกายของฝ่ายตรงข้ามจนเลือดเต็มไปหมด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บอะไรกันเลยแม้แต่น้อย โดยเวอร์จิลก็โดนพวกไม้ถูพื้นและไม้ต่างๆในห้อง ดันเต้ก็เช่นกัน ทั้งสองสาวเองก็ตกใจอย่างมาก

ตกมืด

หลังจากที่สองสาวพยายามห้ามสองพี่น้องไม่ให้ตีกัน แถมยังต้องมาเช็ดเลือดจากการที่ทั้งสองดึงพวกเศษไม้และไม้กวาดออกจากตัวด้วย จนตอนนี้ทุกคนได้มานั่งรวมกันอยู่กลางห้องที่มีเตาผิงไฟที่คอยให้ความสว่างและคุยกันเพื่อเดินทางออกตอนเช้า

โดยตอนนี้คนที่ทำอาหารก็คือโซเฟียและสกาฮะ โดยพวกเขาได้ต้มซุปพร้อมกับย่างเนื้อกินกันอย่างอร่อย ซึ่งบรรยกาศก็เต็มใจอย่างมากกับการพูดคุยไปด้วยและนั่งกินไปด้วย

เวอร์จิล : นี่ แล้วทำไมทั้งสองคนถึงมาเป็นนักผจญภัยล่ะ?

ดันเต้ : นั้นก็เพราะต้องมากินของอร่อยแบบนี้น่ะสิ....ไม่ใช่เหรอ?

สกาฮะ : ฉันน่ะเป็นพวกหลงใหลกับโลกภายนอก เลยฝึกฝนตัวเองตั้งแต่ตอนอายุ 5 ขวบ พร้อมกับออกเดินทางไปทั่วดินแดนเพื่อทำลายขีดจำกัดของตัวเอง และฉันก็ทำได้จนมาถึงตอนนี้

โซเฟีย : สมัยที่ฉันยังอายุ 50 ฉันสาบานจะทำหน้าที่ติดตามคิงคายไปทุกที่ จนพวกเราได้แยกกันหลังจากที่ร่วมมือกันจัดการกับราชาปีศาจได้

สกาฮะ : เดี๋ยวนะ อายุ 50 แล้วตอนนี้ล่ะ?

โซเฟีย : ตอนนี้ 125 มีปัญหานักหรือไง?

สกาฮะ : เปล่า แค่ตกใจเพราะร่างกายก็ไม่ต่างอะไรกันมากนักเลย

ดันเต้ : หืม เนื้อย่างสุกแล้ว

สกาฮะ : แล้วพวกเธอล่ะ เป็นถึงตระกูลปีศาจแต่ทำไมถึงมาเป็นนักผจญภัย

เวอร์จิลได้ดื่มน้ำก่อนที่จะวางแก้วลงพร้อมกับเอาแขนเสื้อเช็ดปาก

เวอร์จิล : เพื่อตามล่าปีศาจ

ดันเต้ : อร่อยมากเลยแฮะ

สกาฮะ : แปลกจังเลยแฮะ

เวอร์จิล : มันก็มีอะไรให้ประหลาดใจอยู่เยอะแยะบนโลกน่ะ

ดันเต้ : นี่ๆ เนื้ออะไรอ่ะ?

โซเฟีย : พวกสัตว์แถวบึงใกล้น่ะ

บรรยากาศภายในคฤหาสน์ก็เต็มไปด้วยความสงบ พร้อมกับแสงสว่างที่ได้จากเตาผิง เมื่อกินอาหารค่ำกันเสร็จเรียบร้อย ทั้งสี่คนต่างก็แยกย้ายกันสำรวจเล็กน้อยก่อนที่จะหาที่หลับเพื่อพักผ่อนและเตรียมเดินทางต่อในวันพรุ่งนี้

เช้าวันต่อมา

หลังจากที่พักผ่อนกันหลังจากเมื่อคืนเรียบร้อย ทั้งสี่คนก็ออกเดินทางไปตามแผนที่โดยผ่านป่าไปได้เพียงแปปเดียวเท่านั้นพวกเขาก็สามารถเดินทางออกมาจากป่าด้วย โดยระหว่างทางก็ไม่พ้นตีนพวกปีศาจหรือมอนสเตอร์ แต่ในที่สุดพวกเขาก็พบกับเมืองข้างหน้า

เวอร์จิล : ว้าว~

โซเฟีย : ทุกคน นี่คือเมืองท่า แคริฟอร์....

เมืองท่า แคริฟอร์



เมืองที่พวกเขาเจอบรรยากาศก็ไม่ต่างอะไรกันกับเมืองราเทียมากนัก แต่ที่พิเศษต่างออกไปก็คือเมืองนี้อยู่ติดกับแม่น้ำและทะเลที่ชาวบ้านและนักผจญภัยใช้ในการเดินทางไปต่างทวีปนั้นเอง โดยในพื้นที่ก็จะมีตลาดที่พวกชาวบ้านเอาของที่ได้มาจากประมงมาขายตามพื้นที่ต่างๆ

ซึ่งพวกเขาก็เดินต่อไปเรื่อยๆ และดูเหมือนว่าชื่อเสียงของ The Darkslayer จะไกลมาถึงที่นี่เช่นกัน โดยลักษณะที่ทำให้ทุกคนรู้จักเวอร์จิลก็คือ หญิงสาวที่มีผมสีขาว ชุดสีดำและดาบคาตานะเล่มยาว นั้นทำให้เหล่านักผจญภัยและชาวบ้านต่างซุบซิบกันนิดหน่อย

ดันเต้ : เหมือนพวกเรามาเที่ยวทะเลกันเลยเนอะ?

เวอร์จิล : จะพูดแบบนั้นก็ถูกเพราะมีแต่ปลาและของสดจากทะเลทั้งนั้นเลยแฮะ

โซเฟีย : ก็เพราะว่าเมืองนี้อยู่ติดกับทะเลและแม่น้ำไปในตัว ทำให้ชาวบ้านที่นี่สามารถหาเลี้ยงตัวเองด้วยการจับปลาจากแม่น้ำและทะเลได้ตามที่พวกเขาต้องการ ยกเว้นจะถึงช่วงที่ปลาต้องวางไข่อ่ะนะ

สกาฮะ : อาใช่ เคยมาอยู่ช่วงนั้นจำได้แล้ว แถมได้ยินมาว่าที่นี่มีโรงเรียนสอนเกี่ยวกับการต่อสู้ด้วยนะ

โซเฟีย : เหรอ อันนั้นฉันเพิ่งจะได้ยินเองแฮะ

เวอร์จิล : แล้วพวกเราจะไปที่วอเตอร์ทาวน์ยังไง?

สกาฮะ : ที่นี่มีเรือโดยสารที่จะมุ่งหน้าไปวอเตอร์ทาวน์น่ะ แต่ใช้เงินพอตัวเลยนะ

เวอร์จิล/ดันเต้ : ไม่ต้องห่วง/คนมันรวย

โซเฟีย/สกาฮะ : สองพี่น้องคู่นี้นิ

หลังจากนั้นทั้งสี่คนก็เดินไปที่ท่าเรือเพื่อที่จะเดินทางไปวอเตอร์ทาวน์ เมื่อพวกเขาเดินมาถึงก็พบว่ากำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในบริเวณนั้น ผู้คนกำลังมุมอะไรบางอย่างที่ทางขึ้นของเรือใหญ่ที่จะไปวอเตอร์ทาวน์ ดูเหมือนว่ากำลังมีพวกนักเลงไถ่เงินคนที่จะขึ้นเรืออยู่ จนกระท่งถึงคิวแม่ลูกอ่อน

??? : เฮ้ ไม่มีเงินจ่ายค่าคุ้มครองก็ขึ้นเรือไม่ได้นะ

??? : ขอร้องล่ะ ตอนนี้แค่เงินขึ้นเรือฉันก็ไม่มีแล้ว

??? : โห่ยๆ รู้เปล่าว่ากลางทะเลน่ะอันตรายพอตัวเลยนะ พวกเราก็ต้องคอยคุ้มกันเรือเพื่อความปลอดภัยของพวกแกด้วยนะจำเอาไว้ และถ้าไม่มีเงินจ่ายค่าคุ้มครองก็อย่าหวังว่าจะได้ขึ้น

ในขณะที่พวกนั้นกำลังประกาศความเลวของตัวเอง เวอร์จิลกำลังใช้นิ้วโป้งดีดดาบยามาโตะ แต่ดันเต้ก็จับไหล่ของเธอเอาไว้และพยักหน้าให้มองไปอีกทางที่กำลังมีใครบางคนเดินเข้ามาหากลุ่มของพวกนักเลงที่กำลังเก็บเงิน เป็นหญิงสาวใส่แว่นสายตาพร้อมกับชุดสูทสีขาวที่ดูดีพอตัว

??? : ขอโทษนะ คืนเงินทุกคนด้วยค่ะ

??? : อะไรของแกหายัยแว่น?!

??? : บอกแล้วไง ว่าถ้าใครไม่มีเงินก็ขึ้นไม่ได้!

??? : หัวหน้า ดูนี่สิยัยนี่มันเป็นนักผจญภัยยศมรกตเองว่ะ

??? : ฮ่าๆๆๆ ไปซะเถอะยัยแว่น ฉันน่ะเป็นนักผจญภัยระดับทองแดงเลยนะเว้ย!

??? : งั้นเหรอ? ที่ฉันมาก็เพื่อที่จะมาเก็บพวกขยะอย่างพวกแกไง

สาวแว่นคนนั้นพูดดูถูกพวกนักเลงพวกนั้น ทำให้กลุ่มพวกนั้นก็ของขึ้นทันทีพร้อมกับโวยวายใส่เธอที่เธอมีเพียงยศมรกต จากนั้นหัวหน้าพวกนักเลงก็หยิบก้อนหินออกมาและปาเข้าใส่สาวแว่น แต่เธอก็หันหน้าหลบทำให้ไม่โดน....

บรรยากาศในตอนนั้นเงียบลงทันที ทางด้านของดันเต้ได้บอกกับพี่สาวตนว่ากำลังมีอะไรสนุกๆ เกิดขึ้นแน่ๆ แม่สาวแว่นค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาพวกนักเลงจำนวน 5 คนอย่างช้าๆ และจากนั้นเธอก็ถอดแว่นออกอย่างช้าๆ และก็โยนทิ้งไป

เฟี้ยวววว ผัวะ!!!!!!

สิ่งที่เธอทำก็คือ วิ่งเข้าไปกระโดดถีบอัดกลางอกของหัวหน้านักเลงที่ปาก้อนหินใส่เธอจนกระเด็นไปกระแทกกับเสากั้นขอบท่าเรือพร้อมกับนอนจุกกับพื้น ก่อนที่เธอจะหันมาพร้อมกับอัพเปอร์คัทใส่อีกคนจนตีลังกาและลงไปนอนทันที ทำให้พวกที่เหลือที่สามคนก็กล้าๆ กลัวๆ

??? :  ฉันคือฟูกะ ผู้ที่จะขึ้นเป็นที่ 1 ของนักผจญภัยยศมรกตยังไงล่ะ....

พวกที่เหลือได้พากันวิ่งฝ่าฝูงชนออกไป ในขณะที่สาวแว่นที่ชื่อฟูกะได้เดินไปเก็บแว่นของตัวเองที่โยนทิ้งไปขึ้นมาปัดฝุ่นและใส่เหมือนเดิม หลังจากนั้นเธอก็เดินขึ้นไปบนเรือโดยสาร ก่อนที่ฝูงชนก็ค่อยๆ ขึ้นไปบนเรือ ในขณะที่ทั้งสี่คนก็มองฟูกะ

ดันเต้ : ผมบอกแล้วว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจแน่ๆ

สกาฮะ : ไม่ธรรมดา เป็นนักผจญภัยยศมรกต แต่สามารถคว่ำยศทองแดงได้เพียงครั้งเดียว

โซเฟีย : แต่สิ่งที่ฉันเห็นออร่าภายในตัวของเด็กคนนั้น ความหยิ่งผยอง ความมั่นใจตัวเอง ความคิดที่จะต้องการเป็นที่ 1 .....เฮ้อ

เวอร์จิล : เอาน่าคุณโซเฟีย พวกเราเองก็ไปขึ้นเรือกันเถอะนะ

จากนั้นทั้งสี่คนก็เดินขึ้นไปบนเรือโดยสารขนาดใหญ่ทันที และเมื่อฝูงชนรวมถึงพวกนักผจญภัยที่เห็นว่าสตรีฉายา The Darkslayer ตระกูลลูกครึ่งปีศาจสปาด้า ซึ่งหลายๆคนต่างก็พากันหลบทางให้ทั้งสี่คน ในขณะที่ตัวของเวอร์จิลเองก็ทำหน้าเกรงใจมากๆ

และในขณะนั้นเอง ตัวของสาวแว่นที่ชื่อฟูกะก็ได้แอบมองทั้งสี่คน โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับฉายา The Darkslayer อย่างเวอร์จิล โดยทั้งสี่คนได้เดินไปยืนพิงขอบเรือโดยสารเพื่อชมวิว ซึ่งเวอร์จิลเองก็ได้ฟังออร่าจากโซเฟียก็คิดบางอย่างจนกระทั่ง....

ฟูกะ : คุณคงเป็นเวอร์จิล The Darkslayer สินะคะ ยินดีที่ได้รู้จักฉันนักผจญภัยยศมรกต ชื่อฟูกะค่ะ และฉันเองก็ได้ยินชื่อเสียงของคุณพอสมควร....

ทางดันเต้ โซเฟียและสกาฮะได้หันไปมองหน้าเวอร์จิลที่กำลังนั่งพิงขอบเรืออยู่ โดยเวอร์จิลเองก็สัมผัสได้ถึงแววตาที่ไม่ชอบใจนัก ทำให้เธอต้องแสดงสีหน้าจริงจังให้ฟูกะเห็นพร้อมกับกำดาบยามาโตะแน่น

เวอร์จิล : ต้องการอะไร?

ฟูกะ : ฉันมาเพื่อโค่นคุณและขึ้นเป็นผู้นำของนักผจญภัยทั้งหมด....ซัดกันเลยไหมคะ?

เวอร์จิล : ไม่สู้หรอก เธอมันก็แค่เด็ก

ฟูกะ : ที่ฉันมาที่นี่....ก็เพราะเพื่อที่จะสั่งสอนพวกตระกูลปีศาจอย่างคุณยังไงล่ะ

ทางด้านขของเวอร์จิลที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้ถอนหายใจพร้อมกับลุกขึ้นมาและเดินเข้าไปหาฟูกะแบบใกล้

เวอร์จิล : แล้วถ้าเธอได้เป็นผู้นำของนักผจญภัย คิดจะทำอะไร?

ฟูกะ : ฉันก็จะชูกำปั้นขึ้นฟ้าค่ะ

เวอร์จิล : ชูกำปั้นแล้วจะได้อะไร?

ฟูกะ : ชื่อเสียงและเกียรติยศไงค่ะ

เวอร์จิล : ชื่อเสียงน่ะ มันมีที่ไหนกันล่ะ....กลับไปที่ตัวเองซะ

หลังจากที่เวอร์จิลพูดจบ ฟูกะก็ได้ต่อยมาที่หน้าของเวอร์จิล แต่ก็ไม่ได้กะให้โดน ทางด้านเวอร์จิลเองก็ไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย นั้นแสดงให้เห็นเลยว่าเธอไม่ได้มีความกลัวออกมาแม้แต่น้อย ในขณะที่ฟูกะเองก็มีเหงื่อออกมาเล็กน้อย

เวอร์จิล : เธอนี่มันน่าสนใจจริงๆ อยากจะลองซัดกันหน่อยไหม?

สกาฮะ : จะบ้าเหรอ เรือได้พังพอดี

เวอร์จิล : เอาสิ อยากทำอะไรสนุกเหมือนกัน....


To Be Continue

เป็นการเปิดตัวประกอบ ฟูกะจาก Honkai lmpact 3

ในซีซัน 2 จะเกี่ยวกับการชิงตำแหน่งของพวกนักผจญภัยซะส่วนใหญ่ พร้อมกับศึกใหญ่ที่กำลังรอสองพี่น้องตระกูลสปาด้าอยู่นะครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #69 catDavil (@catDavil) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:26
    จะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกสินะ
    #69
    0
  2. #68 Nazzga2 (@Nazzga2) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 00:18
    จะผิดมั่ยที่ตรูอยากจะเห็น 3 สาวใส่บีกินีนอนอาบแดดมากกว่า
    #68
    1
    • #68-1 catDavil (@catDavil) (จากตอนที่ 14)
      15 กรกฎาคม 2563 / 00:26
      เห็นด้วย5555
      #68-1