One Piece The New Sorcerer Supreme รีไรท์ (Marvel & One Piece Crossover)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 : นักเวทย์ปะทะนักมายากล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    19 ม.ค. 63


     เวลาผ่านไปสักพักหลังจากที่รินดาและมอร์แกนได้จัดการกลับโมจี้และส่งเขาไปหากัปตันของเขา รินดาได้ตัดสินใจปล่อยตัวลูฟี่ออกมาเพราะเขาโวยวายไม่เลิก ส่วนโซโลเองก็ยังคงนอนอยู่ในบ้าน จากนั้นนามิก็เดินมาหาลูฟี่

     นามิ : ขอโทษนะ....ที่เข้าใจผิดน่ะ

     ลูฟี่ : ช่างเถอะ...เพราะคนสำคัญของเธอถูกโจรสลัดฆ่าตายนี่นา...คงจะเจอเรื่องมามากสิท่า

     รินดา : อ้าวลุง เป็นอะไรน่ะ?

     บูโดล : ฉันทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!!! 

     จู่ๆ นายกบูโดลก็ตะโกนเสียงดังขึ้นมา ทำให้สามสาวสะดุ้งกันเป็นแถว ดูเหมือนว่าเขาจะดูโมโหมากด้วย

     มอร์แกน : ทนอะไรคะลุง?

     บูโดล : มันช่างทรมานจิตใจจริงๆ!! พวกเธออุตสาห์พยายามสู้กันถึงขนาดนี้!!! ฉันซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีทำไมต้องทนดูอยู่เฉยๆ ปล่อยให้พวกมันมาย่ำยีเมืองของพวกเราแบบนี้นะ!!!

     นามิ : ใจเย็นไว้ค่ะ นายกเทศมนตรี!

     บูโดล : ลูกผู้ชายบางครั้งก็ต้องยืนหยัดสู้ไม่มีถอยนะ จริงมั้ยเจ้าหนู!!!

     ลูฟี่/มอร์แกน : ใช่แล้วลุง!!!

     นามิ : ยังจะไปยุยงเขาอีก!!!

     จากนั้นนายกบูโดล ก็เล่าเมืองแห่งนี้เมื่อ 40 ปีก่อนให้ฟัง ว่าที่นี่เคยเป็นที่รกร้างมาก่อนจนพวกเขาตัดสินใจที่จะสร้างเมืองที่นี่ โดยพวกเขาก็พยายามสร้างหาเสเบียงต่างๆ จนมาเป็นเมืองแห่งนี้ขึ้น

     บูโดล : ถ้าปกป้องเมืองของตัวเองไม่ได้ จะมีหน้าเป็นนายกเทศมนตรีได้ไง ฉันจะสู้!!!

     มอร์แกน : เอ๋....ทำไมรู้สึกกับคำพูดฉากนี้....หรือว่า!? 

     ??? : บากี้สเปเชียลยิง!!!

     รินดา : มิติกระจก!!!

     ตู้มมม!!!

     รินดาที่รู้สึกไม่ดีได้สร้างมิติกระจกขึ้นมาเพื่อป้องกันทุกคน จากนั้นก็เหมือนมีอะไรบางอย่างยิงใส่จนทะลุบ้านไปหลายหลังทันทีและก็เกิดแรงระเบิดขึ้น เมื่อทุกอย่างสงบรินดาก็ร่ายเวทย์ดันหมอกควันให้สลายไปและก็เหลือแค่เศษซากบ้านเรือนที่ถูกทำลายต่อหน้า

     ลูฟี่ : โซโลนอนอยู่ในนั่น!!!

     บูโดล : เจ้าหนูที่เป็นแผลจะตายมั้ย?

     รินดา : โซโลนายยังไม่ตายใช่มั้ย?

     ท่ามกลางหมอกควัน ทุกอย่างก็เริ่มจางหายก็พบโซโลกำลังนั่งอยู่ที่พื้น ทำให้พวกเขาหายห่วงทันที แต่โซโลเองก็เหมือนจะไม่เป็นอะไรเลย

     โซโล : เฮ้อ....คนกำลังหลับเพลินๆ ดันมาปลุกซะได้

     มอร์แกน : คุณโซโลสุดยอดไปเลยคะ!!!

     นามิ : ทำไมถึงรอดมาได้ไม่เข้าใจจริงๆ

     บูโดล : โชดดีนะ ที่ได้เวทย์ของยัยหนูป้องกันไว้ แต่....ไอ้พวกชั่วช้านั่นไม่มีสิทธิ์มาทำลายชีวิต 40 ปีของฉัน ฉันเป็นนายกเทศมนตรี ฉันจะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรตามอำเภอใจที่เมืองนี้อีกต่อไปแล้ว!!

     นามิ : เดี๋ยวก่อนนายกเทศมนตรี! ไปหาพวกมันแล้วคุณจะทำอะไรได้ คุณมันบ้าระห่ำเกินไปแล้ว!!!

     บูโดล : ฉันรู้ว่าฉันบ้าระx!!!

     นายกบูโดลหันมาพร้อมกับน้ำตา ก่อนที่เขาจะวิ่งไปหาพวกโจรสลัดบากี้อย่างไม่เกรงกลัว ส่วนพวกที่เหลือก็มองหน้ากันทันที

     นามิ : นายกเทศมนตรีกำลังร้องไห้....

     ลูฟี่ : งั้นรึ...ฉันไม่เห็นเลย

     โซโล : ดูเหมือนจะมีอะไรครึกครื้นสิท่า

     รินดา : แน่นอน...ก็นายมันมัวแต่นอนนิ

     ลูฟี่ : ฉันชอบลุงคนนั่น...ไม่ยอมปล่อยให้เขาตายเด็ดขาด

     นามิ : อ้อเหรอ...ก็ฉันเห็นนายยืนหัวเราะอยู่ได้

     ลูฟี่ : สิ่งที่พวกเราตั้งเป้าหมายไว้คือ แกรนด์ไลน์ จากนี้ไปเราจะไปแย่งแผ่นที่นั่นอีกครั้ง!!! และเธอมาเป็นเพื่อนฉันนะ เธอก็ต้องการแผนที่กับสมบัติไม่ใช่เหรอ?

     ลูฟี่ได้ยื้นมือไปหานามิหวังจะจับมือ แต่ทางด้านของนามิก็ตบมือของเขาตบแทน

     นามิ : ฉันจะไม่ยอมเป็นโจรสลัด ฉันจะยอมจับมือกับนายเพื่อวัตถุประสงค์ของกันและกัน!!

     โซโล : เอาล่ะ จะไปกันได้หรือยัง?

     นามิ : นายจะไปด้วยเหรอ? 

     รินดา : เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็เข้าวาร์ปมาเลย....

     ลูฟี่ : อือ...ไปกันได้เลย

     มอร์แกน : อยากจะอัดหมอนั่นแล้ว!!!

     จากนั้นรินดาได้ทำการเปิดวาร์ปทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องเดินไปให้เมื่อย แต่เมื่อไปถึงที่หน้าอาคารบาร์เหล้าก็พบว่านายกบูโดลกำลังโดนมือของบากี้บีบคออยู่ ลูฟี่พุ่งออกไปคนแรกและบีบมือของบากี้อย่างแรง

     ลูฟี่ : ฉันมาขยี้แกตามสัญญาแล้ว...

     บากี้ : พวกแกกล้าดียังไงที่เป็นฝ่ายมาหาฉันเอง!!!

     นามิ : โอเคนะ เรื่องสู้ทั้งสี่คนรับไป ส่วนฉันจัดการเรื่องแผนที่กับสมบัติ

     โซโล : เข้าใจแล้ว....

     บูโดล : พวกเธอมาทำอะไรที่นี่ คนนอกไม่เกี่ยวถอยไปซะ-

     รินดา : มิติกระจก!

     ทันใดนั่นเอง รินดาได้ทำการสร้างมิติกระจกขึ้นมาขังตัวของนายกบูโดลไว้ ทำให้เขาโวยวายขึ้นทันที แต่คนข้างนอกไม่ได้ยินเสียงของเขา

     รินดา : ลุงอยู่ข้างในนั่นแหละ จะได้ไม่เกะกะ

     โซโล : เป็นแผนที่เยี่ยมมาก ขืนปล่อยลุงคนนี้ไว้เขาต้องคิดเอาชีวิตเข้าแลก สู้อยู่ในนั่นคงจะปลอดภัยกว่า

     มอร์แกน : มาลุยกันเลยดีกว่าไอ้จมูกใหญ่เอ้ย!!!

     คำตะโกนของมอร์แกนทำให้พวกเขาสตั้นกันทันที ก่อนที่สีหน้าของบากี้จะเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าที่ดูโมโหสุดๆ

     บากี้ : เอากระสุนบากี้ยิงมันซะ!!!

     ตู้มมม!!!

     บากี้ : เละเป็นจุลซะเหอะ!!!

     เมื่อกระสุนปืนใหญ่พุ่งเข้ามา รินดารีบกระโดดไปข้างหน้ากลุ่มก่อนจะเปิดวาร์ปให้ลูกปืนเข้าไปโดยวาร์ปอีกอันก็โผล่ตรงหน้าของกลุ่มบากี้ จากนั้นก็...

     บึ้มมม!!!

     ลูฟี่ : เยี่ยมไปเลยสเตรนจ์! ศัตรูลดลงไปแล้ว

     นามิ : เธอนี่มันเวทย์ประเภทไหนกันเนี่ย!?

     โซโล : คงแตกตื่นกันใหญ่เลยสิ

     แต่ขณะนั้น ท่ามกลางเศษซากอาคารที่ถูกทำลาย ก็มีบางอย่างโผล่ขึ้นมา นั่นคือบากี้และลูกน้องอีกคนหนึ่งของเขาซึ่งเขาได้เอาสิงโตของโมจี้ขึ้นมากันแรงระเบิดเอาไว้

     บากี้ : พวกแกทำได้แสบจริงๆ นะ

     มอร์แกน : เอาลูกน้องตัวเองเป็นโล่กำบัง!

     ??? : นับเป็นความอับอายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดนับแต่เรากางธงสู่ท้องทะเลเลยนะครับ กัปตัน?

     บากี้ : ขนาดฉันเองก็ยังโมโหมากจนพูดไม่ออกเลย

     โมจี้ : บ้าที่สุดดันสลบไปซะได้....แล้วสภาพนี้มันเกิดอะไรขึ้น!?

     ??? : โมจี้ยังรอดอยู่อีกเหรอ?

     โมจี้โผล่ขึ้นมาจากซาก เขาเองดูเหมือนจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนเขาเห็นว่าเพื่อนของเขาเอาสิงโตของเขามากันแรงระเบิด

     โมจี้ : เฮ้ย...!! คาบาจิแกทำอะไรริดชี่ว่ะ!?

     คาบาจิ : เจ้าแมวเหมียวนี่น่ะเหรอ? ฉันไม่อยากให้เสื้อผ้าของฉันต้องเปื้อน เลยขอยืมตัวมันมาเป็นโล่หน่อยก็เท่านั่น

     คาบาจิพูดเสร็จก็โยนร่างของริดชี่ ไปให้โมจี้ทันทีและเขาก็ได้มองไปที่กลุ่มของพวกลูฟี่ด้วยความกลัว

     โมจี้ : กัปตัน! พวกมันเป็นพวกที่มีพลังวิเศษ โดยเฉพาะยัยสองคนนั่นที่อัดผมจนกระเด็นมาที่นี่ กัปตันบากี้ระวังตัวด้วยนะครับ!!

     บากี้ : ในเมื่อแกรู้....สามารถเปิดประตูวาร์ปให้กระสุนบากี้มาพุ่งใส่เราแทน....เวทย์มนต์งั้นเหรอ?

     จากนั้นบากี้ได้ใช้มือของตัวเอง ลอยไปจับคอของโมจี้ไว้ จากนั้นก็โยนเขาใส่พวกลูฟี่ทันที

     บากี้ : ทำไมไม่บอกฉันให้เร็วกว่านี้!!

     โมจี้ : จ๊าก!!! หลบไปนะเฟ้ย!!!

     ลูฟี่ : แกตะหากล่ะหลบ...

     เมื่อโมจี้ลอยมาใกล้ ลูฟี่ก็ได้ทำการเตะก้านคอของโมจี้ทันที จนเขากระเด็นและสไลด์ออกไป

     มอร์แกน : คุณลูฟี่เปิดศึกแล้ว!!!

     รินดา : ทุกคน....หมอนั่นฉันขอล่ะนะ

     จากนั้นเองลูกน้องของบากี้ที่ชื่อว่าคาบาจีกำลังปั่นจักรยานล้อเดียวมาทางพวกเขา รินดาจึงเดินไปอยู่ข้างหน้าสุด เขาก็มองเธอพร้อมกับดาบในมือ



     คาบาจิ : ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอจะเป็นอะไร แต่ฉันคือนักกายกรรมคาบาจิที่ปรึกษาของกัปตันบากี้ผู้นี้ จะขอระบายความแค้นนี้ให้กัปตันเอง!!!

     รินดา : เยี่ยมนักกายกรรมหรือนักมายากล....ช่างเถอะและขอให้จำฉันเอาไว้ ชื่อของฉันคือดร.สเตรนจ์ ปรมาจารย์นักเวทย์ที่เก่งที่สุดในโลกนี้!



     คาบาจิ : น่าสนใจ...ขอดูหน่อยว่าจะสักแค่ไหนกันเชียว!!!

     คาบาจิได้พุ่งเข้ามาและเอาดาบพุ่งใส่รินดา แต่รินดาก็ใช้เวทย์บล็อคไว้ได้ ทางคาบาจิได้เอาผ้าปิดปากออกทำให้รินดาพอเดาออกว่าเขาจะทำอะไร

     คาบาจิ : มายากลพ่นไฟ!!!

     จังหวะนั้นคาบาจิได้ทำการพ่นไฟออกจากปากของเขาและผ้าคลุมของรินดาก็ลากเธอทำให้เธอถอยออกมาพอดี จากนั้นเองรินดาได้เสกแส้ขึ้นมาแล้วฟาดไปที่คาบาจิแต่เขาก็หลบได้



     คาบาจิ : ไม่เลว...งั้นเจอนี่ มายากลหมอกสังหาร!!!

     จู่ๆ ก็เกิดหมอกควันที่เขาสร้างขึ้น รินดาไม่รอช้ารีบใช้เวทย์ปล่อยใส่ทั่วพื้นที่ทำให้หมอกควันกระเด็นหายไปอย่างรวดเร็วและเป็นจังหวะที่คาบาจิพุ่งมาข้างหลังพอดี รินดาจึงให้ไปและใช้แส้ของเธอกันไว้ได้

     คาบาจิ : ไหวพริบดีใช้ได้....งั้นเจอท่าไม้ตายของฉันหน่อย!

     คาบาจิได้กระโดดถอยออกมา ก่อนที่รินดาจะเห็นว่ามีลูกข่างอยู่เต็มมือของคาบาจิ

     รินดา : ยุคนี้ยังเล่นลูกข่างอีกเหรอ?

     คาบาจิ : โชว์ลูกข่างร้อยสังหารคามิคาเซ่!!!

     คาบาจิได้ทำการโยนลูกข่างใส่รินดาจำนวนหลายอันก่อนที่เขาจะวิ่งไต่กำแพงขึ้นไป ส่วนรินดาก็ใช้วงแว่นเวทย์ทำให้สามารถปัดลูกข่างได้ทุกอัน แต่เมื่อเธอมองไปก็ไม่พบตัวของคาบาจิแล้ว



     รินดา : หนีไปแล้วเหรอ?

     คาบาจิ : โชว์กายาเหินฟ้า!!! เวหาล้อเสียบ!!!

     รินดาได้ยินเสียงตะโกนจากข้างบน เมื่อมองขึ้นไปบนฟ้าก็พบว่าคาบาจิกำลังจะเอาดาบแทงลงมาที่เธอ

     ลูฟี่ : ว้าว สูงจัง...

     บากี้ : ปืนแยกร่างภาคพื้นดิน!!! 

     จู่ๆ บากี้ก็ยิงแขนออกมา แล้วพุ่งไปที่ขาของรินดา

     บากี้ : คาบาจิ!!! ฉันจะยึดขาของยัยนั่นไว้จัดการซะ!!!

     รินดา : แฟนเกิร์ล...

     รินดาได้บอกกับผ้าคลุมของเธอ จากนั้นผ้าคลุมก็ออกจากไหลและมุ่งไปห่อแขนของบากี้อย่างรวดเร็วและก็บีบแน่นจนเขารู้สึกเจ็บได้ทันที

     บากี้ : ไอ้ผ้าคลุมนั่นมันอะไรฟะ?!!!

     รินดา : อย่ามายุ่ง....

     คาบาจิ : ถึงไม่ต้องมีกัปตันช่วยฉันก็ฆ่าคนอย่างแกได้อยู่แล้ว!!

     รินดา : มั่นใจจังเลยนะ....time stone!

     จังหวะนั้นเองรินดาได้ทำการร่ายเวทย์ของ time stone ทางคาบาจิเองก็พุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว แต่ตัวเขานั่นก็ค่อยๆ ช้าลงๆและก็หยุดก่อนที่จะถึงตัวรินดา ทำให้หลายคนก็สตั้น กันไปตามๆ กัน



     บากี้ : นั่นมันบ้าอะไรฟะน่ะ!?

     ลูฟี่ : สุดยอด หยุดเวลาได้ด้วย!!!

     จากนั้นรินดาได้ทำการเปิดวาร์ป ก่อนจะกระโดดเตะหมอนั่นเข้าไปในวาร์ป ซึ่งเธอเองที่รู้ว่าจะส่งเขาไปไหน ทำให้ตอนนี้เหลือแค่บากี้คนเดียว

     โซโล : แย่จังเลยนะ ฉันไม่ได้โชว์ฝีมือเลย....

     บากี้ : พวกแกเป็นอะไรกันแน่!?

     ลูฟี่ : เราเป็นโจรสลัด...ส่งแผนที่แกรนด์ไลน์มาซะ

     บากี้ : เป้าหมายของแกคือสิ่งนั่นเองรึ....แต่นั่นไม่ใช่เส้นทางเดินเรือที่พวกโจรสลัดไร้ชื่อจะสามารถแล่นเรือไปมาได้หรอกนะ อย่างแกได้แผนที่แกรนด์ไลน์ไปแล้วจะทำอะไรได้คิดจะไปเที่ยวหรือไง!!?

     ลูฟี่ : ฉันจะเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด....

     มอร์แกน : อ๊าาาาา ฉันชอบประโยคนี้จังเลยคะ!!!!

     โซโล : อะไรของเธอเนี่ย?

     บากี้ : อย่าหยามกันนักนะ...ไอ้ซูปเปอร์บ้าเอ๊ย!!! ถ้าแกเป็นเจ้าแห่งโจรสลัด ฉันก็เป็นพระเจ้าแล้ว คนที่จะได้สมบัติจากทั่วโลกมาครอบครองต้องเป็นฉันผู้นี้ แกฝันกลางวันไปหรือเปล่า!!!

     ลูฟี่ : ทุกคน....ไอ้หมอนี่เป็นของฉัน เพราะฉะนั้นแกน่ะเข้ามาได้แล้ว...

     มอร์แกน : เท่จังเลยคะ อย่างนี้ต้องให้จาร์วิสถ่ายไว้!!!

     บากี้ : เฮ้ๆ ระวังปากแกไว้ซะบ้างไอ้มนุษย์ยาง....พอเห็นท่าทางที่แกใส่หมวกนั่นแล้ว มันทำให้ฉันนึงถึงคนคนนั้นในสมัยตอนหนุ่มๆ ขึ้นมา ผู้ชายผมแดงที่แสนจะกวนประสาท

     ลูฟี่ : ผมแดง?

     มอร์แกน : เอาแล้วๆ!!!

     รินดา : อะไรของเธอเนี่ย!?

     จากนั้นทั้งสองก็เข้าบวกกันอย่างดุเดือด ระหว่างที่สู้กันบากี้ได้โจมตีหมวกของลูฟี่ ทำให้ลูฟี่โมโหทันทีและก็รู้อีกว่าบากี้และแซงคูสเคยเป็นเพื่อนกันและเขาพูดว่าเพราะแซง คูสที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ แถมเขายังถูกแซงคูสช่วยไว้อีกด้วย จนในที่สุดเขาได้แยกตัวออกครึ่งจากนั่นก็พุ่งไปข้างหลังลูฟี่ เมื่อมองไปก็พบว่านามิกำลังถือถุงสมบัติอยู่

     บากี้ : ยังไม่ยอมปล่อยสมบัติฉันอีกเรอะ!!

     นามิ : แย่แล้ว!

     บากี้ : ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกไปได้- เอ๋?

     ในจังหวะที่บากี้กำลังจะพุ่งเข้าหานามิ แต่ขณะนั้นเองก็มีประตูวาร์ปสีส้มปรากฏตรงหน้าของเขา ทำให้เขาพุ่งเข้าไปแบบไม่ตั้งใจ ก่อนที่รินดาจะโยนส่วนต่างๆ เข้าไปในประตูวาร์ปด้วยและไม่มีใครสนใจว่ารินดาส่งเธอไปไหน

     ลูฟี่ : ชนะแล้ว!!! ทีนี้เธอก็มาเป็นพวกเราอย่างเป็นทางการแล้วนะ

     นามิ : ร่วมมือกันต่างหาก...แต่ก็โอเคถ้าอยู่กับพวกนายแล้วถ้าจะมีกำไรงาม!!

     มอร์แกน : คุณโซโลค่ะ ตื่นได้แล้วค่ะ!!

     โซโล : จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอ?

     ลูฟี่ : อื้อ ได้ทั้งแผนที่และสมบัติมาแล้ว!! จริงสิ สเตรนจ์เธอปล่อยลุงได้แล้วล่ะ

     รินดา : ตายล่ะ ลืมไปเลย...

     รินดารีบหันกลับไปแล้วร่ายเวทย์ปิดมิติกระจก ทำให้ลุงออกมาได้

     บูโดล : ชิ มันเป็นเรื่องของฉันแท้ๆ แต่พวกเธอกลับเข้ามาช่วย

     มอร์แกน : มันเป็นหน้าที่ของอเวนเจอร์นิคะ!

     นามิ : หือ? อเวนเจอร์...

     รินดา : ปะ-เปล่า! ก็พวกเราเป็นโจรสลัดที่ดีนี่น่า ไม่มีอะไรหรอก....ว่าแต่เมืองเละพอควรเลยนะ เดี๋ยวหนูทำให้กลับเป็นเหมือนเดิม

     รินดาได้เดินออกห่างไปเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มร่ายเวทย์จาก time stone วงเวทย์สีเขียวปรากฏขึ้น จากนั้นความเสียหายของบ้านเรือนแต่ล่ะหลังก็กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     บูโดล : สุดยอดไปเลย....มันทำให้ฉันเชื่อเลยว่าเวทย์มนต์กับผลปีศาจเป็นเรื่องจริง

     ??? : เทศมนตรี!!!

     จู่ๆ ก็มีกลุ่มคนเดินมาทางพวกเขา พวกเขาคือคนที่เคยอยู่ที่นี่ก่อนที่จะอพยพหนีไปตั้งค่ายข้างนอกเมือง พวกเขามาพร้อมอาวุธครบมือเพื่อป้องกันตัว

     ??? : เกิดอะไรขึ้นน่ะเทศมนตรี!?

     บูโดล : ทุกคน....เด็กพวกนี้น่ะช่วยพวกปลดปล่อยเมืองของเราจากพวกโจรสลัดบากี้น่ะ!!!

     ในที่สุดกลุ่มลูฟี่ก็ต้องบอกลานายกเทศมนตรีและทุกคน ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่แกรนด์ไลน์ต่อไป โดยมีขโมยสาวและสาวเกราะเหล็กมาด้วย โดยล่องเรือไปเรื่อยๆ สองลำ ตอนนี้นามิกำลังเย็บหมวกให้กับลูฟี่เพราะถูกบากี้ใช้มีดแทงจนเป็นรู แต่ในขณะที่ไม่มีใครสักเกต หันก็พบว่ามอร์แกนเปลี่ยนชุดไปแล้วแถมก่อนหน้านั่นพวกเขาก็ได้ไปแวะที่เกาะร้างที่มีคนแคระอาศัยอยู่ด้วย



     โซโล : มอร์แกน....ชุดเกราะเธอหายไปไหนแล้ว?

     มอร์แกน : อ้อ มันอยู่ใต้ผิวหนังค่ะ!

     นามิ : ว่าไงนะ....ชุดเกราะเธออยู่ใต้ผิวหนังงั้นเหรอ!?

     ลูฟี่ : ว้าว เธอเป็นหุ่นยนต์เหรอ?

     มอร์แกน : ไม่ใช่คะ ฉันเป็นคนนี่แหละ แต่วิธีการมันอาจจะ....พูดยากสักนิดหนึ่งน่ะคะ แต่เอาเป็นว่าฉันอยากจะใช้มันเดี๋ยวมันก็จะโผล่มาเองคะ

     โซโล : เธอนี่มันแปลกจริงๆ

     นามิ : ว่าแต่พวกนายจะไปแกรนด์ไลน์ในสภาพนี้นี่นะ?

     ลูฟี่ : ก็แหงสิเราไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องอาหารด้วยซ้ำ เพราะสเตรนจ์สามารถเอาอาหารมาให้ฉันตลอด แถมยังมีสเบียงมาจากคนแคระก็เยอะ

     นามิ : ฉันไม่ได้พูดถึงอาหาร...

     โซโล : ช่ายยย....แถมยังมีเหล้ามาให้ด้วย

     นามิ : นิเลิกคิดเรื่องกินกับกินสักที่เหอะ!!!

     จากนั้นนามิก็เริ่มเล่าถึงแกรนด์ไลน์ ว่ามีพวกโจรสลัดเก่งๆ อยู่มากมายและเป็นสถานที่ที่อันตรายมากๆ อีกด้วยและยังต้องใช้เรือที่แข็งแกร่งมากอีกด้วยเพื่อการเดินทางในระยะไกล

     นามิ : ถ้าได้เรือที่แข็งแรงทนทานมาล่ะก็จะยิ่งดีเข้าไปใหญ่...จริงสิ เธอน่ะวาร์ปเรือมาให้ไม่ได้เหรอ?

     รินดา : ไม่ได้นามิ....ฉันทำขนาดประตูวาร์ปได้แค่สูงกว่ามนุษย์ได้นิดเดียวเท่านั่น.... แต่ยังไงซะ ตอนนี้เธอกำลังอยู่กับนักเวทย์ที่เก่งที่สุดในโลกนะ ไว้ใจได้เลย

     นามิ : ก็ใช่....แต่ฉันก็ยังอดห่วงไม่ได้นิ

     มอร์แกน : แต่เอาเข้าจริง....เดี๋ยวก่อนนะ! เราใกล้จะถึงเกาะที่อุซปอยู่แล้วนิ...

To Be Continue...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

115 ความคิดเห็น

  1. #15 pitchypai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 15:59

    เเต่งเร็วๆนร้าา><~~

    #15
    0
  2. #14 tsarawut2521 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 07:33

    ติดตามอยู่นะค่ะ>_<

    #14
    0