One Piece The New Sorcerer Supreme รีไรท์ (Marvel & One Piece Crossover)

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 13 : ตัวตนจริงของรินดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    20 ม.ค. 63


     บางคนอาจจะสงสัยว่าตัวจริงของนางเอกเป็นใครกันแน่เพราะรินดาไม่เคยเล่าประวัติเกี่ยวกับพ่อแม่ของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว บางคนอาจจะคิดว่าเธอเป็นแค่ตัว OC ธรรมดา แต่ตัวละครตัวอื่นที่เป็น OC กับยังมีส่วนที่เรารู้ได้ว่าใครเป็นลูกใคร ซึ่งตอนนี้ผมจะมาช่วยทำบทสรุปให้นะครับว่าตัวจริงของเธอเป็นใครกันแน่....

     ในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็ได้เดินทางมาถึงเกาะที่สองที่จะเข้าสู่แกรนด์ไลน์และเรือก็เริ่มแล่นสู่แม่น้ำในเกาะเพื่อจะโผล่ไปอีกฝั่ง แต่ป่านี้ก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ มันดูเหมือนป่าดงดิบที่จะมีสัตว์ยักษ์อาศัยอยู่ ทั้งหมดจึงตัดสินใจที่จะออกไปสำรวจโดยจอดเรือไว้มีอุซปและนามิอยู่ที่เรือ ต่างคนก็แยกย้ายกันไป ตอนนี้รินดาเองก็กำลังเดินสำรวจไปกับเอ็ดดี้เพื่อมองหาอะไรเรื่อยๆ

     รินดา : มันดูเหมือนไม่ใช่ป่าธรรมดาเลยนะ

     เอ็ดดี้ : ครับ....ผมเองก็คิดแบบนั่น มันเหมือนกับ......เราอยู่ในยุคไดโนเสาร์เลยครับ

     รินดา : บิงโก! ฉันกำลังจะพูดพอดีว่ามันเหมือนมาก....

     จากนั้นทั้งสองก็เดินไปจนถึงลำธารแห่งหนึ่ง ดูเหมือนว่าเอ็ดดี้จะเห็นอะไรบางอย่างอยู่ในน้ำเขาก็ไปหยิบขึ้นมา พบว่ามันคือสิ่งมีชีวิตที่เหมือนหอยงวงช้างแต่ตัวใหญ่กว่มาก

     รินดา : เอ็ดดี้....นั่นมัน....

     เอ็ดดี้ : ถ้าจำไม่ผิด.....มันคือแอมโมไนต์.....สิ่งมีชีวิตก่อนยุคประวัติศาสตร์.....คุณรินดาเป็นอะไรหรือเปล่าตั้งแต่บนเรือแล้ว?

     รินดา : ไม่เอ็ดดี้.....ไม่มีอะไร.....จริงๆนะ.....

     เอ็ดดี้ : ไม่สบายหรือเปล่าครับ? กลับไปพักที่เรือก่อนดีกว่า

     รินดา : ไม่เป็นไร.....เอ็ดดี้ระวัง!!!

     ทันใดนั่นเองก็มีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่เหมือนไดโนเสาร์พุ่งออกมาจากโพรงหญ้าฝั่งตรงข้ามของลำธารและพุ่งเข้าใส่เอ็ดดี้ แต่ขณะนั้นเองรินดาได้สะบัดมือจากนั้นก็มีดาบพุ่งออกมาจากมือของเธอและพุ่งเสียบหัวของไดโนเสาร์ตัวนั่นทันที ซึ่งก็ทำให้เอ็ดดี้อึ่งทันที

     เอ็ดดี้ : คุณรินดา.....

     รินดา : ไม่......ฉันผนึกไปแล้วนิ....

     เอ็ดดี้ : คุณรินดานั่นไม่ใช่พลังของดร.สเตนรจ์ใช่มั้ย?

     รินดา : ไม่จริง....พลังของดร.สเตรนจ์จะต้องผนึกมันแล้วสิ!!!

     เอ็ดดี้ : คุณรินดายังมีอะไรที่คุณไม่ได้เล่าให้ผมฟังใช่มั้ย?

     รินดา : เอ็ดดี้.....ฉัน.....

     ในขณะที่รินดากำลังอธิบายจู่ๆ time stone ก็ส่องแสงออกมาอย่างสว่างและก็ดับไปยิ่งสร้างความสงสัยให้กับทั้งคู่อย่างมาก แต่ทันใดนั่นเองประตูมิติของtime stone ก็เปิดขึ้นข้างหลังของทั้งคู่และดูเหมือนจะมีใครบางคนเดินออกมาจากมิติ

     ??? : ข้าบอกแล้วไงว่าเจ้าผนึกพลังของตัวเองได้ไม่ตลอดหรอก....

     เอ็ดดี้ : ใครน่ะ!?

     รินดา : .......เฮร่า.....



     บุคคลที่เดินออกมาจากมิติของ time stone ก็คือคนที่คิดว่าหายสาบสูญไปแล้ว นั่นคือเฮร่าเทพีแห่งความตายนั่นเอง เธอเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ แต่เอ็ดดี้ก็รีบมาขวางตัวรินดาไว้ เพราะเขาเห็นเธอกลัวมาก

     เอ็ดดี้ : ไม่ว่าคุณจะเป็นใครผมจะไม่ยอมให้คุณแตะต้องเธอเด็ดขาด!

     เฮร่า : โอ้วว.....พ่อหนุ่ม แม่ลูกเขาจะคุยกันเป็นแค่คนสนิทของลูกสาวข้าก็ถอยไปก่อนดีกว่านะ

     เอ็ดดี้ : แม่...ลูก?

     เฮร่า : ถ้ารู้แล้วก็ถอยไปซะนี่มันเรื่องของครอบครัว-

     รินดา : เงียบซะ!!!!

     เฮร่า : นั่นคือคำพูดที่ใช่พูดกับแม่ตัวเองงั้นเหรอ?

     รินดา : คุณไม่ได้เลี้ยงฉันมาสักหน่อย!

     เฮร่า : ฮืม...ดูเหมือนว่ามากาเล็ตจะสอนอะไรเจ้าเยอะมากเลยนะ 

     รินดา : ใช่...สอนเยอะด้วย

     รินดาพูดด้วยอาการที่เสียงสั่นสุดๆ พร้อมทำท่าเตรียมต่อสู้ทางเอ็ดดี้เองก็เตรียมบุก แต่ดูเหมือนว่าเฮร่าคงจะไม่ได้อยากจะสู้กับลูกตัวเอง

     เฮร่า : ใช้พลังของคนอื่นมากกว่าใช้พลังของแม่ตัวเองงั้นรึ?

     รินดา : พลังนั่นมันจะทำให้ฉันฆ่าคนต่างหาก....

     เฮร่า : เจ้าคิดจริงๆเหรอว่าเจ้าจะสามารถหนีพลังของแม่ไปได้ตลอดรินดา...แล้วอย่าบอกนะว่าเจ้าไม่เคยฆ่าคนจริงๆ

     เอ็ดดี้ : หมายความว่าไงกัน?

     รินดา : ฉัน.......ฉันไม่ได้.....

     เหตุการณ์เมื่อ 8 ปีก่อน ณ.ฐานกองกำลังลับแห่งหนึ่งนอกเมือง

     ในเหตุการณ์ตอนนั่นเธออายุเพียง 12 ขวบ เธอได้เดินเข้าไปในทางเข้าเหมือนกับคนไม่มีสติ พวกทหารกองกำลังลับก็บุกเข้ามาเล็งปืนใส่เธอด้วยกันสิบกว่าคน

     ??? : ใจเย็นก่อนนั่นก็แค่เด็กเอง...

     ??? : แล้วใครปล่อยให้เด็กนี่เข้ามาเนี่ย!?

     ??? : แต่เราจะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด ถ้าปล่อยไปแล้วเด็กนี่เกิดปากไปบอกพวกฮีโร่ขึ้นมาล่ะเราจะทำยังไง?

     ในขณะที่พวกทหารกำลังเถียงกันอยู่ รินดาที่กำลังยืนไม่ได้สติเหมือนคนตายซากไปแล้ว แต่ขณะนั้นก็มีบางอย่างมาควบคุมจิตของเธออีกที

     เฮร่า : พวกนี้คือเป้าซ่อมของเจ้าลูกข้า.....จัดการเลย



     รินดาได้พยักหน้าก่อนจะลูปขาและไล่มายังผมร่างกายของเธอก็เปลี่ยนไปทันที เธอได้สะบัดมือใส่และมีดาบพุ่งออกมาจากมือและเสียบกลางตัวของทหาร จากนั้นทหารที่เหลือก็พากันตกใจและยิงใส่รินดาทันที แต่เธอก็เริ่มระบำดาบใส่พวกทหารหลายคนจนล่วงไปกองกับพื้นและที่สำคัญปืนทำอะไรเธอไม่ได้เลย จนกระทั่งเวลาผ่านไปเมื่อเธอได้สติพบว่าเธอกำลังนั่งคุกเข่าโดยมีศพทหาร 30 กว่าคนนอนอยู่ที่พื้นโดยมีดาบปักอยู่ในตัวและยังมีศพคนอื่นๆอีกด้วย

     รินดา : กริ๊ดดดด!!!!!!

เหตุการณ์ปัจจุบัน

     รินดา : กริ๊ดดด!!!!!

     เฮร่า : ลูกข้า....ต่อให้เจ้าจะหาพลังอะไรมาแทนหรือจะหนีไปที่ไหนมิติไหน เจ้าก็ไม่สามารถหนีสายเลือดของเทพีแห่งความตายได้หรอกลูกข้า

     เอ็ดดี้ : พอเถอะครับ!!!!

     ขณะนั้นรินดาได้แต่นั่งกริ๊ดร้องเพราะภาพในอดีตที่เธอเห็น เอ็ดดี้รีบเข้ามาจับตัวเธอหวังจะปลอบแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ฟังอะไรแล้ว ทางเฮร่าก็เดินมาหาแล้วเอามือแตะที่หัวของเธอ เอ็ดดี้จึงรีบจับมือของเธอแต่ก็ถูกเฮร่าปัดกระเด็นออกไปและปล่อยออร่าสีเขียวใส่ตัวรินดา

     เฮร่า : ที่ผ่านมาเจ้าอ่อนแอมามากแล้ว....พลังของพ่อมดนั่นก็ไม่ได้ช่วยทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นแม้แต่นิดเดียว จงยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเถอะลูกข้า พลังของดาบแห่งความตายจะทำให้เจ้าแข็งแกร่งที่สุด....

     ตอนนี้รินดาได้แต่นั่งก้มหน้าและร้องไห้ออกมา จากนั้นเองก็มีออร่าสีเขียวที่ผสมกับสีดำลอยออกมาจากตัวเธอ ซึ่งทำให้รู้ว่าพลังที่เธอเก็บซ่อนเอาไว้ในอดีตได้ถูกปลดปล่อยอีกครั้งแล้ว ทางเอ็ดดี้เองก็โมโหอย่างมาก

     เอ็ดดี้ : ปล่อยเธอซะ!!!!

     เอ็ดดี้ได้แปลงร่างเป็นวีน่อมจากนั้นก็กระโจนเข้าใส่เฮร่าทันที แต่เฮร่าก็ถอนหายใจก่อนจะพุ่งดาบใส่กลางตัวของวีน่อมและปักเข้ากับต้นไม้ทันที จากนั้นเธอก็หันไปสนใจรินดาต่อ

     เฮร่า : จำไว้ลูกข้า.....ที่ข้าทำอยู่นี่มันจะช่วยให้เจ้าสามารถปกป้องอัญมณีแห่งเวลาได้มากขึ้นโดยที่จะไม่มีใครสามารถทำอะไรเจ้าได้.....เจ้าต้องเชื่อข้า

     รินดา : คุณมันก็แค่อยากจะให้ฉันไปทำหน้าที่แทนคุณก็เท่านั่น.....

     เฮร่า : แล้วเจ้าจะเข้าใจ.....เพราะยังไงซะตอนนี้ข้าก็กลับมาอยู่ในใต้จิตสำนึกของเจ้าแล้วล่ะลูกข้า....

     รินดา : คุณไม่เคยห่วงความรู้สึกของใครเลย!!!

     เฮร่า : แล้วที่ข้าทำอยู่นี่....ไม่ใช่เพราะข้าไม่ห่วงเหรอ? ตอนนั่นเจ้าก็เกือบจะโดนเจ้านักดาบนั่นฆ่าและพออีกที่ก็พลาดท่าโดนเสียบท้องไปอีก....นี่น่ะเหรอที่จะบอกกับตัวเองว่าคือนักเวทย์ที่เก่งที่สุดในโลกน่ะ!

     รินดา : แต่คุณก็ไม่ได้ห่วงจริงๆซักหน่อย ไม่ยังงั้นจะปล่อยให้หนูตกอยู่ในสภาพเร่ร่อนมาหลายปีงั้นเหรอ!?

     เฮร่า : เจ้าแน่ใจเหรอว่าข้าไม่ได้ห่วงจริงๆ....รู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นกับชายที่แอบจับก้นเจ้าและรู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้นหลังร้านอาหารนั่นไล่เจ้าออกเพราะเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นและรู้มั้ยตอนที่เจ้านอนหมดสติเพราะบาดแผลนั่นไม่ใช่ข้าเหรอที่ช่วยรักษาให้ลูกข้า!

     รินดา : นั่นแฟนเกริล์จัดการให้ต่างหาก!!!

     เฮร่า : งั้นเหรอ....ทำไมไม่ลองถามเจ้าผ้าคลุมดูล่ะว่าใครเป็นคนช่วยชีวิตเธอเอาไว้น่ะ

     คำพูดของเฮร่าทำให้รินดาสตั้นไปทันที เธออาจจะไม่เชื่อทั้งหมดว่านั่นคือความจริงและเธอเองก็ไม่กล้าพูดเต็มปากได้หรอกว่าเป็นนักเวทย์ที่เก่งที่สุดเพราะตัวเธอก็เสียท่าให้ศัตรูเยอะเหมือนกัน จากนั้นเฮร่าก็ได้มือมาแตะที่คางของรินดา

     เฮร่า : และนับตั้งแต่นี้ไป....ข้าจะมาอยู่ในจิตของเจ้าและจะช่วยเหลือในยามมีภัยโดยจะยืมร่างของเจ้าก็แล้วกันนะ....ส่วนเจ้าถ้ามีความสามารถแค่นั่นก็อย่าคิดจะมาปกป้องลูกสาวข้าดีกว่า!

     หลังจากที่เฮร่าหันมาพูดกับเอ็ดดี้ เธอก็กลายเป็นควันสีเขียวดำลอยเข้าไปในตัวของรินดาทันที จากนั้นเอ็ดดี้ก็คิดสิ่งที่เฮร่าพูดก่อนจะสะบัดหน้าและวิ่งมาดูรินดา

     เอ็ดดี้ : คุณรินดาเป็นอะไรหรือเปล่าครับ!?

     รินดา : ฉันสบายดี......

     เอ็ดดี้ : ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณรินดาจะเป็นลูกสาวของเฮร่า เทพีแห่งความตาย....

     รินดา : เอ็ดดี้.....นายจำเรื่องที่ฉันเล่าในช่วง 2 ปีที่บอกว่าฉันยิ่งแย่ลงทุกวันได้มั้ย?

     เอ็ดดี้ : จำได้ครับ....ทำไมเหรอ?

     รินดา : ที่ฉันบอกว่าแย่น่ะ.....คือการไปไล่ฆ่าพวกที่ฉันไม่ได้รู้จักอะไรด้วยเลย เธอเข้ามาบังคับจิตของฉันให้ฉันไปถล่มหลายๆที่จนมีคนตายเพราะดาบของฉันไม่มากมาย....

     เอ็ดดี้ : แต่คุณรินดา ข่าวที่ออกมาตอนนั้นก็มีแต่ฐานของพวกก่อการร้ายที่โดนจัดการทั้งนั่นเลยนะครับ....บางทีคุณเฮร่าอาจจะช่วยคุณ

     รินดา : เธอช่วยฉันเพราะหวังจะเอาวิญญานคนตายไปต่างหากล่ะ!

     เอ็ดดี้ : แต่อย่างน้อย...เขาก็เป็นแม่ของคุณรินดานะครับ! แม่ลูกยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหลอกครับ!!!

     เฮร่า : ฮืม....เจ้าหนุ่มนี่พูดดีนะเนี่ย

     ก๊าซซซซ!!!!

     จู่ๆก็มีเสือเขี้ยวดาบกระโดดพุ่งมาทางทั้งคู่ แต่รินดาก็พุ่งดาบใส่เจ้าเสือนั่นจนตัวขาดครึ่ง มันก็ทำให้รู้ว่าพลังจริงๆของเธอนั่นก็สุดยอดอยู่แล้วและตอนนี้เธอแทบจะเป็นอมตะเลยด้วยซ้ำเพราะเฮร่ายังคงอยู่ในจิตของเธอ เพราะฉะนั้นการกระทำของเธอต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

     รินดา : ไว้ฉันจะคิดอีกทีเรื่องแม่อ่ะนะ.....

     เอ็ดดี้ : เชื่อเถอะครับ...ยังไงเขาก็ห่วงคุณรินดาแน่นอน ตอนนี้เรารีบไปหาคนอื่นๆกันเถอะครับ

     รินดา : โอเค.....กลับเรือกันเถอะ

     จากนั้นรินดาได้เปิดประตูวาร์ปกลับไปที่เรือ เมื่อมาถึงก็พบว่าไม่มีใครอยู่เลยทั้งสองเลยเดินวนอยู่ในเรือสักพัก รินดาเองก็ลองเสกดาบออกมาเล่นๆดูพบว่ามันเป็นดาบที่เธอไม่ได้จับมานานมาก จากนั้นทุกคนก็กลับมาที่เรือพร้อมกันโดยที่โซโลและซันจิดูเหมือนจะเอาซากไดโนเสาร์ขนาดใหญ่มาด้วย จากนั้นก็เริ่มการเดินทางทันทีโดยที่เอ็ดดี้และรินดายังคงปิดเรื่องของทั้งคู่เป็นความลับ แต่ระหว่างที่ออกจากเกาะก็มีคนยักษ์สองคนมาส่งพวกเขาด้วย

     ลูฟี่ : ไว้พวกเราไปบ้านเกิดของพวกคนยักษ์พวกนั้นกันนะอุซป!!!

     อุซป : แน่นอน!!!

     เอ็ดดี้ : ทำไมคุณอุซปและคุณลูฟี่ถึงตื่นเต้นกันจังเลยครับ?

     มอร์แกน : เรื่องมันยาวอ่ะคะ

     การเดินเรือก็ยังคงเป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ขณะนั้นเองก็เกิดข่าวร้ายนามิเกิดมีไข้ขึ้นสูงมากและจากนั้นรินดาพยายามใช้ time stone เพื่อจะย้อนให้กับตัวนามิแต่มันก็เกิดเรื่องประหลาดที่ว่าเธอมีแม่หรือเทพีแห่งความตายอยู่ในตัวทำให้กลายเป็นการเร่งเวลาให้นามิอาการหนักกว่าเดิม ดังนั่นการเดินเรือจึงละเป้าหมายอลาบาสต้าไว้ก่อนและต้องหาหมอที่อยู่ใกล้เคียง แต่ความจริงมอร์แกนมาเตือนรินดาไว้ว่าถ้าเธอช่วยนามิก็จะไม่ได้สมาชิกกวางน้อยมาเข้ากลุ่ม ทำให้ความจริงแล้วรินดาก็เล่นตามน้ำไปว่าไม่สามารถใช้พลังของ time stone ได้จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 วันเรือก็เดินทางมาถึงจุดที่มีหิมะตก ตอนนี้ข้างในเรือก็มีแค่สาวๆที่กำลังดูแลนามิ

     วีวี่ : โชดดีจังที่ได้เครื่องทำความร้อนของมอร์แกน ช่วยได้เยอะเลย....

     รินดา : เราจำเป็นต้องประคองอาการของเธอไว้ตลอดเพื่อไม่ให้ความร้อนพุ่งสูงเกินไปมากนัก ผ้าเย็นนี่จะช่วยได้สักระยะหนึ่ง

     วีวี่ : รินดาเป็นหมอเหรอ? ฉันเห็นเธอรู้เกี่ยวกับการรักษามากเลยนะ

     รินดา : อ๋อ! ก็แค่เป็นผู้ช่วยน่ะไม่ได้เป็นโดยตรงหรอก....

     ซันจิ : คุณรินดาช่วยคุณนามิให้ได้นะครับ!!!!

     มอร์แกน : คุณซันจิอย่าเอะอะโวยวายสิคะ!

     ทางด้านนอกก็กำลังสำรวจรอบๆเพื่อที่จะหาเกาะที่มีหมอโดยมีโซโลคอยเฝ้าสังเกตการอยู่บนยอดเสาเรือและดูเหมือนว่าเขาจะเจออะไรบางอย่าง

     โซโล : เฮ้!

     ลูฟี่ : เจอหมอแล้วเหรอ?

     เอ็ดดี้ : ไม่น่าใช่นะครับ....

     อุซป : แบบนี้จะไปหาหมอได้ไงบ้ารึเปล่า!?

     โซโล : พวกนายคิดบ้างมั้ย.....ว่ามีคนยืนอยู่กลางทะเล...?

     ตัดภาพกลับมาข้างใน วินแคนเริ่มใช้พลังจิตของเธออีกแรงเพื่อประคองไข้ของนามิ แต่ระหว่างนั่นก็เกิดบางอย่างขึ้นเหมือนกับมีอะไรขนาดใหญ่โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำทำให้เรือโคนเคนหนักมาก เตียงของนามิแทบจะกระเด็นโชดดีวินแคนจัดการได้

     วีวี่ : ทำไมเรือถึงโคนเคนแบบนี้ล่ะ!?

     ซันจิ : บังคับหางเสือให้ดีหน่อยเซ่! ถ้าเกิดคุณนามิเป็นอะไรขึ้นมาฉันจะเตะพวกนายลงเรือแน่!!!

     วินแคน : เราควรจะออกไปดูหน่อยนะ

     ซันจิ : โอเค งั้นฝากสาวๆดูทางนี้ด้วยนะ!!!

     จากนั้นซันจิก็รีบวิ่งออกไปข้างนอกทันทีเพื่อที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก เมื่อออกมาก็พบว่าพวกลูฟี่กำลังถูกกลุ่มโจรสลัดปริศนาหลายคนเอาปืนจ่อหัวเอาไว้ ทำให้รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

     ซันจิ : เกิดอะไรขึ้นเหรอ?

     ลูฟี่ : ตอนนี้เรือพวกเราถูกจู่โจมน่ะ....

     ซันจิ : งั้นเหรอ?...ฉันก็คิดแบบนั่นนะ

     ลูฟี่ : นี่....พวกเรากำลังรีบนะ!

     ??? : อืม....ทั้งหมดมี 4 คนเองงั้นรึ....

     มีเสียงปริศนาดังขึ้น ชายร่างใหญ่ที่กำลังกินเนื้อที่เสียบกับมีดอยู่ในมือ จากนั้นเขาก็กินกระทั่งมีดไปด้วยทำให้หลายคนเสียวคอเลยทีเดียวและเขาก็คือมนุษย์ตะกั่ววาโปลูกัปตันกลุ่มโจรสลัดบลีคิง



     ลูฟี่ : หมอนั่นมันตัวอะไร?

     เอ็ดดี้ : กินกระทั่งมีด....

     อุซป : เห็นแล้วเจ็บปากแทน....

     วาโปลู : คือพวกเราอยากจะไปอาณาจักรดรัม....พวกแกมีเอเทอนอลโพสหรือล็อคโพสบ้างมั้ย?

     ซันจิ : ไม่มี....และก็ไม่เคยได้ยินชื่ออาณาจักรแบบนั้นด้วย....

     ลูฟี่ : เอ้า! เสร็จธุระแล้วก็รีบกลับไปซะสิ!

     วาโปลู : เฮ้อ....รีบไล่กันจังนะถ้าไม่มีฉันขอสมบัติของเรือลำนี้ละกัน....

     ลูฟี่ : ว่าไงนะ!?

     วาโปลู : แต่เดี่ยวก่อนนะ....พอดีกำลังหิวน่ะ

     จากนั้นปากของวาโปลูก็ขยายใหญ่ขึ้น ก่อนที่จะกินส่วนขอบเรือและเคี้ยวเหมือนมันเป็นอาหารยิ่งทำให้พวกลูฟี่ตกใจอย่างมาก

     อุซป : หมอนั่นมันใช่คนหรือเปล่าเนี่ย!?

     ลูฟี่ : อย่ามากินเรือของเรานะ!!!

     ??? : อย่าขยับนะตอนนี้ท่านวาโปลูกำลังทารอาหารอยู่-

     ลูฟี่ : หนวกหูเฟ้ย!!!!

ลูฟี่ได้ชกเข้าที่หน้าของลูกน้องวาโปลูเต็มๆ จากนั้นพวกลูกน้องคนอื่นก็วิ่งเอาปืนมาเล็งใส่ลูฟี่และเตรียมยิง ทำให้พวกโซโลก็ยิ้มกันทันที

     โซโล : ถ้าทำแบบนั่นแต่แรกก็ดีแล้ว....

     ซันจิ : อ้าว...ให้ลุยได้หรอกรึ?

     เอ็ดดี้ : งั้นก็มาออกกำลังกายหน้าหนาวกันเถอะครับ

     อุซป : เดี๋ยวสิค่อยๆพูดจากันดีๆก็ได้...!!!

     ทางด้านเรือของพวกวาโปลูก็กำลังมองดูการต่อสู้ที่คิดว่าจะเป็นไปไม่ได้แน่นอน โดยมีคนที่มีหนวดและหัวฟูชื่อว่าโครมาริโม่กับคนที่หน้าเหมือนตัวตลกที่ชื่อว่าเชสกำลังยืนดูอยู่

 

     เชส : เป็นฝ่ายเริ่มก่อนเองนะ

     โครมาริโม่ : เจ้าพวกโง่ไม่รู้จะรีบตายทำไม....

     ในขณะที่พวกเขากำลังยืนดูอยู่ จู่ๆก็มีประตูวาร์ปโผล่ออกมาบนหัวฮิบโปบนเรือของพวกเขา หลังจากนั่นก็มีคนเดินออกมาอย่างช้าๆและไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากรินดา แต่คราวนี้มาแปลกมากดวงตาสีขาวของเธอกลายเป็นสีเขียวไปเรียบร้อยและเธอก็ปล่อยผมด้วย ทำให้รู้แน่นอนว่าเฮร่ากำลังใช้ร่างของเธอ จากนั้นพวกลูกน้องหลายสิบคนก็เข้ามล้อมเธอร่วมลูกสมุนสองคนนั่นที่ยืนนำอยู่



     รินดา(เฮร่า) : หืม....คงต้องใช้นามของลูกข้าสินะ....

     โครมาริโม่ : แกเป็นใคร!? กล้าดียังไงถึงขึ้นมาอยู่บนเรือของท่านวาโปลู!!!

     รินดา(เฮร่า) : ข้าสังเกตว่าพวกเจ้าไม่รู้อยู่แล้วว่าข้าเป็นใคร.....ข้าคือเฮ-รินดา บุตรสตีแห่งเทพีแห่งความตาย ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นมหาอำนาจยึดครองจักรวาลยิ่งใหญ่จนไม่มีใครกล้าท้าทายและข้าจะมาเพื่อฟื้นคืออำนาจนั่น....คุกเข่าต่อหน้าข้าและลุกขึ้นมาเป็นทหารในกองทัพอันเกรียงไกรของข้า!!!

     โครมาริโม่ : ไม่ว่าแกจะเป็นใคร...ไม่ว่าแกทำอะไร...จงมอบตัวซะเพราะแกกำลังยืนอยู่ในเรือของท่านวาโปลูอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรดรัม!!!

     รินดา(เฮร่า) : ถามว่าข้าเป็นใครเหรอ นี่เจ้าได้ฟังที่ข้าพูดหรือเปล่าเนี่ย!?

     โครมาริโม่ : นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้าย!!!

     รินดา(เฮร่า) : นึกว่าเจ้าจะดีใจที่ได้ผู้นำคนใหม่นะ...

     หลังจากที่เฮร่าพูดจบ ชายคนหัวฟูก็เตรียมท่าต่อสู้ซึ่งเป็นมวย อีกคนที่เหมือนตัวตลกก็เอาธนูขึ้นมาเล็งใส่เธอ ทำให้เฮร่าถอนหายใจอย่างหนัก

     รินดา(เฮร่า) : เฮ้อ......ได้!



     จากนั้นเฮร่าก็ได้ทำการลูปผมในร่างของรินดา จากนั้นร่างของรินดาก็เปลี่ยนไปทันทีเครื่องแต่งกายที่มีลักษณะเหมือนเทพีแห่งความตายตัวจริง จากนั้นชายหัวฟูก็กระโดดพุ่งเข้ามาหาและต่อยเธอแต่ก็ถูกเฮร่าถีบกระเด็นออกไปทันที ทำให้หลายๆคนเริ่มกลัวกันเล็กน้อย ส่วนตัวตลกก็ยิงธนูสามดอกใส่เธอก็ถูกเธอพุ่งดาบใส่จนทะลุธนูและไปปักกลางตัวของเขา จากนั้นลูกน้องของวาโปลูก็เริ่มตะโกนแล้ววิ่งเข้าใส่เฮร่าทันที จากนั้นเธอก็เริ่มระบำดาบแห่งความตายใส่ทุกคน ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครถ้าเข้ามาใกล้ก็จะตายทันที







     ผ่านไปไม่ถึงสองนาที ลูกน้องโจรสลัดประมาณ 60 กว่าคนก็กลายเป็นร่างไร้วิญญานไปจนหมดโดยมีดาบปักอยู่ที่ศพทุกคนจากนั้นเฮร่าก็ดูดซับวิญญานทั้งหมดมาที่ร่างเธอก่อนจะเดินผ่านศพของโจรสลัดไปเรื่อยๆ

     รินดา(เฮร่า) : โอ้....ไม่ได้ออกกำลังซะนาน....มันช่างน่าเสียดายลูกน้องโจรสลัดกระจอกๆต้องมาตายอย่างไร้ค่าเพราะไม่รู้จักมองอนาคต....เศร้า....โอ้ ยังไม่ตาย...

     เฮร่าได้หันไปก็พบกับโครมาริโม่ลุกขึ้นมาในสภาพที่มีเลือดท่วมหัว เขาค่อยๆเดินมาอย่างสะบัดสะบอบก่อนจะตั้งหลักยืนได้

     รินดา(เฮร่า) : เปลี่ยนใจมั้ย?

     โครมาริโม่ : แกมันปีศาจ....ฉันจะแสดงพลังให้-



     ยังไม่ทันพูดจบเฮร่าก็พุ่งดาบใส่ร่างของเขาทันที จากนั้นเธอก็เห็นอะไรบางอย่างลอยออกไปจากเรือของลูฟี่ทำให้รู้เลยว่าลูฟี่ดีดวาโปลูจนกระเด็นไปเรียบร้อย

     รินดา(เฮร่า) : ดูเหมือนว่า...เรือไม้นี่จะไม่จำเป็นต่อลูกสาวข้าเลยแม้แต่นิดเดียว....

     ตัดกลับมาทางด้านของพวกลูฟี่ที่เพิ่งจะดีดวาโปลูไปก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นบนเรือของเจ้านั่น จากนั้นมอร์แกนก็รีบวิ่งออกมาจากข้างในเรือทันที

     มอร์แกน : ทุกคนค่ะ! พี่รินขึ้นไปบนเรือนั่นค่ะ!!!

     ซันจิ : อะไรนะคุณรินดาขึ้นไปเหรอ!?

     โซโล : ไม่คิดจะรอกันเลยหรือไง!?

     ฉึก!!!!

     ทันใดนั่นเองก็มีดาบขนาดยักษ์พุ่งขึ้นทะลุเรือของวาโปลู จากนั้นเรือของเขาก็ค่อยๆจมลงไปแต่ดาบก็ยังคงอยู่ 

     ลูฟี่ : ว้าว...ดาบอันใหญ่มากเลย!!!

     จากนั้นประตูวาร์ปก็เปิดข้างหน้าของทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจคือเฮร่ายังไม่ได้กลับร่างมาเป็นรินดาทำให้พวกเขาตกใจมากว่าทำไมรินดาถึงแต่งตัวแบบนั่นถึงชุดจะดูเหมือนกับเฮร่าแต่หน้าตาก็ยังคงเป็นรินดาอยู่แต่มีตาสีเขียว



     อุซป : นั่นรินดาเหรอ!?

     ซันจิ : คุณรินดาเซ็กซี่สุดๆไปเลย!!!!

     เอ็ดดี้ : ทุกคนครับ....นั่นไม่ใช่คุณรินดา แต่เป็นแม่ของคุณรินดา...

     ทุกคน : ว่าไงนะ!!!!!

     รินดา(เฮร่า) : ไม่ต้องตกใจคนของลูกข้า.....ข้าแค่มายืมร่างของลูกข้าไปออกกำลังกายบนเรือลำนั่นก็แค่นั่นเอง....

     วีวี่ : จัดการเรือยักษ์เพียงคนเดียวเลยงั้นเหรอ!?

     ซันจิ : ยังไงก็ช่างสวัสดีครับแม่คุณรินดา มาดื่มชาก่อนมั้ยครับ!?

     รินดา(เฮร่า) : ไม่จำเป็น...เพราะต่อจากนี้ข้าจะมาอยู่ในจิตของลูกสาวข้าและถ้าใครคิดจะทำอะไรลูกสาวข้าล่ะก็ข้าจะจัดการเหมือนพวกบนเรือนั่นและก็-โอ้....ขอโทษที...ข้าคือเฮร่า ผู้บัญชาการใหญ่แห่งนิวแอสการ์ตและเทพีแห่งความตาย แน่นอนว่าไม่ใช่ในมิตินี่ไม่ต้องเป็นงาน

     วินแคน : เทพี.....แห่งความตาย?

     รินดา(เฮร่า) : ดูเหมือนว่าลูกสาวข้าจะตื่นแล้ว....ไว้เราค่อยมารู้จักกันใหม่นะ

     จากนั้นออร่าสีเขียวก็ขึ้นมาปกคลุมร่างกาย จากนั้นก็กลายเป็นร่างปกติของรินดาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเธอไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

     รินดา : เกิดอะไรขึ้นเหรอ?

     เอ็ดดี้ : คุณรินดากลับมาแล้ว...

     โซโล : นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?

อีกโลกนึง

     ณ มิติโลกคู่ขนานของโลกจริง สถานที่แห่งหนึ่งที่คล้ายกับแอสการ์ตแต่อยู่ในอวกาศและเป็นเมืองที่ใหญ่พอสมควร มีบุคคลกำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดและกำลังหลับตาคิดอะไรบางอย่างจนสัมผัสอะไรได้บางอย่าง

     ??? : พลังถูกปลุกขึ้นมาแล้วสินะ...ลูกสาวเทพีแห่งความตาย....แร็คนาร็อคจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง ข้าจะตามล่าเจ้าและทำลายเจ้าซะ!!!!



To Be Continue...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

115 ความคิดเห็น

  1. #67 Rnozero (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 06:51

    สุดยอดเลยครับพี่

    #67
    0
  2. #60 jkluio55455zxc (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 20:42
    เนื้อเรื่องก็โออยู่
    สู้ๆนะ >_<
    #60
    3
    • #60-1 KaristaTangngern(จากตอนที่ 19)
      16 สิงหาคม 2561 / 22:03
      คืออยากจะบอกว่าองค์หญิง​แห่งอาลาบาสต้าชื่อวีวีไม่ใช่บีบีนะ
      #60-1
    • #60-3 indominus rex(จากตอนที่ 19)
      16 สิงหาคม 2561 / 22:38
      ครับ ส่วนใหญ่ผมก็อ่านมังงะนี่แหละ
      #60-3