One Piece The New Sorcerer Supreme รีไรท์ (Marvel & One Piece Crossover)

ตอนที่ 13 : Special Episode : ตอนที่ 9 ย้ายมาใหม่กับแรกพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    20 ม.ค. 63


     เป็นเวลายามราตรีอันเงียบสงบไม่มีแม้แต่เสียงนกเสียงกา ตอนนี้รินดากำลังยืนอยู่ในซอกซอยแห่งหนึ่งของตึกและเธอไม่รู้ว่าทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ ตามพื้นก็มีหมอกควันเต็มไปหมด เธอเริ่มเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงคนเรียกเธอ

     ??? : ริน.....ดา......

     รินดา : ใครน่ะ!?

     ??? : ริน......ดา.....


     เสียงนั่นเรียกเธอเป็นครั้งที่สองทำให้เธอต้องเตรียมตัวต่อสู้ทันที จากนั้นหางตาเธอก็สังเกตเห็นบางอย่างกำลังกระโดดไปมาอยู่บนตึกด้วยความเร็ว จากนั้นสิ่งนั่นก็พุ่งลงมาข้างหลังเธอ จากนั้นเธอก็หันไปข้างหลังด้วยความเร็วและใช้เวทย์ของเธอไล่หมอกควันให้หายไป



     รินดา : อะไรน่ะ?

     สิ่งที่เธอเห็นทำให้เธอตกใจอย่างมาก เมื่อข้างหน้าของเธอคือสิ่งมีชีวิตสีดำมีสัญลักษณ์รูปแมงมุมอยู่ตรงกลางอกเหมือนกับสไปเดอร์แมน ร่างกายดูใหญ่และดูน่ากลัวมากมากขนาดเกือบจะเท่าฮัคเลยด้วยซ้ำและก็เขี้ยวอันแลมคมและส่งยิ้มอันน่ากลัวมาให้เธอ

     ??? : ฮิๆๆๆ........

     รินดา : ฉันไม่สนหรอกว่าแกเป็นตัวอะไร แต่ก็ต้องถูกกำจัด!

     รินดาได้กระโดดเข้าวาร์ปด้านหลังของเธอทันที ทำให้มันเริ่มมองหาเธอจนกระทั้งประตูวาร์ปได้เปิดข้างหลังของมัน จากนั้นเธอก็เสกดาบออกมาและฟาดฟันไม่ยั้ง แต่ที่แปลกคือมันกลับยืนให้ฟันจนกระทั่งมันหันมาจับดาบของเธอและแสยะยิ้มอันน่ากลัวให้



     รินดา : อะไร!?

     จากนั้นผ้าคลุมก็รีบดึงเธอออกมาให้ห่างจากสัตว์ประหลาดตัวนั่น จากนั้นเธอก็ประกบมือและใช้เวทย์สายฟ้าพุ่งเข้าใส่มันแต่มันก็กระโดดด้วยความเร็วก่อนมันจะยิงอะไรบางอย่างใส่ตัวเธอจนตัวเธอกระเด็นไปติดกับกำแพงมันเป็นเหมือนกับใยสีดำ เธอพยายามดิ้นแต่ก็ไม่สามารถหลุดได้ จนกระทั่งมันมาอยู่ตรงหน้าเธอ....

     ??? : เธอสู้ฉันตรงๆไม่ได้หรอกรินดา......

     รินดา : ทำไมแกรู้จักชื่อฉัน!? แล้วแกเป็นใคร!?

     ??? : ฮิๆๆๆ.....เธอกลายเป็นของฉันแล้ว....ฮ่าๆๆๆ!!!!



     รินดา : กริ๊ด!!!!.....

     ทันใดนั้นรินดาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง เหงื่อเธอออกเต็มตัวไปหมดเธอมองไปรอบๆ พบว่าฟ้ายังไม่สว่างและเมื่อหยิบนาฬิกามาดูก็พบว่ามันเพิ่งจะตี 4 ทำให้เธอทิ้งตัวลงนอนพร้อมเอามือกายหน้าผากทันที

     รินดา : ฝันบ้าอะไรกัน?....ทำไมมันเหมือนจริงขนาดนั่น....

     เป็นเวลา 8 โมงเช้าหลังจากที่รินดาฝันร้ายเมื่อคืน ตอนนี้เธอกำลังนั่งดูทีวีและกินข้าวเช้าไปด้วยเพื่อลืมเรื่องฝันเมื่อคืน แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เธอลืมเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั่นได้เลย จนกระทั่งเธอแต่งตัวเรียบร้อยเพื่อที่จะไปที่อาศรมของดร.สเตรนจ์

     รินดา : โอ๊ย!!! ยิ่งคิดแล้วปวดหัว....เฮ้อ.....อยากรู้จริงๆว่าพวกลูฟี่จะไปถึงไหนกันแล้วเวลาก็น่าจะผ่านไปนานพอสมควร 1 ชั่วโมงที่โลกจริงเท่ากับ 1 วันเต็มๆของโลกวันพีช-

     กริ่ง!

     ทันใดนั้นเสียงกดกริ่งหน้าห้องของเธอก็ดังขึ้น เธอจึงรีบไปเปิดประตูทันทีก็พบว่าเป็นคนแก่ใส่แว่นมาส่งของให้เธอ (ซึ่งถ้าเป็นแฟนมาเวลไม่มีใครไม่รู้จักเขา)



     ??? : อ่า นี่ใช่ห้องของ....เอ่อ....รินดา ปาปีก้าหรือเปล่า?

     รินดา : เมอรินด้าค่ะลุง....

     ??? : อะไรนะ? เมอบิวด้า!

     รินดา : เฮ้อ.....ใครใช้คนแก่ส่งของเนี่ย? ดูปากหนูนะลุง....เมอ....ริน....ด้าค่ะ!

     ??? : อ๋อ......! ฟรอริด้าสินะ เข้าใจแล้ว....

     รินดา : ค่ะลุง...ฟรอริด้าก็ฟรอริด้าค่ะ.....พูดชื่อซะอยากจะไปเลย....

     ??? : เอาล่ะยัยหนูเซนรับของด้วยนะ

     รินดารีบเซนชื่อทันทีจากนั้นเธอก็รับกล่องขนาดเล็กมา จากนั้นลุงก็เดินออกไปทันทีแต่ขณะนั้นก็มีคนเดินถือกล่องที่เต็มไปด้วยของใช้มาจากมุมและจู่ๆเขาก็ล้มลงไปทำให้ข้าวของของชายคนนั้นก็ตกลงพื้นหมด รินดาจึงรีบวิ่งไปช่วยเก็บของให้เขาทันที

     รินดา : เป็นอะไรกันหรือเปล่าคะ?

     ??? : ไม่เป็นไรครับ....ผมมันซุ่มซ่ามจริงๆ-

     เขาเงยหน้าขึ้นมามามองรินดา ใบหน้าของรินดาดันสามารถสะกดให้เขามองเธอค้าง ดวงตาสีเขียวของเขากับผมสีดำเหมือนเธอแต่เขาอายุเยอะกว่าแน่นอน เขาได้แต่มองเธอค้างจนกระทั่งรินดาเก็บของใส่กล่องจนเสร็จและเงยหน้ามาก็พบว่าเขามองเธออยู่

     รินดา : มีอะไรหรือเปล่าคะ?

     ??? : ปะ-เปล่าครับ! เอ่อ...คุณตาบอดเหรอทำไมตาถึงเป็นสีขาว?

     รินดา : ฮิๆๆ...ไม่ใช่ค่ะ นี่สีตาปกติเป็นพันธุกรรมน่ะค่ะ...กลัวเหรอคะ?

     ??? : เปล่าครับ....คือ....มันสวยดีน่ะและเข้ากับคุณมากเลย....ขอบคุณที่ช่วยผมเก็บนะครับ!

     รินดา : นายพึ่งย้ายมางั้นเหรอ?

     ??? : ใช่ครับผมพึ่งจะมาเมื่อเช้านี้เอง ผมอยู่ที่ห้อง A501

     รินดา : ว้าว อยู่ใกล้ห้องฉันเลย...ของฉัน A500

     ??? : ดีจังเลยนะครับ ทีนี่ผมก็จะมีเพื่อนข้างห้องแล้ว....โอ้ เสียมารยาทจริงเลยที่ไม่ได้แนะนำตัวผมชื่อเอ็ดดี้ บร็อค ยินดีที่ได้รู้จักครับ



     รินดา : ฉันรินดา เมอรินด้าค่ะ ยินดีเช่นกัน....

     เอ็ดดี้ : คุณแต่งตัวเหมือนกับนักศึกษาเลยนะครับ

     รินดา : ใช่ค่ะ ฉันเรียนอยู่มหาวิทยาลัยนิวยอร์กและอีกสองวันก็จะสอบปิดภาคเรียนแล้วด้วย แต่ชุดนี้มันก็ชุดปกติของฉันแหละ

     เอ็ดดี้ : ว้าว...แสดงว่าคุณรินดามีฐานะมากเลยสินะครับ

     รินดา : เปล่าหรอกค่ะ แค่ได้ทุนการศึกษาและก็หางานพิเศษไปเรื่อยๆ บางครั้งก็โชดดีที่ได้ช่วยงานอเวนเจอร์ด้วยนะคะ

     เอ็ดดี้ : อเวนเจอร์.....คุณรินดาเป็นอเวนเจอร์เหรอ!?

     รินดา : ใช่ค่ะ.....ถ้าไม่เชื่อก็ดูนี่นะ....

     จากนั้นรินดาก็เริ่มร่ายเวทย์ให้เอ็ดดี้ดู เขาที่เห็นรินดากำลังทำท่าในการร่ายเวทย์ทางท่าของเอ็ดดี้ในตอนนี้รู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงดูดอยู่ ทั้งท่าทางและรูปร่างหน้าตาของเธอมันทำให้เขาหยุดจ้องมองเธอไม่ได้เลยจากนั้นรินดาก็เริ่มบทสนทนา



     รินดา : ฉันคือศิษย์ที่แรกของดร.สเตรนจ์ ผู้ที่เป็นถึง Sorcerer Supreme จอมเวทย์สูงสุดของโลกมนุษย์ ฉันใช้เวลาทั้งหมดในการฝึกเวทย์กับอาจารย์มาเป็นเวลากว่า 3 ปีเต็มๆจนฉันสามารถใช้พลังได้ทุกอย่าง แล้วฉันก็กลายเป็นดร.สเตรนจ์รุ่นที่สอง มันสวยงามมากเลยใช่ไหมคะ?

     เอ็ดดี้ : ครับ.....สวยงามมากเลย.....แล้วทำไมคุณรินดาถึงอยากเป็นนักเวทย์เหรอครับ?

     รินดา : ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่ตกงานและไม่มีงานทำเลยไปขอเป็นศิษย์การใช้เวทย์ก็ทำให้ฉันหาเงินได้มากขึ้นและอีกอย่างเลิกเรียกฉันว่าคุณเถอะ ฉันว่านายต้องอายุมากกว่าฉันแน่นอน

     เอ็ดดี้ : เอ่อ...ผมอายุ 25

     รินดา : นั่นแหละค่ะ! ฉันอายุแค่ 19 เองและก็เลิกตัวเองว่าผมเถอะฉันเป็นคนกันเองและการพูดเพราะของนายมันทำให้ฉันอ่อนไหวนิดๆ โอ้และฉันต้องเรียกนายว่าพี่ใช่มั้ย?

     เอ็ดดี้ : เรียกแบบปกติเหมือนเดิมเถอะครับและผมก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้วล่ะครับ ถึงแม้ว่าผมจะมีซิม-

     เหมือนกับว่าเอ็ดดี้กำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ทำให้เขาหยุดพูดกระทั่นหัน ทำให้รินดาก็อดสงสัยไม่ได้เลยว่าเขาจะพูดอะไร

     รินดา : ซิม?

     เอ็ดดี้ : เอ่อ...ไม่มีอะไรหรอกครับงั้นผมขอตัวก่อนนะ ไว้เราเจอกันใหม่นะครับคุณรินดา

     รินดา : เรียกคุณอีกแล้ว...

     จากนั้นเอ็ดดี้ก็เดินไปที่ห้องของเขาพร้อมกับกล่องของใช้ส่วนตัวและเขาก็ล็อคห้องทันที รินดาเองก็รู้สึกแปลกๆในตัวของเขาจนสมองของเธอดูเหมือนจะสั่งให้เลิกคิดได้แล้ว

     รินดา : โอเคๆ....เย็นไว้รินดา เขาเป็นเพื่อนข้างห้องใหม่...เราไม่ควรจะไปสงสัยเขาเพราะเขาอาจจะมีความลับที่ไม่สามารถบอกได้เหมือนฉัน ก็แน่ล่ะเจอกันครั้งแรกใครจะถามเรื่องความลับ ตายแล้วคุยคนเดียวอีก...เข้าห้องไปอ่านหนังสือดีกว่า....

     จากนั้นรินดาก็ได้ทำการสะบัดหน้าแล้วก็เดินเข้าห้องไปทันที แต่ในขณะที่เธอเดินเข้าไปในห้องเอ็ดดี้ก็แอบออกมามองเธอด้วยสีหน้าที่ดูกลัวเล็กน้อย

     เอ็ดดี้ : ถ้าผมบอกความจริงเรื่องที่ผม....มีพลังซิมไบโอตอยู่ในตัวคุณจะรับผมได้หรือเปล่า?

     กลับมาในห้องของรินดา ตอนนี้เธอกำลังนั่งติวหนังสืออย่างจริงจัง ซึ่งเธอจะสามารถใช้ประโยชน์จาก time stone ก็ได้แต่เธอไม่ทำเพราะมันไม่ได้ทำให้เหนือกว่าคนอื่นเลยเพราะเธอเป็นคนที่ฉลาดเป็นกรดปกติเธอก็แทบจะสอบได้ที่หนึ่งอยู่แล้ว ในขณะที่เธอกำลังอ่านหนังสืออยู่นั่นก็มีเสียงเคาะประตูจากนั้นเธอก็ลุกไปเปิดประตูทันที

     รินดา : โอ้....เอ็ดดี้มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า?

     แน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากเพื่อนข้างห้องที่มาใหม่นั่นเองและดูเหมือนว่าเขาจะจัดห้องของเขาเสร็จแล้ว

     เอ็ดดี้ : เอ่อ....คุณรินดาว่างหรือเปล่าครับ? 

     รินดา : ก็.....แค่กำลังอ่านหนังสือสอบน่ะ

     เอ็ดดี้ : นี่ผมมารบกวนคุณอ่านหนังสือสอบเหรอเนี่ย...ผมนี่มันแย่จริงๆเลย-

     รินดา : โว้ๆ ทำไมนายถึงคิดแบบนั่นล่ะ ฉันเองมันก็ไม่ใช่พวกหนอนหนังสืออะไรหรอก ว่าแต่นายมีอะไรหรือเปล่า?

     เอ็ดดี้ : คือว่า.....ถ้าไม่เป็นการรบกวนเย็นนี้ผมอยากจะ....เอ่อ....ชวนคุณรินดาไปกินข้าวที่ห้องผม-

     รินดา : หา.....รู้จักแค่วันเดียวก็ชวนผู้หญิงเข้าห้องเลยเหรอ? เห็นแบบนี้ร้ายเหมือนกันนะเนี่ย~

     เอ็ดดี้ : ปะ...เปล่านะครับ! ผมก็แค่จะทำอาหารเลี้ยงเพื่อนข้างห้องคนแรกน่ะครับ

     รินดา : ฮิๆๆ ฉันล้อเล่นน่า....ทำเป็นตกใจไปได้ ว่าแต่นายทำอาหารเป็นด้วยเหรอ?

     เอ็ดดี้ : ครับ...แม่ผมเป็นคนสอนให้ตั้งแต่เด็กน่ะครับ

     รินดา : ว้าวดีจังเลยนะ ฉันนี่ทำไม่เป็นเลยสักอย่าง....

     เอ็ดดี้ : งั้นเย็นนี่คุณรินดามาที่ห้องผมแล้วเดี๋ยวผมจะสอนให้นะครับ!

     รินดา : งั้นเหรอ....อืมๆ งั้นไว้เจอกันตอนเย็นนะ

     เอ็ดดี้ : ขอบคุณครับที่ไม่ปฏิเสธผม....

     จากนั้นรินดาก็ค่อยๆปิดประตูอย่างช้าๆและก็ส่งยิ้มให้เขาก่อนประตูจะปิด จากนั้นเธอก็ยืนพิงหลังประตูและขณะนั้นเองหน้าเธอก็แดงกล่ำออกมาทันทีพร้อมกับหายใจรั่วๆ

     รินดา : บ้าอะไรเนี่ย....ทำไมฉันต้อง....อ๊า!!!!

     ทางข้างนอกก็ไม่ต่างกัน เอ็ดดี้ค่อยๆเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองระหว่างนั่นหน้าของเขาก็แดงไม่ต่างจากมะเขือเทศพร้อมกับถอนหายใจรั่วๆ

     เอ็ดดี้ : ใจเย็นเอ็ดดี้....เราแค่ช่วยเขามากินข้าวก็แค่นั่น....แต่จะบอกว่า.....แม่ของลูก....

     รินดา : ยัยบ้าเอ๊ย! เขาก็แค่ชวนเราไปกินข้าวแถมยังตอบรับคนแปลกหน้าที่เจอกันวันแรกอีกต่างหาก ยังไงซะเราจะต้องถามเกี่ยวกับตัวเขาให้ได้มากที่สุด...แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามีพลังแปลกๆในตัวของเขา?

     สถานการณ์ในตอนนี้เป็นเวลา 6:39 สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือรินดาไม่ได้นั่งอ่านหนังสือเหมือนเดิม เธอมัวแต่จดจ่อกับการที่เอ็ดดี้จะมีชวนเธอไปทานมื้อเย็น แน่นอนว่าเธอเคยดักทางพวกผู้ชายที่จ้องจะมาหม้อเธอหลายคนแล้ว แต่เอ็ดดี้ต่างกันออกไป

     รินดา : ไม่เอารินดา....ใจสงบเข้าไว้ เขาก็แค่ชวนไปกินข้าวแค่นั้นและเขาก็หล่อ-เอ๊ย! ไม่ใช่หมายถึงเขาดูซื่อๆดี-

     ก๊อกๆๆ!!!

     รินดา : ว้าก!!!

     ในขณะที่รินดาได้ยินเสียงเคาะประตูเธอก็ร้องด้วยความตกใจ จากนั้นผ้าคลุมก็รีบบินออกมาปิดปากของเธอไว้ จากนั้นเธอก็ค่อยๆถอนหายใจและเดินไปเปิดประตูแน่นอนว่าเขามารอเธอแล้ว ถึงแม้ว่าเธอสามารถสร้างภาพได้แต่ข้างในของเธอแทบจะระเบิด จากนั้นเขาก็พาเธอไปที่ห้องของเขา ลักษณะการจัดห้องก็คล้ายเธอแต่ว่าจะออกไปทางลักษณะเหมือนกับพวกนักข่าวเพราะมีภาพของนักถ่ายรูปดังๆ อยู่ตรงผนักและเมื่อมาที่โต๊ะอาหารก็พบว่าเขาจัดไว้อย่างดี

 
(เขียนเองก็รู้สึกหิวไปหามาม่าแปป)

     รินดา : เอ่อ......

     เอ็ดดี้ : ต้องขอโทษด้วยจริงๆครับ เพิ่งมาถึงวันนี้เลยไม่ได้เตรียมวัตถุดิบมากเลยจัดเมนูสเต็กไปแทนก่อน คุณรินดาทานได้นะครับ?

     รินดา : มัน......หรูไปซะด้วยซ้ำ....มันก็......

     เอ็ดดี้ : งั้นเรามานั่งกินไปและเราเรื่องของเราทั้งคู่ดีกว่า

     การทานมื้อเย็นเริ่มต้นขึ้นบวกกับการสนทนาของทั้งสองก็เริ่มขึ้นโดยจะไม่มีความลับของตัวเอง เอ็ดดี้เริ่มถามรินดาก่อนเลยว่าทำไมเธอถึงมาเป็นอเวนเจอร์

     รินดา : โอเค....นายอายุมากกว่าฉัน นายจำเหตุการณ์ที่สิ่งมีชีวิตถูกล้างปางไปครึ่งหนึ่งหรือเปล่า?

     เอ็ดดี้ : แน่นอน...ตอนนั้นคนรอบข้างฉันหายไปต่อหน้าหลายคนเลยล่ะ

     รินดา : นั่นแหละคือสาเหตุ ตอนนั้นฉันอายุแค่ 6 ขวบและกำลังเฝ้าคุณยายที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย คุณยายกำลังจะบอกอะไรบางอย่างกับฉันแต่จู่ๆ สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจก็คือคุณยายของฉันสลายไปต่อหน้าฉัน....ฉันเลยไม่รู้เลยว่าคุณยายจะพูดอะไร ตอนนั้นฉันอยู่ข้างถนนและเดินไปเรื่อยๆ สิ่งที่ฉันคิดก็คือเกิดอะไรขึ้น....ฉันรู้สึก.....โดดเดี่ยว.....และก็หนาวมาก ไม่มีใครมาสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นฉันได้แต่อาศัยอยู่ข้างตึก ยอมรับเลยว่าฉันแย่ถึงขนาดที่ต้องหาของกินในถังขยะมาแล้วด้วยล่ะ......ฮึก.....โทษนะ

     เอ็ดดี้ : คุณไหวมั้ย?

     รินดา : ฉันโอเค....ไม่ได้ร้องไห้นะ แค่อยากจะลืมอดีตแต่ก็ลืมไม่ได้....หลังจากฉันอยู่ไปได้ประมาณ 6 เดือน ฉันกำลังนั่งรอความตายอยู่ในซอกตึกขณะที่หิมะก็ตกหนัก ฉันหมดสติไปทันทีเพราะรู้ว่าคงไม่รอด แต่เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาก็พบว่าฉันมาอยู่ในบ้านของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นหมอ....จากนั้นเธอก็ตัดสินใจจะเลี้ยงฉันและจากนั้นจนฉันสามารถขึ้นมหาลัยปีแรกได้และได้ความรู้เกี่ยวกับแพทย์มาจากเธอ แต่ขณะนั้นเธอก็ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ทำให้ฉันกลับมานึกถึงอดีตอีกครั้งและฉันตัดสินใจหางานพิเศษทำ....

     เอ็ดดี้ : แล้วคุณทำงานอะไรเหรอ?

     รินดา : ฉันทำงานเป็นเด็กเสริฟอยู่ที่ร้านอาหารในนิวยอร์ก มันก็ไปได้ด้วยดีแหละถึงเงินจะไม่มากก็เถอะ แต่ครั้งสุดท้ายในตอนที่ฉันกำลังเสริฟอาหารก็มีพวกหน้าหม้อเอามือมาจับก้นฉัน ฉันเลยหันไปซัดหมัดหนึ่งจากนั้นก็ บิงโก....ไล่ออก....

     เอ็ดดี้ : โดนไล่ออกแบบนั่นก็คล้ายกับที่ทำงานเก่าผมเลยนะ

     รินดา : ฮิๆๆ แต่หลังจากนั้นไม่นานก็รู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างกระทบกับโลกและสภาพแวดล้อมทุกอย่างก็กลับมาเหมือนเดิม โดยเฉพาะคนที่หายไปก็กลับมาและหลังจากนั้น 2 ปีฉันยิ่งแย่ลงทุกวัน จึงตัดสินใจไปที่อาศรมของดร.สเตรจน์ รู้มั้ยว่าตอนนั้นน่ะฉันยอมกราบเท้าเขาเลยนะ แต่ก็โดนผ้าคลุมของเขาตบหน้ากระเด็นแต่เขาก็ยอมสอนเวทย์ให้ฉันจนกลายเป็นฉันอย่างทุกวันนี้ยังไงล่ะ....

     เอ็ดดี้ : ฟังเรื่องของคุณจนลืมทานอาหารเลยนะครับเนี่ย.... ผมว่าชีวิตผมเคยแย่แล้วชีวิตคุณแย่กว่าผมซะอีก....เพราะอย่างน้อยผมก็แค่โดนไล่ออกจากงานเก่าและก็ถูก-

     รินดา : เฮ้อ.....ฉันเล่าเรื่องแย่ๆของฉันแล้วก็ตานายแล้วล่ะ

     เอ็ดดี้ : เฮ้อ.....ถ้าผมเล่าให้คุณฟังแล้วคุณจะเกลียดผมมากกว่านะ

     รินดา : เฮ้ย นายไม่ได้ฟังเรื่องของฉันหรือไงขนาดหาของกินในถังขยะฉันยังบอกว่าเคยเลย!

     รินดาลุกขึ้นแล้วยืนหน้าใส่เอ็ดดี้ด้วยความโมโห ทางเอ็ดดี้ก็เหงื่อออกอย่างแรงจนสุดท้ายเขาก็ถอนหายใจอย่างหนัก

     เอ็ดดี้ : ผมจะเล่าเรื่องสำคัญเลยนะครับ หลังจากที่ผมโดนไล่ออกจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งผมก็ไปพบเบาะแสการทดลองขององค์กรของพวกนักวิทยาศาสตร์ ตอนนั้นผมคิดว่ามันจะทำให้ผมกลับมาได้งาน แต่ผมทำพลาดถูกพวกนั้นจับได้ที่สำคัญ....มันเอาผมไปเป็นหนูทดลอง

     รินดา : ทดลอง....มันทดลองอะไรกับนาย!

     เอ็ดดี้ : พวกเขาจับผมให้ไปอยู่ในตู้กระจก จากนั้นเขาก็ปล่อยคือสิ่งมีชีวิตในรูปเเบบปรสิตจากต่างดาวที่พวกเขาเรียกว่า....ซิมไบโอต....

     รินดา : ซิมไบโอต.....องค์กรที่ถูกตรวจค้นไปน่ะเหรอ!? งั้นแสดงว่า....

     เอ็ดดี้ : ผมมีซิมไบโอตอยู่ในตัวและผมก็คือคนที่หนีจากการทดลองมาและยังมีคนอื่นๆอีกที่หนีมาได้และยังไม่ถูกฆ่า....

     รินดา : แล้ว......ซิมไบโอต......มันทำอะไรได้?

     เอ็ดดี้ : คุณ....อยากรู้จริงเหรอ?

     รินดา : ฉันยังไม่ปกปิดพลังของตัวเองเลยนะ.....ฉันไม่รังเกลียดนายหรอก....สัญญา....

     เอ็ดดี้ : ครับผม......ถ้าเป็นไปได้อย่าหนีผมนะ.....

     จากนั้นเขาก็ลุกออกจากโต๊ะและเดินไปตรงกลางห้องทำให้รินดาต้องลุกเดินตามไปทันที รินดาเริ่มสังเกตว่าร่างกายของเอ็ดดี้เปลี่ยนไป เริ่มมีอะไรบางอย่างสีดำออกมาจากตัวของเขาและเริ่มคลุมตัวเขา มันเริ่มเหมือนความฝันที่เธอเคยเห็น ข้างหน้าของเธอคือสิ่งมีชีวิตสีดำมีสัญลักษณ์รูปแมงมุมอยู่ตรงกลางอกเหมือนกับสไปเดอร์แมน ร่างกายดูใหญ่และดูน่ากลัวมากมากขนาดเกือบจะเท่าฮัคจนหลังติดกลับเพดานและก็เขี้ยวอันแลมคมบวกกับดวงตาขนาดใหญ่สีขาว ทำให้เธอเริ่มถอยออกเล็กน้อย


(เวอร์ชั่นนี้เอ็ดดี้จะเป็นคนคุมเองทั้งหมดนะครับ)

     รินดา : นี่น่ะเหรอ......สิ่งที่เรียกว่าซิมไบโอต......เหมือนในความฝัน.......ไม่สิ! นี่คือเอ็ดดี้และฉันจะไม่หนีแน่!

     ในขณะที่เธอยืนตัวแข็ง เอ็ดดี้ในร่างสิ่งมีชีวิตสีดำพุ่งมาหาเธอและใช้มือจับตัวเธอเบาๆ เพราะแค่มือข้างเดียวก็จับเธอได้ทั้งตัวแล้ว จากนั้นใบหน้าของปีศาจก็กลายเป็นหน้าของเอ็ดดี้ในขณะที่ร่างกายของเขายังคงเป็นซิมไบโอต

     รินดา : เอ็ดดี้.......

     เอ็ดดี้ : คุณกลัวผมใช่มั้ย? คุณจะหนีไปก็ได้นะ....

     เอ็ดดี้ก้มลงมาถามเธอ แต่ทางด้านของรินดาก็ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดโดยเธอเอามือลูปใบหน้าของเขา สีหน้าของเธอไม่ได้มีความกลัวแม้แต่นิดเดียว

     รินดา : มันทรมาณมั้ย? 

     เอ็ดดี้ : ตอนแรกก็เจ็บสุดๆ แต่ตอนที่ผมควบคุมมันได้มันก็ทำให้ผมกลายเป็นพวกเหนือมนุษย์ทันที.....แต่ทำไมคุณถึงไม่หนีผมล่ะ?

     รินดา : ทำไมฉันต้องหนีนายเอ็ดดี้....ชีวิตเราก็บัดซบเหมือนกัน ถูกไล่ออกเหมือนกันและยังไม่ได้สมบูรณ์ในชีวิตซะทุกอย่าง....จนกระทั่งฉันได้กลายเป็นนักเวทย์ที่เก่งที่สุด นายก็จะสามารถใช้พลังของนายช่วยเหลือทุกคนได้

     เอ็ดดี้ : ผมนับถือคุณเลยรินดา....ไม่มีใครทนเห็นผมในสภาพแบบนี้และมาลูปหน้าผมแบบนี้หรอกแต่คุณทำ....ผม.....ผมขอบคุณมากครับ

     รินดา : ไม่จำเป็นพวกเราเกิดมาคล้ายกันเอ็ดดี้ ฉันไม่จำเป็นต้องรังเกลียดนายแม้แต่น้อย... งั้นถ้าผ่านไปสองวันและฉันปิดเทอมฉันจะพานายไปเที่ยวที่ที่บนโลกนี้ก็ไม่มี... และพาไปรู้จักเพื่อนใหม่ด้วย

     เอ็ดดี้ : มีด้วยเหรอที่ที่ไม่มีในโลกนี้น่ะ?

     รินดา : น่า....เดี๋ยวก็รู้เองแหละ....

     เอ็ดดี้ : แล้ว.....เราจะทานอาหารกันต่อมั้ย?

     รินดา : แน่นอน....

To Be Continue...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

115 ความคิดเห็น

  1. #112 ????????????????????????? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 07:34

    ผัวสินะ

    #112
    0
  2. #47 Tak2003 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 17:13
    เอ็ดดี้นี้ใช่เอ็ดดี้ บลอกปะครับ
    #47
    1
    • #47-1 indominus rex(จากตอนที่ 13)
      9 สิงหาคม 2561 / 17:41
      ใช่ครับ แต่ผมเอามาดัดแปลงใหม่
      #47-1
  3. #46 Nura_Riku (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 15:26

    ถ้าสองคนนี้จะคู่กันก็โอเคอยู่นะ เพราะยังใงสองคนนี้ก็ยู่โลกเดียวกัน แล้วอีกอย่างไรท์ก็เขียนที่มาแล้ว ว่าสองคนนี้เจอกันยังใง เริ่มมีความรู้สึกดีๆกันตอนใหน ไม่เหมือนกับบางฟิคของไรท์ที่อยู่ๆตัวละครบางตัวก็ชอบกันเฉยเลย ทั้งที่เราเริ่มจิ้นกับอีกคน เอาเป็นว่าฟิคนี้ทำได้ดีกว่าฟิคอันเก่าอยู่นะ ในเรื่องของความรัก

    #46
    1
    • #46-1 indominus rex(จากตอนที่ 13)
      9 สิงหาคม 2561 / 16:01
      เป็นโจทย์ที่ยากจริงๆครับ
      #46-1
  4. #45 jkluio55455zxc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 08:32
    นี้สินะ
    พระเอก 55+
    #45
    0
  5. #44 Mrtaza (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 06:38
    รออยู่นะครับ​
    #44
    0