One Piece The New Sorcerer Supreme รีไรท์ (Marvel & One Piece Crossover)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 7 : ศึกกลางทะเล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    20 ม.ค. 63


     สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่สงบดีนักหลังจากที่โซโลและรินดาได้สู้กับนักดาบที่เก่งที่สุดในโลกอย่างมิฮอว์ค จนกระทั่งครีกเดินมาข้างหลังของทั้งสาม

     ครีก : เฮ้.... เจ้าตาเหยี่ยว....แกจะมาเอาหัวฉันไม่ใช่รึ? 

     มิฮอว์ค : ตอนแรกก็ตั้งใจไว้แบบนั่น....แต่วันนี้ข้าสนุกพอแล้ว ข้าจะกลับไปนอนซะที

     ครีก : งั้นเหรอ...แกพอแต่ฉันยังไม่พอหรอกนะ....ก่อนกลับก็จงตายซะเหอะ!!!

     จังหวะนั้นเองครีกก็ได้เอาอาวุธปืนของเขาออกมาตัวและกระหน่ำยิงใส่มิฮอว์ค

     มิฮอว์ค : สมแล้วที่เป็นพวกไม่รู้จักเจ็บแล้วไม่รู้จักเข็ด ลาก่อน....

     จากนั้นเองมิฮอว์คก็ได้สะบัดมือใส่ทำให้เกิดแรงระเบิดมหาศาล คนรอบๆก็กระจายไปตามๆกัน โดยลูฟี่กระเด็นไปเกาะขอบเรือของภัตตาคารส่วนรินดาก็ลอยอยู่กลางอากาศ โดยที่ครีกก็ยังยืนอยู่ที่เดิมและมิฮอว์คก็หายไปเรียบร้อย

     ลูฟี่ : อุซปพวกนายตามไปก่อนนะ!!!

     อุซป : รู้แล้ว!!! พวกเราจะพานามิกลิบมาให้ได้แน่! ทั้งสามคนก็ดึงเจ้ากุ๊กนั่นมาให้ได้ล่ะ! ไว้รวบรวมครบ 8 คนแล้วเราจะไปแกรนด์ไลน์กัน!!!

     ลูฟี่ : แน่นอน!!!

     ซันจิ : มากันจนได้สินะ....เจ้าพวกเชื้อโรคร้าย....

     เมื่อพวกเขาหันไปก็พบว่าพวกกองทัพโจรสลัดครีกกำลังจ้องมาทางพวกเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย รินดาก็ได้ลงมาลอยอยู่ตรงหน้าของซันจิ มาเรียเองก็เดินออกมาที่ข้างๆ ของออเนอร์

     มาเรีย : ลุงถ้าเราไล่เจ้าพวกนั่นไปได้.... เจ้าหมวกฟางนี่จะต้องไม่เป็นคนรับใช้คนลุง

     ออเนอร์ : จะทำอะไรก็ทำเถอะ

     ซันจิ : คุณผู้หญิงครับ...กลับเข้าไปดีกว่าตรงนี้มันอันตราย....

     มาเรีย : ซันจิรูปหล่อ..... ที่อันตรายน่ะคือฉันต่างหาก...



     จากนั้นมาเรียก็ได้ทำการใช้ reality stone เปลี่ยนให้ตัวเองกลับมาอยู่ในชุดเดิม ทำให้ทุกอย่างประหลาดใจอย่างมาก แน่นอนโดยเฉพาะซันจิ

     มาเรีย : นามของฉันคือกัปตันมาเวล์ ยินดีที่ได้รู้จัก...

     ซันจิ : ว้าว สวยเป็นบ้าเลย!!!

     แต่ขณะนั้นเองเธอก็ได้ยินชัดเจนเลย เหมือนกับว่าเขากำลังพูดปลุกใจลูกเรือของเขาที่จะยึดเรือลำนี้และใช้เรือลำนี้มุ่งหน้าไปที่แกรนด์ไลน์ตามด้วยเสียงเฮของพวกลูกเรือทำให้รู้ว่ากำลังจะบุกมาแล้ว

     ลูฟี่ : ว้าว! ฝั่งนู่นเอาแน่แฮะชักตื่นเต้นแล้วสิ!!!

     รินดา : ลูฟี่มอร์แกนมา!!!



     จากนั้นทุกคนก็มองไปบนฟ้าก็พบกับมอร์แกนกำลังบินมาด้วยความเร็ว แต่บินเฉยๆก็คงไม่ใช่เธอ เธอดิ่งตรงมาที่กลุ่มโจรสลัดครีกและยิงจรวดจากไหลใส่กลุ่มของพวกเขาจนแตกกระเจิงไปบางส่วนและเธอก็ลงตรงซากเรือตรงหน้าครีก แต่จู่ๆทางด้านภัตตาคารก็มีพื้นไม้โผล่ขึ้นมาข้างนอกทำให้บริเวณกว้างขึ้น แถมมีหัวปลาที่ยิงปืนใหญ่ได้อีกด้วย

     มอร์แกน : พวกนายยังไม่ไปอีกเหรอ!?

     ครีก : แกอีกแล้วเหรอยัยแดงชุดแดง!!!

     ลูฟี่ : จรวดยางยืด!!!

     จากนั้นลูฟี่ก็ดีดตัวมาทางทั้งคู่และกวาดลูกน้องของครีกกระเด็นตกน้ำไปหลายคนและเขาก็มาเกาะอยู่กับเสากระดงเรือไว้

     ลูฟี่ : มอร์แกน! เธอเจอนามิหรือเปล่า?

     มอร์แกน : เจอสิและคุยกันแล้วด้วย... ตอนนี้เรามาจัดการกับพวกนี้ก่อนดีกว่าคะ!

     ??? : เจ้าหนูพวกนั่นน่ะสุดยอดไปเลย!!!

     ซันจิ : ในแกรนด์ไลน์มีแบบนี้ยั่วเยี้ยไปหมดงั้นรึ?

     ลูฟี่ : คนไม่รู้จักคนอย่างแกฉันจะอัดให้เดี้ยงไปเลย!

     ครีก : คิดจะสู้กับฉันบนทะเลที่ที่ยืนน้อยเนี่ยนะ?

     มอร์แกน : อย่าลืมสิว่าฉันบินได้...

     ครีก : โอเค....ฉันจะได้คิดบัญชีกับแกด้วย!

     จากนั้นในไม่ช้าพวกลูกน้องของโจรสลัดครีกบางส่วนก็บุกเข้าเรือและเข้าปะทะกับเหล่ากุ๊กนักสู้ แน่นอนว่าโดนมาเรียและซันจิอัดกระเด็นไปหลายคน แต่ขณะนั้นเองก็มีบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากน้ำและเล่นงานกุ๊กสองคนจนกระเด็นทันทีและบุคคลปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้น ตัวใหญ่สูงและเขามีโล่เต็มตัว นามของเขาคือปาลู กำแพงเหล็ก



     ปาลู : ฮ่าฮ่าฮ่า กระจอกเป็นบ้า!!!

     ??? : ขุนศึกไรพ้าย คุณปาลู!!!

     ??? : ปาติ คาลูเน่! ยังไม่ตายใช่มั้ย!?

     ปาลู : ฮ่าๆๆ ยังไม่ตายก็ปางตายแหละ ลองเจอหมัดนักฆ่าอย่างฉันเข้าไปซะอย่าง!! หมัดนี้เขาเรียกว่า ของฝากจากปาลูไงล่ะ!!!

     แต่ขณะที่เขากำลังโม้ ซันจิก็ได้เตะโจรสลัดสามคนกระเด็นไปชนโล่ของเขา ส่วนมาเรียก็กระโดดเตะโจรสลัดจนกระเด็นไปใส่โล่ของเขาเช่นกันทำให้เขาต้องมาสนใจทั้งสองทันที

     ปาลู : อะไรกัน....โดนแค่นี้ก็จอดหมดแล้วเหรอ? พวกแกนี่เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ.... ดูเหมือนว่าพวกแกสองคนจะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ

     มาเรีย : ลูกน้องกระจอกแบบนี้การจะคว่ำแกก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ

     ปาลู : คิดจะคว่ำฉันเหรอ.... ฝันลมๆ แล้งๆ ฉันผ่านศึกมา 61 ครั้งคู่ต่อสู้ของฉันตายหมดจนฉันได้ฉายาว่านักสู้กำแพงเหล็กและชนะตลอดโดยไม่เคยได้แผลสักนิด

     มาเรีย : นับตั้งแต่สู้มาแกยังไม่เคยเลือดออกสินะ

     ปาลู : ถูกต้อง แม้แต่หยดเดียวก็ยังไม่เคยเชียวล่ะและฉันก็-

     ปั้ก!!!!

     ยังไม่ทันไรหมัดของมาเรียก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว จากนั้นเธอก็กระโดดถอยออกมา หน้าของเขามีเลือดออกจมูกทำให้ลูกน้องของเขาตกใจกันทันที

     มาเรีย : นายจะบอกว่านายรักความสำอางสินะ

     ปาลู : เลือด....?

     ??? : ไม่เป็นไรหรอกครับคุณปาลู!!!

     ??? : แค่เลือดกำเดาออกนิดเดียวเองครับ!!!

     ปาลู : กำแพงเหล็กของฉันพังทลายแล้ว....พวกนี้มันตัวอันตราย!!!

     ซันจิ : เป็นอะไรไปน่ะ แค่คุณมาเวล์ต่อยเข้าไปก็มีท่าทางแปลกๆ แฮะ

     มาเรีย : ซันจิระวังไว้...

     ปาลู : อันตราย!!!!

     ทันใดนั้นโล่ของปาลูรอบตัวก็มีไฟลุกออกมา ทำให้ลูกน้องของเขากลัวอย่างมาก แถมยังปล่อยไฟไปรอบๆ ทำให้โดนลูกน้องหลายคนจนทนไฟไม่ไหวและกระโดดลงทะเลไปจากนั้นซันจิก็วิ่งเข้าใส่และกระโดดเตะกลางอากาศแต่เขาก็ใช้โล่กันไว้

     ปาลู : อะไรกัน!? นี่แกกล้าเข้าใกล้ไฟพิฆาตที่แม้แต่สัตว์ป่ายังขยาดรึเนี่ย!?

     ซันจิ : เจ้าโง่เอ๊ย.... กุ๊กที่ไหนเขากลัวไฟกัน

     มาเรีย : ไฟนี่มันเกะกะจริงๆ

     ทันใดนั้นมาเรียก็ใช้ความสามารถของเธอในการดูดซับพลัง เธอใช้มันดูดไฟทั้งหมดเข้ามาในมือของเธอทั้งสองข้างทำให้ทุกคนตกใจอย่างมาก

     ปาลู : อะไรกัน!? แกดูดไฟพิฆาตของฉันได้งั้นเรอะ!?

     ??? : บ้าน่ายัยนั่นดูดไฟได้งั้นเหรอ!?

     มาเรีย : ตาฉันบ้างล่ะ

     ตอนนี้ไฟทั้งหมดได้มาอยู่ที่มือของเธอ จากนั้นมาเรียก็บินขึ้นก่อนจะพุ่งใส่ปาลูด้วยความเร็วและต่อยไปที่กลางตัวของปาลูจากนั้นโล่ขนาดใหญ่ของเขาก็ระเบิดออกจากนั้นตัวของเขาก็น็อตลงไปทันที

     ??? : บ้าน่า!!!!

     ??? : บ้าน่าคุณปาลูโดนผู้หญิงคนนั้นจัดการไปแล้ว!!!

     ครีก : ชิ....อย่างนี้ต้องจัดการมันไปพร้อมๆกับครีปหลังกราบเรือนั่นแหละ!!!

     จากนั้นครีกก็ใช้โซ่ลูกตุ้มหนามพุ่งมาทางมาเรีย โดยเธอก็ยังคงยืนอยู่เฉยๆ แต่หลายคนก็ตกใจกันมาก

     ??? : ยัยบ้านั่นยืนทำอะไรน่ะ!?

     ซันจิ : คุณมาเวล์หลบเร็ว!!!

     แต่ในขณะที่ลูกตุ้มพุ่งมาทางเธอ มาเรียก็พุ่งเข้าไปกระโดดเตะใส่ลูกตุ้มจนมันกระเด็นกลับไปจนลูกตุ้มพุ่งไปชนกับเสาเรือ

     ??? : ยัยนั่นเตะสะท้อนลูกตุ้มกลับไปได้!?

     ??? : พอแค่นั่นแหละทุกครับ!

     เมื่อทุกคนได้ยินเสียงตะโกน หันมาก็พบว่าออเนอร์กำลังนอนอยู่ที่พื้นโดยมีชายคนหนึ่งกำลังเอาเท้าเหยียบหลังอยู่พร้อมปืนชี้ใส่หัวและเขายังพังขาเทียมของออเนอร์ด้วย ทำให้ลูฟี่และซันจิตกใจทันที

     ลูฟี่/ซันจิ : กิง!!!

     กิง : เมื่อก่อนจะเก่งแค่ไหน เมื่อกลายเป็นแบบนี้ก็เป็นได้แค่กุ๊กธรรมดาจะเป่าทิ้งเมื่อไรก็ได้

     ลูฟี่ : ฉันจะซัดเจ้าหมอนั่นเอง-

     มาเรีย : เดี๋ยวก่อนลูฟี่....ฟังหมอนั่นก่อน

     กิง : อยากจะช่วยชีวิตชายคนนี้ใช่มั้ยล่ะคุณซันจิ? ขอร้องเหอะนะช่วยลงจากเรือลำนี้โดยดีด้วยเถอะ

     ซันจิ : จะให้ลงจากเรืองั้นเหรอ? ไปตายซะเถอะ!

     ??? : เจ้าบ้าซันจิเอ๊ย!

     ??? : ไปพูดจายั่วโมโหแบบนั้นเดี๋ยวมันก็ฆ่าออเนอร์หรอก!!!

     ครีก : กิง!!! อย่ามัยลังเลรีบฆ่าเชฟซะ!!-

     มอร์แกน : ลืมไปหรือเปล่าว่ามีฉันอยู่


     มอร์แกนพุ่งมาด้วยความเร็วสูง พร้อมกระโดดถีบใส่ครีกและใช้หมัดคู่อัดใส่เขาจนเขากระเด็นไปชนกับเสาเรือจนพังลงมา ทางชุดเกราะของครีกก็แตกออกมาบางส่วน จากนั้น ครีกก็เรียกโล่ของเขาออกมาและมันไม่ใช่โล่ธรรมดาเพราะมันสามารถยิงปืนใหญ่หลายกระสุนได้

     ครีก : แก....ต้องบังคับให้ฉันเอาจริงจนได้สินะ....แล้วแกจะรู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงเป็นยังไง-

     ยังไม่ทันที่ครีกจะพูดจบก็ถูกมอร์แกนพุ่งเข้ามาต่อยเข้าที่หน้าอย่างจัง ทำให้เขากระเด็นไปทันทีโดยที่ลูกน้องของเขาก็อึ่งไปตามๆกัน ตัดกลับมาทางด้านของกิงที่ยังคงเอาปืนจ่อหัวออเนอร์ ในขณะนั้นมาเรียก็รู้สึกแปลกๆ

     มาเรีย : เดี๋ยวก่อนนะ....รินดาหายไปไหน? 

     ลูฟี่ : ฉันไม่เห็นเลยนะ

     กิง : ถ้าคุณหมายถึงผู้หญิงที่มีเวทย์มนต์ล่ะก็....ผมเห็นมีบางอย่างสีฟ้าดูดเธอเข้าไปข้างในแล้วล่ะ- อ๊าาาา!!!!

     ยังไม่ทันที่กิงจะอธิบายจบ ก็มีผ้าคลุมสีแดงพุ่งมาจากด้านหลังและรัดเข้าที่คอของกิงทำให้เขาหายใจไม่ออกและปืนก็ล่วงจากมือทันที จากนั้นก็มีเงาของคนเดินมาข้างหลัง

     รินดา : ฉันกลับมาแล้ว....

     มาเรีย : อะไรน่ะ!?

     คนที่เดินมาไม่ใช่ใคร ตอนนี้รินดาได้ใช้แส้เวทย์มนต์รัดตัวของกิงเอาไว้ เธอมองว่ายังคงมีพวกโจรสลัดบุกเข้ามาต่อเนื่องโดยตอนนี้พวกซันจิ มาเรียและลูฟี่กำลังสนใจเธอ อีกด้านมอร์แกนก็กำลังบวกกับครีกอย่างมัน

     รินดา : เกิดอะไรขึ้น? ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?

     ลูฟี่ : สเตรนจ์ เธอไปไหนมา?

     รินดา : ก็นะ....แอบหลับมาหน่อยน่ะ มันง่วงจัดเลย

     หลังจากนั้นเธอก็มองไปที่พวกลูกน้องของครีก และรินดาได้ใช้พลังทำให้เศษไม้รอบๆ ลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ จากนั้นเศษไม้พวกนั้นก็เปลี่ยนไปเป็นหนามแหลมหลายร้อยอันพุ่งใส่ลูกน้องของครีกจนบาดเจ็บไปตามๆกัน

     ตัดฉากไปที่มอร์แกนและครีก ตอนนี้เกาะของเขาเริ่มพังเป็นส่วนๆ โดยที่มอร์แกนก็ทำให้เขาโมโหไปเรื่อยๆ 

     ครีก : ฉันโมโหแล้วนะ....หอกพิฆาตศึก!!!!

     ครีกได้เรียกอาวุธของเขาออกมา มันคือหอกอันใหญ่ที่มีโล่ติดอยู่แถมมันสามารถยิงระเบิดได้อีกด้วย

     มอร์แกน : ว้าว ของเล่นน่ากลัวจัง!!!

     จากนั้นครีกก็พุ่งเข้ามาและใช้หอกฟาดมาที่เธอ แต่เธอก็บินหลบได้อย่างสบายๆ ก่อนจะยิงลำแสงออกจากมือใส่แต่ทางด้านครีกก็เอาโล่มากันไว้ จากนั้นมอร์แกนก็เรียกดาบนาโนออกมาและฟันไปที่ด้ามของหอกทำให้มันขาดและตกน้ำไปทันที

     ครีก : อะไรน่ะ!?

     ??? : บ้าน่า หอกพิฆาตศึก!!!

     ??? : ถูกตัดครึ่งออก!!!

     ??? : แย่แล้วนึกไม่ถึงเลยว่าอาวุธสุดยอดของหัวหน้าครีก!!!

     มาเรีย : ไปตายซะไป!!!

     บึ้มมม!!!!



     มาเรียพุ่งมาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับพลังไฟที่มือของเธอ มาเรียได้พุ่งเข้ามาชกข้างหลังของครีกไปแบบเต็มๆ จากนั้นก็เกิดระเบิดมหาศาลทำให้เศษเรือทุกอย่างโดนระเบิดไปด้วย จากนั้นมาเรียและมอร์แกนก็กลับมายืนที่ครีบกราบเรือของภัตตาคาร

     ??? : เหวอ!!!! หัวหน้าครีก!!!

     ??? : พวกนั่นทำสำเร็จแล้ว!!!

     ปาติ/คาลูเน่ : จัด.... จัดการได้แล้ว!!! จัดการดอนครีกผู้บัญชาการกองทัพโจรสลัดได้!!!

     ในที่สุดการต่อสู้ก็จบลง โดยกิงเป็นคนอาสาที่จะพาพวกนั้นถอยออกไปโดยพวกซันจิได้ให้เรือกับกิงและพวกลูกน้องโดยกิงก็แบกครีกไปด้วย จากนั้นเขาบอกว่าจะไปเจอกับพวกลูฟี่ที่แกรนด์ไลน์ แล้วตอนนี้ทุกคนอยู่ที่โรงอาหารกำลังกินอย่างอร่อย 

     ซันจิ : แล้วเก้าอี้ของพวกเราล่ะ?

     ลูฟี่ : อาหารอยู่ไหน?

     มอร์แกน : คุณลูฟี่ห่วงอาหารอย่างเดียวเลย....

     ทางด้านนอกของเรือ ตอนนี้มีแค่มาเรียและรินดากำลังนั่งอยู่บนหลังคาภัตตาคาร แน่นอนว่ามาเรียต้องถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับรินดาเพราะมีบางอย่างผิดปกติไป

     มาเรีย : นี่ ไม่สบายหรือเปล่าทำไมพี่รู้สึกแปลกๆ กับเธอ?

     รินดา : เปล่า ไม่คิดว่าจะต้องใช้พลังมากขนาดนั้นค่ะ

     มาเรีย : เฮ้อ....พี่ก็ดีใจนะที่จิตใจเธอไม่ได้เปลี่ยนไปด้วยน่ะ แต่จะว่าไปรูปร่างแบบนี้ก็ผ่านได้นะเนี่ย!

     รินดา : คิดได้นะพี่!!!

     มาเรีย : ยังไงก็ตามถ้าเป็นอะไรก็บอก อย่าฝืนเข้าใจไหม?

     รินดา : ขอบคุณที่เตือนคะพี่....ยังไงหนูก็มีหน้าที่ปกป้อง time stone อยู่แล้ว ส่วนพี่ก็มีหน้าที่ปกป้อง reality stone....

     มาเรีย : ใช่....เพราะมันคือสิ่งที่ชะตากรรมมันกำหนดเอาไว้แล้ว...

     รินดา : แต่หนูก็อดสงสัยไม่ได้เลยนะ..... จากนักศึกษาที่ตกงาน ตอนนี้กลายเป็นนักเวทย์ที่เก่งที่สุดแถมยังมีหน้าที่ปกป้องสิ่งที่จะควบคุมสมดุลของจังวาลด้วย....พี่มาเรียมีบางอย่างกำลังมาทางนี้

     มาเรีย : หืม? นั่นปลาฉลามงั้นเหรอ? แล้วอะไรอยู่ในปากน่ะ?

     รินดา : พี่หนูว่าคุ้นๆ นะ!

     รินดา/มาเรีย : โยซากุ!!!!

To Be Continue...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

115 ความคิดเห็น

  1. #34 puyfai5251 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 20:50
    สวยอ่าา
    #34
    0