Fanfic. LOTR { HOGWARTS AU || C O L O R S [ Legolas x Oc. ]

ตอนที่ 6 : C O L O U R S ◆ SPECIAL CHAPTER I.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ธ.ค. 60



 S P E C I A L  C H A P T E R  


WHENEVER OR WHEREVER YOU ARE,

YOUR HEART WILL WARM LIKE YOU’RE AT HOME. 


Baby Aww GIF

Daddy’s Little Girl – The Shires





            อากาศค่อนข้างเย็นในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงแรกของการใช้ชีวิตภายใต้รั้วโรงเรียนฮอกวอตส์ ยามดึกค่ำคืนนี้สายลมเชยพัดพาความเหน็บหนาวยะเยือกผิวให้เข้ามาในห้องบนหอพักบ้านเรเวนคลอ เล็ดลอดผ่านบานหน้าต่างซึ่งปิดระงับบานไว้ไม่สนิท เฮเลน่า ลอเรเนียเด็กหญิงวัยสิบเอ็ดปีขดกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวขลิบฟ้าอ่อนสัมผัสนุ่มทั้งยังอบอุ่นน่านอนชวนให้รู้สึกสบาย เธอพลิกตัวไปมาขยับจัดท่าทางเล็กน้อย เปลือกตาสีน้ำนมสองข้างปรือปรอยด้วยอารามคล้ายกำลังจะผล็อยหลับ… ก่อนจะเบิกขึ้นอีกครั้งพร้อมทั้งกระพริบถี่ ทันทีที่โสตหูรับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าย่างกราย ระคนเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาของใครสักคนที่กำลังเปิดประตูเข้ามา

 

 

            นัยน์เนตรกลมโตเฉดเดียวกันกับผืนมหาสมุทรเพ่งพินิจมอง ร่างเล็กๆของเด็กน้อยขวบวัยไล่เลี่ยกันที่บัดนี้ก้าวเข้ามาทรุดนั่งชันเข่าบนเตียงซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลไปจากเธอเสียเท่าไหร่ เด็กคนนั้นยังคงสะอึกสะอื้นไม่หาย ไหล่ของเธอสั่นสะท้าน พลางซบใบหน้าซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาลงกับฝ่ามือของตน ขณะที่ริมฝีปากก็เอ่ยพึมพำวกวนซ้ำไปซ้ำมา

 

 

            “พ่อขา แม่ขา… ฮึก หนูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว หนูอยากกลับบ้าน… ฮะ ฮือ”

 

 

            จากน้ำเสียงฟังดูแล้วคงเป็นโรซิเน่ โปเอซีสาวน้อยชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของรูมเมทร่วมห้องพักของเธอ ซึ่งเพิ่งได้เจอกันตอนอยู่บนรถไฟเมื่อช่วงสายของวันนี้ โดยเท่าที่เฮเลน่าพอจะทราบข่าวมาเห็นว่าอีกฝ่ายมาจากครอบครัวมักเกิ้ลบอร์น ทั้งยังต้องเดินทางไกลจากบ้าน ห่างจากครอบครัวมาเป็นคราแรก และเพราะอย่างนั้นก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวจะเกิดคิดถึงพ่อแม่ แบบที่เด็กชั้นปีหนึ่งหลายคนรวมถึงตัวเธอเองก็มักจะเป็นเช่นกัน

 


            เพียงแต่ว่า… เธอไม่ได้เป็นเอามากจนถึงขั้นร้องไห้โยเยออกมาเสียดื้อๆก็เท่านั้น ซึ่งนั่น ก็อาจจะเพราะความที่เธอเป็นคนประเภทความรู้สึกช้า ไม่ก็มีอุปนิสัยที่ติดจะเฉยชาราบเรียบเกินกว่าคนอื่นเขาละมั้ง…?

 

 

            ก็ว่ากันไปนั่น

 

 

            “นี่” เธอตัดสินใจกระซิบเพรียกเรียกอีกคน นำพาให้คนถูกเรียกโงศีรษะขึ้นช้าๆ หันมาหา แล้วสบสายตาเข้ากับเธอ

 

 

            “เธอ… คนเมื่อตอนนั้นนี่” โรซิเน่สูดจมูก พลางเปล่งคำพูดอู้อี้ “เฮเลน… เฮเลน่า ลอเรเนียใช่ไหม?

 

 

            เด็กหญิงพยักหน้าให้แทนคำตอบ “เรียกแค่เฮเลนเฉยๆก็ได้” เธอคลี่ยิ้มละไมส่งให้อีกฝ่าย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าควรจะทำตัวเป็นเพื่อน— จะเรียกว่าแบบนั้นได้หรือเปล่านะ? ในเมื่อเรายังไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรกันเลย เธอคิดอย่างไม่ใคร่จะแน่ใจนัก ครั้นแล้วจึงสะบัดความคิดนั้นออกไปจากสมอง— ที่ดีเสียหน่อย จึงค่อยๆก้าวขาป่ายปีนลงจากเตียง  ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างคู่สนทนา และนั่นก็ทำให้เฮเลน่าได้มีโอกาสสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าโรซิเน่ตัวเล็กกว่าหล่อนอยู่มากพอประมาณ หรือถ้าหากจะพูดให้ถูกอีกอย่างก็เห็นทีจะต้องบอกว่าเธอเองนั้นมีรูปร่างที่ค่อนไปทางสูงโปร่งกว่าเด็กผู้หญิงทั่วไปในรุ่นราวคราวเดียวใกล้เคียงกันนั่นล่ะ

 

 

            “เธอร้องไห้ทำไมคิดถึงบ้านเหรอ? หรือว่า… ไม่อยากอยู่ที่นี่?” เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มเหลือดำ เฉดที่แทบจะกลืนกันไปกับสีของผืนฟ้าในยามรัตติกาลกล่าวถามเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือเรียวบางข้างหนึ่งไปกอบกุมมือเล็กไว้หลวมๆ เด็กหญิงอีกคนพลันผงกหัวอย่างไม่ปฏิเสธ

 

 

            “ทั้งสองอย่างนั่นแหละ ฉันคิดถึงครอบครัว แล้วก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ด้วย” เธอว่า ความจริงแล้วฉันอยากเรียนต่อเกรดเจ็ดที่ปารีสเหมือนกับเอล็กซ์,พี่ชายของฉันมากกว่า”

 

 

            เฮเลน่าเอียงคอ พร้อมระลึกย้อนไปว่า ด้วยสาเหตุนี้นี่เองโรซิเน่ถึงได้มีท่าทีเซื่องซึม ไม่ร่าเริง ซ้ำยังออกจะไม่ใคร่ดูมีความสุขนักตอนที่พวกเราต่างนั่งอยู่ด้วยกันในตู้โดยสาร อันที่จริงคือเธอไม่แม้แต่กระทั่งจะตื่นเต้นหรือดีใจเหมือนอย่างที่เหล่านักเรียนใหม่ควรจะเป็นเลยด้วยซ้ำเมื่อเข้าร่วมพิธีคัดสรรบ้าน… สุรโสตใสเจื้อยแจ้วหากแว่วกังวานหวานราวกับระฆังเอ่ยถ้อยคำปลุกปลอบใจ ระคนกล่าวไปตามที่คิด

 

 

            “ฉันคิดว่าพอจะเข้าใจความรู้สึกเธอนะ… แต่อยู่ที่นี้ก็ไม่ได้แย่นักหรอก พ่อเคยบอกกับฉันว่าฮอกวอตส์น่ะเป็นหนึ่งในโรงเรียนชั้นยอดของคนที่มีเวทมนต์แบบเราๆ แถมยังมีเรื่องสนุกมากมายไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ให้ได้ทำจนไม่รู้เบื่อเลยล่ะ” ถึงจะเอ่ยอ้างยกข้อดีไปอย่างนั้น ทว่าเด็กหญิงก็ยังคงรู้ดีว่านั่นเป็นเพราะเธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางสภาพแวดล้อม และครอบครัวซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้วิเศษ อย่างทั้งบิดากับมารดาของเธอเองพวกท่านก็ต่างเป็นพ่อมด – แม่มดด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งตรงข้ามกับโรซิเน่ที่ถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวของคนธรรมดา ดังนั้นมันจึงไม่น่าประหลาดใจเลยสักนิด ที่อีกฝ่ายจะรู้สึกไม่คุ้นชินกับที่นี่ หรือจะบอกว่ารู้สึกผิดที่ผิดทาง เสียจนอยากหนีไปให้ไกลก็คงจะไม่ผิด

 

 

            “อีกอย่าง พวกเราเองก็อุตส่าห์ได้รู้จักกันทั้งทีแล้วนี่นา? ถ้าเกิดว่าโรซี่ตัดสินใจไม่อยากอยู่ที่ฮอกวอตส์แล้วจริงๆ มันก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ ส่งผลให้เฮเลน่าเลือกที่จะเอ่ยเช่นนั้นออกไป และเมื่อลองนึกทบทวนในภายหลังดูคราวใด เธอก็ยังอดรู้สึกประหลาดใจตัวเองอยู่เล็กน้อยไม่ได้ อาจเพราะถ้าหากว่ากันตามวิสัย เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบยุ่งเกี่ยวกับคนอื่นก่อนเสียเท่าไหร่ กระนั้นถึงอย่างไร หล่อนก็ไม่เคยคิดเสียใจเลยสักครั้งที่ตนเลือกที่จะทำเช่นนั้น

 

 

            “เพราะงั้นก็… มาอยู่ด้วยกันเถอะ นะ?” ท้ายประโยค หล่อนแย้มริมฝีปากระบายรอยยิ้มกว้างเสียจนดวงตากลมโตคู่สวยหยีโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งสว่างไสว รวมถึงสร้างความอบอุ่นหัวใจให้แก่คนมองได้อย่างน่าอัศจรรย์ ปานประหนึ่งมันช่วยปัดเป่า บรรเทาให้โรซิเน่หลงลืมความเศร้าหมองของตนไปได้ เธอยกมือขึ้นป้ายน้ำตา พลางฉีกยิ้มตามอีกคนบ้าง

 

 

            “อื้อ… ตกลงตามนั้นก็ได้” เธอพูดเสียงใส ยังคงเจือไปด้วยกระแสสั่นเครือ หากก็ฟังดูร่าเริงกว่าเมื่อครู่ขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยๆ ก็พอให้เฮเลน่าค่อยรู้สึกเบาใจ เราสองต่างนิ่งเงียบกันอยู่เกือบพักใหญ่ ก่อนที่เด็กหญิงชาวฝรั่งเศสจะเป็นฝ่ายกล่าวทำลายความเงียบนี้ลงว่า

 

 

            “แล้วเฮเลนล่ะไม่คิดถึงพ่อกับแม่บ้างเหรอขนาดฉันยังคิดถึงเลย   ยิ่งพวกเราต้องมาอยู่ไกลบ้านขนาดนี้

 

 

            “คิดถึงสิ คิดถึงมากเลยล่ะ” เธอเอ่ยอย่างยอมรับ และด้วยความสัตย์ สารภาพกันตามตรงว่าตอนที่คุณ และคุณนายลอเรเนียพาเธอมาส่งที่คิงครอสต์ หล่อนเองก็แอบใจหายอยู่เหมือนกัน จะอธิบายยังไงดีมันคล้ายกับเป็นความรู้สึกวูบหวิวแผ่วผิวในอก ยามที่เธอเห็นทั้งสองคนโบกมือส่งให้เมื่อคราวรถไฟเคลื่อนขบวนออกจากท่าไปจนกระทั่งไกลลับสุดสายตากระมัง, ดังนั้น… คงแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอจะต้องคะนึงถึงพวกท่านมากสักเพียงไหน

 

 

            “แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรอกนะ ไม่เป็นไร” เธอยิ้มบางขณะเอ่ยไปตามความจริง หากโรซิเน่กลับตีความรอยยิ้ม กับคำพูดของเธอไปเสียอีกอย่าง และพยายามที่จะปลอบใจเธอแทน

 

 

            “ไม่ต้องโกหกหรอกน่า ไม่มีใครว่าเสียหน่อย ถ้าเธอจะรู้สึกเศร้าหรือร้องไห้— แบบเดียวกันกับฉันไง!" สาวน้อยโปเอซีใช้ปลายนิ้วชี้จิ้มเข้าหาตัวเอง ทำเอาเฮเลน่าซึ่งไม่อาจคาดเดาได้ว่าตนนั้นกำลังแสดงสีหน้าเช่นไรออกไปได้แต่กระพริบตาปริบๆ ทว่าเมื่อถูกความจริงใจอันใสซื่อบริสุทธิ์ของอีกฝ่ายเข้าเล่นงาน ร่างสูงโปร่งทว่าบอบบางก็ถึงคราวหลุดเสียงสรวล หัวเราะรื่นออกมาเบาๆ

 

 

            “จริงๆนะ ฉันไม่ได้เศร้าอะไรหรอก” มือที่ยังคงกอบกุมกันเอาไว้ออกแรงบีบกระชับมากขึ้นด้วยต้องการจะยืนยันให้โรซิเน่นั้นคลายใจ… เป็นเวลาเดียวกันกับที่เธอหวนนึกไปถึงภาพของผู้ให้กำเนิดทั้งสองที่ตอนนี้คงรอเธออยู่บ้าน ตั้งตา เฝ้าคอยให้เธอกลับมาหาในช่วงวันหยุดเทศกาลกับปิดเทอมหน้าร้อน หล่อนอมยิ้ม ขณะเผลอไผลคิดเพลินๆไปครู่หนึ่ง จึงรู้สึกได้ถึงน้ำหนักจากศีรษะของอีกคนที่เอนลงพิงบนไหล่ กอปรกับเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ฉุดรั้งให้เธอหลุดจากภวังค์ และเมื่อลองหันกลับไปมองก็พบว่าร่างน้อยข้างกายได้คล้อยหลับไปแล้ว

 

 

            ท่าทางจะร้องไห้จนเหนื่อยก็เลยเผลอหลับไปแฮะ… เด็กจริงๆเลยสิน่า

 

 

            เธอส่ายหน้าอย่างขำๆ ลูกแก้วสีเขียวน้ำทะเลคู่สวยนั้นไม่ได้ฉาบสะท้อนร่องรอยตำหนิ หากจะมีก็เพียงความเอ็นดู ระคนรู้สึกขบขันเล็กๆปะปนกันอยู่เท่านั้น เธอเลื่อนมือขึ้นลูบศีรษะเพื่อนใหม่ด้วยกิริยาที่เต็มเปี่ยมไปความทะนุถนอม พร้อมกระซิบบอกราตรีสวัสดิ์ ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง จ่อมจมลงสู่ห้วงนิจนิทราเช่นกัน

 

 

            ในราตรีนั้น เฮเลน่าฝัน

 

 

            และในความฝัน เธอเห็นพ่อ

 

 

            บิดาของเธอ, ริชาร์ด ลอเรเนีย เป็นชายหนุ่มวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะฉายชัดถึงความใจดี แลปราณีที่มีให้แก่เธอผู้เป็นลูกสาวเสมอมา ดวงตาของพ่อเป็นสีส้มออกน้ำตาลสีที่ทำให้เธอมักจะนึกถึงภาพของดวงอาทิตย์ในยามใกล้อัสดง พ่อเป็นคนอบอุ่น และชอบทำตัวหนุ่มเกินกว่าวัยเสมอ เขาชอบหัวเราะครึกครื้นพร้อมทั้งอุ้มเธอไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงเสียจนแม่ต้องร้องโวยวาย บ้านของพวกเราตั้งอยู่นอกเมืองติดกับชายป่าใหญ่ ห่างไกลจากผู้คน จึงจัดว่าเงียบสงบร่มรื่นอยู่เอาการ มีเรือนกระจกเล็กๆตั้งอยู่ทางด้านหลัง เป็นสถานที่ทำงานของแม่ ซึ่งหลงใหลในพืชพรรณ ส่วนพ่อนั้นรับราชการขึ้นตรงกับทางกระทรวง

 

           

            ช่วงวัยเยาว์ เฮเลน่าน้อยยังคงซุกซนชอบแอบหลบพ่อแม่ไปวิ่งเล่นภายในป่า มีคราหนึ่งที่โชคร้ายเกิดพลาดพลั้งหลงทาง พยายามวิ่งวนไปเวียนมาหาทางออกอยู่นานหลายชั่วโมงจวบจนดวงตะวันตกดินก็มิอาจหาพบ ได้แต่ก้มหน้าร้องไห้ฟูมฟาย เสียจนคอแหบแห้ง นัยน์เนตรและจมูกแดงก่ำไปหมด กระทั่งได้ยินสุรโสตทุ้มแสนคุ้นหูที่ร้องเรียกดังก้อง กับแสงไฟจากตะเกียงที่สาดส่องมาในเวลาพลบค่ำ

 

 

          “เฮเลนโอ ขอบคุณเมอร์ลิน ในที่สุดพ่อก็หาลูกเจอ!

 

 

            เมื่อรับรู้ข่าวจากแม่ว่าเธอหายตัวไปตั้งแต่เมื่อยามบ่าย พ่อก็รีบทิ้งเอกสารกองพะเนินจากที่ทำงาน ตรงกลับบ้าน มาช่วยแม่ออกตามหาเธอให้วุ่นวายเสียจนค่ำ วันนั้นเฮเลน่าร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยอมหาย ทั้งเสียขวัญ รวมทั้งละอายกับการกระทำอันเหลวไหล ไม่ยั้งคิดของตน จนทำให้ครอบครัวต้องพลอยเดือดร้อน ครั้นพอได้ฟังถ้อยคำปลอบโยนจากพ่อ สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอ้อมกอดที่โอบตระกองส่งมอบความรู้สึกปลอดภัยให้นั้น เด็กหญิงก็ยิ่งน้ำตาไหลหนักกว่าเก่า เธอกอดพ่อเอาไว้แน่น แนบซบหน้าที่เปียกชื้นลงบนแผ่นอกแกร่ง เอ่ยขอโทษและพร่ำสัญญาว่าจะไม่ทำตัวแย่แบบนี้อีก

 

 

            ถึงแม้ริชาร์ดจะรักเธอมาก ชนิดที่ว่าคอยตามอกตามใจบุตรีเพียงคนเดียวของเขาแทบจะทุกอย่าง หากก็มิได้ละเลยไม่สั่งสอนถึงการกระทำที่ถูกผิด วันรุ่งขึ้นเฮเลน่าจึงถูกทำโทษกักบริเวณหนึ่งอาทิตย์ ซ้ำยังโดนสั่งห้ามกำชับอย่างเด็ดขาดว่านับจากนี้ไปห้ามไม่ให้เธอเข้าไปเที่ยวเล่นในป่าตามลำพังเป็นครั้งที่สอง

 

 

            หลังจากนั้น หล่อนก็มิได้ขยันสร้างวีรกรรมวัยเด็กอะไรให้พ่อแม่ต้องปวดหัวอีกมากนัก เรียกได้ว่าทั้งหลาบจำ และเข็ดขยาด อย่างไรก็ตาม พ่อก็มิได้เข้มงวดเสียจนห้ามปรามออกกฎให้เธอต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ด้วยว่าพ่อรัก รวมทั้งเห็นประโยชน์ของกิจกรรมกลางแจ้ง แตกต่างจากคุณนายเฮนเรียตต้า ผู้เป็นแม่ที่ค่อนข้างจะเห็นว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่ออกจะเกินหญิงไปเสียหน่อย แม่มักพูดอยู่เสมอว่าอยากให้เธอเติบโตเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อย ทว่าอย่างน้อย ทั้งคู่ก็เห็นพ้องต้องกันเรื่องที่ให้เธอหัดเล่นควิดดิช(ถึงแม้ว่าริชาร์ดจะต้องเสียเวลาเกลี่ยกล่อมภริยาสุดที่รักของเขานานอยู่นับเดือนก็ตามที—)

 

 

            “สิ่งที่สำคัญอีกประการ ในชีวิตของคนเรานอกเหนือจากครอบครัวแล้ว ก็คือมิตรภาพ การผูกมิตรกับคนอื่นไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เพราะฉะนั้นลูกต้องหมั่นทำดีกับเพื่อนของลูกให้มากๆ เมื่อมีปัญหาก็ขออย่าทอดทิ้งกัน แต่ให้ร่วมแรงร่วมใจกันฝ่าฟันเอาชนะปัญหานั้น และจงอย่าลืม บางครั้งมิตรภาพดีๆก็มีจุดเริ่มต้นมาจากสิ่งเล็กๆ ในอนาคตข้างหน้าลูกก็จะเข้าใจคำพูดของพ่อเอง”

 

           

            อีกทั้งพ่อยังเป็นคนที่เห็นคุณค่าของคำว่า ครอบครัว กับ พวกพ้อง’ ยิ่งกว่าอะไร เฮเลน่าจึงไม่แปลกใจเลยที่พ่อของเธอจะกลายเป็นที่รักของผู้คนมากมาย เพราะพ่อมีหัวใจที่ทั้งงดงาม และปรารถนาดีต่อผู้อื่นมากถึงขนาดนี้ บางทีการที่เธอได้มีโอกาสรู้จักกับโรซิเน่เพื่อนคนแรกในโรงเรียนของเธอเอง ก็เห็นทีจะต้องขอบคุณพ่อของเธอแล้วล่ะ

 

 

            ขอบคุณที่คอยสอนสั่ง คอยโอบอุ้มชุบเลี้ยงลูกสาวคนนี้มาด้วยความรัก… รวมทั้งคอยห่วงใยเธอตลอดมา

 

 

            เด็กหญิงยังคงจดจำสีหน้าของบิดามารดาในวันที่เธอได้รับจดหมายเข้าเรียน ซึ่งส่งตรงมาจากสถาบันสอนคาถา และเวทมนต์ศาสตร์ฮอกวอตส์ได้ แม่ดีใจมาก ถึงกับน้ำตาซึมออกมาด้วยความปลาบปลื้มใจ ส่วนพ่อถึงแม้จะไม่ได้ร้องไห้อะไร หากรอยยิ้มของพ่อในยามนั้น ก็สามารถทดแทนคำตอบของความรู้สึกของเขาได้ทั้งหมด

 

 

            หรือแม้แต่ในยามที่ทั้งคู่มาส่งเธอที่สถานีคิงครอสต์ ก่อนที่รถไฟจะได้เวลาแล่นออกจากชานชาลาไป แม่มีท่าทีกระวนกระวาย มากพอๆกับพ่อที่ดูจะกังวลอยู่ในที ดวงตาสีทินกรยามยอแสงของพ่อบอกเธอเช่นนั้น หากแต่เขาก็ยังส่งยิ้มให้เธอ คล้ายจะบอกเธอให้มั่นใจ ท่อนแขนหนาคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้ บรรจงหอมที่หน้าผาก กล่าวคำอวยพร ก่อนกระซิบว่า

 

 

          “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยดี ขอให้ลูกเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ และ— ไม่ว่าเมื่อไหร่ หรือว่าลูกจะอยู่ที่ไหน พ่อและแม่ก็จะอยู่กับลูกด้วย

 

 

          “พวกเรารักลูกนะเฮเลน”

 

 

            พ่อคะ แม่คะ

 

           

          หนูเองก็รักพ่อกับแม่เหลือเกินค่ะ



 

 

 



            รุ่งสาง เฮเลน่าตื่นขึ้น ด้วยสัมผัสได้ถึงไอความร้อนอันอ่อนโยนของแสงแดดที่แนบประทับพาดผ่านเสี้ยวหน้า ประหนึ่งว่าต้องการจะจุมพิตทักทาย กอปรกับได้ยินเสียงเอะอะแว่วดังจากรูมเมทคนหนึ่งที่ช่วยเรียกปลุกคนอื่นๆให้ลุกตื่นขึ้นมา เด็กหญิงกระพริบตาแช่มช้า ก้มลงมอง ก่อนจะพบว่าปลายนิ้วทั้งห้ายังคงถูกจับประสานกอบกุมกับคนข้างกายไว้ เธอส่ายศีรษะยิ้มๆ และนิ่งมองอยู่ชั่วอึดใจ ขณะรอคอยให้เพื่อนใหม่ฟื้นคืนจากการสลบไสลขึ้นมาต้อนรับเช้าวันใหม่ของการเปิดภาคเรียนอย่างงัวเงีย โรซิเน่ยังคงดูอ่อนเพลีย หากแต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นเบิกตากว้างด้วยอารามตกใจน้อยๆ เมื่อพบว่าตนนั้นเผลอจับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย หล่อนค่อยๆชักมือออก พวงแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพู พลางเปล่งคำพูดละล่ำละลัก

 

 

            “เอ้อ… เมื่อคืนขอบคุณมากนะ ฉะ ฉันขอตัวไปแต่งตัวก่อนล่ะ” ว่าจบเจ้าตัวก็ลุกพรวดแล้วรีบแจ้นออกไป หากไม่วายหยุดรั้งตัวเองไว้ที่หน้าประตู แล้วหันกลับมาร้องบอกเธอซึ่งนั่งอยู่บนเตียงว่า “จะรอเธอลงไปทานมื้อเช้าด้วยกันที่ห้องนั่งเล่นรวมนะ รีบมาล่ะ เฮเลน!

 

 

            เฮเลน่าทอดสายตามองแผ่นหลังเล็กของคนที่เร่งสาวฝีเท้าก้าวยาวๆออกไปอย่างรวดเร็ว ก็ได้แต่หัวเราะ พร้อมเปล่งเสียงรับคำตามด้วยความรู้สึกแจ่มใสยิ่งกว่าวันใด

 

 

          ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และไม่ว่าจะเมื่อไหร่ หากหัวใจของเธอจะยังคงอบอุ่นเสมอ เหมือนเวลาที่เธอได้อยู่บ้าน :)

 

 

          Happy Father Day.

 





   

TALK WITH DeepBlue Sea

                หลังจากหายหน้าหายตาไปเสียนานเนื่องด้วยมรสุมชีวิตของเด็กมหาลัย ในที่สุดก็ได้เวลาคัมแบ็คสักทีค่ะ และเนื่องจากเป็นการไถ่โทษ(หรือเปล่านะ?) จึงแต่งตอนพิเศษรับเทศกาลวันพ่อ— ที่ซึ่งก็เลยมาได้หลายวันแล้ว เพราะเราปั่นไม่ทัน อาเมน()— มาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ ยังไงก็… หวังว่าจะชอบกันนะคะ ฮา XD

                สำหรับช่วงไทม์ไลน์ในตอนนี้ก็จะเป็นช่วงที่เฮเลน่าเรียนอยู่ปีหนึ่ง ซึ่งเป็นคืนแรกของการเดินทางมาถึงที่ฮอกวอตส์ค่ะ! ได้ลองเขียนถึงบุคลิกของเฮเลน กับเพื่อนรักอย่างโรซิเน่ในวัยเด็กก็สนุกไปอีกแบบดี ซึ่งก็จะเห็นว่าทั้งสองคนนี้ค่อนข้างที่จะมีอุปนิสัยแตกต่างไปจากช่วงวัยปัจจุบันอยู่มากพอสมควรนะคะ (อย่างไรก็ตาม ขอสารภาพว่าเราชอบลักษณะนิสัยตอนโตแล้วของทั้งสองคนมากกว่า โดยเฉพาะโรซี่ ที่ทุกวันนี้ทั้งแมนแล้วก็ออกจะห่ามๆค่ะ ส่วนความเรียบง่าย แต่เป็นผู้ใหญ่ของเฮเลนรุ่นวัยสาวเองก็กร๊าวใจดีเหมือนกัน *หัวเราะ*)

                ส่วนที่สนุกที่สุด ก็คือการได้เกริ่นถึงภูมิหลังของเฮเลนค่ะ อย่างวีรกรรมเล็กๆน้อยๆในวัยเยาว์ ชีวิตครอบครัว อะไรทำนองนั้น โดยเฉพาะตัวคุณพ่อ ที่เราตั้งใจจะยกให้เป็นพระเอก(?)ของตอน  แต่สำหรับเหล่าบรรดาแม่ยกของเลโกลัสก็ไม่ต้องน้อยกันไปนะคะ เพราะเขาจะกลับมามีบทบาทในตอนหน้าแน่นอนค่ะ เพราะงั้นช่วยอดใจรอกันก่อนนะคะ!><

                ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ :)

                ปลขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์และการติดตามค่ะ! ว่าแต่… เราหายไปนานขนาดนี้จะยังมีคนรออ่านอยู่หรือเปล่านะ ;7; ยังไงก็ขอฟี้ดแบ็คทิ้งไว้ให้กันสักนิดนะคะ เลิฟ!

 


1 คอมเม้นต์ = 1 พันล้านกำลังใจของผู้เขียนนะคะ

( ขอสัก 2 คอมเม้นต์แล้วจะมาต่อให้นะคะ <3 )

 

9 / 12 / 2017



(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #36 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:05
    ขอบคุณจริงๆนะคะที่ไรท์ยอมปลดล็อกให้เราได้เข้ามาอ่านอีก ขอบคุณมากค่ะ!!!
    #36
    0
  2. #28 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 07:35
    ไรท์หายง่า
    #28
    0
  3. #24 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 18:20
    รออยู่ตลอดเลยยยย รอตอนต่อไปนะคะ เฮเลนน่ารักมากกก เลโกลัสก็น่าลากไม่แพ้กันเลยค่ะ55555
    #24
    0
  4. #23 Gigi1224 (@theprince24) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:04
    อ้ากมาแล้ววว
    ยังรออยู่ค่ะ//// รอตอนต่อไปนะคะ!
    #23
    0
  5. #22 MissJ17H (@MissJ17H) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 21:06
    ตอนนี้เฮเลนนี่แลดูเป็นผู้ใหญ่ดูแลโรซี่ไปเลย แตกต่างจากตอนโตที่ทั้งสองดูเหมือนสลับบทกัน55555
    ปล.รอตอนต่อไปนะคะ
    #22
    0
  6. #21 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 18:49
    ดีใจมากกกกกกกกกกก >[]< เค้ายังรออยู่นะ แวะมาเม้นก่อนแปะไว้เดี๋ยวมาอ่านนะ แค่เห็นว่าอัพดีใจมากกกกกกกกกกกกกกก รออยู่นะคะ
    #21
    0