Fanfic. LOTR { HOGWARTS AU || C O L O R S [ Legolas x Oc. ]

ตอนที่ 5 : C O L O U R S ◆ CHAPTER III | ACCIDENTALLY, MAY BE?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 ธ.ค. 60

   


C H A P T E R  III 」

 

ACCIDENTALLY, MAY BE?

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ hogwarts party gif

Ready or Not – Bridgit Mendler

 

 


 

            รถไฟแล่นมาจอดเทียบท่าสถานีฮอกส์มี้ดในช่วงค่ำ อันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ท้องฟ้าเบื้องบนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ราวกับหน้ากระดาษที่ถูกฉาบระบายด้วยน้ำหมึกมืดมิด บรรยากาศเงียบกริบด้านนอกถูกแทนที่ไว้ด้วยความโกลาหล และเสียงจ้อกแจ้กของเหล่านักเรียนหลายร้อยคนซึ่งเดินเบียดเสียดกันออกมาจากตู้โดยสาร ร่างโฉมสะคราญตามมาสมทบกับพวกโรซิเน่ซึ่งยืนคอยเธออยู่ก่อนแล้วหลังจากที่จัดการสวมชุดเครื่องแบบจนเสร็จ ก่อนที่เราทั้งกลุ่มจะรีบสาวฝีเท้าผ่านพวกเด็กๆคนอื่นไป โดยพยายามเกาะติดกันไว้ เพราะมันคงจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นัก ถ้าหากเราคนใดคนหนึ่งจะเกิดพลัดหลงไปในกระแสฝูงชนซึ่งแน่นขนัด

 

 

            นับว่าเป็นอีกหนึ่งราตรีที่ผืนนภากว้างปราศจากแสงดาวพร่างพราวระยิบระยับ หากแต่ในทางกลับกัน ดวงจันทร์กลับเปล่งประกายเด่นชัดยิ่งกว่าทุกครั้ง ดุจดั่งว่ามันกำลังทำหน้าที่เป็นโคมประทีปที่คอยส่องสว่างนำทางให้แก่เหล่าผู้มาเยือนท่ามกลางรัตติกาลสงัด ภาพของปราสาทหลังมหึมาซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงนั้นคือสิ่งแรกที่เฮเลน่าสังเกตเห็น ขณะที่เธอและเพื่อนสาวถูกเกณฑ์ให้ขึ้นรถลาก เช่นเดียวกันกับสามพี่น้องบ้านริเวนเดลที่ถูกแยกไปอีกทาง อากาศยามค่ำคืนของพื้นที่ในเขตสกอตแลนด์ค่อนข้างหนาวจัด จนเด็กสาวอดที่จะกระชับเสื้อคลุมตัวยาวที่กำลังสวมให้เข้ามาแนบชิดตัวเพื่อเพิ่มความอบอุ่นไม่ได้

           

           

            ระหว่างนั่งอยู่ในรถลากซึ่งเคลื่อนไปตามทางขรุขระ เฮเลน่าก็มองเห็นเลโกลัสนั่งเท้าศีรษะอยู่ใกล้กับอารากอร์นบนรถคันข้างหน้า ท่าทางเบื่อหน่าย และดูจะรำคาญใจต่อเสียงหัวเราะคิกคักแสลงหูของสาวๆที่ได้นั่งรถคันเดียวกันกับเขาอยู่มากพอประมาณ จนกระทั่งนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างพลันเหลือบมาเห็นเธอ ริมฝีปากคมหยักจึงเผยรอยยิ้มทักทายออกมา ทำเอาเฮเลน่าซึ่งไม่ทันได้ตั้งตัวได้แต่กระพริบตาปริบๆ ก่อนจะตัดสินใจผงกหัวกลับไปนิดๆคล้ายกับปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติ ส่วนทางด้านโรซิเน่เองนั้นก็หันคอมามองเธอแทบจะไม่ทัน พร้อมทั้งสงสายตาเป็นเชิงตั้งคำถามว่า นี่เธอไปรู้จักกับผู้ชายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?’

 

 

            รับรองได้เลยว่าทันทีที่พวกเราไปถึงปราสาท เธอจะต้องถูกโรซิเน่ซักไซ้เรื่องนี้จนกว่าจะถึงเวลาเลิกงานเลี้ยงต้อนรับแน่

 

 


 

 


 

            ในงานเลี้ยงเปิดเทอมฮอกวอตส์ หมวกคัดสรรใบเก่าซึ่งมีแต่ร่องรอยปุปะจากการซ่อมแซมที่ไม่ได้รับการใส่ใจนัก ร้องเพลงเพื่อเป็นการต้อนรับนักเรียนใหม่ ถือเป็นภาพที่แสนคุ้นเคยในสายตาของใครต่อใคร ดูเหมือนว่าเจ้าหมวกใบนี้จะไม่ได้มีภารกิจอะไรมากนัก นอกเสียจากคัดสรรนักเรียนไปยังบ้านต่างๆ กับใช้เวลาว่างที่มีอยู่ค่อนปีไปกับการแต่งเพลงดีๆสักเพลง

 

 

            เด็กปีหนึ่งเดินเรียงแถวตามหลังศาสตราจารย์มักกอนนากัลเข้ามายังห้องโถงใหญ่ในไม่กี่อึดใจต่อมา เฮเลน่าชอบมองดูเวลาที่มีนักเรียนใหม่ก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงครั้งแรกแบบนี้เสมอ เธอชอบสายตาตื่นเต้น และแสนไร้เดียงสาที่เด็กน้อยเหล่านั้นแสดงออกมา แล้วไหนยังจะท่าทีดีอกดีใจยามที่ตนถูกเลือกให้ไปอยู่บ้านทั้งสี่อีก สำหรับเธอแล้วมันช่างดูเปี่ยมล้นไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างน่าประทับใจจริงๆ

 

 

            พิธีคัดสรรเสร็จสิ้นลงเมื่อเด็กชายคนสุดท้ายถูกส่งให้ไปอยู่ฮัพเฟิลพัฟ โต๊ะที่อยู่ทางด้านขวามือสุดพากันโห่ร้องและปรบมือเสียงดัง ส่วนพรีเฟ็คประจำบ้านเองก็ลุกขึ้นตบไหล่เด็กชายคนนั้นเสียยกใหญ่เมื่อเขาเดินเข้าไปร่วมโต๊ะด้วย

 

 

            มีเสียงเคาะแก้วดังขึ้นมาจากโต๊ะของอาจารย์ เด็กนักเรียนทั้งหลายต่างพากันลดเสียงลงอย่างรู้หน้าที่เมื่ออดีตศาสตราจารย์บ้านกริฟฟินดอร์ใช้ไม้กายสิทธิ์จ่อเข้าที่ลำคอ ก่อนจะลดมือลงวางประสานกันไว้ และทันใดที่เธอพูด เสียงของเธอก็ถูกขยายออกจนก้องกังวานคล้ายกับเอ่ยผ่านไมโครโฟนของพวกมักเกิ้ล

 

 

            “ขอต้อนรับสู่อีกปีที่ฮอกวอตส์” หล่อนเกริ่นนำ ปีนี้มักกอนนากัลกล่าวอะไรที่ฟังดูไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนัก อย่างไรก็ตามมีข่าวว่าเธอกำลังจะเกษียนในอีกไม่ช้านี้ หลังจากรับช่วงหน้าที่อาจารย์ใหญ่ฮอกวอตส์ต่อจากดัมเบิลดอร์มาได้นานหลายสิบปี  ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเธอนั้นเหนื่อยมามาก ซ้ำยังชราภาพด้วยสังขารที่รังแต่จะร่วงโรยราลงอย่างช้าๆ การที่เจ้าหล่อนสามารถดำรงตำแหน่งมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว และสมควรแก่เวลาที่จะได้พักผ่อนอย่างสงบในช่วงบั้นปลายของชีวิตเสียที

 

 

            ทันทีที่สิ้นเสียงว่า เริ่มงานเลี้ยงได้ อาหารเลิศรสมากมายก็ปรากฏขึ้นมาบนโต๊ะโดยฉับพลัน มีทั้งมันฝรั่งต้ม อบ และทอด ยอร์คเชียร์พุดดิ้ง เสต็กกับเบคอน ซอสเกรวี่ ไส้กรอกทอด ไก่ย่าง เนื้อย่าง ตลอดจนขนมหวานสารพัดอย่าง ในปริมาณมากเพียงพอที่จะทำให้เด็กปีหนึ่งถึงกับอุทานออกมาด้วยความทึ่งจัดได้

 

 

            เมื่อมีของกินละลานตาวางกองอยู่ตรงหน้า ทุกคนก็ไม่รอช้ารีบจัดการกับปัญหาปากท้องของตัวเองอย่างเร่งรีบ โรซิเน่จ้วงซี่โครงหมูในถาดส่งเข้าปากตัวเองด้วยความรวดเร็วทันที สมกับที่เธอบ่นพึมพำก่อนหน้านี้ว่าเธอรู้สึกหิวมากจนแทบจะสวาปามฮิปโปกริฟฟ์เข้าไปทั้งตัวได้ ฝ่ายเฮเลน่าก็ตักอาหารอย่างละนิดอย่างละหน่อยใส่จาน แล้วจึงค่อยเริ่มลงมือทานอย่างละเมียดละไม เด็กสาวกำลังจะโน้มตัวไปหยิบพุดดิ้งข้าวเพิ่มอีกชิ้นอยู่แล้วเชียว ถ้าหากนั่นไม่ใช่วินาทีเดียวกันกับที่โรซิเน่หวีดร้องลั่น

 

 

            “เฮเลน ระวัง!” เธอตะโกนขึ้นกะทันหัน มือเรียวทั้งสองข้างปล่อยส้อมกระแทกจานดังเคร้ง—!

 

 

            เฮเลน่าก้มศีรษะหลบ แม้ว่าหัวสมองจะยังประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ทันแต่อย่างใด แต่ก็มุดหัวลงให้ต่ำที่สุดเท่าจะทำได้จนหน้าแทบจะนาบไปกับพื้นไม้สีน้ำตาล ก้อนสีชมพูบางอย่างลอยผ่านไป เฉียดข้างแก้ม แล้วตกแตกแผละลงบนโต๊ะตัวยาวของบ้านเรเวนคลอ เรียกให้เด็กคนอื่นที่นั่งอยู่ใกล้ๆโดยรอบต้องเอี้ยวตัวหลบเป็นพัลวัน

 

 

            เด็กสาวผู้สีน้ำตาลตัดสั้นเป็นคนแรกที่ได้สติก่อนใคร เธอขมวดคิ้วมุ่น ผุดลุกขึ้นทันใด หันหลังกลับไปตะเบ็งเสียงใส่

 

 

            หล่อนร้องลั่น “อารากอร์น!

 

 

            ท่ามกลางเสียงพูดคุยเซ็งแซ่จนแทบไม่ได้ศัพท์ของผู้คน เสียงโลหะจากช้อนส้อมที่กระทบกัน รวมทั้งเสียงหัวเราะที่อึงอลไปจนทั่วห้องโถง เสียงตะโกนของโรซิเน่อาจเทียบได้แค่เพียงเสียงกระซิบของผีแบนชี กระนั้นมันก็ยังดังมากพอที่นักเรียนหลายคนบนโต๊ะสลิธีรินจะได้ยิน และหันมามอง

 

 

            “บอกเพื่อนนายว่าอย่าปาไอศกรีมใส่เพื่อนฉันอีก! ไม่งั้นฉันจะเขวี้ยงมีดไปปักหัวเขา” เจ้าหล่อนตวาด ดวงตาทั้งสองข้างดูลุกโชนด้วยแรงโมโห

 

 

            “ฉันก็พยายามห้ามแล้ว” อารากอร์นว่าบ้าง แบมือทั้งสองข้างออก และมีสีหน้าเจื่อนลงด้วยความลำบากใจ

 

 

            “บางทีเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้” ทางด้านเฮเลน่าซึ่งตกเป็นเจ้าทุกข์ก็รีบเอื้อมมือไปกุมกับโรซี่ไว้ ออกแรงบีบเบาๆ พลางใช้น้ำเสียงหวานใสติดนุ่มนวลกล่าวปลอบ อย่างต้องการจะให้อีกฝ่ายใจเย็นลง อากัปกิริยานิ่งสงบของหล่อนช่างแตกต่างจากเด็กสาวอีกคนโดยลิบลับ ราวกับว่าเธอไม่ได้นึกสนใจเลยสักนิดว่าเมื่อครู่จะมีใครตั้งใจปาไอศกรีมใส่เธอไหม

 

 

            “มองโลกในแง่ดีไปหน่อยมั้ง ลอเรเนีย?โบโรเมียร์ เดเนธอร์ เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ถัดจากอารากอร์นกล่าวแทรกพร้อมแสร้งทำท่าประหลาดใจ หากสายตาที่เขาใช้มองเด็กสาวทั้งสองกลับฉายแววร้ายกาจ “แต่โทษทีที่บังเอิญฉันตั้งใจเล็งเธอจริงๆว่ะ ยัยลูกครึ่งมักเกิ้ล”

 

 

            “ระวังปากหน่อย เดเนธอร์” โรซิเน่ตะคอก หล่อนแทบจะชูนิ้วกลางใส่หน้าฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้ว หากเฮเลน่าไม่คว้าจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น “คิดว่าตัวเองสูงส่งจนมีสิทธิ์ที่จะทำอะไรตามใจชอบได้ไปหมดทุกอย่างหรือไง? เพื่อนฉันไม่ใช่เป้านิ่งที่จะให้นายมาเที่ยวขว้างอาหารใส่ได้นะ!

 

 

            โบโรเมียร์ลากเสียงโฮ่เหยียดยาวในลำคอ โต้กลับ “สูงส่งหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าสายเลือดของตระกูลฉันสูงศักดิ์กว่าเธอเป็นพันเท่าอยู่แล้ว” เด็กหนุ่มแสยะริมฝีปาก ยิ่งเห็นโรซิเน่ดูเดือดพล่านอย่างใกล้หมดความอดทนเต็มทีเขาก็ยิ่งชอบใจ ภายใต้น้ำเสียงที่ใช้ส่อแววดูแคลน และเย้ยหยัน “ถึงยังไง เธอสองคนก็ไม่ได้บริสุทธิ์อะไรมากมายกันอยู่แล้วนี่นา? โดนอาหารปาแค่นี้อย่าดีดดิ้นนักเลยน่า แม่สาวเลือดผสม กับ ” เขาเว้นจังหวะ จงใจเอ่ยถ้อยคำหลังออกมาชัดๆ

 

 

            “ยัยเลือดสีโคลนน่ารังเกียจ”

 

 

            ราวกับมีเสียงเส้นความอดทนของเด็กสาวเรเวนคลอขาดผึง หรือถึงแม้จะไม่มี หากดูท่าว่าอารากอร์นเองก็คงจะเป็นฝ่ายที่ทนฟังต่อไปไม่ไหว เขาจัดการใช้ฝ่ามือสะบัดตบเข้ากลางศีรษะของเจ้าคนปากดีไปหนักๆ กดเสียงต่ำสั่งว่า เงียบซะ ไม่ใส่ใจรับฟังคำโวยวาย หรือนำพาต่อสายเนตรอาฆาตที่คนข้างกายส่งมาให้ เขาเพียงหันกลับไปหาเพื่อนต่างบ้านทั้งสอง พร้อมแสดงสีหน้ารู้สึกผิด มันมีอยู่ไม่กี่กรณีหรอกที่บุตรชายบุญธรรมของครอบครัวริเวนเดลจะมีท่าทางเช่นนั้น และสาเหตุของมันก็มักจะมาจากการกระทำงี่เง่าของเจ้าโบโรเมียร์ทั้งสิ้น

 

 

            “ช่างเขาเถอะ เดเนธอร์ก็หยาบคายอย่างนี้แหละ เธออย่าไปใส่ใจเลย” เฮเลน่าว่าพลางแตะหลังเพื่อนเป็นเชิงบอกให้นั่งลงและกลับมาสนใจอาหาร

 

 

            โรซิเน่ยอมทรุดร่างลงบนเก้าอี้ ยังคงดูฉุนเฉียวหงุดหงิด แม้ว่าจะไม่ได้หัวเสียเท่าเดิมแล้วก็ตาม

 

           

            “เขามันไอ้เวรนั่น” เธอสบถถ้อยคำหยาบคายที่เฮเลน่าไม่นึกอยากรู้ความหมายออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศส พลางปักมีดเงินลงกระหน่ำกรีดชิ้นเนื้อเสต็กแรงๆอย่างไม่จำเป็น “ทำไมเธอถึงไม่ตอบโต้เจ้านั่นไปบ้างนะ เฮเลน! ให้ตายเถอะ ฉันล่ะอยากจะชกหน้าเขาให้หงายสักหมัด”

 

 

            “เพราะว่ามันไม่มีประโยชน์น่ะสิ” เฮเลน่าตอบตามความเป็นจริง ทั้งยังเสริมติดตลกไปด้วยว่า “อีกอย่าง เธอเองก็เคยชกเขาไปครั้งหนึ่งแล้วไม่ใช่หรือไง? จำได้ไหมสมัยตอนที่เราอยู่ปีสอง”

 

 

            ยังจำกันได้หรือเปล่า? ที่สาวเจ้าบอกว่าโรซิเน่เคยต่อยเด็กบ้านสลิธีรินคนหนึ่งจนฟันหักไปเมื่อตอนก่อนหน้า

 

 

            ใช่แล้วล่ะ พวกคุณเดากันไม่ผิดหรอก เด็กคนนั้นก็คือโบโรเมียร์นั่นเอง

 

 

            โรซิเน่มีสีหน้าราวกับว่าชิ้นไก่ย่างในปากเธอกลายสภาพเป็นซากหนอนฟลอบเบอร์ เมื่อถูกทำให้นึกถึงเหตุการณ์ความหลังอันไม่น่าจดจำระหว่างเธอและผู้ชายคนนั้น หล่อนทำทีเป็นไม่ได้ฟัง เพียงเบือนหน้าหันไปตักมันฝรั่งบดเคี้ยวหยุบหยับเป็นเชิงตัดบท

 

 

            เฮเลน่าส่ายศีรษะเล็กน้อยให้กับทีท่าของเพื่อนสนิท โบโรเมียร์ เดเนธอร์ จัดว่าเป็นเด็กบ้านอสรพิษอีกคนที่โรซิเน่นึกชังจนถึงขั้นไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกัน และมันก็เหมือนเป็นเรื่องตลกร้ายที่เจ้าตัวดันไปสนิทกับอารากอร์นตั้งแต่ตอนที่พวกเขาเข้าฮอกวอตส์มาใหม่ๆ โบโรเมียร์แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าเขานั้นคลั่งไคล้บูชาในสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลตนเองมากแค่ไหน ซึ่งมันจะไม่แย่เท่าไหร่เลย หากเขาไม่ได้ประกาศจุดยืนด้วยว่าเขาต่อต้านพวกเด็กมักเกิ้ลบอร์น ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะถอดแบบความคิดมาจากซัลลาซาร์ สลิธีริน ผิดกับอารากอร์นที่ไม่เคยยึดถือในเรื่องเหลวไหลไร้สาระอย่างนั้น หรือแม้กระทั่งฟาราเมียร์ เดเนธอร์ น้องชายแท้ๆของเขาเองก็ยังรู้จักแยกแยะคนที่นิสัย ไม่ใช่จากชาติกำเนิด ส่วนเลโกลัสอืม อันนี้เธอยังไม่ขอตัดสินคงจะดีกว่า เพราะเรายังรู้จักกันได้ไม่นาน แต่อย่างน้อยๆเศษเสี้ยวหนึ่งในความรู้สึกของเธอก็บอกว่า อีกฝ่ายนั้นไม่ใช่คนไม่ดี

 

 

            ตลอดระยะเวลาร่วมเจ็ดปีมานี้ โรซิเน่และโบโรเมียร์ถือว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เด็กหนุ่มมักจะมองหาโอกาสคอยสร้างเรื่องปั่นประสาทให้เพื่อนสาวผู้ใจร้อนของเธอต้องปรี๊ดปรอดแตกเป็นประจำ ซึ่งในช่วงแรกเขาจ้องเล่นงานแต่โรซี่เท่านั้น ทว่าครั้นพอเจ้าตัวเห็นว่าเราทั้งคู่สนิทกัน เขาก็พาลหันมาแกล้งเธอด้วย

 

 

            โดนส่วนตัวเฮเลน่าไม่ได้นึกแยแสต่อการกระทำของโบโรเมียร์เท่าไหร่ หากก็ไม่ได้ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายข่มตัวเองอยู่ท่าเดียวเช่นกัน เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ เธอแค่ไม่อยากจะคิดใส่ใจอะไรมากนักก็เท่านั้น สำหรับเธอพฤติกรรมของอีกฝ่ายช่างไม่ต่างอะไรกับนิสัยของเด็กเกเรไม่รู้จักโตสักคน ที่ถึงแม้ตอบโต้ไปก็ไม่มีประโยชน์ รังแต่จะทำให้เกิดแต่ผลเสียกับตนเองด้วยซ้ำ ดังนั้นหล่อนจึงเลือกที่จะเมินเฉยมันไป พูดก็พูดเถอะ เฮเลน่าให้ความสนใจกับการกลั่นแกล้งแบบเด็กๆของโบโรเมียร์น้อยยิ่งกว่าการที่เธอเห็นตัวโนมวิ่งเข้ามาในสวนหลังบ้านของเธอเสียอีก

 

 

            ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มสลิธีรินเองก็พอจะรู้ดี ว่ามันไม่ได้อะไรเลยที่เขาจะคอยหาเรื่องก่อกวนเธอ เพราะเฮเลน่าก็จะทำราวกับว่าเขาเป็นเพียงธาตุอากาศกลับไปเสมอ แต่โบโรเมียร์ก็ยังไม่เลิกที่จะทำเช่นนั้น เขาตั้งใจจะทำให้โรซี่ฉุนจัดด้วยการหันมารังแกเพื่อนรักของหล่อน เด็กสาวผมน้ำตาลจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเธอทุกครั้ง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขายิ่งได้ใจ ต่อให้โรซิเน่จะเคยทนไม่ไหวจนถึงขั้นรัวเสกคำแช่งใส่เขาไปหลายรอบ ทว่าโบโรเมียร์ก็หัวรั้นมากกว่าโทรลล์ และไม่เคยเข็ดหลาบ

 

 

            “ลืมเรื่องเจ้าคนยอดยี้งี่เง่านั่น” โรซิเน่ยกแก้วน้ำฟักทองขึ้นจิบ น้ำเสียงฟังดูอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้กินอาหารอร่อยๆเพิ่มสักพัก “แล้วเธอกับพ่อหนุ่มคนนั้นเลโกลัส เพื่อนอีกคนของอารากอร์นนี่ยังไง ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

 

 

            นัยน์ตาสีเข้มมีร่องรอยของความสงสัยกอปรอยากรู้ปรากฏชัดเจน จนเฮเลน่าอดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆไม่ได้ เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่หล่นปรกหน้าผากของตนออก

 

 

            “เพิ่งเคยเจอกันบนรถไฟวันนี้เอง ตอนที่” เธอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่โรซิเน่ไปหาพวกเอลลาดานให้อีกคนฟัง อันที่จริงก็ไม่เชิงทั้งหมด เพราะเธอจงใจเอ่ยข้ามเรื่องที่เลโกลัสยกเข็มกลัดใบไม้ให้ตนไป ไม่รู้สิ เธอคิดว่ามันคงจะไม่ใช่ประเด็นที่สลักสำคัญเท่าไหร่ และถึงยังไง เธอก็ตั้งใจว่าจะคืนมันให้กับเด็กหนุ่มภายหลังอยู่แล้ว

 

 

            “ว่าแต่เธอรู้จักเขาอยู่แล้วเหรอ?” เธอเอียงศีรษะ ในขณะที่โรซี่พยักหน้า

 

 

            “อย่างผ่านๆ” หล่อนว่า ก่อนอื่นคงต้องขอขยายความกันสักนิด โรซิเน่รู้จักกันกับเลโกลัสก็จริง ทว่าทั้งคู่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าสนิทกันมากมายนัก เราสองคนเป็นเพื่อนกันในระดับเพียงผิวเผิน ชนิดที่ถ้าหากบังเอิญเดินผ่านในช่วงเปลี่ยนคลาสก็อาจจะหันมาผงกหัวทักทายกันบ้างเป็นบางครั้ง และสามารถที่จะนั่งเขียนรายงานอยู่ข้างกันภายใต้ความเงียบสงัดของชั้นเรียนได้โดยที่ไม่รู้สึกอึดอัด ยังไงก็ตามแต่ ไม่ได้มีแค่เธอเพียงคนเดียวที่รู้จักเลโกลัส เขาน่ะมันคนดัง เธอเชื่อว่าเกินกว่าครึ่งของคนทั้งฮอกวอตส์ (โดยเฉพาะพวกสาวๆ) ใครเขาก็ต่างรู้จักเด็กหนุ่มบ้านสลิธีรินรูปหล่อพ่อรวยโปรไฟล์ดีคนนี้กันทั้งนั้น

 

 

          แต่นั่นล่ะขอยกเว้นเฮเลน่า อิสตรีผู้ที่ยังไม่เคยชายตามองบุรุษเพศหน้าไหนไว้คนหนึ่งก็แล้วกัน

 

 

            “เขาฮอตมากในหมู่นักเรียนหญิง” โรซิเน่เสริม “เธอน่าจะเคยได้ยินสิ่งที่บรรดาแฟนคลับทั่วทุกสารทิศพูดถึงเขากันนะ แบบว่าอุ๊ยตาย! จะมีผู้ชายคนไหนที่ทั้งหล่อ เท่ เพียบพร้อมไปมากกว่าเขาอีกไหมนะ? ดูนัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นสิ ช่างน่าหลงใหลจัง เขาดูเหมือนกับเทพบุตรเลย! อะไรทำนองนั้น” หล่อนว่า ซ้ำยังแสดงท่าทางประกอบคำพูดของตนไปด้วย และมันก็ช่วยไม่ได้เลยที่เฮเลน่าจะกลั้นขำไว้ไม่ไหว เธอเปล่งเสียงสรวลใส นัยน์ตาทั้งสองข้างเปล่งประกาย ไหวระริกด้วยอารามขับขัน ให้กับท่าทีโอเวอร์แอคติ้งแสนสมจริงเช่นนั้น

 

 

            เอาล่ะ เธอยอมรับว่าเลโกลัสเป็นผู้ชายที่เรียกได้ว่าดูดีมาก และดวงตาของเขาก็สวยจนอาจเทียบได้กับผลึกอความารีนน้ำงาม ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยสักนิดที่อีกฝ่ายจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากพวกผู้หญิง หากแต่สิ่งที่ทำให้เด็กสาวรู้สึกประหลาดใจจริงๆ ก็คือการที่คนเพอร์เฟ็คแบบเขาจะมีวันผ่านเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอต่างหาก

 

 

          หากแต่จะเพียงผ่านมา แล้วผ่านไป หรือว่าภายในอนาคตเราสองคนจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกันให้มากขึ้นกว่านั้น เฮเลน่าก็ยังไม่แน่ใจนัก

 

 

            เลโกลัส เป็นบุคคลประเภทที่มีภาพลักษณ์ดูแตกต่างและห่างไกลจากเธอมาก จนอาจเรียกได้ว่าเปรียบเสมือนคู่ตรงข้ามของกันและกัน เมื่อเขานั้นเป็นบุรุษที่สมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง แบบที่ต่อให้คนอื่นจะเพียงใช้สายตามองเขาแค่ปราดเดียว ก็จะรู้ได้ในทันทีว่าผู้ชายคนนี้มีอำนาจที่จะปฏิเสธต่อสิ่งที่เขาไม่ต้องการได้เสมอ ซึ่งนั่นผิดกับเธอโดยสิ้นเชิง เธอเป็นแค่คนธรรมดาที่หลายครั้งก็ไม่สามารถทำในสิ่งที่ตนต้องการได้ ไม่ได้มีความโดดเด่น หรือเอกลักษณ์อะไรมากมาย เป็นแค่ปุถุชนทั่วไปคนหนึ่งก็เท่านั้นเอง

 

 

            ว่าไปแล้ว หากจะพูดให้เห็นภาพ มันก็คงจะไม่ต่างกับการที่พระจันทร์ถูกเหวี่ยงเข้ามาในวงโคจรของดาวเคราะห์พลูโตหรอกกระมัง…?

 

 

            ช่างเป็นความบังเอิญ ที่บังเอิญเสียจนน่าตกใจเลยล่ะ

 

 

            เราสองคนคุยกันถึงเรื่องนี้ต่ออีกสักพัก ก่อนที่หัวข้อบทสนทนาจะวกกลับมาที่ความงี่เง่าของเจ้าโบรเมียร์ แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นเรื่องรายวิชาที่ทั้งคู่จะลงในเรียนในปีนี้แทน

 

 

            “ฉันคิดว่าจะลงเรียนวิชาดูแลสัตว์วิเศษ” โรซี่บอกเธอ “แล้วก็มักเกิ้ลศึกษา นั่นของตายอยู่แล้ว วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด วิชาคาถา กับวิชาพยากรณ์ศาตร์ เมลินเป็นพยาน! นี่ฉันต้องเจอกับยายสติเฟื่องทรีลอวนีย์อีกแล้ว” เธอโอดครวญ

 

 

            “แต่เธอจะไม่ลงก็ได้นี่” เฮเลน่าว่า พร้อมทั้งเสนอขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “แล้วเปลี่ยนมาลงเรียนวิชาสมุนไพรศาสตร์กับฉันแทนไง ฉันจำได้ว่าเธอได้ดีเยี่ยมจากวิชานี้นี่นา ใช่หรือเปล่านะ?

 

 

            ร่างตรงหน้าส่ายศีรษะทันที

 

 

            “ไม่เอาล่ะ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ถูกโรคกับสารพัดพืชประหลาดในเรือนกระจกของศาสตราจารย์สเปราต์เท่าไหร่” อันที่จริงคือเธอเกือบเอาตัวไม่รอดจากต้นอ่อนของเมนเดรก(หรือที่มักถูกโรซิเน่เรียกว่ารากเด็กทารกมหาประลัย) เมื่อสมัยครั้งอยู่ปีสอง “และอีกอย่าง ถึงทรีลอว์นีย์จะค่อนข้างสติไม่ดี แต่มันก็สนุกดีนะที่ได้แต่งเรื่องลางร้ายส่งให้กับหล่อนทุกอาทิตย์หล่อนชมฉันไม่ขาดปากเลยล่ะว่าในอนาคตฉันจะต้องเป็นนักพยากรณ์สาวที่วิเศษแน่ๆ ตอนที่หล่อนรู้ว่าฉันได้เกินความคาดหมายจากวิชานี้มาใน ว....” โรซิเน่หัวเราะคิกคัก แล้วจึงถามกลับไปบ้าง ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนสนิทและรูมเมทกัน แต่ก็ไม่ใคร่จะมีความสนใจทางด้านรายวิชาคล้ายกันนัก

 

 

            “แล้วเธอล่ะ? คิดไว้หรือยังว่าจะลงเรียนอะไรบ้าง”

 

 

            “อืม” เจ้าของเรือนผมสีช็อกโกแลตดัดลอนลากเสียงในลำคออย่างครุ่นคิด พร้อมเลื่อนนิ้วขึ้นมานับแช่มช้าขณะเอ่ยไล่ “เท่าที่นึกไว้ก็คงมีวิชาคาถา แปลงร่าง ดาราศาสตร์ ปรุงยา ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด สมุนไพรศาสตร์ แล้วก็ถ้าเกิดมีเวลามากพอฉันว่าจะขออนุญาตศาสตราจารย์แบ็บบลิงลงวิชาอักษรรูนของเธอเพิ่มมาด้วย”

 

 

            “ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวิชาเกี่ยวกับตัวอักษรหวัดๆคร่ำครึโบราณนั่นมันน่าสนใจตรงไหน” โรซิเน่เบ้ปากพลางส่ายหน้าไหวๆ

 

 

            ทั้งสองพูดคุยแกมหยอกล้อกระเซ้าแหย่กันไป ส่งผลให้บรรยากาศในระหว่างงานเลี้ยงเปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานอย่างที่เฮเลน่าไม่ใคร่จะมีโอกาสได้สัมผัสบ่อยครั้งนัก เธอมัวแต่สนใจฟังเรื่องที่อีกคนพูด ซ้ำยังถูกรายล้อมไว้ด้วยความครึกครื้นรอบตัว  จนไม่ทันได้รู้สึกตัวเลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมองมายังเธออยู่

 

 

            ต้นสายปรายเนตรคู่นั้น ก็คือเลโกลัสที่นั่งอยู่ใกล้กับอารากอร์นบนโต๊ะบ้านสลิธีริน เขาเหม่อมองเด็กสาวที่กำลังคลี่ยิ้ม สนทนาและทานอาหารกับเพื่อนสาวคนสนิทด้วยแววตาพินิจพิจารณา

 

 

          ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง ดูเหมือนว่าโรซิเน่จะเป็นคนที่พูดจ้ออย่างออกรสออกชาติอยู่ฝ่ายเดียวก็เถอะ ส่วนคนที่เขามองอยู่น่ะเหรอ? ก็พยักหน้าเอออออตอบลูกเดียวเลยน่ะสิ

 

 

            รอยยิ้มขบขันพลันถูกจุดขึ้นบนริมฝีปากหยัก เขาแอบลอบมองร่างโฉมสะคราญมาได้สักพักแล้วนับตั้งแต่ตอนแรกที่เพื่อนของเธอเปิดฉากทะเลาะกันกับโบโรเมียร์นั่นแหละ

 

 

             คงต้องขอยอมรับว่าจากสถานการณ์ความวุ่นวายซึ่งมีเจ้าเพื่อนชายปากดีของเขาเป็นต้นเหตุเมื่อครู่ ทำให้พรายหนุ่มอดจะรู้สึกแปลกใจกับท่าทีของอีกฝ่ายไม่ได้ ด้วยเพราะโดยส่วนใหญ่ ตามลักษณะนิสัยของสตรีเพศหลายคนที่เขาเคยได้รู้จัก เวลาที่โดนแกล้ง ซ้ำยังถูกดูหมิ่นด้วยวาจารุนแรงแบบนั้น ถ้าหากไม่โกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง อย่างน้อยก็คงต้องมีลุกขึ้นมาตะเบ็งเสียง แหกปากสาดใส่ถ้อยคำผรุสวาทกลับไปบ้าง  หากแต่เฮเลน่ากลับมีวิธีที่จะรับมือต่างออกไป หล่อนอาศัยใช้ความสุขุม และนิ่งเฉยมองข้ามการกระทำอันไร้มารยาทเช่นนั้น ราวกับว่ามันไม่ได้สร้างความสนใจให้แก่ตน จวบจนคนที่เธอไม่พึงประสงค์เองก็ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับเธอแม้แต่สักนิด

 

 

            อธิบายอย่างง่ายๆในอีกแง่ ก็คือเธอสามารถที่จะเพิกเฉยต่อสิ่งใดก็ตามแต่ที่ตัวเองไม่ต้องการ ให้กลายเป็นเหมือนธาตุอากาศในสายตาของเธอได้ทุกเมื่อนั่นเอง

 

 

            ช่างเป็นผู้หญิงที่เยือกเย็นเยือกเย็นเสียจนคล้ายจะเย็นชาอยู่เล็กน้อยในทีเลยล่ะ

 

 

          แต่ถึงอย่างนั้นก็น่าสนใจดีอยู่เหมือนกันนะ เคยมีใครสักคนบอกกับเลโกลัสว่า อิสตรีที่มีบุคลิกเช่นนี้ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะสามารถเข้าหาได้อย่างง่ายๆ เพราะถ้าหากเธอเลือกเปิดใจยอมรับคุณมันก็ดีไป แต่ถ้าหากไม่ คุณก็จะกลายเป็นเสมือนคนไร้ตัวตนสำหรับเธอไปตลอดกาล

 

 

            ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อยากเป็นอย่างหลังอีกทั้งยังไม่รู้ว่าทำไม แต่ทันทีที่ได้เห็นเธอยิ้มออกมาแบบนั้น เสี้ยววินาทีหนึ่งที่เขาอยากจะมีโอกาสจ้องมองมันให้ชัดๆ อยากจะให้ต้นกำเนิดของมันมีที่มาจากเขา รวมถึงอยากจะก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในโลกของเธอ

 

 

          เพ้อเจ้อชะมัด

 

 

            เด็กหนุ่มสะบัดศีรษะ กระนั้นก็ยังคงไม่สามารถละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้ เขาชักจะเชื่อจริงๆแล้วว่าตัวเองเริ่มที่จะตกหลุมรักรอยยิ้มสว่างไสวของอีกฝ่ายมันไม่ง่ายเลยนะ ที่จะควบคุมหัวใจตัวเองไม่ให้เผลอเต้นแรงไปกับดวงหน้าสวยหวานที่กำลังมีรอยแย้มสรวลประดับนั่น

 

 

            ให้ตายเถอะ นี่เขาชักจะเป็นเอามาก

 

 

            เขาเลื่อนมือทั้งสองข้างลูบหน้าตัวเองไปพลางอย่างต้องการตั้งสติ ฝ่ายอารากอร์นที่นั่งข้างๆก็ดูจะรับรู้ถึงอาการแปลกประหลาดผิดปกติของเพื่อนสนิทได้ เขากำลังจะอ้าปากถามอยู่แล้วเชียวว่าเจ้าตัวเป็นอะไร ถ้าหากว่าไม่เหลือบไปเห็นปลายสายตาจากทิศทางที่ลูกแก้วสีฟ้าคู่นั้นกำลังทอดมองอยู่เสียก่อน

 

 

          เฮเลน่า…?

 

 

            บุตรบุญธรรมของครอบครัวริเวนเดลพลันถึงบางอ้อ เขามองร่างข้างกายสลับกับเด็กสาวบ้านเรเวนคลอซึ่งยังคงฉีกยิ้มกว้างอย่างสดใสขณะหัวเราะไปกับเรื่องตลกที่เพื่อนของเธอเป็นคนเล่าให้ฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงขยับรอยยิ้มขำอย่างเริ่มรู้เท่าทัน กอปรกับจับสัมผัสถึงอะไรได้ลางๆ จะว่าไปนี่มันก็นานมากแล้วที่เลโกลัสไม่ได้แสดงออกว่าตัวเองสนใจสาวๆคนไหนเลยตั้งแต่

 

 

            “เฮ้ อารากอร์น ส่งน่องไก่ให้หน่อย” เสียงของโบโรเมียร์ที่เงียบไปนานขัดจังหวะความคิดภายในหัวสมองของเด็กหนุ่มจนสะดุดลง เรียกให้นัยน์ตาเรียวคมสีควันไฟเหลียวไปมอง พร้อมเลื่อนส่งถาดไก่ย่างตรงหน้าไปให้ ได้ยินเสียงพึมพำกลับมาว่า ขอบใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้ฟันกัดน่องไก่ย่างเนื้อนุ่มเข้าไปคำใหญ่

 

 

            “ว่าแต่เลโกลัสเป็นอะไร ฉันเห็นหมอนั่นเหม่อมาได้สักพักแล้ว” โบโรเมียร์ถาม น้ำเสียงฟังดูอู้อี้พอประมาณเพราะยังเคี้ยวไม่เสร็จดี พลางพยักเพยิดใบหน้าไปที่ร่างสูงโปร่งซึ่งยังคงนั่งเหม่อนิ่งอย่างไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อยว่าตนกำลังถูกพาดพิง

 

 

            อารากอร์นเพียงยักไหล่ เขาไม่คิดจะตอบอะไรกลับไป ไม่ใช่กับโบโรเมียร์ผู้ที่เที่ยวตั้งแง่กับสาวน้อยบ้านเรเวนคลอคนนั้นซึ่งดูท่าว่าเพิ่งจะทำให้เลโกลัสเผลอตกหลุมรักมาหมาดๆแน่

 

 

            “ช่างเถอะน่า รีบกินเข้าไปเหอะ และขอเตือนไว้เลยนะ ว่าเรายังไม่ได้เคลียร์กันเรื่องที่นายทำตัวไม่สุภาพใส่เพื่อนฉันอย่างนั้น”

 

 

            เด็กหนุ่มเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะกล่าวคาดโทษ และเมื่อเห็นว่าอีกคนตั้งท่าจะโต้เถียงขึ้นทันควัน เขาก็จัดการยัดยอกเชียร์พุดดิ้งซึ่งยังไม่ได้ตัดทั้งชิ้นเข้าไปในปากที่อ้าพะงาบๆนั่น จนกระทั่งอีกฝ่ายยอมสงบคำ เงียบเสียงลงเองในที่สุด

 

 


 

 


   

TALK WITH DeepBlue Sea

                พาบทที่สามมาเสิร์ฟแล้วค่ะ หลังจากที่ไม่ได้อัพเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไป ที่มาช้าไม่ใช่อะไรนะ คือเรามีธุระ+ติดแต่งบทนำของฟิคเรื่องใหม่อยู่ เพราะจู่ๆไอเดียมันก็พลุ่งพล่านหลังจากที่เพิ่งสอยบ็อกเซ็ทของ LOTR มาอ่าน ถถถถถ

                บทนี้ยังคงเรื่อยๆเอื่อยๆเช่นเคยค่ะ เราตั้งใจจะเริ่มปูสภาพไลฟ์สไตล์ชีวิตของนางเอกให้ผู้อ่านได้เห็นภาพเล็กน้อยก่อนจะเริ่มตอนต่อไป ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ของเฮเลน่ากับเลโกลัสก็จะเริ่มพัฒนาขึ้นในตอนหน้าเช่นเดียวกัน ขอให้ผู้อ่านทุกท่านอดใจรอกันนิดนึงนะคะ! สำหรับทางด้านเนื้อหาในแช็ปเตอร์นี้ เราตั้งใจวางคาร์แร็คเตอร์ของโบโรเมียร์มาให้นิสัยคล้ายๆกันกับ เดรโก มัลฟอย ค่ะ จงใจสร้างมาเพื่อเอามาไฟท์(?)กับโรซิเน่โดยเฉพาะ คิดว่าคงตลก และเพิ่มสีสันให้กับเรื่องดี ฮา

                ส่วนในเรื่องของไทม์ไลน์เราตั้งใจว่าจะวางแบ็คกราวน์ไว้เป็นช่วงเวลาหลังจากสิ้นสุดสงครามฮอกวอตส์ในอีกหลายสิบปีต่อมาค่ะ โดยเราจะใช้ตัวละคร NPC อย่างพวกอาจารย์ และ บุคลากรในโรงเรียนเป็นชุดเดียวกันกับในเรื่อง Harry Potter นะคะ (ตัวอย่างเช่น ศาสตราจารย์มักกอนนากัลป์ เป็นครูใหญ่, ศาสตราจารย์สเปร้าต์ เป็นอาจารย์วิชาสมุนไพร , ฟิลช์ เป็นภารโรง เป็นต้น)

                สุดท้ายนี้ขอขอบคุณสำหรับยอดคอมเม้นต์ และ add Fav. นะคะ เราเห็นแล้วเป็นปลื้มมากเลยค่ะ ฝากติดตามนิยายเรื่องนี้กันต่อไปด้วยนะคะ! สำหรับบทที่ 4 จะตามมาเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ ขอเวลาเราปั่นสักนิดเน้อ XD เลิฟ! <3

                ปล. ขอเนียนเปิดพื้นที่โฆษณาฟิค LOTR เรื่องใหม่ด้วยค่ะ พระ  นาง ยังคงเป็นคู่เดิมแต่เพิ่มเติมเป็นอีก AU ล่ะ กำลังจะลงบทนำเร็วๆนี้ ยังไงก็ลองเข้าไปอ่านคำโปรยกันดูก่อนนะคะ <3 จิ้มที่ชื่อเรื่องได้เลยค่ะ >> ISILME MELODY

 

 

1 คอมเม้นต์ = 1 พันล้านกำลังใจของผู้เขียนนะคะ

( ขอสัก 2 คอมเม้นต์แล้วจะมาต่อให้อย่างด่วนจี๋เลยค่ะ! )



29 / 7 / 2017



(c) Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #35 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 09:02
    ความมองตามคือน่ารักเกินไปแล้วค่ะ หวีดดดดด ทำยังไงถึงจะได้เลโกลัสคะะ555555
    #35
    0
  2. #20 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 14:31
    กลับมาอ่านวนรออีกรอบ รออยู่นะคะ ><
    #20
    0
  3. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 18:19
    รออยู่นะค่าาา
    #19
    0
  4. #18 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 02:20
    อย่าเทนะ อยากอ่านมาก T0T
    #18
    0
  5. วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    ถ้านี่เป็นเฮเลน่า มีระทวยตั้งแต่เลโกลัสยิ้มให้แล้วค่ะ
    โง้ยยยยยยยย เขินจัง

    ลำไยความปากดีของโบโรเมียร์มาตั้งแต่ LOTR นี่มาฟิคเรื่องนี้ เอ็งยังทำตัวแบบนี่อีกเรอะ
    เกลียดดดดดดดดดดดด
    #14
    0
  6. #13 แมวขี้เซา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 19:10
    ในที่สุดก็มา รออ่านอยู่ เข้ามาเช็คทุกวันเลย. คู่พระนางก็ยังน่ารักเหมือนเดิม รออ่านนะคะ สู้ๆ

    //รออ่านบนนำเรื่องใหม่นะ
    #13
    0
  7. #12 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 19:01
    เห็นเรื่องใหม่ของไรท์แล้วค่ะ ดีใจที่ไรท์อัพแล้ว เรื่องนี้ยังคงฟิลน่ารักเหมือนครั้งแรกที่อ่านเลยค่ะ หลงเลโกลัสแรงมาก //เอามือปิดหน้า
    #12
    0