Fanfic. LOTR { HOGWARTS AU || C O L O R S [ Legolas x Oc. ]

ตอนที่ 2 : C O L O U R S ◆ PROLOGUE | 1st SEPTEMBER.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ธ.ค. 60

 

 

P R O L O G U E 」

 

1st SEPTEMBER.

 

Seventeen – Alessia Cara

 

 



            ในปีนี้ฤดูใบไม้ร่วงเหมือนจะมาเยือนสู่กรุงลอนดอนว่องไวกว่าปกติ เช้าวันแรกของเดือนกันยายนอากาศค่อนข้างสดใส ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีทองเหลือบส้มอ่อนดุจผืนผ้าใบที่ถูกระบาย แต่งแต้มไปด้วยสีสันแห่งธรรมชาติ ครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่งรีบเดินข้ามท้องถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนคร่ำครา มุ่งหน้าตรงไปยังคิงส์ครอส สถานีรถไฟสายหลักแห่งเกาะอังกฤษ ชายวัยกลางคนสวมชุดสูทข้าราชการสีกรมท่าซึ่งดูแล้วคงจะเป็นบิดาเข็นรถลากที่มีข้าวของสัมภาระวางกองกันสูงนำหน้าสมาชิกในครอบครัวไป กรงบรรจุนกฮูกสีขาวพิสุทธิ์ขนาดใหญ่สั่นกราวๆอยู่บนหีบใบบนสุดขณะที่มันกระพือปีกพึ่บพั่บอย่างไม่ใคร่จะชอบใจนัก พลางเปล่งเสียงร้องฮูกต่ำๆดังผะแผ่วแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ ฝ่ายมารดาโอบเอวลูกสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเหลือบดำขลับเดินตามหลังสามีของเธอไป

 

 

            “แน่ใจว่าลูกไม่ได้ลืมอะไรไว้ที่บ้านใช่ไหม? เฮเลน่า” ผู้เป็นแม่เปรยถามขึ้น ระหว่างที่พวกเราต่างสาวฝีเท้าก้าวไปตามบาทวิถี เด็กสาวพลันส่ายศีรษะเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ

 

 

            “ไม่ค่ะ หนูเตรียมทุกอย่างมาครบหมดแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

 

 

            ริมฝีปากของหล่อนเผยยิ้มบางยามเอ่ยคำตอบ เส้นเกศาสีเข้มดัดลอนเป็นประกายโดดเด่นเมื่อสะท้อนกับแสงแดดจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ตัดกับสีของเหล่าพฤกษา และใบไม้แห้งที่ปลิวไสวอยู่รอบอาณาบริเวณท่ามกลางสายลมซึ่งหนาวเย็นยะเยือก

 

 

            เฮเลน่า ลอเรเนีย บุตรีเพียงคนเดียวของคุณและคุณนายลอเรเนีย ปัจจุบันอายุสิบเจ็ดปี กำลังจะเข้าศึกษาเล่าเรียนปีเจ็ดที่ฮอกวอตส์ บ้านเรเวนคลอ เธอเป็นเด็กสาววัยแรกรุ่นรูปร่างผอมสูง ดูสมส่วน ผิวออกขาวทว่าไม่ขาวจัดนักจากการโดนแดด เพราะชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่บ่อยๆ เจ้าตัวมีโครงหน้าเรียวยาว ล้อมกรอบด้วยกลุ่มผมสีเฮเซลนัทยาวจรดแผ่นหลัง ริมฝีปากสีชมพูอิ่มฉ่ำเป็นธรรมชาติ รับกับปลายจมูกโด่งรั้นเชิด และดวงตากลมโตสีเขียวน้ำทะเลที่มักฉายแววสุขุม นุ่มนวลอยู่เสมอ ซึ่งช่วยขับเน้นให้รูปลักษณ์ของเธอดูอ่อนหวาน หากมิได้บอบบางหรืออ่อนแอจนเกินไป อีกทั้งหน้าตาโดยรวมยังค่อนไปทางเป็นคนสะสวยใช้ได้ แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นงามบาดตาปานหยาดฟ้าอะไร

 

 

            แต่สิ่งที่ทำใครต่อใครพากันนึกถูกใจในตัวเธอก็เห็นจะเป็นความเฉลียวฉลาด กอปรกับบรรยากาศรอบตัวที่ชวนให้ผ่อนคลายทุกคราที่ได้อยู่ใกล้นั่นล่ะนะ

 

 

            ฝูงชนที่สัญจรผ่านไปมาหันมามองพวกเราอย่างสนใจใคร่รู้ ในขณะที่ทั้งครอบครัวลัดเลาะหาทางไปถึงที่กั้นระหว่างชานชาลาที่เก้าและสิบได้สำเร็จ กระนั้นเพียงชั่วพริบตาที่ไม่มีมักเกิ้ลคนไหนทันได้สังเกต ทั้งสามก็อันตรธานหายไปจากการมองเห็นของพวกเขาเสียแล้ว

 


  

 


 

            ชานชาลาหมายเลขเก้าเศษสามส่วนสี่ ชานชาลาของผู้วิเศษอันเป็นเส้นทางสายตรงไปสู่โรงเรียนคาถาและเวทมนตร์ศาสตร์ ฮอกวอตส์ อึกทึกไปด้วยเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กเซ็งแซ่ของเหล่านักเรียนหลากหลายชั้น และบรรดาญาติพี่น้องของเด็กๆเหล่านั้น เสียงของผู้คนกล่าวอำลา แลเพื่อนพ้องทักทายกันดังคละเคล้าไปทั่ว พอๆกันกับเสียงหวูดโหวดของปล่องรถไฟหัวจักรไอน้ำสีแดงสดที่กำลังพ่นกลุ่มควันสีขาวขมุกขมัวให้พวยพุ่งออกมา ลอยฟุ้งกำจาย ก่อนจะสลายหายไปภายในอากาศ นอกจากนั้นยังมีเสียงของสัตว์เวทมนตร์ดังปะปนสอดประสานไปด้วยกัน แมวตัวอ้วนหลากหลายสายพันธุ์เที่ยววิ่งแจ้นพันแข้งพันขาคนนั้นคนนี้ คางคกหลากสีที่ดิ้นหลุดจากเงื้อมมือเจ้าของมาได้กระโดดขึ้นลงไปมาบนพื้น เรียกให้ต้องรีบตะครุบจับกันจนวุ่นวาย

 

           

            “ไหนมาดูซิ” คุณนายลอเรเนียกระซิบกระซาบ พลางดึงตัวลูกสาวมาตรวจสอบความเรียบร้อยตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “กระเป๋าสะพาย ผ้าเช็ดหน้า เสื้อกันหนาว แล้วก็นี่ผ้าพันคอของลูกจ้ะ”

 

 

            เธอจัดแจงพันแถบผ้าผืนยาวสีเทาสลับน้ำเงินรอบลำคอของเฮเลน่า และดึงชายเสื้อกันหนาวตัวหนาซึ่งถูกรีดจนเรียบกริบให้เข้าที่เข้าทางอย่างไม่จำเป็น

 

 

            “แล้วหนังสือล่ะ เอามาครบหรือเปล่า? ไม้กวาดของลูกอยู่ตรงนี้แล้ว ว่าแต่ลูกคงไม่ได้ลืมหยิบเอาตำราสมุนไพรและเห็ดราวิเศษพันชนิด มาด้วยหรอกใช่ไหม?

 

 

            พ่อของเธอถามบ้าง คุณลอเรเนีย หรือก็คือ ริชาร์ด ลอเรเนีย เป็นชายร่างสูงที่ดูภูมิฐาน และยังคงหล่อเหลาเอาการ แม้ว่าจะเริ่มมีอายุแล้ว เฉกเช่นเดียวกันกับ เฮนเรียตต้า ลอเรเนีย ภรรยาสุดที่รักของเขาที่ปีนี้อายุย่างกรายเข้าสู่เลขสี่ หากแต่หล่อนก็ยังเป็นอิสตรีที่ดูสวยจับตา

 

 

            “อยู่ในหีบแล้วล่ะค่ะ โถ่ พ่อคะ หนูไม่ได้ขี้ลืมขนาดนั้นเสียหน่อย” เด็กสาวกล่าวติดตลกพร้อมหัวเราะน้อยๆ รอคอยจนกระทั่งมารดายอมละมือออกจากผ้าพันคอของเธอ คนทั้งสามจึงได้ฤกษ์กล่าวล่ำลากันเสียที

 

 

            “เอาล่ะ พ่อคิดว่าจวนจะได้เวลาแล้วนะ ลูกรีบขึ้นไปบนรถเถอะ เดี๋ยวตู้โดยสารเกิดเต็มขึ้นมาก่อนจะหาที่นั่งลำบาก” เขาเตือน หลังจากเหลือบมองนาฬิกาเรือนใหญ่ซึ่งแขวนเอาไว้ข้างป้ายสถานี เข็มสั้นกับเข็มยาวที่ชี้อยู่บนหน้าปัดบ่งบอกชัดเจนว่า อีกไม่ถึงสามสิบนาทีดีก็จะได้เวลาที่รถไฟออกแล้ว

 

 

            คุณนายลอเรเนียบรรจงลูบศีรษะของบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนด้วยความเอ็นดู ลูกแก้วสีเดียวกันกับอีกฝ่ายคู่นั้นฉายแววรักใคร่ระคนห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง

 

 

            “แม่หวังว่าปีสุดท้ายที่ฮอกวอตส์ของลูกจะเรียบร้อยเหมือนกับทุกปีนะจ๊ะ หรือถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลขึ้นก็ส่งจดหมายมาหาเราที่บ้านนะ ตั้งใจเรียนให้มากๆขอให้โชคดีกับเรื่องควิดดิช และการสอบ ส.... จ้ะ

 

 

            “แต่อย่าหักโหมเกินไปนะลูกรัก เรื่องเครียดๆน่ะเพลาลงหน่อยก็ได้ ไม่ต้องไปฟังแม่เขามากหรอก” พ่อของเธอพูดแทรกขึ้นมากลางปล้องโดยไม่รีรอ พร้อมขยิบตา “ยังไงก็ตามแต่พ่อก็ยังหวังว่าปีนี้บ้านของลูกจะได้ถ้วยควิดดิชจากการแข่งโอ้ย คุณ! อย่าตีผมสิ นี่ต่อหน้าเฮเลนนะ” เขาแสร้งโวยวายใส่หญิงสาวซึ่งใช้ฝ่ามือฟาดแขนเขาดังเพี๊ยะ! หนำซ้ำยังส่งสายตาเขียวขุ่นคลั่กมาให้ ในขณะที่กลีบปากของหล่อนก็บ่นพึมพำเป็นทำนองว่า จะให้ลูกทำตัวหละหลวมแบบนั้นได้ยังไง ไม่ยอมหยุดอยู่นาน หากวินาทีต่อมา เมื่อฝ่ายสามีเลื่อนมือขึ้นโอบไหล่เธอไว้ ท่าทีปั้นปึงเมื่อครู่จึงพลันอ่อนลงไป

 

 

            เฮเลน่าที่เห็นท่าทางเย้าหยอกกันปานประหนึ่งคู่รักวัยหนุ่มสาวเช่นนั้นของพ่อแม่ก็อดแย้มสรวลไม่ได้ เธอคลี่ยิ้มส่งให้ผู้ให้กำเนิดทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้ารับคำ

 

 

            “ขอบคุณค่ะ หนูเข้าใจแล้ว แล้วก็” เสียงใสกังวานหยุดเว้นวรรคลงเล็กน้อย เมื่อเด็กสาวโผเข้าไปสวมกอดคนทั้งคู่ เธอซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บางของมารดา แล้วหลับตารับไออุ่นจากอ้อมแขนที่ยกขึ้นตระกองกอดเธอตอบ

 

 

            “หนูรักพ่อกับแม่นะคะ ไว้พบกันตอนปิดเทอมฤดูร้อนค่ะ”

 

 

            “เราก็รักลูกจ้ะ เฮเลน่า” คุณและคุณนายลอเรเนียเอ่ยพร้อมกัน พลางโบกมือลาลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เฮเลน่าจะดันรถเข็นของเธอเดินหายลับไปในหมู่ฝูงชนเบื้องหน้า

 

 

            “ตอนนี้เธอคงขึ้นรถไฟไปแล้ว” หญิงสาวกล่าวกับตัวเองทันทีที่ผ่านไปได้สักพัก เธอยังคงพยายามเขย่งเท้า ชะเง้อคอมองหา ด้วยหวังว่าจะพอแลเห็นร่างคุ้นตาของลูกสาวไปเรื่อย “หรือหรือเธอจะหาเพื่อนของเธอไม่เจอกันนะ โอ้ คุณคะ ฉันเป็นห่วงลูกจัง”

 

 

            นัยน์ตาสีเข้มเสมองมายังภรรยา

 

 

            “อย่าห่วงไปเลย ผมเชื่อว่าลูกจะดูแลตัวเองได้ อีกอย่างนี่มันก็เป็นปีสุดท้ายของเธอ ยัยหนูของเรา เธอไม่ใช่เด็กน้อยที่ต้องมีพ่อแม่คอยเดินตามต้อยๆอีกแล้วนะ”

 

 

            “โธ่ คุณล่ะก็” เฮนเรียตต้าขมวดคิ้วมุ่นเป็นปม “ฉันรู้หรอกค่ะ ว่าเฮเลน่าน่ะโตแล้ว แต่คุณก็รู้นี่คะ” หล่อนว่าอย่างไม่คลายกังวลตามประสาคนเป็นแม่ ที่ไม่ว่าลูกสาวจะเติบใหญ่มากแค่ไหน ทว่าในความรู้สึกของเธอแล้วอีกฝ่ายก็จะยังเป็นเหมือนเด็กเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆที่ชอบพูดจาคะขาเจื้อยแจ้ว แสนไร้เดียงสา และอ่อนต่อโลกสำหรับเธอเสมอมา

 

 

            “ไม่เอาน่า ที่รัก” ริชาร์ดลูบหลังมือเรียวบางของร่างข้างกายเบาๆ สุรเสียงทุ้มนุ่มกล่าวปลอบ

 

 

            “ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย เชื่อผมสิ เธอจะต้องจัดการกับปัญหาต่างๆได้อยู่แล้ว” เขาคลี่ยิ้มละไม จับกระชับเรียวนิ้วทั้งห้าของหล่อนเอาไว้ พลางออกแรงบีบเล็กน้อยเป็นเชิงบอกให้เธอคลายใจ ขณะที่พวกเขาพากันหันหลังเดินกลับไปยังลานจอดรถด้านนอก

 

 

            ในสายตาของริชาร์ด ชีวิตภายใต้รั้วโรงเรียนของเฮเลน่านั้นช่างอยู่ห่างไกลกันกับคำว่า มีปัญหาเมื่อธิดาเพียงคนเดียวของเขาเป็นเด็กที่สุภาพ หมั่นตั้งใจใฝ่หาความรู้จากสิ่งที่เล่าเรียน มีพฤติกรรมเรียบร้อย อีกทั้งยังไม่เคยสร้างวีรกรรมด่างพร้อยหรือเรื่องเสื่อมเสียใดๆให้ครอบครัวต้องเป็นกังวลใจเลยสักนิด กระนั้น มันก็ยังมีอยู่เพียงสิ่งเดียวจริงๆที่เขาคิดกังวลเกี่ยวกับเธอ ก็คือพักหลังมานี้เฮเลน่าเริ่มที่จะเติบโตเป็นสาว และริชาร์ดก็มั่นใจมากว่าลูกสาวของเขาไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไร ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่าอาจจะมีผู้ชายคนไหนเที่ยวเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเธอในเชิงชู้สาวตอนที่เจ้าหล่อนอยู่ที่ฮอกวอตส์ก็ได้ ดังนั้นในฐานะคนเป็นพ่อแล้ว บางครั้งเขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้แสดงออกมามากมายนักเหมือนอย่างที่ภรรยาทำก็ตามที

 

 

          ก็ลูกสาวทั้งคนนี่นา มันก็ต้องมีห่วงบ้างเป็นธรรมดาอยู่แล้วล่ะ

 

 

            แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยืนยันความเชื่อที่ว่าเฮเลน่าจะจัดการกับเรื่องทุกอย่างได้ หล่อนไม่ใช่เด็กหัวทึบ หรือนึกสนุก ที่จะกล้าปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเรื่องไม่เหมาะไม่ควร

 

 

          เขาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

            “วางใจเถอะ ที่รัก ยัยหนูของเราเป็นเด็กฉลาดเช่นเดียวกันกับคุณ”

 

 

            หญิงสาวหลุดยิ้มขันเมื่อได้ยินคำพูดป้อยอประโยคนั้น คงต้องขอยอมรับกันว่าริชาร์ดเป็นสามีที่ดี เขาทำหน้าที่ของการเป็นคู่ชีวิต รวมถึงพ่อของบุตรีได้อย่างไม่มีตกหล่น ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสารพัดกลวิธีที่จะช่วยให้ภริยาของเขารู้สึกดีขึ้นมาได้ ทุกคราที่หล่อนปริวิตก หรือไม่สบายใจ

 

 

            “คุณนี่ละก็ช่างปากหวานเสียจริงเลยค่ะ”

 

 

            เธอหัวเราะคิกคักพลางขยับกายเข้าไปนั่งในรถฟอร์ดแองเกลียรุ่นโบราณสีดำขลับเป็นมัน กล่าวคำขอบคุณสั้นๆเมื่ออีกคนนั้นช่วยปิดประตูให้ แล้วเขาจึงย้ายร่างของตัวเองเข้ามานั่งประจำตำแหน่งคนขับ

 

 

            “ผมก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้น” ริชาร์ดยิ้ม “แต่ตอนนี้ผมว่าผมรีบไปส่งคุณที่ตรอกไดแอกอนเพื่อรับต้นอ่อนเมนเดรกจากมิสมิลเลอร์ก่อนดีกว่า แล้วหลังจากนั้นผมจะได้เข้าไปทำงานที่กระทรวงต่อเลย ช่วงนี้มีคนได้รับอุบัติเหตุจากการหายตัวเพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้ที่กองของเราเลยค่อนข้างที่จะยุ่งนิดหน่อย”

 


 

 

 


   

TALK WITH DeepBlue Sea

                เข็นบทนำมาลงก่อนค่ะ เนื่องจากเราเว้นช่วงกับการเขียนนิยาย(อะเกน)มาได้สักระยะ ดังนั้นภาษาอาจจะแปลกๆ และไม่สละสลวยนักนะคะ #กราบ

                ทางด้านของเนื้อหา เราชอบภาพรวมของครอบครัวเฮเลน่ามากๆเลยค่ะ มันดูอบอุ่นดี รักคุณพ่อคุณแม่ของนางมาก ///v/// (สารภาพว่าตรงส่วนนี้เราแอบได้แรงบันดาลใจบางส่วนมาจากครอบครัวของเราเอง555555) เราเชื่อว่าในสายตาของคนเป็นพ่อ  แม่แล้ว ต่อให้ลูกจะโตแค่ไหน ก็จะยังคงเห็นลูกของตัวเองเป็นเหมือนเด็กๆอยู่ค่ะ ซึ่งเราคิดว่ามันน่ารักดีนะ ออกแนวฟีลกู๊ดแฮปปี้แฟมมิลี่ดีต่อใจ รัก <3 นอกเหนือไปจากนั้นบทนี้ก็ยังไม่มีอะไรค่ะ ตัวละครหลักยังออกกันไม่ครบเลยด้วยซ้ำ(…) ส่วนพระเอกยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะบทหน้าจะโผล่มาหรือเปล่ายังไม่รู้— #หลบลูกธนูที่บินมา

                ยังไงก็ตามแต่ขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกคนนะคะ ใจจริงตอนแรกเราเปิดเรื่องนี้มาเพื่อกะแต่งให้ตัวเองอ่านเอาสนุกนะ ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาติดตามเลยด้วยซ้ำ เพราะโดยส่วนตัวแล้วเราคิดว่ามันค่อนข้างจะเป็นการผสมผสานฟิคที่แปลกอยู่พอตัว #เรียกว่าตั้งใจเปิดมาเพื่อสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ ฮา

                ท้ายสุดสำหรับตอนนี้ ขอขอบคุณทุกกำลังใจมากๆอีกครั้งค่ะ ทั้งจากคนที่เข้ามากดแอด Fav. และเข้ามาคอมเม้นต์รอ ทำให้เรามีแรงฮึดปั่นขึ้นมาเยอะเลยล่ะ <3 เพราะงั้นถ้าเกิดไม่เป็นการรบกวนมากนักก็ช่วยอยู่ด้วยกันไปนานๆนะคะ! อย่าเพิ่งทิ้งกันไปน้า ฝากติดตามฟิคมโนเรื่องนี้ต่อด้วยค่ะ รัก : D <3



1 คอมเม้นต์ = 1 พันล้านกำลังใจของผู้เขียนนะคะ

 

8 / 7 / 2017



(c) Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

36 ความคิดเห็น

  1. #32 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 08:38
    กลับมาอ่นอีกก็ยังชอบธีมของเรื่องนี้นะคะ เป็นความรู้สึกสบายๆฟุ้งๆสไตล์ไรท์ เสียดายที่ก่อนหน้านี้เราทำตัวเป็นนักอ่านเงา... ขอโทษด้วยนะคะ (โค้ง)
    #32
    0
  2. #16 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 01:51
    เพิ่งมาเจอเรื่องนี้ พลาดหนักมาก !!!!!!!! 
    #16
    0