How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 8 : บทที่ 6 [Ruangkhao's Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 มี.ค. 59

6

Ruangkhao

 

วันนี้ช่างเป็นวันที่แสนรื่นรมย์ หลังจากทะเลาะกับเด็กจอมกวนโอ๊ยนั่น เมื่อกลับบ้านมาชั้นก็ได้น้องแม็กนี่แหละที่มาเติมพลังชีวิตที่ขาดหายไปให้กับชั้น และวันต่อมาก็เป็นวันเสาร์พอดี ซึ่งก็คือวันนี้ ในที่สุดชั้นก็ได้นอนตีพุงอยู่บ้านสบายใจเฉิบ ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงกว่าๆ ชั้นนั่งมองโชตะน้อยทำการบ้าน ชั้นรับหน้าที่คอยสอนการบ้านให้น้องแม็กเองแหละ ยังไงก็เป็นการบ้านเด็กประถมกากๆอยู่แล้ว แต่พอเอาเข้าจริงชั้นแทบไม่ต้องสอนอะไรเลยเพราะโชตะน้อยของชั้นนั้นเป็นเด็กที่จะพาชาติไปสู่ความเจริญ ตั้งใจเรียนแถมแบ่งเวลาเป็นอีกต่างหาก ฮ้า ช่างสมกับคำว่าเด็กฉลาดชาติเจริญเสียจริงๆ

“กริ๊ง” เสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น

“ข้าว ไปดูซิลูกว่าใครมา” เสียงแม่ชั้นดังมาจากในครัว

“ค่า” เนื่องจากป้าทิวาออกไปทำงาน ชั้นราชาและแม่เลยต้องคอยเฝ้าบ้านให้ แม่ชั้นก็คอยทำงานบ้านให้ตลอดเวลา ชั้นก็ช่วยเหลือแม่บ้างเป็นบางครั้ง เช่นเวลาทำอาหารชั้นก็คอยเป็นลูกมือให้แม่อยู่เรื่อย ส่วนราชางั้นเหรอ เทียบกับน้องแม็กแทบไม่ติดเลยด้วยซ้ำ การบ้านก็ไม่ทำ งานบ้านก็ไม่ช่วย เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องเล่นเกมทั้งวันทั้งคืน แม่ก็จนปัญญาแล้วที่จะให้มันออกจากห้อง เลยปล่อยเลยตามเลย แต่ชั้นว่าแม่ก็ตามใจมันเกินไปนะ เกิดปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปจะมีใครเอา จะไปเลี้ยงดูใครเขาได้ อนาคตมีแต่ล่มจมเปล่าๆ

“โย่ว” เมื่อชั้นเปิดประตูออกก็พบกับคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างมากเหมือนเพิ่งเจอไปเมื่อวาน เมื่อวาน.. จริงสิ! หมอนี่! หัวโจกตัวจริงเมื่อวานนี่นา คนๆนี้มาทำอะไรที่บ้านชั้นเนี่ย

“รุ่นพี่มีอะไรรึเปล่าคะ แล้วรู้ที่อยู่บ้านชั้นได้ไง” ชั้นถามด้วยความสงสัยและกลัวเขาจะมาหาเรื่องน้องชั้นอีก

“ชั้นไม่ได้มาหาเรื่องเธอหรือน้องเธอหรอกน่า” เหมือนเขาอ่านใจชั้นออก พูดได้ตรงประเด็นเลย “เมื่อวานชั้นมาทางนี้แล้วเห็นเธอเดินเข้าบ้านพอดีน่ะ วันนี้เลยอยากมาทักทายหน่อย อ้ออีกอย่างไม่ต้องเรียกชั้นว่ารุ่นพี่ก็ได้ ตอนนี้อยู่นอกโรงเรียนไม่เป็นไรหรอก เรียกแค่จาฟาร์เฉยๆ ก็พอ” สงสัยชั้นคงจะประมาทเกินไป เกิดเป็นคนโรคจิตหรือคนไม่ดีเดินตามแล้วชั้นไม่รู้ตัวอย่างนี้คงจะแย่เอาแน่ แต่รุ่นพี่ชื่อจาฟาร์จริงดิ ทำไมช่วงนี้ชั้นถึงได้เจอแต่คนชื่อแปลกกันเนี่ย

“แค่มาทักทาย?”

“แหม อยากให้ชั้นทำอย่างอื่นหรือไง”

“ชั้นก็แค่สงสัยว่าถ้าอยากจะทำแค่นั้นถึงกับต้องถ่อมาถึงบ้านชั้นให้เสียเวลาไปเปล่าๆเลยหรอก็แค่นั้นเองค่ะ”

“ถ้างั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่าๆอย่างที่เธอว่า สนใจจะไปเที่ยวด้วยกันมั้ยล่ะที่ห้างข้างๆนี่ก็ได้”

“ไม่ล่ะค่ะ ชั้นต้องอยู่สอนการบ้านน้อง” ชั้นปฏิเสธแทบจะทันควัน คนแบบนี้ชั้นไม่ไว้ใจหรอก ก็อย่างที่บอกไป ดูเป็นเสือผู้หญิงจะตาย

“โห ตัดรอนน้ำใจกันขนาดนี้เลยหรอ นี่จะไม่คิดเลยใช่มั้ย เอางี้ก็ได้ อยากกินอะไรบอกมาเดี๋ยวชั้นเลี้ยงเอง” คำว่า เดี๋ยวเลี้ยงเอง ของพี่เขาทำให้ชั้นตาลุกวาว ดูๆไปพี่เขาก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อย เดี๋ยวปฏิเสธไปอีกรอบคงเสียน้ำใจแย่

“อืมม.. ถ้างั้น ก็ได้ค่ะ” เห็นว่าเสนอมาขนาดนี้หรอกนะ ไม่งั้นชั้นคงดูเป็นคนเลวทันทีเลย ในสายตาเขาน่ะ

 

และแล้วชั้นก็ออกมากับเขาจนได้ เห้อ ตั้งแต่พ่อเสียชั้นก็อดไม่ได้เลยเรื่องของฟรีเนี่ย ในตอนนี้ชั้นว่าของฟรีนั้นสำคัญที่สุดแล้วล่ะ

“ว่าแต่เธอกินข้าวเที่ยงมารึยัง ชั้นยังไม่ได้กินเลย”

“ชั้นก็ยังเหมือนกันค่ะ รุ่นพี่เลือกเลยค่ะว่าจะกินอะไร ยังไงรุ่นพี่ก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว” ชั้นพูดด้วยท่าทีเหนื่อยใจกับตัวเองที่เห็นของฟรีเป็นไม่ได้เลย ถ้าอนาคตมีโรคจิตมาหลอกเอาของฟรีให้แล้วเราก็เชื่อ สุดท้ายก็คงไปไหนไม่รอดนั่นแหละ

“ไม่เอาน่า ร่าเริงหน่อยสิ งั้นเธอเลือกเลย เพราะตอนนี้ชั้นหิวมากกก จะเขมือบหัวเธอได้อยู่แล้ว ยังไงคนหิวก็กินไม่เลือกหรอก”

“ฮ่าๆๆ รุ่นพี่นี่ก็เป็นคนตลกดีนะคะ ก็ได้ค่ะ งั้นชั้นเลือกร้านนั้นละกัน” ชั้นชี้ไปทางร้านโจ๊ก (เจินกินสเต็กเรากินโจ๊กอ่ะ เอาเส่ะ) ร้านหนึ่ง ที่ภายในร้านนั้นมีคนกระจ้อยร่อยน้อยนิดเหลือเกิน ชั้นคิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่เลือกร้านนี้ ชั้นเหลือบไปมองรุ่นพี่ที่ท่าทางหิวโซ

“ก็น่ากินดีนี่ เข้าร้านกันเถอะ” จากนั้นเขาก็เดินนำชั้นไป

“เอ่อ..ถ้ารุ่นพี่ไม่อยากกินร้านนี้จะเปลี่ยนร้านก็ได้นะคะ ทางชั้นไม่เป็นอะไรอยู่แล้ว”

“อะไรกันเล่า ชั้นก็เลือกร้านนี้แล้วไง เอ้า เข้าร้านไป”

“เอ๋!?” รุ่นพี่ผลักชั้นเข้าร้าน กลิ่นโจ๊กหอมฉุยลอยมาเตะจมูกชั้น ตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่าชั้นเลือกร้านไม่ผิดจริงๆ

“ตกลงเอาไง จะเปลี่ยนร้านมั้ย ชั้นจะได้ไปหาร้านใหม่” รุ่นพี่ถามชั้นที่กำลังจะเดินไปตามกลิ่น

“รุ่นพี่ไม่ต้องไปหาร้านใหม่ก็ได้ค่ะมันเสียเวลา แหะๆ รุ่นพี่หิวอยู่ไม่ใช่หรอคะ นั่งค่ะนั่ง” ชั้นยิ้มแห้งๆ ก่อนผายมือไปทางโต๊ะที่ว่างอยู่ให้รุ่นพี่เข้าไปนั่ง

เห็นข้างนอกร้านดูโทรมๆ ไม่ค่อยมีคน ไม่ค่อยน่ากินขนาดนั้น แต่พอเข้ามาในร้านก็หรูไม่เบานะเนี่ย การตกแต่งร้านด้วยสีน้ำตาล อาจจะดูมืดไปหน่อย แต่ก็ดูดีใช้ได้เลยล่ะ เก้าอี้ก็เป็นแบบโซฟาไม่สกปรกเหมือนตามร้านอื่นๆด้วย ถือว่าเป็นร้านที่ใช้ได้เลยทีเดียว แถมดูราคาจากเมนูแล้วก็ถูกอีกด้วย วันหลังต้องพาแม่กับราชามาที่ร้านนี้ซะแล้ว คงจะถูกใจเหมือนกัน

หลังจากที่ชั้นกับรุ่นพี่สั่งอาหารเสร็จแล้ว เราก็คุยนู่นคุยนี่รออาหารมา จากที่ลองคุยดู เขาก็เป็นคนดีใช้ได้ ไม่เห็นเหมือนกับที่ชั้นคิดไว้ตอนแรกเลยแฮะ ออกจะเป็นคนเฮฮาด้วยซ้ำ นี่ชั้นเอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ยว่าเขาเป็นคนไม่ดี กลับไปบ้านคงต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองซะแล้ว สงสัยคงจะมีอคติมากไปล่ะมั้ง เอ.. แต่ปกติชั้นก็เป็นคนมองโลกในแง่ดีนะ (คิดเอง) ไม่น่าจะไปอคติใครเขาได้ แต่ช่างเหอะ อาหารที่สั่งไว้ก็มาพอดี

“เธอสั่งอะไรน่ะ” รุ่นพี่ชะโงกหน้ามาดูในชามชั้น

“ชั้นสั่งโจ๊กไก่น่ะค่ะ รุ่นพี่ลองชิมมั้ย?”

“ได้หรอ?”

“ได้สิคะ รุ่นพี่เป็นคนจ่ายนะ” พูดอย่างนี้บ่อยๆเหมือนชั้นไปเตือนสติเขาหรือเปล่านะว่า เธอจ่ายนะ เธอจ่ายนะ อะไรแบบนี้ แต่คงไม่หรอกมั้ง รุ่นพี่เป็นคนดีจะตาย

จากนั้นรุ่นพี่ก็ตักโจ๊กของชั้นไปกิน

เมื่อเราสองคนทานกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ก็ชวนชั้นไปทานของหวานต่อ แต่คราวนี้ชั้นให้รุ่นพี่เลือก เขาเลือกร้านไอศกรีมร้านหนึ่ง ภายในร้านตกแต่งด้วยของหวานแหวว ไม่รู้ที่รุ่นพี่เลือกร้านนี้เพราะกะจะเอาใจชั้นหรือว่าเพราะสไตล์เขาเป็นแบบนี้กันแน่

ชั้นสั่งไอศกรีมรสมะนาวมา ส่วนรุ่นพี่สั่งรสสตรอเบอร์รี่มา

“ชั้นคิดว่ารุ่นพี่จะชอบพวกรสกาแฟหรือไม่ก็วนิลาซะอีกค่ะ”

“นี่ชั้นดูเป็นผู้ใหญ่ขนาดนั้นเลยหรอ ฮ่ะๆ ชั้นไม่ชอบหรอกพวกกาแฟน่ะ มันทำให้ชั้นนอนไม่หลับน่ะนะ” รุ่นพี่พูดไปตักไอติมเข้าปากไป

“ชั้นก็ไม่ชอบค่ะ” หลังจากชั้นพูดจบพวกเราก็ทานไอศกรีมกันอย่างสงบ ชั้นรู้สึกไม่ชอบใจเอาซะเลย กับความเงียบนี้ ชั้นแอบเหลือบมองใบหน้าของรุ่นพี่ที่กำลังดื่มด่ำกับรสชาติของไอศกรีมอยู่ จะว่าไปพึ่งมาสังเกตหน้ารุ่นพี่ดีๆ เขาก็หล่อไม่เบานะเนี่ย ใบหน้าทรงไข่ ดวงตาเรียวคมน่าค้นหา ริมฝีปากที่บางได้รูป นี่ชั้นอยู่กับผู้ชายที่หล่อขนาดนี้มาเกือบทั้งวันเลยหรอเนี่ย มิน่าคนถึงได้มองนัก

“หืม? มีอะไรงั้นหรอ” รุ่นพี่ที่เริ่มรู้สึกว่ามีคนลอบมองใบหน้าแสนสวยของเขาก็ถามขึ้น

“ปะ-เปล่าค่ะ แค่นึกถึงครั้งแรกที่เราเจอกันเฉยๆ จะว่าไปตอนนั้นชั้นน่ะรู้สึกว่ารุ่นพี่ดูเป็นเสือผู้หญิงมากเลยนะคะ แต่พอได้มาคุยด้วยกันแบบนี้แล้วถึงได้รู้ว่ารุ่นพี่เป็นคนยังไง”

“แล้วชั้นเป็นคนยังไงล่ะ ในสายตาเธอ”

“รุ่นพี่ก็เป็นคนดี เฮฮา อยู่ด้วยแล้วไม่เบื่อ แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก” ชั้นอธิบายจากที่ชั้นคิดตามจริง

“ข้อสุดท้ายนี่ชั้นควรจะเขินดีมั้ยนะ ฮ่าๆๆ”

“จะว่าไปตอนนั้นทำไมรุ่นพี่มาเขี่ยผมชั้นเล่นล่ะคะ รู้มั้ยตอนนั้นชั้นกลัวแทบแย่” ชั้นถามสิ่งที่คาใจออกมา ตอนแรกก็ไม่กล้าเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่ารุ่นพี่เป็นคนดีไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก รุ่นพี่นิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบออกมา

“อ๋อ ก็ ตอนนั้นแค่แหย่เล่นเฉยๆน่ะ ฮ่าๆ แต่เธอจะกลัวอะไร กลัวชั้นได้กลิ่นหัวเธอรึไงกัน” รุ่นพี่อธิบายและตบท้ายด้วยมุกตลก..

“ชั้นไม่คิดเลยนะคะ.. ว่ารุ่นพี่จะปากเสียได้ขนาดนี้น่ะค่ะ..” ชั้นพูดด้วยท่าทีหมดศรัทธา

“แหมๆ หยอกเล่นนิดหน่อยเอง อย่างอนน้า” รุ่นพี่ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าชั้น

“ค่าๆ หนูก็ไม่ได้อะไรซักหน่อ-

ปัง!

ชั้นพูดยังไม่ทันจบก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้เดินมาตบโต๊ะที่ชั้นกับรุ่นพี่นั่งอยู่

“จาฟาร์ นังนี่ใครกัน” ผู้หญิงคนนั้นชี้หน้าชั้น

นี่ชี้หน้ากันเลยหรอ จะหยามกันเกินไปแล้วมั้ง

ปัง!

คราวนี้ชั้นตบโต๊ะและลุกขึ้นยืน ผู้หญิงคนนี้ดูท่าจะเตี้ยกว่าชั้นเล็กน้อยเลยทำให้ชั้นยังพอดูน่าเกรงขามอยู่บ้าง

“จะเกินไปหน่อยแล้วมั้ง เธอเป็นใครกันถึงมาชี้หน้าชั้นได้ แล้วผมแกละสองข้างนั่นมันอะไรกัน ชั้นว่าเธอน่าจะแก่กว่าชั้นซะด้วยซ้ำ มาทำตัวเด็กตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วป้า ส่วนพวกผู้หญิงที่ดูไฮโซหรูเริดที่ยืนออกันอยู่หน้าร้านคงจะเป็นเพื่อนเธอสินะ พวกนั้นไม่เคยบอกหรือไงกันว่ามันไม่เหมาะกับตัวเองเลยซักนิดน่ะ แล้วจำไว้ซะด้วยชั้นถือคติที่ว่า ฆ่าไม่ได้ และ หยามไม่ได้ด้วย’ !” เอาล่ะสิ กลายเป็นว่าตอนนี้คนทั้งร้านต่างพุ่งจุดสนใจมาที่ชั้นและยัยแกละปัญญาอ่อนนี่

“ใครป้าหล่อนยะ แล้วก็คติประจำใจนั่นชั้นไม่สนเลยซักนิด หยามไม่ได้ฆ่าไม่ได้อะไรกัน ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย จาฟาร์ ดูนังนี่สิ นอกจาดมันจะพูดด้วยถ้อยคำรุนแรงแล้วมันยังว่าทรงผมฟองน้ำด้วยอ่ะ” ยัยฟองน้ำอะไรนี่หันไปเกาะแขนละออเซาะรุ่นพี่ แต่ดูเหมือนรุ่นพี่ก็คงรำคาญเหมือนกันเลยสะบัดแขนออก

“ฟองน้ำ นี่เธอเป็นอะไร เธอเป็นรุ่นพี่ม.6 นะ จะไม่เหลือความศรัทธาให้รุ่นน้องเลยหรอ แล้วก็เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วคนอื่นเห็นมันจะดูไม่ดี”

“นี่จาฟาร์จะเข้าข้างนังเด็กนั่นหรอ ฟองน้ำไม่ยอมนะ เราไม่ใช่แฟนกันแล้วใช่มั้ย” ยัยฟองน้ำล้างจานนั่นยังทำงอแงเป็นเด็กอยู่เหมือนเดิมถึงแม้จะเจอรุ่นพี่พูดไปขนาดนั้นก็ตาม

“ชั้นไม่คุยกับเธอแล้ว ออกไปก่อนที่ชั้นจะอารมณ์เสียนะ”
“แต่ฟอง
-

“ออกไป!!” ยัยฟองน้ำอะไรนั่นอึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกจากร้านด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียด ถึงแม้ชั้นจะเคยเห็นรุ่นพี่ตะโกนสั่งพวกลูกน้องไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นชั้นก็ยังอดไม่ได้ที่จะสะดุ้งเฮือก “เฮ้อ น่าปวดหัวจริงๆยัยพวกนี้” รุ่นพี่นั่งลงกุมขมับ เมื่อเหตุการณ์จบลง ทุกคนก็หันกลับไปลิ้มรสชาติของไอศกรีมเหมือนเดิม พวกพนักงานที่เห็นว่าเกิดเรื่องกำลังเดินเข้ามาห้าม แต่โชคร้ายเพราะตอนนั้นเป็นช่วงที่รุ่นพี่ตะโกนพอดี หลังจากนั้นก็หายแน่บไปเลย สงสัยจังว่าที่บ้านเขาเป็นพวกยากูซ่าหรือมาเฟียอะไรเทือกๆนี้หรือเปล่า เพราะใครๆก็ต่างกลัวรังสีอำนาจอันทรงพลังของรุ่นพี่ที่แผ่ออกมารอบๆตัว ดูจากปฏิกิริยาของทุกคนในร้านแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ก็คงจะผวากันน่าดู

“เอ่อ รุ่นพี่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” ชั้นถามหลังจากนั่งเงียบมานาน

“ขอโทษ ชั้นไม่เป็นอะไรแล้วล่ะแต่ขอออกไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

“ค-ค่ะ!” หลังจากนั้นรุ่นพี่ก็เดินออกไปจากร้าน

 

กลุ่มเด็กสาวไฮโซนั้นทุกคนต่างขวัญหนีดีฝ่อ โดยเฉพาะที่สุด เด็กสาวผู้นำของกลุ่ม ฟองน้ำจากเหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้เธอได้เห็นอีกด้านหนึ่งของ จาฟาร์จอมเสือผู้หญิง ที่เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ด้วยใบหน้าที่หล่อคมคายนั่นทำให้หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้ เธอรู้สึกได้ว่าเธอไม่ควรจะไปยุ่งกับผู้ชายคนนั้นอีก แต่ทำไงได้ล่ะ ก็เธอหลงรักเขาไปแล้วนี่นา เอาจริงๆเธอก็มีหน้าตาน่ารักนะแต่ถ้าไม่ทำตัวเด็กเกินไปหน่อยคงจะดีกว่านี้

“รอก่อน! ฟองน้ำ แฮ่กๆ” จู่ๆชายหนุ่มที่เพิ่งไล่เธอออกมาเมื่อกี้ก็วิ่งตามเธอมาซะงั้น

“อะไรล่ะ จะมาว่าอะไรอีก แล้วนังเด็กนั่นไปไหนแล้วล่ะไม่พามาด้วยแล้วหรอ ไปพามาสิจะได้ด่าชั้นให้สะใจไปเลย” เด็กสาวว่าด้วยท่าทีที่ประชดประชัน

“ไม่เอาน่าฟองน้ำ ตัวก็รู้หนิว่าเราเป็นคนยังไง ให้ตายเราก็ไม่มีวันไปหลงรักเด็กนั่นหรอก” เขาจับมือเธอขึ้นมา

“แล้วเมื่อกี้นี้มันอะไร ทำไมจาฟาร์ถึงได้ตะโกนใส่น้ำอย่างนั้น รู้มั้ยน้ำอายคนเขามากแค่ไหน” ฟองน้ำสะบัดมืออกด้วยท่าทีงอแง

“ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น นังเด็กนั่นจะตายใจหรอ”

“ตายใจ? นี่ตัวจะทำอะไรกับนังเด็กนั่น” ฟองน้ำมันมาด้วยท่าทางสนใจ ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มกับความสำเร็จ ก่อนจะกลับไปทำหน้าเหนื่อยหอบเหมือนเดิม

“ก็น้องชายของยัยคนนั้นมันทำตัวกร่าง แต่พอเราเข้าไปจะสั่งสอน ยัยนั่นก็ออกมาขวางเราเลยไม่พอใจ เราก็เลยคิดจะสั่งสอนยัยนั่นแทน โดยจะทำให้มันรักเราแล้วก็หักอกมันทิ้งไงล่ะ”

“แต่แค่ตัวหว่านสเน่ห์นิดหน่อยยัยนั่นก็น่าจะชอบแล้วนี่นา”

“นังเด็กนั่นน่ะมันไม่ง่ายอย่างที่เราคิดน่ะสิ มันต้องใช้เวลา”

“ถ้างั้นน้ำขอช่วยตัวด้วย น้ำจะคอยแกล้งมันให้มันอยู่ไม่เป็นสุขเลยเป็นไง” เด็กสาวยิ้มอย่างภูมิใจกับสิ่งที่ตนคิดได้

“ดีเลย! เราคิดไม่ผิดจริงๆที่เลือกคบน้ำ แต่ตัวต้องสัญญาก่อนนะว่าเมื่อไหร่ที่ตัวมีแผนตัวต้องบอกเราก่อน” เขายื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าคู่สนทนา

“น้ำสัญญา!” ยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยตอบ

 

“ทำไมรุ่นพี่ถึงไปนานจัง หรือกินอะไรไปผิดสำแดงเลยจู๊ดๆ แต่ไม่กล้าบอกเราเพราะอายหรือเปล่านะ” ชั้นพูดกับตัวเองขณะที่รอรุ่นพี่กลับมาจากห้องน้ำเสียนาน ที่รอไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่ชั้นไม่ได้เอากระเป๋าตังมาด้วยเลยต้องรอให้รุ่นพี่มาจ่ายเนี่ยแหละ ก็มีคนเลี้ยงแล้วทั้งทีจะพกมาให้หนักทำไมล่ะ

“กำลังพูดอะไรแปลกๆเกี่ยวกับชั้นอยู่หรือเปล่า ขอบอกก่อนเลยนะ ชั้นไม่ได้ไปอึแน่ๆ”

รุ่นพี่พูดดักทางชันไว้ก่อน แต่เสียใจด้วยค่ะชั้นคิดไปเรียบร้อยแล้วล่ะ..

“อ่าว แล้วทำไมรุ่นพี่หายไปซะนานเลยล่ะคะ” ชั้นถามด้วยความแปลกใจ

พอดีชั้นเห็นของร้านหนึ่งมันน่าสนใจดีเลยแวะเข้าไปดูน่ะ”

“งั้นรุ่นพี่จะไปซื้อมั้ยล่ะคะ เดี๋ยวชั้นไปเป็นเพื่อน”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นก็จะกลับแล้วล่ะ จ่ายเงินเสร็จก็ไปเลย เพราะเมื่อกี้พ่อชั้นโทรมาให้กลับบ้านบอกว่ามีเรื่องด่วนน่ะ”

“อ๋อ โอเคค่ะ” ชั้นลุกขึ้นยืน “ต้องขอบคุณสำหรับวันนี้มากนะคะ ชั้นสนุกมากเลยค่ะ” ชั้นผงกหัวให้รุ่นพี่ที่ยืนอยู่แล้วหน่อยหนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากร้านพร้อมกัน

“ชั้นไปทางนี้น่ะ ต้องแวะไปทำธุระด้วยเธอกลับไปก่อนเลยละกัน”

“ยังไงก็ขอบคุณสำหรับวันนี้มากจริงๆค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกงั้นชั้นไปละ กลับดีๆล่ะ” รุ่นพี่พูดก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง

หมดไปแล้วอีกวันหนึ่งสินะ เห้อ พรุ่งนี้ชั้นต้องนอนตีพุงอยู่บ้านตาdแอร์ให้ได้เลยคอยดู

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น