How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 [Ruangkhao's Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 มี.ค. 59

4

Ruangkhao

 

1 อาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนดมตด

ตอนนี้ชั้นก็มีกลุ่มเป็นของตัวเองแล้วค่ะ! ในกลุ่มของเรานั้นมีสี่คน มีชั้น มีเจิน มีตะปู และมีคิมหันต์ ถึงแม้สองคนสุดท้ายดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจจะอยู่กลุ่มเดียวกันซักเท่าไหร่แต่ก็นะ เรื่องอะไรชั้นจะปล่อยให้พวกนั้นไปฉายเดี่ยวกันล่ะ คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนร่วมกันตาย สี่คนฆ่ากันตายไงล่ะ

ถึงแม้วันแรกจะผ่านไปได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่วันต่อๆมาชั้นกับเจินก็พยายามกันทุ่มกายทุ่มใจตื๊อพวกนั้นมาทานกลางวันด้วยกันจนได้ และวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่พวกเรามาทานข้าวกลางวันด้วยกัน

เจินเล่าให้ชั้นฟังว่าเมื่อตอนม.4 เธอกับทะเลจะต้องไปทานอาหารกลางวันด้วยกันทุกวัน แต่หลังจากทะเลมีแฟน เจินก็เลยต้องมาทานคนเดียว แต่หลังจากนั้นไม่นานทะเลก็เลิกกับแฟน ก็เลยกลับมาทานข้าวด้วยกันเหมือนเดิม และพอขึ้นม.5 เธอก็เจอกับชั้น ผู้เป็นแสงสว่างแห่งการดำเนินชีวิต ผู้ที่เปรียบเสมือนพระเจ้า ผู้ที่เป็นดั่งคนที่ฟ้าประทานมาให้ (เติมเอง) เธอเลยมีเพื่อนมาทานอาหารกลางวันด้วย เพราะเดี๋ยวนี้ทะเลจะไปทานข้าวกับเพื่อนห้องอื่นเลยไม่ได้มาทานกับเจิน นี่ถ้าไม่มีพวกชั้นนี่เจินก็ต้องมานั่งทานคนเดียวอีกสินะ เป็นคนยังไงกันนะหมอนั่น

 

วันนี้ทุกคนก็ทานของโปรดของตัวเองกันหมดเลยแฮะ เจินก็ทานสปาเก็ตตี้ ตะปูก็ทานราเมน ส่วนคิมหันต์ก็ทานไก่ทอด ทานเหมือนเดิมทุกวันจนชั้นรู้ได้เลยล่ะว่ามันคือของโปรดของเจ้าพวกนั้น มีแต่ชั้นใช่มั้ยเนี่ยที่เปลี่ยนรายการอาหารทุกวัน

“นี่คิมหันต์ ทานแต่ไก่ทอดทุกวันเนี่ยเดี๋ยวนมก็ใหญ่ไม่รู้ตัวหรอก” ชั้นแซะหนุ่มผมแดงข้างๆ

“นั่นสินะ ของแบบนี้ต้องให้เธอกินต่างหาก ดูสิราบซะเหมือนพึ่งลาดถนนใหม่เลยนั่น”

ถึงหมอนั่นจะพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ชั้นเจ็บหนักกว่าเดิมอีก

“อย่างน้อยนายก็ควรพูดให้มีสีหน้ามากกว่านี้หน่อยสิยะ หรือไม่ก็ทำเสียงแปลกๆเช่น กร๊าก ไม่ก็ฮ่าๆก็ได้ แบบนี้มันเจ็บเกินไปนะ!”

“มันไม่ใช่เสียงแปลกๆซักหน่อยนะเฟ้ย มันเรียกว่าเสียงที่สร้างความครื้นเครงต่างหาก”

“จะเรียกไรก็ช่างเหอะ ยังไงเสียงมันก็แปลกอยู่ดี บลาๆๆ” จากนั้นชั้นก็เริ่มกัดกับคิมหันต์

“เอ่อ..แหะๆ พอเถอะนะทั้งสองคน ตะปูนายก็ช่วยห้ามพวกนั้นหน่อยสิ” ชั้นได้ยินเสียงของเจินดังเล็ดลอดมาท่ามกลางการถกเถียงของชั้นกับเจ้าคิมหันต์

“ทำไมชั้นต้องห้ามด้วยล่ะ ชั้นไปเก็บจานละ” แหมเย็นชาจังนะพ่อคุณ

“รวงข้าว! รวงข้าว! เกิดเรื่องแล้ว!” จู่ๆก็มีเสียงคนเรียกชื่อชั้นลั่นโรงอาหาร ทำให้หยุดการทะเลาะวิวาทของชั้นกับคิมหันต์โดยเฉียบพลัน

“มีอะไรงั้นหรอไอ(ชื่อเพื่อน) ชั้นอยู่นี่!” ชั้นตะโกนบอกที่อยู่ให้เพื่อนร่วมห้อง

“แย่แล้ว! น้องชายของเธอโดนพวกรุ่นพี่ม.6 รุมอยู่น่ะ”

“อะไรนะ พาชั้นไปหาราชาที!” ชั้นบอก

“อื้ม!” หลังจากนั้นไอก็ทางชั้นไป

 

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรอ ทำไมจู่ๆ..”

“คือตอนนั้นชั้นยืนคุยกับเพื่อนอยู่ที่ระเบียงแล้วพอมองออกไปทางหน้าต่างก็เห็นน้องเธอโดนรุมอยู่ แต่ชั้นเห็นมีเด็กอีกคนคอยกันพวกรุ่นพี่ให้น้องเธออยู่ด้วยนะ จากนั้นชั้นก็วิ่งไปหาเธอที่โรงอาหารเลย” ไอเล่า

“แล้วเธอแน่ใจใช่มั้ยว่าเป็นน้องชายชั้นน่ะ”

“อื้ม! แน่ใจสิ เพราะชั้นเห็นเธอสองคนกลับด้วยกันทุกวัน นี่ไง ถึงแล้ว” ในที่สุดชั้นก็ถึงจุดๆที่ราชาโดนหาเรื่อง มีไทมุงเต็มไปหมดชั้นจึงต้องค่อยๆแทรกกายเข้าไป แต่พอไปถึงราชาก็โดนรุมแล้ว

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ชั้นบอกให้หยุดไง หยุด! หยุดดด!” เมื่อชั้นพูดแล้วไม่มีใครฟัง ชั้นเลยเอาตัวเข้าไปขวางเสียเลย

หลังจากนั้นพวกผู้ชายที่ทำร้ายราชาอยู่ก็หยุดทันที

“ค่อยๆลุกนะ” ชั้นช่วยพยุงราชาให้ลุกขึ้นมา ตามตัวมีรอยช้ำเต็มไปหมด ปากแตก คิ้วแตก กลับบ้านไปจะอธิบายให้แม่ฟังยังไงดีเนี่ย “เกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ๆพวกพี่ถึงต้องมาทำร้ายน้องชั้นด้วย!” ชั้นหันไปถามพวกคนที่ทำร้ายราชา

“ก็มันทำตัวกร่างตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอม โดดเรียนตั้งแต่เช้า ละพวกเราเจอเข้าก็เลยคิดว่าต้องสั่งสอนเด็กไม่ดีซักหน่อย ก็แค่นั้น” คนที่เหมือนจะเป็นหัวโจกพูดขึ้น

“อะไรนะ โดดเรียนตั้งแต่วันแรก? นี่ชั้นบอกให้แกขึ้นห้องเรียนไม่ใช่หรอ แล้วไปเถลไถลที่ไหนห๊ะ ถ้าชั้นมาเจอแกช้ากว่านี้จะทำยังไง ถ้าแกเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ พ่อก็ไม่อยู่แล้ว กลับไปเนี่ยแกคิดว่าแม่จะรู้สึกยังไงห๊ะ ราชา!” ชั้นพูดทั้งน้ำตา

“ก็ผมแค่คิดจะสำรวจโรงเรียนเฉยๆ แต่พอมาดูเวลาอีกทีก็เลยคาบโฮมรูมไปแล้ว ก็เลยคิดว่าไม่เข้าห้องเลยดีกว่า แล้วก็มาเจอรุ่นพี่พวกนี้เข้า แต่ตอนนั้นพวกพี่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผมซักหน่อยผมก็เลยคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก”

“ใช่ ตอนนั้นยังไม่เป็นอะไร แล้วดูตอนนี้สิ ดูสภาพแกตอนนี้สิราชา แกจะทำให้แม่กับชั้นทรมานใจไปถึงเมื่อไหร่กัน”

ตอนนี้ชั้นไม่รู้อะไรทั้งนั้น ชั้นระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมาหมดจนลืมไปว่ายังมีพวกรุ่นพี่อยู่ข้างหลัง ยังมีคนมุงเหตุการณ์อีกเพียบ

“เอ่อ..พี่ครับ ผมว่าตอนนี้เราพาราชาไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่านะ ดูสภาพมันตอนนี้คงจะไม่พร้อมรับคำด่านะ” จู่ๆก็มีหนุ่มหน้าใสเข้ามาพูดกับชั้น

ใครฟะ?

ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ก็ควรจะทำตามที่หนุ่มน้อยพูดก่อนละกัน

“เฮ้ยเดี๋ยว จะไปไหนฮะ” ตอนชั้นกำลังจะพาราชาไปห้องพยาบาลจู่ๆหัวโจกคนนั้นก็จับไหล่ชั้นหมับ

“เอ่อ..ก็พาน้องไปห้องพยาบาลไงคะ แหะๆ” พอมามองดูอีกทีตานี่ก็น่ากลัวไม่เบาแฮะ แล้วเมื่อกี้ชั้นพูดอะไรลงปายยย ถ้าจำไม่ผิดชั้นตะโกนใส่เขาไปด้วยนี่ ม่ายยย

“ตอนนี้พวกเธอยังไปไหนไม่ได้!”

เฮือก! อยู่ดีๆหัวโจกคนนั้นก็ตะโกนเสียงดังทำเอาชั้นขนลุกซู่ จะทำยังไงดีเนี่ยยยย

“พอเถอะออโต้ ปล่อยไป” จู่ๆ ก็มีหนุ่มหล่อเดินกอดอกฝ่าฝูงชนออกมา

“อะไรนะครับลูกพี่ จะให้ปล่อยไปเนี่ยนะ! ไหนลูกพี่บอกว่าให้จัดการ..”

“หุบปาก!! บอกให้ปล่อยก็ปล่อยไปสิ เดี๋ยวนี้กล้าเถียงหรอ” หยึย เห็นหน้าตาหล่อๆแบบนี้ก็โหดไม่เบานะเนี่ย

“ขอโทษครับ..” มาสงบเสงี่ยมตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วลูก

“อย่าถือสาเจ้าพวกนี้เลย ว่าแต่ ชื่ออะไรหรือจ๊ะ” ตาคนนั้นเดินเข้ามาหาชั้นที่พยุงราชาอยู่แล้วเขี่ยปอยผมชั้นเล่น

“เอ่อ.. ไม่ต้องรู้ชื่อก็ได้ค่ะ แต่ขอบคุณมากนะคะที่ห้ามไว้ งั้นชั้นขอตัวพาน้องไปห้องพยาบาลก่อนนะคะ” พูดจบชั้นก็หันหลังแล้วจับแขนหนุ่มน้อยคนนั้นไว้ เขาก็หันมาทำหน้างงใส่

“เผ่นสิ!” หลังจากนั้นชั้นและหนุ่มน้อยก็ติดเกียร์หมาแล้ววิ่งจู๊ดมาห้องพยาบาลทันที

โชคดีที่ยังอยู่ในพักเที่ยง ครูห้องพยาบาลไปทานข้าวเลยไม่มีคนอยู่ ไม่งั้นคงได้ซักแล้วเรื่องต้องไปถึงห้องปกครองแน่ๆ ชั้นเดินไปหากล่องปฐมพยาบาลแล้วมาทำแผลให้ราชา

คนๆนั้น สามารถสั่งลูกน้องที่น่ากลัวขนาดนั้นได้ แถมยังมาถามชื่อชั้น เขาต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แถมคงจะเสือผู้หญิงไม่เบาด้วย

“ฮัลโหล นี่ชั้นเอง รีบมาห้องพยาบาลด่วนเลย  ขนาดเพื่อนตัวเองมีเรื่องยังไม่รู้เลย เป็นเพื่อนภาษาไรเนี่ย เออๆ รีบๆมาเลย” หนุ่มน้อยคนนั้นโทรหาเพื่อนอีกคนหนึ่ง ไม่ได้การละ ต้องรีบถามชื่อ เพื่อนน้องตัวเองต้องรู้จักทุกคนสิ

“เอ่อ..หนุ่มน้อย อยู่ด้วยกันมาเกือบตอนละ ยังไม่รู้ชื่อเลย ชื่อไรอ่ะจ๊ะ” ชั้นถามหนุ่มน้อยด้วยความกระดี๊กระด๊า เจอหนุ่มเคะรูปงามต้องรีบเก็บเกี่ยวสิ

“ผมชื่อตะเกียงครับ ว่าแต่เมื่อกี้พี่เรียกผมว่าอะไรนะ?” อรั้ย ชื่อตะเกียงแหละ เป็นชื่อที่แปลกจริงๆ

“ก็เรียกว่าหนุ่ม-“ ไม่ได้สิ นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนปกติเขาเรียกกัน “อ้อเรียกว่าด่างพร้อยจ้ะ” ชั้นยิ้มรับความภูมิใจ ใช่ๆต้องด่างพร้อยสิ—เดี๋ยวนะ ด่างพร้อย..ม่ายยยย เมื่อกี้ชั้นพูดอะไรออกป๊ายยย ชั้นไม่ได้พูดว่าด่างพร้อยสิ ใช่ๆ ชั้นพูดว่า อ่อนช้อยต่างหากล่ะ ด่างพร้อยอะร๊าย ไม่มี๊

“ดะ-ด่างพร้อย?” กรี๊ดดดดดดดด ภาพลักษณ์ที่แสนดีของช้านนนน ไม่ใช่! นี่ต้องไม่ใช่ความจริง ด่างพร้อยอะไรชั้นไม่เคยพูด ไม่ใช่ความจริง!

“นี่มันไม่ใช่ความจริงสักหน่อย นี่ไม่ใช่ความจริง” ชั้นพูดกับตัวเองพลางนั่งลงแล้วเอาหัวตัวเองไปโขกกับพื้น

“พี่ๆ จะ-ใจเย็น แค่น้องชายคิ้วแตก ไม่เป็นอะไรหรอกพี่”

“มันไม่ใช่เรื่องนั้น!” ชั้นดันเงยหน้าไปทำเสียงแปลกประหลาดใส่อีกว้อยย

“นี่ราชามาดูพี่สาวนายหน่อยสิ หัวจะแตกตายอยู่แล้วนั่น”

“ปล่อยยัยนั่นไปเหอะ”

นังน้องชายทรพี!!

ปัง!

“ไหน! เพื่อนรักชั้นอยู่ไหน!” จู่ๆประตูห้องพยาบาลก็เปิดออก พร้อมกับหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง “อ้าว แล้วยัยบ้าบ๊อบที่ไหนมาสูดดมกลิ่นน้ำยาถูพื้นแถวนี้เนี่ย หอมมากมั้ยล่ะ แต่ไปทำที่อื่นไม่ได้รึไง ช่างเป็นภาพที่บาดตาเสียเลยเกิน ไปไป ชิ่วๆ” หนุ่ม..ที่งามเพียงหน้า ส่วนปากของเขานั้นเน่าเหมือนชั้นแอบไปตดใส่ นี่ชั้นไปทำอะไรให้เขากันนะ ไปนอนทับหลังคาบ้านจนมันทรุดหรือยังไงถึงได้พูดจาอย่างนี้กัน

“นี่พึ่งเจอกันครั้งแรกอย่ามาทำปากเสียนะ! นายนั่นแหละออกไป มันรบกวนนะเข้าใจมั้ย น้องชั้นกำลังพักรักษาตัวอยู่ไปไป๊”

“เอ่อ.. นี่ ครับผม เพื่อนอีกคนหนึ่งในกลุ่มของเราครับ” จู่ๆตะเกียงก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยเสียงอันอ่อนนุ่ม โอ้วหนุ่มน้อย งามทั้งใบหน้าและจิตใจจริงๆ ไปคบกับคนพวกนี้ได้ยังไงกันนี่ ช่างน่าเศร้ามามะมาอยู่กับพี่สาวที่แสนดีคนนี้เถิด

“ว่าแต่ เมื่อกี้บอกว่าตานี่ชื่อไรนะ ชื่อครับผมหรอ? ก๊ากๆๆ ฮ่าๆๆ ชื่ออะไรแปลกพิลึก”

“ก็ดีกว่าเธอละกัน เฮอะชื่อรวงข้าว น้ำมันรำข้าวล่ะสิไม่ว่า”

“ไม่เห็นแปลกตรงไหนย่ะ.. เดี๋ยวนะ นี่นายรู้ชื่อ-“ ชั้นยังพูดไม่ทันจบราชาก็แทรกขึ้นมาก่อน

“โอ๊ย พอๆหนวกหูชะมัดกลับห้องไปได้แล้วไป นี่ก็จะหมดพักเที่ยงแล้ว ชั้นจะนอนพัก” พูดจบก็รูดม่านปิด ถือเป็นการจบการสนทนาทันที

“ถ้าไม่เห็นแก่น้องชายชั้นนะ” ชั้นเชิดใส่

“ถ้าไม่เห็นแก่เพื่อนชั้นนะ” พอชั้นหันไปจะด่าตานั้นก็เชิดตามชั้นแล้วเดินหนีไปซะก่อน

“นี่ลอกชั้นหรอ!”

“บลาๆๆ” หมอนั่นทำท่าล้อเลียนชั้น อ้ากกกก ชั้นไม่เคยให้ใครหยามกันขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

“งั้นผมก็กลับห้องแล้วนะครับ” ตะเกียงหันมาผงกหัวให้ชั้นนิดหน่อยหลังจากนั้นก็เดินตามตานั่นไป

โอ๊ยถ้าไม่เห็นแก่ตะเกียงที่เดินตามหลังไปนะ แม่จะด่าให้ยับเลยคอยดู!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น