How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 [Jern's Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 มี.ค. 59

3

Jern

 

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าถ้าเรียกว่าเพื่อนใหม่จะถูกมั้ย เพราะดูเหมือนว่าเธอจะเข้ามาคุยกับตะปูแต่พอเห็นฉันที่นั่งอยู่ข้างๆก็เลยชวนคุย แต่ก็ไม่รู้ว่าแค่ชวนคุยตามมารยาทรึเปล่า แต่ว่ายัยนี่ก็ดูจริงใจดีนะ

‘รวงข้าว’ นักเรียนสาวหน้าตาดีที่เข้ามาคุยกับฉันหลังจากครูจับให้ฉันเป็นบัดดี้คอยดูแลตะปู จากที่ฟังเธอแนะนำตัวหน้าชั้น เธอบอกว่าเธออายุ 17 ปี และพึ่งย้ายมาจากแถบชานเมืองเข้ามาเรียนในเมืองแทน หน้าตาดี แค่เห็นรอยยิ้มของเธอผู้ชายก็เคลิ้มไปตามๆกันแล้ว ดูจากบุคลิกแล้วคงเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย มีความมั่นใจในตัวเอง แถมเจ้าตัวยังบอกอีกว่าชอบเล่นกีฬาและดนตรีมาก แต่ดูแล้วก็ไม่ได้สูงกว่าฉันมาก น่าจะแค่นิดเดียวเอง

คิดแล้วก็เจ็บใจเหมือนกันแฮะ ทำไมฉันถึงไม่โดดเด่นหรือมีความสามารถพิเศษเหมือนคนอื่นบ้างนะ เอ๊ะ แต่ฉันไม่ได้อิจฉารวงข้าวหรอกนะ เพราะฉันเชื่อว่าทุกคนมีดีในตัวเอง (คำพูดโลกสวยมากแม่คุณ)

“เธอเอาน้ำอะไรหรือเปล่า” รวงข้าวถามฉันตอนที่เอาข้าวของตัวเองมาวางไว้บนโต๊ะตรงข้ามกับจานสปาเก็ตตี้ของฉัน

“เดี๋ยวฉันไปซื้อเองก็ได้ไม่เป็นไร” ฉันรีบลุกขึ้นโบกไม้โบกมือแต่รวงข้าวก็เดินมาจับฉันนั่งลงที่เดิม

“ไม่เอาน่า เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง วันนี้รวย” เธอพูดพร้อมกับหยิบแบงค์ร้อยสองใบมาโบกไปมา นั่นมันก็ไม่รวยเท่าไหร่นะฉันว่า ฉันกำลังจะร้องห้ามแต่ยัยนั่นก็เดินไปก่อนซะแล้ว

ว่าแต่นี่นายตะปูจะไม่ลงมากินข้าวจริงๆหรอเนี่ย ถึงจะไม่เต็มใจเป็นบัดดี้ก็เถอะ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เลย

แต่ที่ฉันสงสัยคือทำไมตานั่นถึงได้ฉุนเฉียวนักนะ ไม่เห็นจำเป็นต้องตะคอกใส่ดังขนาดนั้นเลยนี่ ฉันควรจะขอโทษเขาที่ทำให้เขารำคาญใช่มั้ยเนี่ย

“มาแล้วจ้าาา” เสียงของรวงข้าวดังขึ้นอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับแก้วชาน้ำผึ้งมะนาววางอยู่ข้างจานของฉัน กำลังอยากกินพอดีเลย

“ขอบคุณนะ 20บาทใช่มั้ย รอแปบนึงนะ” ฉันหันไปขอบคุณรวงข้าวแล้วพยายามควานหากระเป๋าตัง

“บอกว่าไม่เป็นไรไง วันนี้ฉันเลี้ยงเองเพราะว่าเธอเป็นเพื่อนคนแรกของฉันไง” เธอฉีกยิ้มกว้างแล้วลงมือจัดการกับข้าวไก่เทริยากิในจานตัวเอง

ยัยนี่คงจะจริงใจสินะ ดีจังเลยที่ได้เจอเพื่อนดีๆแบบนี้

 

“เธอว่าฉันควรซื้ออะไรไปให้นายตะปูดีมั้ย” ฉันถามรวงข้าวตอนที่เรากำลังเดินไปร้านขายของของโรงเรียน ยัยนั่นหันมาทำหน้าเหวอใส่ฉันแล้วรีบส่ายหน้าทันที

“โนๆๆๆๆๆๆๆ อย่างหมอนั่นควรได้รับบทเรียนด้วยการถูกอดอาหาร” เธอเบ้ปากเป็นรูปตัวยูเหมือนนายตะปูทันทีหลังจากตอบเสร็จ เอ๊ะ แต่รู้สึกว่าฉันจะมีข้อสงสัยอย่างหนึ่งนะ

“เธอรู้จักกับหมอนั่นได้ไงอ่ะ” ฉันถาม

“เคยเรียนห้องเดียวกันตอนม.ต้นน่ะ หมอนี่เป็นคนอารมณ์ร้อน เจออะไรนิดๆหน่อยๆก็หงุดหงิดแล้ว แถมยังกวนประสาทอีกต่างหาก น่ารำคาญสุดๆ ถึงเธอจะเป็นบัดดี้หมอนั่นก็เถอะแต่ฉันแนะนำว่าอย่าไปยุ่งด้วยมากจะดีกว่า” รวงข้าวเบ้ปากแล้วหยิบนมจืดแบบกล่องออกมาจากตู้แช่กับขนมประเภทเยลลี่หรืออะไรที่ห่อมันเล็กๆ ซึ่งฉันเดาว่าคงจะแอบเอาไปกินบนตึก เพราะที่ตึกห้ามเอาของกินขึ้นไปกินยกเว้นน้ำเป็นขวดๆ

“แต่ถ้าฉันไม่ทำให้หมอนั่นเรียนดีขึ้นและควบคุมตัวเองได้ฉันก็ติดศูนย์วิชาภาษาอังกฤษสิ”

“เธอคิดว่าอาจารย์พูดจริงหรอถามจริง”

“ใช่” ฉันพยักหน้าหงึกหงักแล้วหยิบของกินประเภทขนมปังสามห่อกับนมสองสามกล่องไปวางบนเคาเตอร์

“นั่นคงไม่ใช่ว่าเธอจะซื้อไปให้นายตะปูหรอกนะ” รวงข้าวเหล่มองของบนเคาเตอร์แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม

ฉันพยักหน้าหงึกหงักแล้วส่งเงินให้คุณป้าที่กำลังนั่งกดเครื่องคิดเลขอยู่แล้วหอบข้าวหอบของตัวเองออกมาอย่างทุลักทุเล

“จะพูดยังไงให้เธอเข้าใจดีน้า หมอนั่นเป็นคนที่เธอรับมือไม่ไหวหรอกเจิน”

“ก็รู้อยู่แหละว่าฉันเองคงรับมือไม่ค่อยจะไหว แต่การเป็นห่วงคนอื่นมันกลายเป็นนิสัยของฉันไปแล้วล่ะ” ฉันว่าพร้อมกับพยายามยัดถุงขนมปังเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตัวเองอย่างทุลักทุเล

 

“เอ้า กินซะ เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะตายพอดี” ฉันโยนห่อขนมปังใส่หัวนายตะปูที่กำลังเอาคางเกยโต๊ะและเล่นโทรศัพท์ ส่วนรวงข้าวแยกไปฟุบนอนที่โต๊ะเป็นที่เรียบร้อย หมอนั่นเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตาง่วงงุนก่อนจะหันกลับไปเล่นโทรศัพท์เหมือนเดิม

“ฉันไม่ได้ขอให้เธอซื้อมาให้”

ไอ้หมอนี่มันน่าจับฆ่าหั่นศพแล้วเอาหมกลงส้วมซะจริง เอาล่ะ ใจเย็นๆนะเจิน ค่อยๆพูด

“ใช่นายไม่ได้ขอ แต่ในฐานะบัดดี้ฉันจำเป็นต้องดูแลนาย”

“ไม่จำเป็น ถ้าหิวเดี๋ยวฉันซื้อเอง” เขาถอนหายออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วน่าจะเริ่มหงุดหงิดนิดหน่อยแล้ว นี่ฉันทำให้เขาหงุดหงิดอีกแล้วหรอเนี่ย นี่มันเรื่องเล็กน้อยมากเลยนะ ไม่รู้ล่ะ คนอุตส่าห์หวังดี เงินก็จ่ายให้ ฉันจะไม่ยอมอ้าปากขอโทษเขาเด็ดขาด!

“เอ๊ะ คนอุตส่าห์หวังดี แต่นายดันมาพูดแบบนี้เนี่ยนะ” ฉันพูดอย่างอารมณ์เสียแล้วบีบกล่องนมที่พึ่งดูดหมดเมื่อกี้แน่นแล้วปามันลงพื้น

“ฉันก็แค่พูดตามความจริงเฉยๆ อย่าเรื่องมากดิวะ ไม่ปาทิ้งนอกหน้าต่างก็บุญโขแล้วแม่คุณ” หมอนั่นมองฉันด้วยสายตาขุ่นมัว ใครเรื่องมาก นายนั่นแหละเรื่องมาก!

“รักษาน้ำใจกันหน่อยไม่ได้รึไง ฉันเป็นบัดดี้นายนะ! ทำไมนายจะต้องหงุดหงิดฉันนักหนาฮะ ฉันไปขี้ใส่หัวพ่อนายรึไง!” ฉันทุบโต๊ะเสียงดังจนคนที่อยู่ในห้องหันขวับมามอง

เห็นฉันนุ่มนิ่มแบบนี้ก็ปรี๊ดแตกเป็นนะเฮ้ย

“แล้วนึกว่าฉันอยากเป็นบัดดี้กับเธอรึไง เรื่องบ้าๆนี่มันขึ้นก็เพราะเธอรู้ไว้ซะ!” เขาตะคอกใส่ฉันเป็นครั้งที่สองของวัน จากบทเรียนสมัยเด็กทำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องไม่ยอมคน ถ้าจะตาย...

ก็ให้มันตายไปข้าง!

“แล้วนายคิดว่าฉันอยากเป็นบัดดี้นายนักรึไง ต้นเหตุมันคือความอารมณ์ร้อนของนายต่างหากล่ะ! ไปตา...”

“เฮ้ย! หยุดๆๆ ทั้งสองคนเลย” รวงข้าววิ่งเข้ามาแยกเราทั้งสองคนออกจากกันทำให้คำด่าที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากฉันขาดหายไป พอมองไปรอบๆแล้ว ตอนนี้ทุกคนในห้องกำลังจับตามองฉันกับนายตะปู

ให้ตายสิ ดันแรงไปจนตกเป็นเป้าสายตาจนได้!

“บ้าจริง นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย! ทำไมต้องทะเลาะกันด้วย” รวงข้าวถามแล้มวมองฉันกับนายตะปูสลับไปมา

“หมอนั่นหาเรื่องฉัน! / ไม่ต้องยุ่งซักเรื่องจะได้มั้ย” ฉันกับหมอนั่นพูดพร้อมกันแต่คำตอบไม่เหมือนกัน รวงข้าวรีบหันขวับไปมองนายตะปูอย่างไม่พอใจแล้วถอยออกมา

“เป็นบัดดี้กันก็คุยกันดีๆหน่อยไม่ได้รึไง เฮ้อ ดีกันซะ” ยัยนั่นถอนหายใจออกมาแล้วเดินกลับเข้าที่ไป ถ้าเธอจะมาแค่จะแยกฉันออกจากหมมอนั่นนะยัยรวงข้าว... “คนอื่นๆก็แยกย้ายกันได้แล้ว ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว!”

เหล่าไทยมุงทั้งหลายสลายตัวออกไปกันเงียบๆนตอนนี้เหลือแค่ฉันกับเขายืนมองหน้ากันอยู่ที่โต๊ะก่อนที่ฉันจะเป็นคนหลบสายตาไปเอง

ก็ได้ ฉันยอมก็ได้

“โอเค ถ้านายไม่อยากกินฉันจะเอาไปทิ้งเพราะฉันก็ไม่กินไอพวกนี้เหมือนกัน” ฉันก้มลงเก็บห่อขนมปังกับกล่องนมที่ฉันปาไปเดินไปที่ถังขยะหน้าห้องเพื่อทิ้งมัน แต่ก่อนที่ฉันจะทิ้งอยู่ดีๆหมอนี่ก็วิ่งมาจับมือฉันไว้!

นายตะปูจับมือฉัน!!!

“ไม่ต้องทิ้ง เดี๋ยวกินเอง” เขาพูดโดยไม่มองหน้าฉันแล้วลากฉันกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับแกะขนมปังพวกนั้นกิน

มาคิดๆดูแล้วก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันแฮะที่ไปทะเลาะกับนายตะปู ความจริงแล้วคงเป็นฉันเองที่ไม่คุ้นชินกับสไตล์การพูดของเขา บางทีที่ฉันบอกว่าเขาดูหงุดหงิดนั่นอาจจะเป็นอารมณ์ปกติของเขาก็ได้ วันนี้ฉันคงใจร้อนไปหน่อย ฉันควรจะขอโทษเขา...ใช่มั้ย?

“คือ...” ฉันกำลังจะพูดแต่อยู่ดีๆหมอนั่นก็พูดแทรกขึ้นมา

“ข...ท...”

“ห้ะ?” ฉันเขยิบเข้าไปใกล้เขาเผื่อว่าจะได้ยินชัดขึ้น

“เขยิบมาใกล้เกินไปแล้วยัยบ้า” เขาพูดพร้อมกับดันฉันออกแล้วหันหน้าหนี “ขอโทษ...”

อึ้ง...ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำแบบนี้หลุดออกจากปากของผู้ชายอารมณ์ร้อนคนนี้...

“ละก็...ข...ขอบใจสำหรับขนมปัง...” เขาหันหน้าไปทางหน้าต่างแล้วพูดตะกุกตะกัก

อึ้งมากจริงที่คนอย่างนายตะปูพูดคำๆนี้...

“เฮ้ย ตายไปแล้วรึไง อย่าเงียบสิเว้ย” เขาหันมาโวยวายใส่ฉัน

นี่คงเป็นก้าวแรกก้าวเล็กๆของการเป็นบัดดี้ที่ดีสินะ

 

เลิกเรียน

“จะไม่กลับกับฉันจริงหรอ” รวงข้าวถามแล้วทำสายตาประหนึ่งตัวเองเป็นลูกแมวน่ารัก ซึ่งฉันว่ามันก็ไม่ค่อยจะคล้ายซักเท่าไหร่

“เฮ้ยพี่ข้าวกลับเถอะ พี่สาวคนสวยเขาก็บอกอยู่ว่าบ้านไปคนละทางกันแลวจะกลับด้วยกันได้ไง” รุ่นน้องม.4ที่ยืนอยู่ข้างหลังยัยนั่นถาม ว้าย ตาถึงนะพ่อหนุ่ม แน่นอนว่าพี่สาวคนนี้สวยที่สุดในปฐพี

เด็กผู้ชายคนนั้นชื่อราชา น้องสาวของรวงข้าว เป็นผู้ชายประเภทหล่อกวนโอ๊ย พูดอะไรไม่ค่อยจะฟัง ดื้อเงียบ แต่ถึงยังไงก็ยังหล่ออยู่ดี

“ฉันต้องนั่งMRTกลับน่ะ เดี๋ยวฉันกลับพร้อมทะเลก็ได้ บาย” ฉันว่าแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปในห้องหลังจากบอกลารวงข้าวและราชาที่โบกมือลาฉันด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊า วันนี้ก็กลับพร้อมทะเลเหมือนเดิมอีก ดีจังนะที่ตอนนี้เขาโสด ไม่งั้นฉันก็คงต้องกลับบ้านคนเดียว

ไม่ใช่ ฉันไม่อยากให้เขาไปกับคนอื่นที่ไม่ใช่ฉันต่างหาก

ไม่! จู่ๆความคิดเห็นแก่ตัวแบบนี้ออกมาได้ไง! ออกไปๆๆๆ! ฉันส่ายหัวไล่ความคิดบ้าๆบอๆออกไปจากหัวสมองเท่าก้อนขี้หมาของฉันแล้วเดินเข้าห้องไปอีกครั้ง แตอยู่ดีๆขาของฉันก็หยุดกึกทันทันที่ได้ยินเสียงแหลมเล็กของผู้หญิงที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉันเรียกชื่อทะเล!

แต่ตอนนี้ทุกคนกลับบ้านไปหมดแล้ว เหลือแค่ฉันกับทะเล แล้วเสียงนั่นเป็นของใคร ทำไมถึงต้องเรียกชื่อทะเล?

ฉันหลบอยู่หลังกำแพงเงียบๆแล้วแอบมองเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง ผู้หญิงคนนั้นดูจากลักษณะแล้วน่าจะเป็นคนสวย น่าจะตัวสูงกว่าฉันประมาณห้าเซนติเมตร ขาขาวและเรียวยาวมาก ผมก็ปล่อยยาวเป็นลอนสวย ถึงจะไม่เห็นหน้าแต่ดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องสวยมากแน่ๆ ออร่ามันเปล่งออกมา

ฟังไม่ค่อยได้ยินที่พวกนั้นคุยกันเท่าไหร่เพราะประตูกับโต๊ะของทะเลก็อยู่ห่างกันพอสมควร ฉันยังคงแอบดูต่อไปเรื่อยๆว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน แต่อยู่ดีๆผู้หญิงคนนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปใกล้ทะเลแล้วจูบเขา!

ย้ำชัดๆอีกครั้งว่าผู้หญิงคนนั้นจูบทะเล!!!

แม่เจ้าโว้ยโซ้ยบะหมี่! ฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ?!

ฉันไม่รอคำตอบจากสมองก้อนขี้หมาแล้วรีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที ดีที่ฉันเอากระเป๋านักเรียนติดออกมาด้วย ไม่งั้นคงต้องกลับมาเจอหน้าทะเลอีกรอบ

ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงทำแบบนั้น ทำไมทะเลถึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นจูบเขา แล้วทำไมฉันถึงต้องรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้เนี่ย?!

“พลั่ก!” ฉันชนเข้ากับบางอย่างเข้าอย่างจังจนต้องหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ มันแข็งๆแต่ก็นิ่มๆเหมือนกัน เหมือนมีผ้าคลุมเอาไว้ด้วย แล้วก็อุ่นๆ มีกลิ่นอ่อนๆของโคโลญผู้ชาย ฉันลืมตามองว่าสิ่งนั้นคืออะไร เมื่อลืมตาก็พบว่ามันคืออกของผู้ชายซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร และเมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกเสียจาก...

“น...นายตะปู!!” ฉันรีบถอยออกมาจากตาบ้านั่นทันทีที่รู้ว่าเขาเป็นใคร ส่วนตานั่นก็เบิกตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความอึ้ง

“จะแหกปากทำบ้าอะไรเนี่ยยัยซื่อบื้อ!” เขาเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วเอามือจับหน้าฉัน อย่าบอกนะว่าตานั่นจะจูบฉัน!! ม่ายยยยย ตอนนี้ฉันไม่พร้อมรับอะไรพวกนี้ เมื่อกี้ก็พึ่งเจอฉากจูบไป ฉันรับไม่ด้ายยยยยย (ย.ยักษ์ล้านตัว) “เธอ...ร้องไห้?”

ห้ะ? ร้องไห้?

ฉันลองเอามือแตะๆตรงดวงตาของตัวเอง มันชื้นๆแฉะๆ

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันเนี่ย” เขาถามอย่างสงสัยๆแล้วเอากระดาษทิชชู่จากในเป้มาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ฉัน นี่หมอนี่พกกระดาษทิชชู่ด้วยหรอเนี่ย ดูลักษณะแล้วไม่น่าจะใช่เลยซักนิด

“ฉ...ฉันไม่รู้...” ฉันก้มหน้าก้มตาพูดปล่อยให้หมอนั่นเช็ดหน้าฉันไป ตอนนี้จิตใจฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตอนนี้ฉันกำลังคุยกับนายตะปูอยู่ฉันคงนึกว่าวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว “นายจะรู้ไปทำไม”

“ก็เธอเป็น...บ...บัดดี้ฉัน...ไม่ใช่รึไง” เขารีบปล่อยมือจากหน้าฉันแล้วหันหน้าหนีทันที

“ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ยินคำนี้หลุดออกมาจากปากนาย...”

“ยัยบ้านี่...”เขาเบ้ปากทันทีที่ได้ยินฉันพูดแบบนั้น “กลับบ้านกัน เธอกลับMRTใช่มั้ย ฉันไปด้วย”

“นายไปMRTหรอ”

“เออ!”

ถึงวันนี้มันจะเริ่มต้นอย่างไม่ค่อยสวย ต้องเจอเรื่องราวมากมาย แต่อย่างน้อยฉันก็ได้เจอเพื่อนที่ดีอย่างตะปู (ถึงตานี่จะขี้โมโหก็เถอะ ซึ่งฉันคิดว่าก็คงมีการปะทะกันบ่อยๆหลังจากนี้ แต่ก็แอบมีมุมที่ดูอ่อนโยนเหมือนกัน!) และรวงข้าวที่มักจะชวนฉันคุยเสมอ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น