How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 [Jern's Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 เม.ย. 59

1

Jern

 

 ติ๊ดๆ...ติ๊ดๆ...

 สวัสดีเช้าวันจันทร์

 ชุดเดิม รถไฟฟ้าสายเดิม  โรงเรียนเดิม

 อา...มาแล้วสินะชีวิตของสาวน้อยวัย 16 ปี

 ฉันเป็นเด็กม.5แล้ว...

 กรี๊ดดดดดด ตื่นเต้นชะมัด ในที่สุดก็ผ่านพ้นม.4มาแล้ว!

 “ทะเล!! ไปโรงเรียนกันเถอะ” ฉันเด้งตัวมาจากเตียงนอนอันนุ่มนิ่มของตัวเองแล้วรีบเลื่อนประตูกระจกบานเลื่อนออกเพื่อดูว่าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเปิดไฟห้องนอนของเขาหรือยัง ผ้าม่านสีดำถูกรูดออก เขายืนหาวอยู่ในชุดกีฬาแล้วส่งยิ้มให้ฉันพร้อมกับโบกมือหยอยๆ ทำเอาใบหน้าฉันร้อนผ่าวไปหมด

แค่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาก็อิ่มไปถึงมื้อกลางวันแล้ว

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อว่า ‘เจิน’ อายุ 16 ปี วันนี้ฉันกำลังจะเป็นนักเรียนม.5ล่ะ ส่วนคนเมื่อกี้นี้ชื่อ ‘ทะเล’ อายุ 17 ปี เราเกิดคนละปีกันแต่อายุห่างกัน 8 เดือน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้วเพราะบ้านอยู่ตรงข้ามกัน

ทะเลเป็นคนใจดี อบอุ่น ร่าเริง ขี้เล่น บางทีก็กวนประสาทคนอื่นบ้างอะไรบ้างพอให้ชีวิตไม่จืดชืดเกินไป ชอบเล่นบาสเก็ตบอล แถมยังหน้าตาดีอีก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง

ฉันเดินออกจากห้องน้ำแล้วเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง หยิบชุดนักเรียนแบบของโรงเรียนเอกชนที่รีดแล้วออกมาชุดหนึ่งก่อนจะใส่มันอย่างรีบร้อนเพราะต้องเผื่อเวลาที่ฉันจะนั่งอยู่หน้ากระจกด้วย ฉันเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งแล้วหยิบเซรั่มบำรุงผิวมาทา ตามด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสงและลิปมันที่มีสีชมพูอ่อนๆทาลงบนริมฝีปากอันบอบบาง(?)ของฉันก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนแบบหนังแล้วเดินลงไปข้างล่าง

ดีจังที่ยังไม่มีใครตื่น

ฉันเดินออกจากบ้านด้วยความสุขีปรีเปรมแล้วกดออดหน้าบ้านตรงข้าม บุคคลที่ฉันกำลังรอจึงรีบกุลีกุจอออกมาจากบ้านของตัวเองเราเดินไป MRT ด้วยกันทุกเช้าเนื่องจากบ้านอยู่ไกลจากโรงเรียนแต่ดันอยู่ใกล้สถานีแทน

ทุกอย่างปกติเหมือนเดิมจนกระทั่งพวกเรามาถึงห้องตอนคาบโฮมรูมพอดี เนื่องจากที่นี่ไม่มีการเข้าแถวในช่วงเช้า (ปรบมือสิคะ รออะไร) อาจารย์คนหนึ่งเดินเข้ามาแนะนำตัวแล้วก็อธิบายนู่นนี่นั่นไปเรื่อยๆซึ่งฉันก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่

ที่นั่งในห้องนี้เป็นแบบเป็นคู่ ตอนนี้ฉันเลยนั่งอยู่กับทะเล หวังว่าครูคงไม่เปลี่ย...

“เดี๋ยวครูจะจัดที่นั่งใหม่โดยการจับฉลาก ให้นักเรียนชายเขียนชื่อแล้วเอามาหย่อนในกล่องนี้แล้วเลือกที่นั่งของตัวเอง ส่วนนักเรียนหญิงมายืนต่อแถวตรงนี้” อาจารย์พูดแล้วยกกล่องทึบสี่เหลี่ยมใบโตที่ไม่รู้ว่าเอาไปซุกไว้ตรงไหนออกมาวางบนโพเดียม

“ว้า แย่จังนะ อุตส่าห์คิดว่าถ้านั่งกับเธอจะได้ลอกข้อสอบได้แท้ๆ”เขาพูดแล้วทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้

บอกทีว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากนั่นกับฉัน บอกแล้วว่าตานี่ก็มีมุมที่กวนประสาทจนน่าตบเหมือนกัน

“นายเป็นเจ้าพ่อแห่งการลอกข้อสอบรึไง” ฉันทำหน้าตาเอือมระอาเต็มทนใส่เขาแล้วลุกไปเข้าแถว เด็กผู้ชายเดินไปหย่อนชื่อในกล่องจนครบทุกคน นักเรียนหญิงจับฉลากไปคนแล้วคนเล่าจนมาถึงตาฉัน

ขอร้องล่ะขอให้ฉันจับได้ทะเลทีเถอะ

ฉันภาวนากับตัวเองในใจแล้วล้วงลงไปในกล่องก่อนจะหยิบกระดาษที่มีรูปทรงแปลกกว่าใบอื่นออกมา หวังว่ามันจะเป็นของทะเลนะ

‘ตะปู’

ฉันกรีดร้องกับตัวเองในใจที่คนๆนั้นไม่ใช่ทะเลพร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาว่า...

ใครวะ?

ฉันไล่ถามคนทั้งห้องจนกระทั่งมาถึงแถวกลางห้อง ตรงที่นั่งที่อยู่กลางห้องเป๊ะๆ จะใช่คนนี้มั้ยเนี่ย

“เอ่อ...ชื่อตะปูใช่เปล่า” ฉันถามด้วยความประหม่าพร้อมกับขยับตัวยุกยิกไปมา ผู้ชายคนนั้นพยักหน้า ฉันจึงหย่อนก้นลงนั่งข้างๆเขา พอดีกับตอนที่อาจารย์บอกว่ากำลังจะเริ่มเรียนแล้ว

“ฉันชื่อเจินนะ” ฉันพูดพร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร เขาหันมามองหน้าฉันนิ่งๆก่อนจะตอบกลับมาสั้นๆว่า...

“อืม”

เย็นชาชะมัด

“นายชื่อตะปูสินะ ฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่ม.ต้น ไม่เคยเห็นหน้านายเลย” ฉันพยายามชวนเขาคุยพร้อมๆกับฟังที่อาจารย์พูดเรื่องแกรมมา หวังว่าคราวนี้เขาคงยอมตอบดีๆนะ

“หรอ” ฉันคงคิดผิดไปสินะ เอาน่า! พยายามใหม่ อย่างน้อยเราต้องมีพันธมิตรที่ดีเป็นเพื่อนข้างโต๊ะ

พอสังเกตดีๆแล้ว เขาเองก็เป็นคนที่หน้าตาดี ตัวสูงกว่าฉันเกือบ 15 เซนติเมตร ทรงผมก็เฟี้ยวสุดๆ ดวงตาสีเขียวแก่ของเขาหรี่เล็กลงเล็กน้อยเวลามองกระดาน ใบหน้านิ่งๆของเขาพอมองไปแล้วก็...

เท่ดีเหมือนกันนะ...

ไม่!! หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะยัยเจิน

“อ่า...แล้วนายชอบเล่นกีฬาอะไรหรือเปล่า”

“บาส” เล่นบาสเหมือนทะเลเลย

“เป็นกีฬาที่ดูเหมาะกับนายดีนะ ชอบเรียนวิชาอะไรหรอ”

“พละ” ดูลักษณะแล้วก็น่าจะใช่

“นายคงเก่งกีฬามากเลยเนอะ แล้วนาย...” ฉันกำลังจะถามเขาต่อแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่ออยู่ดีๆเขาก็ทุบตะเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นยืนจนคนทั้งห้องหันมามอง!

“โอ๊ย! จะอะไรนักหนาวะ ชวนคุยอยู่ได้ น่ารำคาญ!!” เขาตะคอกใส่ฉันแล้วมองฉันด้วยความโกรธ

แค่ชวนคุยเอง ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้กันเนี่ย ใจเย็นๆนะเจิน

“ฉ...ฉันขอโทษ...”

“จิรัชญากับเตชภณ จบคาบนี้มาหาครูหน้าห้องด้วย” ครูพูดแล้วหันไปสอนต่อ

 

จบคาบแรก

 “เตชภณทำไมเธอถึงทำแบบนั้น ยิ่งเพื่อนเป็นผู้หญิงแบบนี้ยิ่งไม่ควรทำใหญ่ หัดเก็บอารมณ์ตัวเองซะบ้าง...” อาจารย์บ่นยาวเหยียดจนฉันต้องห้ามไว้

“อ...อาจารย์คะ อย่าว่าตะปูเลยค่ะ หนูผิดเองที่ไปชวนเขาคุย ขอโทษค่ะ” ฉันยกมือขอโทษขอโพยยกใหญ่ นายตะปูหันมามองฉันแล้วถอนหายใจออกมา

“ไม่ต้องว่าอะไรแล้วอาจารย์ จะลงโทษก็ลงโทษเลยเถอะ ขี้เกียจรอ”

กรี๊ดดด ตาบ้าาา แกใช้หัวสมองส่วนไหนคิดกันยะ เซรีบรัมที่เล็บขบหรือไง ถ้าเกิดอาจารย์เขาถอดส้นสูงออกมาเฉาะหัวนายฉันจะไม่แปลกใจเลยซักนิด อ๊ะ ไม่ได้ เราต้องมีมารยาท

“ตะปู! ไปพูดแบบนั้นกับอาจารย์ได้ไง ขอโทษอาจารย์เดี๋ยวนี้นะ!” ฉันหยิกแขนเขาจนเขาสะดุ้ง ก่อนจะหันมามองฉันแล้วเบ้ปากเป็นรูปตัวยู

“เธอเป็นแม่ฉันรึไง?” เขาพูดหน้าตาย ฉันล่ะอยากจะถอดร้องเท้าส้นสูงของอาจารย์มาเฉาะหัวหมอนี่จริงๆ

“น...นายนี่มัน...(ด่าไม่ออก)”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกัน จิรัชญาเรียนดีและใจเย็น ส่วนเตชภณเรียนไม่เก่งแถมยังใจร้อนอีกต่างหาก ครูจะให้พวกเธอเป็นบัดดี้กัน ถ้าเธอทำให้เตชภณเรียนดีขึ้นและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ พวกเธอจะได้เกรดสี่วิชาครูไปเลย”

“ไม่เป็นได้มั้ยคะ/ไม่เป็นครับ”

“ไม่ได้! นี่เป็นคำสั่ง ถ้าทำไม่ได้ก็เอาไข่วิชาครูไปกินแทน” แล้วอาจารย์ก็เดินออกจากห้องเรียนไปทันที

ชีวิตนักเรียนม.5ของฉันคงไม่สงบสุขอีกต่อไปแล้ว...

12/03/16
*แก้* 14/04/16

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น