How To Love วัยเกรียนเรียนรัก

ตอนที่ 14 : บทที่ 12 [Krubphom's Speacial Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 59

12

Krubphom (special)

 

“ทำไมเธอไม่บอกชั้นเรื่องนี้ก่อน! ชั้นบอกแล้วไงว่าเธอวางแผนจะทำอะไรต้องมาบอกชั้น” ร่างสูงตะคอกอย่างโมโหใส่เด็กสาวตรงหน้าในห้องเรียนที่ไร้คน

“แต่น้ำก็กะว่าจะบอกหลังภารกิจสำเร็จนะ บอกก่อนบอกหลังก็ไม่เห็นต่างกันนี่ ถ้าตัวอยากเห็นนังนั่นมันทรมานก็บอกให้น้ำถ่ายคลิปเก็บไว้ให้ก็ได้”

“มันไม่ใช่อย่างนั้น!!” พูดด้วยเสียงที่ราวกับคำรามจึงทำให้เด็กสาวนั้นหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย “ขอโทษ..” ว่าแล้วก็กุมขมับให้พอรู้ว่ากำลังเครียด

“อ-อื้ม! ไม่เป็นไรหรอก น้ำเองก็ผิดเหมือนกันที่จ้างคนไปทำอย่างนั้นกับยัยรวงข้าวนั่นโดยที่ไม่ได้บอกตัว น้ำขอโทษนะ” ฟองน้ำก้มหน้าลงก่อนจะเข้าสวมกอดจาฟาร์

“น่ารักอย่างนี้สิถึงจะเหมาะเป็นแฟนเรา” เด็กหนุ่มลูบหัวร่างเล็กเบาๆ “แต่วันหลังถ้าวางแผนจะทำอะไรต้องบอกเราก่อนทุกครั้งนะ” เขากำชับแฟนสาว

“จ้าจ้า”

กึก! เสียงฝีเท้าดังขึ้นที่ด้านหลัง

“ใครน่ะ!” เมื่อรู้สึกตัวว่ามีคนแอบฟังอยู่จึงรีบเดินไปดู แต่ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ ถึงกระนั้นด้วยสมองที่ฉลาดแต่ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ก็สามารถคาดเดาได้ว่าเป็นใครได้จากการเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยผ่านไปหลังกำแพง “เจ้านั่น..!

 

หมับ! มือหนาจับลงบนไหล่ของคนที่เตี้ยกว่าเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยเสียงที่ไม่ให้ใครได้ยิน

“เย็นนี้เจอกันที่ตรอกxx  ตอนห้าโมงครึ่ง มาคนเดียว เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน” พูดจบก็เดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนคนที่ถูกนัดถึงจะสงสัยแต่ก็ทำได้เพียงย่นคิ้วลงเล็กน้อยก่อนจะเดินต่อไปโดยไม่หันกลับไปมอง

 

5.40

ณ ตรอกxx

“นี่มันก็เลยมาสิบนาทีแล้วนะ ทำไมยังไม่มาอีก” ผมก้มมองดูนาฬิกาอย่างเซ็งๆ “วันนี้ว่าจะรีบกลับไปเล่นเกมแท้ๆ”

“ไงไอ้น้อง ไม่เจอกันนานเลยนะ โตขึ้นเยอะเลยนี่หว่า” พูดถึงไก่ไก่ก็มา เขาเดินมาด้วยท่าทีสบายๆ สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง เขายีหัวผมจนยุ่งเหยิงไปหมด

“รุ่นพี่ก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน” ผมยกมือขึ้นจัดทรงผม “ว่าแต่ มีอะไร?”

“เอามา” เขาแบมือมาตรงหน้า

“ห๊ะ?”

“ชั้นบอกให้เอามา โทรศัพท์ที่นายใช้อัดเสียง!” ถึงแม้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์จะเริ่มจางลงเรื่อยๆ แต่ผมก็รับรู้ได้ถึงความหน้ากลัวของคนตรงหน้า ทำไมเขาถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้กันนะ..

“พี่พูดอะไรผมไม่รู้เรื่อง” เขาเริ่มดันผมติดกำแพง น้ำเสียงที่เขาใช้ดุดันขึ้นเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังไม่เข้าใจสิ่งที่คนตรงหน้าพูดอยู่ดี

“อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย ชั้นรู้ว่าเป็นแกที่แอบฟังชั้นคุยกับฟองน้ำเรื่องที่ยัยนั่นส่งคนไปทำร้ายยัยรวงข้าวอะไรนั่นน่ะ!

“พี่ว่าไงนะ? คนที่ส่งคนไปทำร้ายพี่รวงข้าวก็คือพี่งั้นหรอ” ผมเริ่มก้าวขาเข้าหาเขาเรื่อยๆ

“นี่แกไม่รู้เรื่องงั้นหรอ? ชั้นดูคนผิดหรอเนี่ย.. อืมช่างเถอะ จัดการ!” สิ้นเสียง ก็มีคนเดินเข้ามาในตรอกนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนแออัดไปหมด แต่ยังไม่ทันจะมีอะไรเกิดขึ้นก็มีผู้ชายวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาก่อน

“ลูกพี่! มีผู้หญิงกำลังเดินมาทางนี้”

“จะไปสนอะไร เอ้า! จัดการสิ”

“แต่ว่าผู้หญิงคนนั้น..”

“อ้าว! รุ่นพี่ มาทำอะไรในที่มืดๆแบบนี้คะเนี่ย?”

“พี่ข้าว!” ผมตะโกนออกไปด้วยความตกใจ แย่ล่ะ ผมต้องบอกให้เธอออกไปจากตรงนี้
“เจ้าเด็กปากปีจอก็อยู่ด้วยหรอเนี่ย รุ่นพี่อย่าไปยุ่งกับมันมากนะคะ อยู่ด้วยแล้วเสียประสาทหมด” เวลาแบบนี้ยังจะมากัดกันอีก

“ไปจากที่นี่!"

"เอ๋? จะให้ไปไหนกัน" ยัยนั่นทำหน้างงๆ จะมาซื่ออะไรเวลานี้ฟะเนี่ย

"ไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่เนี่ยแหละ เดี๋ยวชั้นก็ไปแล้วล่ะ แล้วเจอกันนะ" เขายิ้มอ่อนๆก่อนจะโบกมือแล้วเดินออกไป พวกที่เข้ามาแย่งอากาศหายใจกันในนี้ก็ค่อยๆทยอยกันออกก่อนจะเหลือผมที่กำลังจัดเสื้อให้เรียบร้อยและรวงข้าวที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ตรงทางเข้า

“ยืนงงอยู่ได้ จะกลับบ้านมั้ยเนี่ย” ผมพูดกวนก่อนจะเดินนำไป

“กลับสิ แต่ไม่กลับกับนายแน่ๆ” เธอกอดอกก่อนจะเมินไปทางอื่น

“อะไร ยังไงก็ต้องเดินไปทางเดียวกันอยู่ดี แต่ถ้าพี่จะลงไปเดินกลางถนนแล้วให้ผมเดินริมถนนก็ได้นะ ตามใจพี่เลย”

“ชั้นแก่กว่านายนะยะ นายต้องเป็นคนลงไปเดินกลางถนนสิไม่ใช่ชั้น”

“อะไร คนแก่กว่าก็ต้องเสียสละให้คนเด็กกว่าไม่ใช่หรือไง”

“แต่นายเป็นผู้ชายต้องเสียสละให้ผู้หญิงสิ”

“นี่พี่เห็นผมเป็นผู้ชายด้วยหรอเนี่ย” ผมทำตาโตใส่ จากนั้นหน้าเธอก็แดงแปร๊ดเหมือนผมจี้ถูกจุด

“ช่างมันเถอะ! เดินด้วยกันนี่แหละ” แสงสุดท้ายของอาทิตย์ยามเย็นไล้ไปบนหน้าสีแดงของเธอ ทำให้เกิดเป็นภาพที่มิอาจบรรยาย ผมอยากจะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยแต่ก็ทำไม่ได้ ในอกของผมสั่นระรัวไปหมดเหมือนมีช้างมากระโดดเชือกอยู่ข้างใน ผมทำได้แต่เสมองไปทางอื่นเมื่อเธอรู้สึกตัวว่าผมกำลังแอบมองหน้าเธอจากตำแหน่งพิเศษนี้ ข้างๆเธอ.. ช่างเป็นจุดที่เหมาะแก่การชมภาพแสนสวยนี้อย่างมาก “มีปัญหาอะไรหรือไง หรือไม่อยากเดินข้างชั้น?”

“ม-ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย! ก็แค่..รู้สึกว่าที่ตรงนี้ ตรงที่ชั้นยืนอยู่ ตรงที่ข้างๆเธอ ชั้นไม่อยากจะยกมันให้ใคร..” ผมพูดออกไปด้วยอาการเหม่อลอย ใจจริงไม่อยากจะมองไปที่อื่นเลย อยากจะซึมซาบภาพนี้ให้ได้มากที่สุด อยากจะจำฝังลึกไว้ในส่วนที่สำคัญที่สุดของหัวใจ ผมเริ่มเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกตัวเธอและตัวผม แต่เมื่อผมรู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกไปก็รีบปฏิเสธพัลวัน “เฮ้ย! พี่อย่าไปใส่ใจที่ผมพูดเมื่อกี้เลย ผมแค่นึกถึงบทพูดของละครเรื่องหนึ่งก็แค่นั้นแหละ”

“...” รวงข้าวไม่ตอบอะไรจึงทำให้ผมที่เอามือปิดหน้าตัวเองไว้เหลือบมองคนข้างๆ หน้าที่แดงอยู่แล้วแดงขึ้นเป็นเท่าตัว และนั่นก็ทำให้ผมอยากรวบตัวเธอเข้ามากอดไม่ให้ใครได้เห็นใบหน้าที่แสนน่ารักนี้ อยากให้ผมเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เห็นมัน แต่ทำไงได้ผมสัญญากับเธอไว้แล้วนี่..

“ป-ไปกันต่อเถอะ!” เธอพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำก่อนจะรีบเดินนำไป เฮ้อ..ผมจะทำยังไงกับใจที่เต้นไม่หยุดนี้ได้กันนะ

ตลอดทางพวกเราไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย ทำให้ผมเหม่อลอยจนลืมไปว่าต้องส่งเธอที่บ้าน และสุดท้ายก็กลายเป็นว่าเธอมาส่งผมที่บ้านแทน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มาที่บ้านผม เพราะทุกครั้งจะเป็นผมที่พาเธอไปส่งเนื่องจากบ้านเธอถึงก่อน ผมโบกมือให้เธอก่อนจะเดินเข้าบ้านและผมก็ต้องชะงักขาไว้แค่นั้นและหันไปพูดกับเธอ

“ระวังตัวด้วย ห้ามไปยุ่งกับคนที่ชื่อจาฟาร์เด็ดขาด” ก่อนจะเลี้ยวกลับเข้าบ้านไปเหมือนเดิม ถึงเธอจะทำหน้างงแต่ก็ยอมพยักหน้าเข้าใจ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น