The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 9 : ข้าจะกลับยอดเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 742
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    27 มี.ค. 62



ในกลุ่มเศษฝุ่นเสี่ยวเฟิงกำลังเบิกตากว้างตกใจกับเสียงแจ้งเตือนของระบบ

[ต้านทานการโจมตีสำเร็จ และ ดูดซับพลังงานมาได้ 1900 หน่วย ตามกฏแห่งการดูเอล ระบบได้ทำการแปลงพลังงานเป็นพลังชีวิตให้กับท่านเรียบร้อยแล้ว]

 

[ค่าสถานะ]

Hp 1920/1920  Mp10/10

LV 1

Exp: 0.25/100%

สายเลือด/เผ่ามนุษย์

ทักษะพิเศษ : แพทย์ตะวันตก ฝังเข็มเบื้องต้น วิชานินจาแพทย์

อุปกรณ์สวมใส่: Dule Disk

 

และอีกคนที่ต้องเบิกตากว้างคือ หลี่หลาง ที่อยู่ข้างหน้าเสี่ยวเฟิง

 

เขาตกใจกับการโจมตีของเขาที่ไม่ได้ผลจนเซถอยหลังไปสามก้าว มองดูเสี่ยวเฟิงคล้ายตัวประหลาดอันใด โล่เมื่อกี้คือสมบัติอะไรกัน! “เจ้า..เป็นใครกันแน่”

 

 

เหตุการณ์ทั้งหมดนั้นกินเวลาไปไม่ถึงหนึ่งนาที ตอนนี้เสี่ยวเฟิงจำต้องรออีกเกือบหนึ่งนาทีจึงจะสามารถจั่วการ์ดเพิ่มได้อีกใบ หากเขาต้องการจั่วการ์ดเพิ่มในทันทีจำต้องให้ฝ่ายตรงข้ามประกาศว่า “จบเทริน”

 

และนี่เป็นข้อเสียอีกหนึ่งอย่างของ Duel disk ต้องรอกว่า 2 นาทีถึงจะจั่วการ์ดเพิ่มได้

 

ตอนนี้ในมือเขามีการ์ดเหลือสามใบ และที่ลงไปแล้วและยังอยู่ก็คือ มังกรไฟแห่งแดนมืด ส่วนการ์ดกับดักที่ทำงานไปแล้วมันก็หายไปและลงไปอยู่ในช่องสุสานในเครื่องดูเอลดิส

 

เสี่ยวเฟิงมองหน้าหลี่หลางและกล่าวอย่างไม่พอใจ “จบเทรินสักทีดิ”

 

หลี่หลางกล่าวอย่างงงๆ“คืออะไร จบเทริน?”

 

ทันทีที่หลี่หลางกล่าวทวนคำของเสี่ยวเฟิงว่า “จบเทริน” ระบบดูเอลก็ได้อณุญาติให้เสี่ยวเฟิงจั่วการ์ดเพิ่มทันที

 

“โอ้นั่นแหละๆ” เสี่ยวเฟิงหยิบการ์ดจากดูเอลดิสเพิ่มเข้ามืออีก 1 ใบทันทีด้วยรอยยิ้ม

“เจ้ากล่าวสิ่งใดกัน จบเทริน คืออันใด?” หลี่หลางยังคงมึนงงกับคำพูดเสี่ยวเฟิงและเขาก็ถามเสี่ยวเฟิงซ้ำ

 

“อ่าวไอ่นี้ ดีๆขอบใจ” เสี่ยวเฟิงยกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ พร้อมกับจั่วเพิ่มอีกใบ ตอนนี้ในมือของเขามีการ์ดทั้งหมดห้าใบแล้ว นี่เป็นเพราะหากฝ่ายตรงข้ามเพียงพูดประโยคว่า จบเทริน เสี่ยวเฟิงก็เพิ่มการ์ดเข้ามือได้ทุกครั้ง

 

ไม่นานนักฝุ่นควันก็หายไป แสดงให้เห็นใจกลางการประทะระหว่างเสี่ยวเฟิงและอาจารย์หลี่หลาง

 

และสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดคือการที่เสี่ยวเฟิงนั้นสบายดีใบหน้ายิ้มแย้มไม่บุบสลาย ที่เสี่ยวเฟิงยิ้มก็เพราะว่าได้ทราบถึงเคล็ดลับการจั่วการ์ดเพิ่มโดยการหลอกคนให้พูดว่า”จบเทริน” นั่นเอง

 

หลี่ชางฉีเห็นว่าเสี่ยวเฟิงปลอดภัยดีก็ขมวดคิ้วมุ่นและเริ่มคิดว่าบางทีเสี่ยวเฟิงรู้จักกับเจ้าสำนักหรืออาจเป็นศิษย์ลับของท่านก็เป็นไปได้

 

ไม่ใช่เพียงแค่เขา คนอื่นๆก็ต่างมีความคิดไปในทางเดียวกัน หากชายคนนี้เป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรล่ะก็ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่งใดๆ เพียงแค่มีวิชาฝึกสัตว์ก็สามารถต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธที่เก่งกาจได้ ทั้งนี้จากที่ดูเขายังมีสมบัติสายป้องกันอันแข็งแกร่งที่ป้องกันการโจมตีของผู้ฝึกยุทธระดับปราณแท้ได้อีก ตอนนี้เหลือ..เพียงแต่ยังไม่ชัดว่าเขาจะรักษาคนอื่นได้จริงหรือไม่?

 

เจ้าสำนักที่ได้เฝ้าดูเสี่ยวเฟิงและคนอื่นๆจากที่ไกลๆเขาก็ประหลาดใจและแปลกใจเช่นกันที่เห็นเสี่ยวเฟิงอัญเชิญอสูรออกมา

 

“โฮะๆ ครั้งก่อนก็แขนประหลาด ครั้งนี้สัตว์อสูร กับโล่ งั้นรึ.. อืมม”

 

เจ้าสำนักลูบเครายาวมองเสี่ยวเฟิงพร้อมกับพยักหน้าสักพักก็ขมวดคิ้วข้างเลิกคิ้วข้างอย่างสงสัย “หืม..ทำไมรู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนไปกับเจ้าหนุ่มนั่นกันนะ!” เขารู้สึกว่าเสี่ยวเฟิงมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแต่ก็ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัด

 

และก็เป็นเช่นนั้นจริง เสี่ยวเฟิงได้มีการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพภายในอย่างใหญ่หลวง

 

พลังชีวิตของเสี่ยวเฟิงได้เพิ่มพูนมาหลายร้อยเท่า จากเดิม 20 กลายเป็น 1920 จนทำให้เจ้าตัวยังคิดว่าจากเดิมที่ตนเป็นมดได้ยกระดับขึ้นมากลายเป็นแมลงสาบแล้ว หากเขามีพลังชีวิตมากๆสักวันอาจจะเป็นอมตะก็เป็นไปได้...

 

ทางด้านฝูงชน พวกเขาก็ได้พลิกตลบความคิดเกี่ยวกับเสี่ยวเฟิงกันทั้งหมด หลงซินซีที่ได้แต่หลับตาปลงตอนเสี่ยวเฟิงกำลังถูกโจมตี ตอนนี้นางมองเสี่ยวเฟิงที่แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มีด้วยอาการตกตะลึงพรึงเพริดอ้าปากเหวอจนต้องรีบนำมือมาปิด

 

ในมุมหนึ่งของฝูงชนดรุณีน้อยวัยกระเตาะ นางคือลี่จิง ได้ร้อง “ว๊าว” ดังออกมาทำลายความเงียบ จากนั้นทุกคนเหมือนตื่นจากภวังค์กันขึ้นมาต่างส่งเสียงเกรียวกราวดั่งตลาดแตก

 

หลี่หลางยังคงจ้องเสี่ยวเฟิงพลางคิดว่าจะโจมตีชายหนุ่มคนนี้อีกรอบดีหรือไม่ มองดูสีหน้าเสี่ยวเฟิงที่ไม่มีความกลัวใดๆแต่กลับกลายเป็นตื่นเต้นเขาก็ลังเลอย่างมาก

 

เสี่ยวเฟิงมือหยิบการ์ดใบหนึ่งมาเตรียมพร้อมทุกเวลา การ์ดนี้มีจำนวนดาวถึง 6 ดวง หากจะลงจำเป็นต้องเซ่นสังเวย มังกรไฟตัวที่เรียกมาก่อนหน้าอีกด้วย เหลือบมองดูชื่อและรูปการ์ดเขาก็อมยิ้ม แทบจะยั้งมือลงไม่ไหวแล้ว

 

การ์ดนี้คือ “ดาร์คเมจิกเชี่ยน เกิล! เขาไม่อยากเรียกออกมาสู้หรอก เขาอยากเรียกออกมาแล้วบึ่งตรงกลับกระท่อมที่ยอดเขาทันที.. “ใช่มั้ยๆ เรียกมอนเตอร์ออกมาได้ โจมตีได้ ข้าก็จับต้องได้ ใช่แล้วๆ แบบนี้คงได้ ฮี่ แฮ่กๆ..”

 

“เขาเป็นอะไร?”

“ดูสิเขาหน้าแดงๆอยู่ดีๆก็หอบสะงั้น?”

 

“มันแปลกๆนะ!

 

“หรือจะเป็นผลกระทบจากการประทะกับอาจารย์หลี่?”

 

“ข้าว่าอาการนี้ดูคุ้น...อย่างบอกไม่ถูก”

 

“เจ้าสังเกตสายตาเขาเอาแต่มองบัตรบนมือ นั่นคืออะไร?”

 

และแล้วในสายตาของคนอื่นๆเมื่อมองมาที่เสี่ยวเฟิง พวกเขาจะสังเกตุเห็นได้ว่าอยู่ดีๆลมหายใจเขาก็เริ่มถี่กระชั้นหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุอย่างพิลึก เหล่าสาวกสตรีก็รู้สึกขนลุกเมื่อเห็นใบหน้าและท่าทางของเสี่ยวเฟิงจนต้องหลบสายตาหันไปทางอื่น

 

เสี่ยวเฟิงสูดลมหายใจลึกมองไปรอบๆเห็นคนอื่นกำลังทำอะไรไม่ถูกและมองตนอยู่เขาก็ได้กล่าวออกมาว่า “เอ้อ ข้าไปละไม่ยุ่งกับพวกเจ้าก็ได้ ลาก่อน”

 

ท่ามกลางสายตาความงุนงง เสี่ยวเฟิงก็เดินไปหามังกรไฟ เพียงสั่งการในใจมังกรไฟก็หมอบตัวลงเพื่อที่จะให้เสี่ยวเฟิงขึ้นไปขี่บนหลังมัน

 

“ดะ เดี๋ยวก่อน!” หลี่หลางปรับอารมณ์เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้ทรงพลังและอาจจะยังสามารถรักษาศิษย์สาวกที่ป่วยได้อีกด้วย “อย่าพึ่งไป เจ้ามิลองรักษาพวกเขาเหล่านี้เล่า”

 

“หา? ก่อนหน้าไล่ข้าไม่ใช่เหรอ โอ้ใช่ๆข้าไม่ใช่หมอหรอก อย่าเสียเวลากับข้าเลย ไปล่ะ” เสี่ยวเฟิงไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้เขาจะกลับกระท่อม ชายหนุ่มก็ปีนขึ้นไปบนหลังมังกรเตรียมจะสั่งบินกลับยอดเขาด้วยอาการลิงโลดในใจ

 

ทว่า

 

ทันใดนั้นกลับมีเสียงอันทรงพลังดังมา “ฮึ่ม..ศิษย์ข้า อาจารย์สั่งเจ้าว่ายังไง ให้เจ้ารักษาพวกเขาใช่หรือไม่?”

 

“อ๊ะ! ตาแก่..อึ่ก” ทันทีที่ได้ยินเสี่ยวเฟิงนั้นลำคอเหมือนมีน้ำลายเหนียวอยู่ข้างในและกลืนอย่างยากลำบาก “เขารู้ที่ข้าแอบอ้าง? เชรี่ยแล้วไง!

 

“เจ้าสำนัก”

 

“คาราวะท่านเจ้าสำนัก”

 

หลายคนเห็นเจ้าสำนักลงมาจากฟ้าพวกเขาก็คาราวะเจ้าสำนักด้วยสีหน้าขมขื่น ดูสิท่านยังทำสีหน้าเฉยเมยได้อีกหรือ สาวกจำนวนมากกินอุจาระของท่านเข้าไปนะท่าน เจ้าสำนักกวาดตามองทุกคนอย่างมีนัยยะแฝงความหมายด้วยสายตาคมกริบ

 

หลายคนไม่เข้าใจหลายคนก็เข้าใจได้หน่อยๆ ซึ่งใจความของสายตานั้นบ่งชี้ว่า พวกเอ็งแดกกันเข้าไปเองข้าผิดอะไร?

 

“นี่ ไม่ๆ”

 

เสี่ยวเฟิงเลิกลั่กหันไปมองเจ้าสำนักอย่างกระอักกระอ่วนแล้วกล่าวว่า

 

”อะ อาจารย์ ข้าจะกลับยอดเขา ใช่แล้วข้าปวดท้องมากๆอยากเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วข้าจะกลับมารักษาพวกเขาทันที” กล่าวเสร็จมองดูสีหน้าเจ้าสำนัก เห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้งเสี่ยวเฟิงสันหลังตั้งตรงขนลุกวาบ ทำไมรอยยิ้มตาแก่นั่นมองทีไรขนลุกทุกที ราวกับว่าโดนคำสาปจากปีศาจชั่วร้าย

 

“บิน ๆ ไปๆเจ้ามังกรไฟ” เสี่ยวเฟิงตบเบาๆที่หลังมังกร ตอนนี้ความคิดเดียวคือ ความแตกแล้วเผ่นให้ไกลไปให้ว่อง

 

ทันใดนั้นมังกรไฟก็ได้กางปีกกระพือบินขึ้นและคิดหนีไปให้ไว

 

“หืม!” เจ้าสำนักจ้องเสี่ยวเฟิงพร้อมฉีกยิ้มกว้างกว่าเก่า “คิดหนี?”

 

“ศิษย์ข้า เจ้ากล้าปีกกล้าขาแข็งกับอาจารย์ของเจ้าตั้งแต่เมื่อไรกันเด็กน้อย” เจ้าสำนัก มือจกท่าขยำเป็นกรงเล็บและมือก็ส่องแสงจ้ายิ่งกว่าหลี่หลางใช้กระบวนท่าเสียอีก

 

เสี่ยวเฟิงยิ่งบินไกลยิ่งรู้สึกขนลูกชูชันลางสังหรณ์อันตรายเตือนลั่นไม่หยุด เมื่อเหลียวหลังมองก็ได้เห็นเจ้าสำนักกำลังทำอะไรสักอย่างที่หมายโจมตีเขา

“ม่ายย” เสี่ยวเฟิงมือวางการ์ดสีม่วงหมอบเพิ่มหนึ่งใบอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาสังเวยมอนเตอร์บูชายันมังกรไฟไม่ได้เพราะตนขี่มันเพื่อบินหนีอยู่

 

คชา

เจ้าสำนักขยับมือขยุ้มไปทางด้านหน้าเกิดกระแสปราณออกมาจากร่างของเขาเป็นกรงเล็บหงส์ขนาดใหญ่พุ่งเป้าไปที่เสี่ยวเฟิงหมายจับเขาไว้และลากกลับมา

“การ์ดกับดักทำงาน” เสี่ยวเฟิงเห็นดังนั้นก็ร้องลั่นทันที

[การ์ดกับดัก “กระบอกเวทย์มนต์” เอฟเฟค สูบกลืนการโจมตีและยิงพลังงานสวนกลับไป]

[ยืนยัน][ยกเลิก]

 

“ใช้ๆๆยืนยัน”

 

จากนั้นมีกระบอกเวทย์สองกระบอกปรากฏออกมาวางบนไหล่สองข้างของเสี่ยวเฟิงทันที และกระบอกทางซ้ายมันก็สูบกลืนพลังปราณรูปกรงเล็บของเจ้าสำนักเข้ามา ก่อนที่กระบอกทางขวาจะเริ่มชาร์จพลังงานและยิงสวนกลับไป

 

ท่ามกลางสายตาทุกคน พวกเขาเห็นกระบอกแปลกประหลาดสองอันอยู่บนไหล่ของเสี่ยวเฟิงมันได้ดูดกลืนกระบวนท่าของเจ้าสำนักเข้าไป

 

ฟิ้วววววววว

 

ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นลำแสงพลังงานอันทรงพลังถูกยิงออกมาจากอีกกระบอกพุ่งเข้าหาท่านเจ้าสำนัก

 

ทุกคนอ้าปากค้างหนัก

 

“เขาต้านการโจมตีเจ้าสำนักและสามารถสวนกลับด้วยวัตถุประหลาด”

 

“โอ้บัดซบสมบัติวิเศษอันใด”

 

“ข้าอิจฉานัก!

 

“โอ้ศิษย์ข้าช่างกล้า!” เจ้าสำนักยิ้มเย็นเหาะเข้าหาพลังงานที่เสี่ยวเฟิงยิงสวนมาพร้อมกับใช้มือปัดอย่างไม่นำพา

 

วิ้วว  ตูมมม

 

ลำแสงพลังที่เจ้าสำนักปัดไปได้ปลิวออกจากเกาะไปไกลและระเบิดขึ้นจนน้ำทะเลปลิวกระจายเป็นวงกว้าง

 

“อืม” เจ้าสำนักยิ่งทึ่งเข้าไปใหญ่และสัมผัสได้ว่าพลังที่เขาปัดไปเมื่อครู่เท่ากันเป๊ะๆกับพลังที่เขาใช้เพื่อหมายจับเสี่ยวเฟิง “ฮ่าๆ ดี ดีมาก” เขาหัวเราะและรอยยิ้มเย็นเยือกก็ดูน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ สายตาของเจ้าสำนักเริ่มผุดประกายความโลภขึ้นมาชั่วขณะก่อนจะหายไปและเขาก็ถอนหายใจพร้อมกับส่ายหัวสลัดความคิดไป

 

เจ้าสำนักเร่งความเร็วจนมาถึงปลายหางมังกรไฟ เสี่ยวเฟิงเห็นแบบนั้นก็กรีดร้องหนักกว่าเดิมเหงื่อแตกพลั่ก..

 

“โหยยยย บินไวไวสิเอ้ยไอ้มังกร” เสี่ยวเฟิงหน้าซีดเผือด เสี่ยวเฟิงร้อนรนอย่างหนักเขาตบหลังมังกรไฟไม่หยุดจนมือเริ่มแดง “ให้ตายสิ ตาแก่ จบเทรินๆ ๆ ๆ” มองเจ้าสำนักด้วยสีหน้าซีดๆกล่าวซ้ำๆจนน้ำลายกระเด็น เขาคิดหวังให้เจ้าสำนัก งง กับคำแปลกๆของเขาเพื่อให้เจ้าสำนักกล่าว จบเทริน

 

“จิ้งจอกน้อย จะหนีไปไหน มาๆเจ้ายังไม่ได้คาราวะอาจารย์เลย จะกลับยอดเขาใช่ไหม? มาๆให้ข้าส่ง “ เจ้าสำนักยิ้มให้เสี่ยวเฟิง เขาจับหางมังกรไฟและเหวี่ยง

 

วูบบบ

 

“ม๊ายยยยย! เหวอออออ!!!

 

เสี่ยวเฟิงพร้อมมังกรไฟโดนเหวี่ยงไปยังทิศทางยอดเขาโดยมิอาจต้าน 


ขณะปลิวไปตามแรงก็ทำใจปลงอนิจจังหลับตาน้ำตาปริ่มเล็ดละอองน้ำตาปลิวเป็นสายบนฟากฟ้าและเขาก็พึมพำออกมาอย่างน่าเวทนา

 

“หลีกหนีไม่พ้นไม่หลงทาง ไอ้ทางเก่าซ้ำๆ ไม่พ้นเดิมๆ...”

 

“หัวจายร่ำมันร้องว่าเหนื่อย เหลือหลายย..”

 

โครมมมมมมม




ดาร์คเมจิกเชี่ยนเกิล


 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #50 Tronsa (@Tronsa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:08
    ช่วงนี้ไรท์ขยันพักบ้างนะครับ
    #50
    0
  2. #49 Sanook212 (@Sanook212) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:48

    ต่อๆๆจะดีมากครับ

    #49
    0
  3. #48 dfrdz007 (@dfrdz007) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 18:47
    thank u
    #48
    0