The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 8 : นักฝึกสัตว์?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    27 มี.ค. 62



เสี่ยวเฟิงกำลังโดนศิษย์ชายสองคนหิ้วแขนลากตัวเขาออกไป ระหว่างโดนลากเขาก็ยังคอยตะโกนด่าทิ้งท้ายไม่ขาดสาย

 

ใจเขาเพียงคิดแต่ว่า ขาดทุนยับเยินแล้วงานนี้ เสียแต้มคริสตัลไปหลายหมื่นแต่กลับมิได้มีโอกาสใช้ตักตวงหาผลประโยชน์ อาทิเช่นสร้างความประทับใจสาวงามหรือกระทั่งใช้ยกระดับตนเองให้เจ้าสำนักเห็นคุณค่า

 

“บัดซบเอ้ย”เสี่ยวเฟิงขมวดคิ้วอย่างหนักกัดฟันกรอดมองดุไปพวกคนใจแคบคือหลี่หลางและหลี่ชางฉี เขาจะจดจำใบหน้าทั้งสองให้ขึ้นใจ

 

น้อยนักที่เขาจะโกรธใครหรือไม่พอใจใดๆ เสี่ยวเฟิงโลกก่อนเขาก็เป็นคนง่ายๆ เขาไม่เคยคิดที่จะไปสร้างความเดือดร้อน! ให้ใครและไม่คิดดูถูกและขวางทางใครเช่นกัน เขาเป็นคนดีชอบช่วยเหลือผู้อื่นเสมอแม้ไม่มีใครเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ เวลาเห็นคนเดือดร้อนแบบที่ตัวเองสามารถช่วยได้เขาก็จะยื่นมือช่วยเหลือเมื่อนั้นตามอารมณ์

 

บางทีเขาก็คิดไปว่าเขาเป็นคนที่ดวงซวย

 

หวนนึกไปสมัยก่อน ตอนไปสมัครทำงานบริษัทเป็นครั้งแรก เขาก็ทำได้สองเดือนก็ต้องโดนไล่ออก

 

พอได้งานใหม่และไปทำงานอีกที่ คราวนี้เขานึกว่าจะได้ลงเอยด้วยดี แต่แล้ว เพียงเดือนครึ่งเขาก็ถูกไล่ออก

 

จากนั้นก็หางานใหม่ ครั้งที่สามทำได้เดือนเดียว และก็ต้องมาหางานใหม่ ครั้งที่สี่ทำได้ครึ่งเดือน และครั้งที่ห้าทำได้เพียงอาทิตย์เดียวเท่านั้น แต่ที่ต้องออกมาเพราะบริษัทได้ล้มละลายลงนั่นเอง

 

สุดท้าย ประวัติงานของเขาก็ยากที่จะไปสมัครงานได้อีก มันช่างมืดมนและสิ้นหวัง

 

ใบประวัติการทำงานของเขาตรงเหตุไล่ออกเต็มไปด้วยหลากหลายสาเหตุ

 

อย่าให้เขาเกิดจิตคิดกุศลเพื่อส่วนรวม เขาจะทำให้เพื่อนร่วมงานทุกคนกลัวและระเเวงที่จะนั่งหรือพิงบางสิ่ง หรือลงเอยด้วยการซื้อชุดทำงานตัวใหม่

“โถ่ ข้าก็แค่หวังดีเห็นสีมันลอกมันเก่าตรงไหนก็ทาตรงนั้น”

 

อย่าให้ชายคนนี้ชงกาแฟให้คุณเด็ดขาด เขาทำให้เจ้านายของเขาสำลักกาแฟต้องเข้าโรงพยาบาลสาเหตุเกิดจากเส้นขนหยิกเข้าไปในหลอดลม

“ใครจะไปรู้ตอนนั้นมันจะดันไปติดที่ซอกเล็บของข้าเล่า” เสี่ยวเฟิงนึกแล้วก็อารมณ์เสียตอนนั้นที่ทำงานถึงกับต้องเปิดกล้องวงจรปิดดูกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าและซูมดูกันชัดๆถึงรู้ว่าต้นเหตุมันมาจากเขาเอง “เห้อ ถึงกับไล่ออกก็เกินไปมั้ง”

อย่าส่งเอกสารสำคัญให้เขาไปส่งแฟกซ์เพราะมันจะไม่ถึงจุดหมายและมันจะลงไปอยู่ในเครื่องทำลายเอกสาร

“ใครใช้ให้เครื่องมันคล้ายๆกันล่ะ ข้าก็แค่จำสลับกันแค่ครั้งสองครั้งเองถึงกับไล่ออก ทำกันได้”

.

.

อีกมากมายเหตุผลอีกหลายๆอย่าง บลา ๆ ฯลฯ

 

 

“เฮ่ออ” เสี่ยวเฟิงถอนหายใจอย่างปลดปลง พ่อแม่ของเขาสอนว่า “คนเราทำดีย่อมได้สิ่งดีๆตอบแทนเสมอ” เสี่ยวเฟิงก็ทำดีเรื่อยมาแต่แปลกนัก เขากลับไม่รู้สึกว่าตัวเองเคยได้ดีเลยสักครั้ง..

 

ทุกๆคนต่างไล่เขา แม้แต่โลกก็ไล่เขามาโลกใหม่นี้..!  และตอนนี้ ณ ต่างโลกเขาคิดจะทำดีช่วยเหลือผู้อื่นให้ทุกคนได้เห็น แต่ดูสิคิดจะทำความดีก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำด้วยซ้ำ คนพวกนี้ไม่ให้โอกาสเขาเลย

 

“พวกเจ้าปล่อยข้าเสียที ข้าเป็นศิษย์เอกเจ้าสำนักนะ ท่านส่งข้ามารักษาพวกเขาทั้งหลาย พวกเจ้ายังทำกับข้าแบบนี้ได้ลง..”

เสี่ยวเฟิงคิดว่าหากพลาดโอกาสนี้ไปคงไม่ดีเป็นแน่ และถ้าเจ้าสำนักรู้ว่าเขาแอบอ้างขึ้นมาคงจะแย่สุดๆ

 

ศิษย์ทั้งสองที่ได้ยินคำกล่าวของเสี่ยวเฟิงก็ทำเมิน ศิษย์เจ้าสำนัก? ไร้ลมปราณ ร่างกายก็อ่อนแอราวกิ่งไม้แห้ง

 

“เพ้ย! เจ้าอย่าแอบอ้าดีกว่า หากท่านอาจารย์ทำการตรวจสอบขึ้นมาเจ้าจะแย่เอา”

 

“เฮ้ ดีแค่ไหนแล้วที่ท่านไม่เอาความและให้พวกเราลากเจ้าออกไปแค่นั้นเอง”

 

ศิษย์สาวกและคนรอบๆได้ยินคำกล่าวของเสี่ยวเฟิงพวกเขาก็หัวเราะดังตามๆกัน มันน่าตลกมากๆ

 

ตุบ

 

“โอ้ย”

 

ศิษย์ชายทั้งสองโยนเสี่ยวเฟิงไว้ที่ทางเข้าตำหนัก เสี่ยวเฟิงล้มคลุกฝุ่น เขารีบลุกขึ้นนั่งพลางชี้ไปที่พวกเหล่าศิษย์ที่หัวเราะเขา

 

“พวกเจ้า ! ข้ามาเพื่อช่วยคนไม่อยากทำร้ายใคร หากเจ้าปล่อยพวกเขาไว้แบบนี้พวกเขาจะขี้แตกตาย พวกเจ้าบังคับข้าเองนะ!” เสี่ยวเฟิงหน้าผากเริ่มผุดเส้นเลือดดวงตาเริ่มแดงเรื่อเส้นเลือดฝอยผุดออกมา เขาเริ่มโกรธแล้ว

 

เสี่ยวเฟิงลุกขึ้นมาและปัดฝุ่นที่เลอะเสื้อผ้าออก และก็เดินเข้าไปใหม่

 

“เฮ้ย ดูนั่นเขายังจะเข้ามาอีก”

 

“หวา เขาหาเรื่องเองนะอาจารย์คงไม่ปล่อยเขาแน่คราวนี้”

 

“ไปขวางไว้เขาเพียงแค่ต้องการก่อกวน หากเขายังดื้อดึงก็อัดเขาซะ”

 

“อ่า แบบนี้เขาตายแน่”

 

มีศิษย์สายในห้าคนเข้ามาขวางทางเสี่ยวเฟิงทันทีที่เขาเดินเข้ามา ชายร่างกำยำคนแรกทำท่าบิดข้อมือแล้วก็เหวี่ยงหมัดเข้าหาใบหน้าเสี่ยวเฟิงอย่างเต็มแรง หลายคนที่เห็นแบบนี้ก็ส่ายหัวบ้างก็หันหน้าหนีไม่อยากมอง

 

เสี่ยวเฟิงยังคงเดินต่อไปอย่างไม่แคร์ เขาถอนหายใจและพึมพำเบาๆว่า

 

“ดู เ อ ล”

 

เมื่อเขาประกาศวาจาดูเอลดิสก็ปรากฏออกมาที่แขน การ์ดทั้งสามสิบใบในสต๊อกส่งเสียงกรีดสลับไพ่เสียงดัง ฟึบๆ หลังจากนั้นเสี่ยวเฟิงจั่วการ์ดห้าใบหยิบถือไว้อีกมือ เขากวาดสายตามองการ์ดทั้งห้าชั่วครู่

 

จากนั้นหยิบการ์ดสีม่วงไปวางหมอบไว้ในช่วงดูเอลดิส และการ์ดสีเหลืองเป็นมอนเตอร์ระดับ 4 ดาว ที่มีพลังโจมตี 1500พลังป้องกัน800 วางตามไป

 

“จงออกมา มังกรไฟแห่งแดนมืด”

 

กรร!

 

ทันใดนั้นความว่างเปล่าเบื้องหน้าเสี่ยวเฟิงก็มีเสียงดังออกมา ก่อนที่จะมีร่างที่ใหญ่กว่าสามเมตรปรากฏเบื้องหน้า มันมีลำตัวสีเขียวสี่ขา หางและคอยาวมีเขาสีแดงสองเขา มีปีกสองข้างบนหลัง

 

และแล้วหมัดของศิษย์ร่างกำยำที่ชกเข้ามาหาเสี่ยวเฟิงก็ได้ประทะเข้ากับลำตัวของมังกรไฟแทน

 

“หือ! สะ สัตว์อสูร?”

 

“นี่ เขาเป็นนักฝึกสัตว์?”

 

“ไม่สะเทือนเลย”

.

.

 

มังกรไฟที่เสี่ยวเฟิงอัญเชิญออกมาได้รับการโจมตีไปมันก็ไม่ระคายเคืองใดๆเลย ต่อมามันได้กวาดหางฟาดกวาดไปยังคนทั้งห้าที่ขวางทางเสี่ยวเฟิงอยู่

 

“อ๊า”

“อั๊ก”

 

ศิษย์สายในทั้งห้ากระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรทันที

 

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หลายคนต่างตะลึงงัน รวมทั้งเหล่าอาจารย์และเจ้าสำนักที่มองอยู่ไกลๆ หลังจากหายจากการตกตะลึงพวกเขาก็ประทุขึ้นด้วยอารมณ์ต่างกันไปและพูดคุยกันแซ่ดเสียงดัง พร้อมกับจ้องมองไปยังมังกรไฟกับเสี่ยวเฟิงด้วยสายตาแปลกประหลาดอดที่จะตกใจไม่ได้

 

 

“หือ! สะ สัตว์อสูร?”

 

“นี่ เขาเป็นนักฝึกสัตว์?”

 

“มันออกมาจากไหน?

 

“หมัดศิษย์สายในคนนั้น ไม่สะเทือนอสูรตัวนั้นเลย..”

.

.

หลังจากหายจากการตกตะลึง

 

“บังอาจ!!” อาจารย์หลี่หลางที่เห็นเหตุกาณ์อยู่ไม่ไกลก็ตะโกนดังพร้อมรุดรีบมาทันทีด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ตัวเขากลายเป็นริ้วแสงลากยาว หลี่หลางกลับไม่ได้มุ่งเป้าไปที่มังกรไฟตัวสเขียวแต่เขากลับเข้าหาเสี่ยวเฟิงแทน เพราะเขาคิดว่าหากสัประยุทธกับมังกรค่อนข้างจะใช้เวลาและยังจะส่งผลกระทบบริเวณกว้างอีกด้วย จึงเลยจัดการกับคนควบคุมแทนจะได้จบๆ

 

เสี่ยวเฟิงที่เห็นก็ขมวดคิ้วทันทีเพราะเขาได้สั่งการมังกรไฟให้เข้าขัดขวางแล้วแต่มังกรตามความเร็วของหลี่หลางไม่ทันเลย

 

เจ้าสำนักที่ดูอยู่ก็ขมวดคิ้วเตรียมตัดสินใจเข้าแทรกแทรงทันที เขาไม่อาจปล่อยให้เสี่ยวเฟิงตาย ชายหนุ่มคนนี้เหมือนมีความลับมากมายให้เขารอดูอยู่ แต่กระนั้นเขากลับหยุดชะงักเบิกตามองดูสีหน้าเสี่ยวเฟิงให้ดีๆ

 

จะเห็นว่าเสี่ยวเฟิงนั้นกำลังคลี่ยิ้มมุมปากอยู่ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอกน้อย “เอาล่ะ แสดงมันให้ข้าดูหน่อยเถิดหนุ่มน้อย” เจ้าสำนักพึมพำกับตัวเอง

 

“เอาดิ เขามาเลย..”

  เสี่ยวเฟิงกวักมือท้าท้าย ในใจเขารู้สึกแปลกใหม่ “ฮ่าๆ ตื่นเต้นจังวุ้ย!”เขารู้สึกตื่นเต้นและท้าทายอย่างมาก และก็กลัวด้วย แต่เขาจะลองเสี่ยงเผชิญหน้าดู

 

“หาที่ตาย”

หลี่หลางทะยานเข้ามาไกล้พร้อมกับฝ่ามือของเขาที่มีแสงสว่างจางๆ

 

เหล่าศิษย์มุงที่เห็นกลับตื่นเต้นกันอย่างมาก เพราะพวกเขายากที่จะได้เห็นตัวตนของเหล่าผู้ที่เป็นอาจารย์ทำการโจมตี

 

“ไอ๊ ดูนั่นท่านอาจารย์หลี่หลางใช้กระบวนท่าฝ่ามือหงส์จรัสแสง”

 

“เป็นเรื่องแล้ววันนี้สำนักหงส์ขาวคงมีคนตายแน่แล้ว”

 

“ฮ่าๆ ดูไอ้หนุ่มนั่นดิกลัวจนยืนแข็งทื่อไปเลย”

 

“เขากล้าที่จะท้าทายความอดทนของอาจารย์หลี่ สมควรแล้ว”

 

“ไม่เหมือนกับศิษย์สายในที่มีตบะเพียงปราณแรกเริ่ม อาจารย์หลี่อยู่ระดับปราณแท้ขั้นกลาง เจ้านั่นตายแน่ๆ”

 

ในโลกแห่งนี้นั้นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับต่ำสุด คือระดับ ปราณแรกเริ่ม ปราณก่อตั้ง ปราณแท้ ปราณจิต ปราณปฐพี ปราณฟ้า ปราณจักรพรรดิ . . . แต่ละระดับก็ยังแบ่งออกเป็น เก้าขั้นย่อย

 

ส่วนเสี่ยวเฟิง เขาไม่ได้รู้ระดับขั้นพลังของผู้ฝึกตนของโลกใบนี้เลย เขามีแต่การ์ดยูกิเท่านั้น และก็ไม่รู้ว่าการ์ดมอนเตอร์ของเขาจะสามารถต่อกรกับระดับใดบ้าง เขาไม่รู้ ทางเดียวคือต้องลองพิสูจน์ดู และตอนนี้ จากเท่าที่ดู มังกรไฟของเขาคงไม่อาจสู้กับอาจารย์หลี่หลางได้อย่างแน่นอน

 

หลี่หลางทะยานมาด้านข้างระห่างจากเสี่ยวเฟิงหนี่งเมตรก็ได้ยื่นฝ่ามือที่ส่งแสงเข้าหาเสี่ยวเฟิง

 

เสี่ยวเฟิงสัมผัสได้ว่ามีคลื่นพลังถาโถมและแรงกดดันจำนวนมากกดข่มตน ความรู้สึกตอนนี้คือเส้นเลือดในตัวเขามันแทบจะแตกออกกระดูกในร่างลั่นไปทั้งตัวแทบจะล้มทั้งยืน ได้มาสัมผัสกับการโจมตีของจอมยุทธโดยตรงแบบนี้ มันช่างน่ากลัวมากกว่าที่เขาเคยคิดจินตนาการณ์เอาไว้เสียอีก นี่แค่แรงกดดันนะ การโจมตียังไม่ถึงเขาด้วยซ้ำ

 

กรอด! เสี่ยวเฟิงกัดฟันแน่น “ข้าจะเดิมพันสิ่งนี้ หากใช้ไม่ได้ผลข้าก็ตาย” เขาเงยหน้าขึ้นจ้องหลี่หลางที่กำลังยื่นฝ่ามือเข้าไกล้ตัวเขา

 

“หงายการ์ดที่หมอบ”

 

ระบบได้ส่งเสียงแจ้งเตือนให้กับเสี่ยวเฟิง

[การ์ดกับดักทำงาน “โล่แห่งการดูดซับ” เอฟเฟค สามารถป้องกันการโจมตีของศัตรู และดูดซับกำลังการโจมตีของศัตรูมาเพิ่มพลังชีวิตให้กับผู้ใช้อย่างถาวร]

 

[ยืนยันการใช้งาน][ยกเลิกการใช้งาน]

 

“ยืนยัน ใช้โลดดด!!!

 

เสี่ยวเฟิงยกมือขึ้น ทันใดนั้นก็มีโล่โลหะลักษณะวงกลมออกมา และโล่นั้นได้กระจายบาเรียพลังงานคลอบคลุมทางด้านหน้าของเสี่ยวเฟิงเอาไว้ และฝ่ามือแสงของอาจารย์หลี่หลางก็ได้เข้าประทะกับโล่

 

ปังงง ตูม

 

เสียงแรงกระแทกดังสนั่น สร้างแรงสั่นสะเทือนจนพื้นดินโดยรอบแตกกระจาย ทำให้ฝุ่นตบลฟุ้งกระจายไปทั่ว คนจำนวนมากศิษย์มุงทั้งหลายต่างสำลักไอและรีบถอยห่างกันออกไปให้พ้นฝุ่นควันจากเศษดินหินที่ปลิวอยู่

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #47 Sanook212 (@Sanook212) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:17

    รขออีกตอนนะๆๆๆๆครับ

    #47
    0
  2. #46 Sacrifice (@teeraponnanakorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 15:16
    จบเทิร์น​
    #46
    0
  3. #45 Tronsa (@Tronsa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:59
    สนุกครับ
    #45
    0