The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 7 : งั้นก็ขี้แตกตายกันไปเถิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 902
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    23 มี.ค. 62

 

“แม่นางมีนามว่ากระไรงั้นรึ”

 

“ข้าหลงซินซี แล้วท่าน?”

 

“โอ้ แม่นางไม่ต้องสุภาพกับข้าก็ได้เราก็มีอายุราวคราวเดียวกัน ขอให้แม่นางเรียกข้าว่า เสี่ยวเฟิง เถิด”

 

เสี่ยวเฟิงเดินไปกับหลงซินซี นางได้นำทางไปยังตำหนักแพทย์

 

เสี่ยวเฟิงซื้อของจากระบบเพิ่มเติมคือหน้ากากกันแก๊สและมอบให้กับซินซี

 

“นี่คือสิ่งใด?”

 

“ เจ้าควรใส่เอาไว้ มันสามารถป้องกันเชื้อโรคได้ แบบนี้” และเสี่ยวเฟิงก็ใส่หน้ากากให้ดูก่อนเป็นตัวอย่าง ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจและงงๆอยู่ก็ตามซินซีก็สวมใส่และก็รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย

 


“ถึงแล้วที่นี่แหละ” ซินซีชี่ไปที่อาคารหลังหนึ่งและที่ทางเข้ามีป้ายเขียนว่าตำหนักแพทย์อยู่

 


เสี่ยวเฟิงมองไปเห็นความวุ่นวายตลอดทางยันหน้าตำหนักแพทย์ มีการต่อเติมตั้งเต้นขนาดใหญ่ทางด้านหน้าตำหนักแพทย์ มีศิษย์สาวกมากมายนอนโอดครวญหน้าซีดกันอยู่

 


อาจารย์หลี่หลางที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการตะโกนสั่งศิษย์ให้ไปหายามารักษาเหล่าศิษย์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้เห็นหลงซินซีก็เอ่ยทัก

 


“หืม ซินซีเจ้าสวมอะไรอยู่ เจ้าได้ไปเรียกท่านเจ้าสำนักแล้วรึ?”

 

นางมองไปทางเสี่ยวเฟิงและแนะนำ “นี่คือเสี่ยวเฟิง ท่านเจ้าสำนักให้เขามา เขาเป็นหมอ”

 

“อะไรนะ!” อาจารย์หลี่หลางมองเสี่ยวเฟิงด้วยความงุนงงและมองหน้าหลงซินซีโดยส่งสายตาส่งซิกเชิงยืนยันว่าไม่ได้ล้อเล่น?

 

“ฮะ แฮ่ม ให้ข้าดูอาการพวกเขาเถิด” เสี่ยวเฟิงกล่าว

 


“เดี๋ยวก่อน เจ้ารักษาได้รึ มียาโอสถหรือไม่? ตอนนี้เม็ดยาโอสถชะล้างพิษระดับกลางเท่านั้นที่รักษาได้ เรามีจำนวนไม่พอเพียงต่อผู้ได้รับผลกระทบ เพราะตอนนี้มีมากกว่าแปดพันคนที่ยังไม่ได้รับการรักษาเพราะเรามีโอสถไม่พอ” หลี่หลางกล่าว เขาต้องการยาถอนพิษเท่านั้นตอนนี้เพราะคนที่กินแล้วจะมีอาการทุเลาลงและดีขึ้น เขาคิดว่าหากเจ้าสำนักลงมาเองก็ยังไม่มีทางหลอมยาแก้พิษระกลางจำนวนมากในเวลาอันสั้นได้ และเจ้าหนุ่มนี่จะทำได้หรือ?

 


“เอ๋ พวกเขาถูกพิษ? ไม่ใช่โรคระบาดหรอกรึ?” เสี่ยวเฟิงสับสนเขาถอดหน้ากากกันแก๊สออกและเดินเข้ามาดูผู้ป่วยที่อยู่ตรงเต้นด้านนอก หลี่หลางชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะทำใจและเดินตามมา หลงซินซีนางยังไม่ถอดหน้ากากพร้อมกับเดินตามเสี่ยวเฟิงมา

 


เสี่ยวเฟิงพอยิ่งเดินเข้าไปไกล้เต้นผู้ป่วยก็เริ่ม ได้กลิ่นตุๆ และเสียงครวญครางของแต่ละคน ดัง อ๊า บ้างก็มี ปุดๆ ป๊าดๆบ้าง ที่มาพร้อมกับกลิ่นขรี้  เขาเลยรีบสวมหน้ากากกันแก๊สอย่างไว

 


“นี่พวกเขาไปกินหมาเน่ากันมารึไง ดูก็รู้ว่าท้องร่วงท้องเสียกันยกสำนักเลย” เสี่ยวเฟิงโพล่งกล่าวออกมาอย่างมึนงง

 


พอได้ยินเช่นนั้นอาจารย์หลี่หลางที่ทราบอาการของพวกเขาก็คิ้วกระตุกถี่เขาเองก็พูดไม่ออกเช่นกันและก็รู้สึกผิด เป็นเขาเองนี่แหละที่ประกาศกล่าวบอกให้เหล่าศิษย์สาวกทั้งหมดไปรับระอองขรี้เข้าปาก เพราะคิดว่าเป็นระอองสมุนไพรที่ระเบิดจากหม้อยาของท่านเจ้าสำนัก ทำให้ตอนนี้เขาเครียดและรู้สึกผิดมาก เขาก่นด่าโทษเจ้าสำนักในใจและคิดว่าเป็นความผิดของเจ้าสำนักทั้งหมด ใครจะรู้ว่าเจ้าสำนักทำอะไรกับห้องน้ำและบ่อเกรอะมันถึงได้ระเบิดกระจายลงมาข่างล่างเช่นนี้

 


โดยไม่รู้เลยว่าต้นสายปลายเหตุตัวต้นเหตุอยู่ไกล้ๆนี่เอง..

 

เสี่ยวเฟิงเดินเข้าไปหาศิษย์คนนึงที่นอนหงายหน้าซีดอยู่และตดเป็นพักๆ

 


“เจ้ายังไม่ตอบเลย เจ้าหลอมยาได้หรือไม่ มียาแก้พิษไหม?” อาจารย์หลี่หลางยังคงกล่าวถามเสี่ยวเฟิง

 


“เฮ้ ถามอยู่นั่นแหละ ยาข้าหลอมไม่เป็นหรอก ยาแก้พิษก็ไม่มี และเจ้าน่ะเงียบก่อนให้ข้าตรวจก่อน” เสี่ยวเฟิงหงุดหงิดกล่าวออกมา

 


“จะ เจ้ากล้า..” ได้ยินเสี่ยวเฟิงกล่าวตำหนิและท่าทางไม่เคารพนั่น หลี่หลางมือสั่นเทิ้มมองเสี่ยวเฟิงด้วยความโกรธแต่ก็ระงับไว้เพราะคนผู้นี้ถูกส่งมาโดยเจ้าสำนักและเขาก็ยังไม่แน่ชัดกับตัวตนของชายหนุ่ม

 


หลงซินซีได้ยินและเห็นทั้งหมดนางคิ้วโก่งทันที ไม่อยากเชื่อเลยว่าเสี่ยวเฟิงกล้าดุว่าอาจารย์หลี่ และนางก็คิดว่าเขาก็พูดมีเหตุผลเช่นกัน

 


“เกิดอะไรขึ้น” ชายวัยกลางคนหน้าตาคล้ายหลี่หลางอยู่ห้าส่วนก็เดินเข้ามาหา เขาคือหลี่ชางฉีผู้ดูแลตำหนักแพทย์ของสำนักและยังเป็นญาติกับอาจารย์หลี่หลางอีกด้วย

 


“ฮึ่ม เจ้าสำนักส่งเขามา โอสถแก้พิษก็ไม่มี หลอมยาก็ไม่ได้” หลี่หลางกล่าวอย่างไม่พอใจ

 


“หืม หนุ่มน้อยถ้าจะช่วย เจ้าช่วยออกไปดีกว่ามันเกะกะขวางทางที่นี่ หรือเจ้าคิดว่ารักษาพวกเขาได้ทั้งที่ไม่มีโอสถแก้พิษหรือไร?”ผู้ดูแลตำหนักหลี่ชางฉีกล่าวไล่เสี่ยวเฟิง

 


และตอนนี้ศิษย์สาวกบางคนที่ไม่ได้โดนผลกระทบพวกเขาก็ได้เริ่มมามุงดู และบางคนหามเปลส่งคนป่วยไปนอนพักหมดแล้วก็เห็นและเกิดความสนใจจึงได้มีหลายๆคนเริ่มมามุงดูห่างๆ

 


ไอ้การมีปากเสียงหรือทะเลาะกันมักเป็นจุดสนใจสำหรับคนอื่นๆและนี่ยิ่งเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังมีปากเสียงโต้เถียงกับผู้ดูแลตำหนักและอาจารย์หลี่หลาง ผู้คนยิ่งให้ความสนใจมากขึ้น

 


เสี่ยวเฟิงเริ่มตรวจดูอาการ มือเขาโบกไปมาเหนือใบหน้าและดวงตาของผู้ป่วย ดูลูกตาของผู้ป่วยว่าตอบสนองฝ่ามือเขาหรือไม่

 


และไม่คาดคือเจ้าสำนักที่ทุกคนคิดว่าเขากำลังอยู่บนยอดเขา ทว่าเจ้าสำนักแต่รู้ว่าเสี่ยวเฟิงถล่มพ่อเกรอะบ้านเขาไป เขาก็คาดเดาเหตุการณ์แทบทุกอย่างได้ล่วงหน้าขันขมขื่นได้อยู่แล้ว จะไปห้ามทุกคนในตอนนั้นก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะทุกคนได้กินสิ่งนั้นเข้าไปกันหมดแล้วห้ามไม่ทันได้แต่ดูมองศิษย์สาวกด้วยความขมขื่นเท่านั้น

 


เจ้าสำนักเขาเลยเข้าไปหลอมยาในบ้านและพึ่งจะหลอมยาเสร็จเลยออกมาและจำนวนยาของเขามีไม่เพียงพออีกด้วย พอมาถึงก็พบเจอเหตุการณ์โต้เถียงกันในตอนนี้ เขาเพียงแต่เหาะอยู่บนฟ้าเฝ้าดูต่อไปก่อนและคิดว่ามันน่าสนใจ

 


“ข้าอุส่าห์จริงใจและก็เป็นพลเมืองดีคนหนึ่งคิดมาช่วยฟรีแต่กลับมาห้ามแม้กระทั่งยังไม่คิดให้ข้าตรวจด้วยซ้ำ กลัวข้าเอาหน้าเรอะ?” เสี่ยวเฟิงกล่าวโต้

 


“เกะกะๆ ตบะหรือลมปราณเจ้าก็ยังไม่มีแถมยังไม่ใช่ผู้ฝึกตน หากเจ้ารักษาได้จริงข้าคงไปถึงระดับจอมโอสถแล้ว จะบอกให้เอาบุญพวกเขาน่ะท้องเสีย ยาแก้ท้องเสียหรือสมุรไพรแก้ท้องเสียทั่วไปก็ไม่อาจยับยั้งหรือรักษาอาการได้ มีแต่โอสถถอนพิษระดับกลางเท่านั้น กระทั่งข้าทำได้แค่ใช้ลมปราณทุเลาอาการพวกเขา” หลี่ชางฉีส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาลองตรวจสอบด้วยสัมผัสดูแล้วก็ไม่พบพลังใดๆจากร่างเสี่ยวเฟิงเลยแถมกล้ามเนื้อของชายหนุ่มน้ะนยังอ่อนแออีกด้วย

 


“อะไรนะ! เขาไม่ใช่ผู้ฝึกตนแล้วทำไมมาอยู่ที่นี่?”

 

“เห้ยพวก มาดูเร็วๆ เจ้าหนุ่มนี่ไม่มีกระทั่งลมปราณและยังคิดว่าจะรักษาได้อีก”

 

“สำคัญคือเขากล้ามีปากเสียงกับอาจารย์และผู้ดูแลตำหนัก!

 

“เขาเป็นใคร? ศิษย์นอก?”

 

“ข้าได้ยินแม่นางซินซีกล่าวว่าเขาถูกเจ้าสำนักส่งมา”

 

“เอิ่ม..คนธรรมดา ถูกเจ้าสำนักส่งมา ยากจะคาดเดา เรามารอดูเถิด”

 

พวกศิษย์มุงเริ่มพูดคุยกันและรอรับชมความซวยของเสี่ยวเฟิงกันอยู่

 

“เจ้าออกไปก่อนข้าจะได้รีบทำการรักษา อีกอย่างใครจะรู้ว่าเจ้าแอบอ้างตัวตนหรือไม่ เจ้าสำนักส่งเจ้ามาจริงหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ชัด” หลี่ชางฉีกล่าว เขาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เชื่ออย่างสิ้นเชิง

 

“ใครก็ได้มาพาเขาออกไปที”

 

จากนั้นมีศิษย์สองคนเข้ามาหิ้วปีกเสี่ยวเฟิงเตรียมจะลากเขาออกไป

 

“นี่..” หลงซินซีหลังจากได้ยินหลี่ชางฉีกล่าวมานางก็เริ่มไม่แน่ใจตัวตนของเสี่ยวเฟิงขึ้นมา

 


เสี่ยวเฟิงหน้าเสียเขาพบเจออุปสรรค์เสียแล้ว และแน่นอนการบลัฟหลีสาวเพื่อโอ้อวดความสามารถเรียกร้องคะแนนความสนใจไม่ได้ผล แล้วเขาจะเสียแต้มคริสตัลเรียนซื้อทักษะการรักษาเพื่ออะไรกันล่ะเนี่ย! และหากเจ้าสำนักมาหรือพวกเขาไปถามเจ้าสำนักล่ะก็เขาต้องโดนเปิดเผยพร้อมกับหน้าแหกเผลอๆโดนกระทืบอีกด้วยซ้ำ

 


ชิบหายละอยู่ในใจ เพียงแค่เขาได้ตรวจดูเท่านั้นเขามั่นใจว่าตนต้องรักษาได้อย่างแน่นอนด้วยพลังของระบบและทักษะที่อยู่ในหัวเขาไม่มีทางที่จะรักษาอาการเหล่านี้ไม่ได้

 


“พวกเจ้านี่ใจแคบจริงๆ กลัวข้ารักษาได้สำเร็จพวกเจ้ากลัวโดนแย่งหน้าหรือไร ข้าไม่คิดจะแย่งหน้าเอาผลงานอะไรหรอก ข้าก็แค่คนดีจริงใจเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์โลก ใครจะรู้ว่าจำเป็นต้องใช้ยาแก้พิษเท่านั้นล่ะ”

 


“หรือวิธีการอื่นเช่นฝังเข็มรักษาหรือให้สมุนไพรโดยเฉพาะบางอย่างแล้วหายล่ะ พวกเจ้านี่โง่จริงๆ เอ้อแล้วจะเสียใจ พวกเจ้าๆๆและเจ้าก็ขี้แตกตายกันไปเถิดแล้วกัน จะโทษก็โทษคนหัวโบราณเหล่านี้ที่ไม่ยอมแม้กระทั่งให้ข้าลองรักษา”เสี่ยวเฟิงถูกหิ้วปีกลากออกไปก็ตะโกนก่นด่าไม่ขาดสาย

 


หลายคนได้ยินก็ถอนหายใจ บ้างก็ครุ่นคิดตาม บ้างก็ไม่เชื่อคำกล่าวของเขาและคิดว่าเป็นเพียงแค่การหลอกลวงเท่านั้น ขนาดผู้ดูแลตำหนักแพทย์ที่มีตบะและวิชารักษาระดับสูงก็ยังทำได้เพียงแค่ทุเลาอาการ อีกอย่าง 


การฝังเข็ม?ที่เขาพูดคืออะไร? สมุนไพรบางตัวบางอย่างจำเพาะสามารถกินแล้วหายได้? ในตำราแพทย์ยังไม่มีบอกเลยว่าสมุนไพรชนิดไดรักษาอาการที่เกิดจากการกินขี้ เพราะไม่เคยมีใครไปอุตริกินขี้มาก่อน

 


โลกนี้แทบหลายๆคนไม่รู้วิธีฝังเข็มและไม่เคยได้ยินมาก่อน ส่วนตอนนี้ทุกคนในสำนักรู้แทบจะหมดแล้วว่าอาการคนเหล่านี้เกิดจากการกินขี้เข้าไปทำให้ปวดท้องและท้องเสีย และหลายคนก็ได้ดูดซับขรี้เข้าเส้นลมปราณและตันเถียนอีกด้วย ผลกระทบเลยสาหัสเอาการ

 


มีเพียงเสี่ยวเฟิงเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าพวกนี้กินอะไรเข้าไปถึงได้ตดแตกขี้แตนและนอนหน้าซีดกันอยู่ หากเขารู้จะไม่เป็นปัญหาอันใดเลย

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #44 Sanook212 (@Sanook212) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 13:11

    ต่อๆๆไๆไๆไๆไๆไๆไ

    #44
    0
  2. #40 jino1125 (@jino1125) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:22
    ต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อ
    #40
    0
  3. วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:08
    มาต่ออีกๆๆๆ ชดเชยมาซะดีๆๆ หายไปหลายเดือน
    #39
    0