The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 6 : ข้าเป็นหมอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 870
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    23 มี.ค. 62



“ฮ่าๆๆ ขรี้สบายตรูดนัก มันต้องแบบนี้สิวะ”

 


เสี่ยวเฟิงกดชักโครกเดินออกจากห้องน้ำใหม่ที่สร้างเองอย่างหน้าระรื่น มันจะยากอะไรสำหรับเขาที่เป็นคนยุคสองศูนย์ ส้วมสุขาแบบถูกสุขอณามัย เขาสร้างจัดการสร้างง่ายๆ

 


เดินออกมาไปยังที่พักยังคงรอยยิ้มแจ่มใส เมื่อเห็นแปลงสมุนไพรของไอ้บ้ากล้ามดันเผยลิ้นเลียลิมฝีปากออกมาซะงั้น ตอนนี้เขามองไปทางไหนรอบนี้ก็เห็นแต่ EXP สมุนไพรเหล่านี้ต้องให้ ค่าประสบการณ์กับเขาเป็นแน่

 


แต่ก็ต้องยั้งใจไว้ด้วย เพราะของเหล่านี้มีเจ้าของ หากโดนจับได้คงได้ตายยั้งเขียด

 


“ว่าแต่ข้างล่างนั่นเอะอะอะไรกัน เสียงดังมาถึงยอดเขาเชียว” เสี่ยวเฟิงสงสัยเลยเดินไปทางหน้าผายอดเขาเหลือบมองดูด้านล่างเห็นแต่จุดดำๆเหมือนมีผู้คนจำนวนมากมาย มันไกลเกินไปยากจะมองเห็น

 


เขาก็ไม่สนใจอีกต่อไป ตอนนี้เขาก็ทำความสะอาดตามที่ตาแก่บ้ากล้ามสั่งไว้เสร็จแล้ว แถมยังได้จัดการสร้างบ้านพร้อมห้องน้ำข้างนอกใหม่อีกด้วย ลงทุนไปกับการซื้อชักโครกจากระบบอีก

 


“ข้านี่อดไม่ได้ที่จะเป็นคนดี ทำดีย่อมได้ดี คำนี้ย่อมเป็นสัจธรรมเที่ยงแท้แห่งจักวาล อิอิ” เสี่ยวเฟิงพึมพำคนเดียวไปเรื่อยระหว่างเดินลงตามทางลงจากยอดเขา เขากะว่าจะเดินสำรวจดูสำนักหงส์ขาวสักหน่อย

 


โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าบนฟ้าเหนือหัวของเขามีคนเฝ้าดูและยังได้ยินคำบ่นของเขาอยู่ด้วย คนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นชายบ้ากล้ามที่พาเสี่ยวเฟิงขึ้นมาหรือก็คือเจ้าสำนักหงส์ขาวแห่งนี้นี่เอง

 


เมื่อเขาได้ยินเสียงระเบิดก็ได้รีบขึ้นมาดูและเห็นการกระทำทั้งหมดของเสี่ยวเฟิงที่ทลายบ่อเกรอะและทำลายห้องน้ำพร้อมกับสร้างใหม่ และทั้งหมดนั่นก็มาจาก แขนยักษ์แปลกๆที่ลอยอยู่ เจ้าสำนักคิดว่านั่นคงเป็นพลังจากสมบัติวิเศษบางอย่างของเสี่ยวเฟิง ทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย

 


“เจ้าหนุ่มนี่...ไม่คิดเลยว่าจะไม่ธรรมดา” เจ้าสำนักเขาลูบหนวดดูเหมือนคิดบางอย่าง สักพักจากนั้นผุดเผยยิ้ม

 


“ช่างน่าสนใจนัก”  พอเห็นเสี่ยวเฟิงเดินลงจากยอดเขาไป เขาก็เหาะร่อนลงไปที่ตำหนักของเขาพร้อมกับเตรียมศึกษาหลอมยาต่อ

 

 

 

 

เสี่ยวเฟิงเดินตามทางลงจากยอดเขาลงมา เขาเดินมานานกว่ายี่สิบนาทีก็ได้เห็นผู้คนมากมายล้มลุกคลุกคลานกันอยู่มากมาย

 


“นี่ เกิดอะไรขึ้นกัน” เสี่ยวเฟิงเผยสีหน้าตกใจ หันมองไปรอบๆเห็นแต่คนสภาพไม่สู้ดีหน้าซีดปากสั่นบ้างก็ตาเหลือกกระอักเลือด ทันใดนั้นสมองเขาเหมือนนึกอะไรออก

 


“อย่าบอกนะว่า โรคระบาด พวกคนบนเรือนั้นนำโรคระบาดมาสู่ที่นี่หรือไม่?”

 


“นะ น่ากลัว อื้ยยย”

 


เสี่ยวเฟิงพอได้เห็นและคิดได้แบบนี้เขาเริ่มก้าวถอยหลังไปและเตียมตัวจะหมุนกลับหลังหัน 360 องศาวิ่งสับตีนแตกหนีขึ้นเขาด้วยความกลัวว่าจะติดเชื้อจากศิษย์สาวกสำนักหงส์ขาวเหล่านี้

 


ทว่า เขากลับต้องยืนหยุดนิ่งค้างเสียก่อน ความกลัวอยู่ๆก็มลายหายไปลืมเรื่องโรคระบาดไปเลย ณ วินาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญกว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าไม่ไกลสายตาของเขา

 


นางมีผมยาว ผิวพรรณที่ขาวผ่องราวกับหิมะบริสุทธิ์ และปากสีชมพูจางๆที่ดูนุ่มนวลละไมชักชวนใจให้สัมผัสลิ้มลองแต่จำต้องยั้งไว้ก่อนเพราะสายตาคู่นั้นของนางที่ใครได้จ้องแล้วต้องรู้สึกหนาวจนต้องหลบสายตาไป เพราะนางดูสูงส่งสง่างามและเย็นชา

 


นางกำลังมองเสี่ยวเฟิงที่อยู่ตรงหน้า นางเห็นท่าทางเสี่ยวเฟิงดูคล้ายกำลังตะลึงเมื่อเห็นนาง ก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย นางเห็นแบบนี้มาบ่อยแล้วกับพวกบุรุษที่ได้พบกับนางครั้งแรกพร้อมกับเอ่ยกับเขาว่า

 


“เจ้า...” แต่กลับชะงักคำทันทีพร้อมกับคิ้วงามๆที่ขมวดลงและได้เปลี่ยนคำพูด

“ท่าน ได้โปรดหลีกทางให้ข้าได้หรือไม่”

 


นางเป็นศิษย์หลักของสำนักหงส์ขาว ชื่อหลงซินซี นางกำลังจะขึ้นยอดเขาไปเพื่อแจ้งกับเจ้าสำนักและอยากให้ท่านลงมาดูเหล่าศิษย์ที่บาดเจ็บและดูเหมือนตอนนี้พวกเขาจะล้มป่วยอีกอาการแต่ละคนไม่สู้ดีนัก

 


แต่กลับมาเห็นชายคนหนึ่งกำลังเดินลงมาจากยอดเขาซึ่งเป็นที่อาศัยของเจ้าสำนักแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งนั่นทำให้นางสงสัยเล็กน้อยเกี่ยวกับคนๆนี้ อดคิดไม่ได้ว่า “หรือเขาจะเป็นศิษย์ลับของเจ้าสำนัก?”

 


เพราะชุดที่สวมใส่ของชายคนนี้นั้นดูธรรมดาอย่างถึงที่สุดคล้ายไพร่ทาสรับใช้ แต่คิดอีกทีว่าเป็นไปไม่ได้ผิวชายคนนี้ดูไม่หยาบกร้านเหมือนคนที่เคยทำงานหนักเลย มีก็แค่ผิวหนังที่ไหม้แดด “หรือเขาจะตากแดดตากลมฝนฝึกอย่างหนัก” คงเป็นเช่นนั้น

 


นางเลยปล่อยจิตสัมผัสไปสำรวจชายคนนี้ดูเล็กน้อย ซึ่งนั่นทำให้คิ้วของนางขมวดลงทันที เพราะนางไม่อาจสัมผัสพลังลมปราณใดๆของเขาได้เลยไม่สามารถวัดระดับพลังของเขาได้ เขาซ่อนระดับพลังยุทธได้ และ ตัวข้าไม่อาจระบุ ข้ามันคนละระดับกับเขา ทั้งหมดนี้คือความคิดของหลงซินซีที่มโนไปเอง จึงทำให้นางพูดให้เกียรติกับเสี่ยวเฟิงว่า “ท่าน”

 


ส่วนทางเสี่ยวเฟิงก็ไม่ได้ล่วงรู้อะไรกับความคิดของนางเลย เขากำลังตะลึงกับความสวยงามของนางอย่างเดียว และในโลกนี้คงไม่มีใครสามารถสัมผัสพลังยุทธหรือปราณของเสี่ยวเฟิงได้อย่างเป็นแน่ เพราะเขาไม่ได้เป็นจอมยุทธหรือผู้ฝึกตนแต่อย่างใด ทุกอย่างล้วนมาจากระบบที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของเขานั่นเอง

 


“ท่าน ข้าจำเป็นต้องขึ้นไปแจ้งท่านเจ้าสำนักเกี่ยวกับอาการของเหล่าศิษย์สาวกจำนวนมากที่...” หลงซินซีกล่าวยังมิทันจบและเสี่ยวเฟิงไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ก็ได้ตื่นจากการตะลึงและยกมือห้ามให้นางหยุดพูดก่อน

 


“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้ามือไม้ไพร่หลังเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยทำหน้าขรึมพร้อมกับเดินหน้าผ่านหลงซินซีไป และบัดนั้นหน้าเคร่งขรึมของเขาก็แปลกๆไปมุมปากเผยอยิ้มกับหยดน้ำลายที่เกือบไหลหยดออกมา


 

เสี่ยวเฟิงได้ฟังสิ่งที่นางกล่าวมา เขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าชายชราบ้ากล้ามคนนั้นที่พาเขาขึ้นมาบนยอดเขา ที่แท้เป็นเจ้าสำนักนี่เอง และตอนนี้ เหล่าศิษย์สาวกมากมายกำลังป่วยด้วยโรคระบาด และอีกตัวแปรที่ไม่คาดมาก่อนว่าจะเจอคือ สาวงาม

 


ความคิดเผ่นหนีแต่เดิมของเขาหายไปกลับตาลปัดกลับหลังทันที ตอนนี้เจ้าสำนักก็ทำกับเขาเหมือนเป็นเพียงขี้ข้าทาสไพร่ให้ทำความสะอาด และหากบอกคนอื่น หรือ คนอื่นรู้ว่าเขาเป็นเพียงขี้ข้าทาสรับใช้คนทำความสะอาดคงจะขายขี้หน้าแย่ ยิ่งกับสาวงามไม่ต้องพูดถึง..

 


สมองของเขาประมวลทันทีและผลลัพทธ์ที่เขาได้มาคือ จะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว จึงได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ไปกับตัวเอง เขามีระบบอยู่ กลัวอะไรล่ะ ให้เจ้าสำนักเห็นว่าเขามีประโยชน์จะได้พ้นสถาณะคนใช้เสียที และ ถือโอกาสนี้สร้างความประทับใจกับสาวงาม

 


เสี่ยวเฟิงได้สั่งการระบบในใจ

 


“ระบบข้าต้องการซื้อทักษะอะไรก็ได้ที่ใช้รักษาคนป่วยแนะนำมาทีสิ”

 


[ระบบขอแนะนำให้ท่านซื้อ ทักษะ…..]

 


“พอๆไม่ต้องยืดละ ข้าเอาตามที่เจ้าแนะนำแหละ”

 


เมื่อได้ยินระบบพูดเขาก็ไม่ได้คิดใดๆอีก เพราะมีประสบการณ์จากครั้งก่อนอยู่ เขาจึงตัดสินใจซื้อตามคำแนะนำจากระบบทันที

 


“ข้าจะซื้อ”

 


[ท่านต้องการเรียนรู้เลยหรือไม่]

 


“ใช่เรียนมัน”

 


[ท่านได้เรียนรู้ ทักษะแพทย์ตะวันตก]


[ท่านได้เรียนรู้ทักษะ...]


[ท่านคงเหลือ 3900...]

 


เสี่ยวเฟิงไม่อยากฟังเสียงแจ้งเตือนน่ารำคาญของระบบเขารีบตัดการรับรู้เสียงของระบบไปทันที

 


“หึหึหึ” เขารีบปรับอารมณ์ระงับอาการไว้และกล่าวเบาๆว่า

 


“เจ้าไม่ต้องขึ้นไปหาท่านเจ้าสำนักแล้ว ท่านรับรู้เรื่องแล้วจึงให้ข้าลงมา” ชายหนุ่มกล่าวและยังไม่เห็นนางขยับเขาจึงหันหน้าเหลียวหลังไปมองนางที่กำลังงงอยู่และพูดต่อว่า

 


“นำทางข้าสิ ข้าเป็นหมอ” 

 


จากนั้นหลงซินซีก็ได้นำทางเสี่ยวเฟิงไปยังสถานที่พักรักษาของเหล่าศิษย์

 


และเดินๆอยู่เหมือนเสี่ยวเฟิงจะคิดอะไรบางอย่างออกเขาจึงถามระบบไปว่า

“ระบบข้าเหลือกี่ครัสตัลนะ?!

 


[ ท่านคงเหลือ 3900 คริสตัล ]

 


“หะ! เจ้าบอกผิดหรือไม่? ก่อนหน้าข้ามีตั้ง 44900 ไม่ใช่เหลือ 39000 หรอกหรือ!!!!!

 


[ท่านได้ซื้อทักษะแพทย์ตะวันตก 1000 คริสตัล ทักษะการฝังเข็มเบื้องต้น 10000 คริสตัล และ ทักษะวิชานินจาแพทย์ 30000 คริสตัล]

 


“พ่อง!!ตาย ไอ้ระบบหน้าเลือด

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #86 DangUP8888 (@DangUP8888) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 00:19
    สมน้ำหน้ามั่วม่ิสาวดีนัก 555+
    #86
    0
  2. #36 jino1125 (@jino1125) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 21:14
    ลงแล้ววววววววววว
    #36
    0
  3. #35 popafabc1 (@popafabc1) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 20:15
    กว่าจะลงอย่ากจะร้องไห
    #35
    0
  4. #34 NONSATITMUN (@NONSATITMUN) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 19:19
    สม ทำไรไม่คิด
    #34
    0