The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 3 : มื้อเช้าอันน่าสะพรึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    27 มี.ค. 62

 

 


 

เสี่ยวเฟิงงีบหลับไปสักพัก ไม่นานนักปลาก็มาติดเบ็ดของเขาที่ได้หย่อนเอาไว้ในทะเล เขารู้สึกได้ว่ามีเหยื่อมาติดเบ็ดแล้วเลยลืมตาตื่นขึ้นมา เขานำเบ็ดมานั่งทับไว้และวางไว้ตรงหว่างขาจุดที่ไวต่อการสัมผัสอย่างดี ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเบ็ดกระตุกสั่นอยู่

 

 

เงื้อมคอมองไปในน้ำเห็นปลาตัวใหญ่เท่าแขนงับหนอนน้อยแล้วติดตะขอเบ็ดอยู่ เขาก็รีบจับรั้งคันเบ็ดไว้แน่น แต่ไม่สามารถดึงมันขึ้นด้วยแรงของเขาได้กลัวว่าสายจะขาด เลยต้องจำใจซื้อกระชอนในร้านค้าระบบมาหนึ่งอัน

 

 

“ฮ่าๆ โว๊ะโอ้คิงแซลม่อนเว้ยเฮ้ย” เสี่ยวเฟิงดีใจมากที่ตนตกได้คิงแซลม่อน เพราะมันมีราคาแพงกว่าแซลม่อนทั่วไป ส่วนมากร้านที่เขาไปกินตามข้างทางจะใช้แซลม่อนเทร้าต์

 

 

ร้านบุฟเฟ่คิดค่าหัวชั่วโมงหรือไม่ก็ร้านอาหารญี่ปุ่นข้างทางบางร้านก็ใช้ปลาเทร้าต์ทำซาชิมิซูชิ โอ้นั่นมันของถูกแถมยังมาจากแหล่งน้ำจืดอีกพยาธิจะมีก็ไม่แปลกอันใด ถึงจะฟรีสให้พยาธิตายก็เถอะ

 

 

ใครจะรู้ล่ะ บางร้านเขาก็ขี้เกียจเกินกว่าจะนำไปฟรีสฆ่าพยาธิเสียด้วยซ้ำ บางทีบางร้านคนทำยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปลาที่ทำอยู่เป็นแซลม่อนเทร้าที่ได้มาจากแหล่งน้ำจืด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนซื้อเลยคนส่วนมากคิดว่าถูกนักก็ไม่สงสัยอะไรกินๆไป หากโชคร้ายก็พยาธิสะสมในท้องในไส้กันไปละกัน ส่วนเนื้อของมันก็พอกระเดือกได้แต่ไขมันและความเนียนนุ่มละมุนลิ้นกลับหาไม่ได้เลยในแซลม่อนเทร้าต์

 

 

“เอิ่ม....” ทีแรกก็ดีใจอยู่หรอกแต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงสีหน้าเปลี่ยนไปด้วยความกังวลเขาก็ซื้อมีดคมๆจากระบบมาเล่ม หั่นหัวปลาออกทันทีและมันก็หยุดดิ้น ง้างปากดูข้างในไม่พบอะไรนอกจากลิ้น พอตัดหัวออกก็จะเห็นไส้ปลาทะลักออกมาตัดผ่าเปิดกระเพาะดูไม่พบอะไรค่อยโล่งอก

 

 

ขอดเกล็ดออกด้วยมีดพร้อมแล่เลาะหนังแยกเนื้ออย่างชำนาญมือ ถึงเรือจะโคลงเคลงบ้างก็ไม่เป็นปัญหามากมายเท่าไรนัก พอจักการเสร็จแล้วก็ได้เนื้อส่วนกลางตัวถึงช่วงท้องมาขนาดเท่าสองฝ่ามือ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ในช่องเก็บของระบบ ระบบบอกว่าของกินที่เก็บเข้าไปจะไม่เน่าเสียคงสภาพไว้ตลอดไม่หมดอายุ

 

 

เขาแล่เนื้อปลาออกมาชิ้นใหญ่เป็นแผ่นหนาพอๆกับสเต๊กเนื้อ เหยาะโชยุกับทาวาซาบิบางๆลงไปให้ทั่ว เสร็จแล้วก็สวาปามหยิบจับเนื้อหย่อนใส่ปากกัดกินอย่างเอร็ดอร่อยเต็มเกินคำ

 

 

ความละมุนละไมชุ่มฉ่ำจากไขมันที่แทรกตามร่องลายเนื้อปลามันช่างเยี่ยมยอดยิ่งนัก บางคราด้วยการที่เขากินแบบชิ้นใหญ่เมื่อกัดแรงเกินไขมันปลายังเยิ้มไหลออกมาทางมุมปาก ไม่ปล่อยให้เสียของ ลิ้นมหากาฬด้วยความช่ำชองการใช้ลิ้นรีบแลบมาตวัดกลับเข้าปากทันควัน

 

 

[ท่านได้รับค่าประสบการณ์ 300] หลังจากกินแซลม่อนไปทำให้Exp ของเขาเพิ่มเป็น 3.52%

 

 

หลังจากกินเสร็จก็ให้ความประทับใจกับคิงแซลม่อนตัวนี้สั้นๆ “เลิศมาก” จากนั้นก็ซื้อชาร้อนในร้านค้าที่เลิศยิ่งกว่าลาซาด้าและส่งถึงตรงไวกว่าเคอรี่เอ็กเพซส

 

พร้อมกับดื่มชาอุ่นๆในเรือน้อยลอยกลางลมทะเลพลางคลอเพลงออกมาเบาๆ “...มองไปไม่มีหนทาง แต่รู้ว่าฉันต้องไปต่อไป ฮืมม ตรงเส้นของฟ้าสีคราม ความหวังยังนำทางฉันใช่หรือไม่................เฮ้อ!พึงพอใจในวิถีชีวิตตนเอง ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป ซรวบ”จิบชาร้อนทอดถอนใจอย่างปลดปลง แผ่นหลังของชายหนุ่มมันช่างเหงาเปล่าเปลี่ยว แต่กลับอิ่มเอมสุขสบายอุราพึงพอใจกับชีวิตของเขาอย่างบอกไม่ถูกทั่งๆที่เขาเคว้งคว้างกลางทะเล

 

 

 

ภายในเรือของสำนักหงส์ขาว ที่ห้องอาหารในตัวเรือปรากฏกลุ่มคนมากมายมาเตรียมพร้อมต่อแถวต่อคิวรับอาหารเช้ากัน เหล่าพ่อครัวที่ทำอาหารเช้าจัดเสิร์ฟให้บรรดาศิษย์และอาจารย์นั้น พวกเขาเป็นศิษย์สายนอกที่มาจากตำหนักกระทะเหล็ก

 

 

“ศิษย์พี่จางหัว วันนี้มีอะไรกินหรือ”

 

 

“จะอะไรก็อร่อยทั้งนั้นแหละถ้าเป็นคนที่มาจากแผนกครัวกระทะเหล็กทำ”

 

 

“ข้าเห็นเขาทำปลานึ่งสมุนไพร อ๊ากกหิวว”

 

“ใช่แล้ว ศิษย์พี่ย่อมต้องไม่ทำให้พวกเราผิดหวังแน่นอน”

 

 

“ข้าหิวเหลือเกิน เมื่อวานเรืออยู่ในน่านน้ำเขตสัตว์ร้ายพวกแผนกครัวกระทะเหล็กเลยจับปลาไม่ได้สักตัว อาหารไม่ตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานจะอะไรข้าก็กินได้ทั้งนั้น”

 

 

ศิษย์ใหม่เก่ามากมายได้มาต่อคิวรับอาหารพูดคุยกันจ้อหลายคนท้องไส้ส่งเสียงร้อง โครกคราก เนื่องจากพวกเขาไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานเนื่องจากฝ่ายครัวจับปลาไม่ได้เพราะเรือล่องอยู่ในเขตสัตว์อสูรท้องทะเลระดับสูง ทำให้บริเวณนั้นไม่มีปลาหรือสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาสามารถจับกันได้สักตัวเลย

 

 

จางหัวศิษย์สายนอกแผนกครัวกระทะเหล็ก เขาเป็นชายร่างใหญ่อ้วนท้วมทรงผมตราเด็กสมบูรณ์ เขามีหน้าที่ทำอาหารให้กับทุกคนวันนี้เป็นเมนูปลาแซลมอนนึ่งสมุนไพร เขาได้นึ่งปลามากมายให้พอเพียงต่อจำนวนคนบนเรือด้วยซึ่งนึ่งขนาดยักษ์ใหญ่โตมโหราณปลาถูกนึ่งพร้อมกันกว่าทั้งหมด สองร้อย กว่าจาน

 

 

 

เมื่อปลาสุกได้ที่ จางหัวเปิดฝาซึ้งนึ่งขนาดใหญ่ออกด้วยพละกำลังที่มากมายของเขาทำให้ฝาซึ้งเหล็กหนักกว่าร้อยห้าสิบกิโล ถูกยกขึ้นได้อย่างง่ายดาย

 

 

ฟู่ ฟู่ ...

 

 

ควันไอน้ำร้อนๆภายในซึ่งนึ่งระเหยลอยออกมา กลุ่มควันตลบอบอวลกระจายไปทั่วห้องอาหาร

 

 

“กึกอั่ก” ทันที่ได้กลิ่นจางหัวย่นหัวคิ้วหน้าตาเบ้บิดเบี้ยวไปมาและรู้สึกคลื่นไส้แปลกๆพิกล

 

 

ไม่ใช่แค่เขา ทุกคนที่ได้สูดกลิ่นของปลานึ่งสมุนไพรเข้าไปก็มีสีหน้าผิดแปลกไปต่างๆนาๆ

 

 

“นี่มัน..กลิ่นอะไร”

 

“เกิดอะไรขึ้นทำไมปลานึ่งเป็นกลิ่นเช่นนี้กัน?

 

“ทำไมกลิ่นปลานึ่งพวกนี้มันเหม็นละมุนชอบกลนัก”

 

 

“จางหัวเจ้าใส่สมุนไพรอะไรลงไปในปลานึ่ง?” หลี่เหลียงชายกลางคนวัยสี่สิบ เขาเป็นอาจารย์สำนักหงส์ขาวที่เดินทางมารับหาเฟ้นเลือกศิษย์เข้าสำนัก

 

 

เมื่อเขาได้กลิ่นอาหารเขาก็เดินเข้ามาถามจางหัวที่หน้าโต๊ะรับอาหาร จางหัวหัวคิ้วย่นยับอยู่รีบหันไปกล่าวตอบ “ไม่ อาจารย์หลี่ ข้าก็ทำเหมือนเดิมทุกครั้ง ฉไหนครานี้กลิ่นมันถึงได้เป็นแบบนี้ได้ ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”

 

 

หลี่เหลียงเดินเข้ามาภายในครัวพร้อมกับมองในซึ้งนึ่งปลา เห็นปลาจำนวนมากวางในจาน ทันใดนั้นสายตาเหลือบไปเห็นปลาตัวใหญ่ที่ผิดแปลกกับตัวอื่นสีหน้าตกใจพลันปรากฏ “นี่มัน อ่าปลาหินดำเกล็ดนิล”

 

 

“หือ !” จางหัวก็มองตามสายตาของอาจารย์หลี่ เขาก็เห็นปลาหินดำเกล็ดนิลเช่นกันและตกใจ เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้นำปลาชนิดนี้มาทำอาหารแน่นอนและเขาก็ไม่สามารถจับมันได้เช่นกัน “ข้าแน่ใจว่าไม่ได้นำปลาหินดำเกล็ดนิลมาทำอาหารนะ ใครกันเอามันมาแอบวางไว้ในซึ้งนึ่ง?

 

 

“อ๊า ความแตกแล้ว” สาวน้อยส่งเสียงใสแจ๋วดังออกมา นางเดินแหวกผ่านฝูงคนเข้ามาด้านหน้าครัว เป็นลี่จิงสาวน้อยคนนี้เองที่นำปลาหินดำเกล็ดนิลมาแอบวางไว้ในซึ้งนึ่งของจางหัว

 

 

นางกล่าวด้วยสีหน้าสลดก้มหน้าเล็กน้อย “เฮะ เฮะ อาจารย์หลี่เจ้าคะ เป็นข้าน้อยเองที่แอบนำมันมาใส่ในซึ่งนึ่งอย่างพละการ ข้าเคยได้ยินว่าปลาชนิดนี้มีประโยชน์มากมาย เลยอยากให้ทุกคนได้ลิ้มลองได้กินกัน”

 

 

“กะ ก็เลยพอเห็นมันขึ้นมาบนน้ำเพื่อรับอากาศหายใจก่อนมันจะดำลงไปข้าก็เลยรีบจับมันมาทันที ศิษย์พี่จางหัวข้าถือวิสาสะนำมันมาใส่ในนี้เป็นเพราะข้าทำอาหารไม่เป็นเลยต้องอาศัยสมุนไพรในซึ้งนึ่งของท่านและการนึ่งของท่านด้วย”ท่าทางของนางทำให้คนที่มองแล้วรู้สึกว่านางกำลังสำนึกผิดที่ทำให้อาหารมื้อนี้ของพวกเขาไม่น่าพิศมัยกับกลิ่นแปลกปลอม

 

 

“เจ้า เจ้าจับปลาหินดำเกล็ดนิลได้เป็นความจริงรึ?”อาจารย์หลี่เหลียงตะลึง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าศิษย์ใหม่ตัวน้อยผู้นี้จะมีความสามารถถึงขนาดจับปลาตัวนี้ขึ้นมาได้

 

 

“เจ้าไม่น่าเลย น่าจะบอกข้าเสียก่อน ดูสิปลาของเจ้าเป็นถึงสัตว์อสูรระดับสามที่หายากขนาดนี้ด้วยแล้ว เจ้ากลับไม่ขอดเกล็ดไม่ยอมผ่าท้องควักไส้มันออกอีก น่าเสียดายของดีจริงๆ” จางหัวบ่นออกมาอย่างหัวเสีย

 

 

ที่จริงแล้วลี่จิงแอบอยู่ข้างซึ้งนึ่งขนาดยักษ์ตอนจางหัวเปิดฝาซึ้งนำปลาแซลม่อนมาวาง นางก็แอบนำปลามาใส่จานขณะมันนยังไม่ตายอีกด้วยและนำมันมาไว้ในซึ้งนึ่ง

 

 

“ดี ดีจริงๆ เจ้ามีความสามารถและโชคของเจ้าก็ดียิ่งนัก ข้าจะไม่ถามว่าเจ้าจับมันมาได้ยังไง ทุกคนย่อมมีความลับของตัวเอง หากกลับถึงสำนักเมื่อไรข้าจะให้เหล่าอาจารย์ที่ดูแลการทดสอบของเจ้าพิจารณาเจ้าอีกครั้งว่าจะส่งเจ้าไปอยู่ส่วนไหนของสำนัก”

 

 

อาจารย์หลี่เหลียงกล่าวชื่นชมลี่จิงอย่างยินดีพร้อมกับมือที่ลูบหัวนางอย่างเอ็นดู

 

 

เขาหันไปกวาดตามองทุกคนก่อนจะกล่าวต่อ “เมื่อนางทำไปโดยไม่รู้ความหวังว่าทุกคนคงให้อภัยต่อแม่นางตัวน้อยคนนี้ ข้าคิดว่าการที่นางทำแบบนี้เป็นเพราะความหวังดีและความไร้เดียงสาที่นางทำอาหารไม่เป็น”

 

 

“นางเลยไม่ได้ทำความสะอาดเอาไส้เครื่องในของปลาออก กลิ่นที่ไม่น่าพิสมัยเสียเท่าไรอาจมาจากเครื่องในของปลาก็เป็นได้ ข้าก็เคยกินปลาชนิดนี้มาก่อนแต่นั่นก็เป็นการที่เอาเครื่องในออกไปแล้วเลยไม่มีกลิ่นแปลกปลอม ปลาหินดำเกล็ดนิลตัวนี้ค่อนข้างใหญ่เนื้อของมันพอสำหรับทุกคนคนละคำ มันเป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้าเนื้อของมันอุดมไปด้วยพลังฟ้าดินอันสมบูรณ์อันแน่นเหมาะสำหรับผู้ฝึกยุทธอย่างยิ่ง”

 

 

หลี่เหลียงมองจางหัวและสั่งการ “เจ้าเอาปลาตัวนี้ไปไว้โต๊ะกลางห้องอาหารให้ทุกคนได้ลิ้มลองซะ”

 

 

“ส่วนพวกเจ้ามายกอาหารของตนไป ถึงกลิ่นมันพิกลไปหน่อย แต่สำนักเราเป็นสำนักธรรมมะ ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเพื่ออาหารแล้วก็ต้องกินให้หมดอย่าได้เหลือเชียวล่ะยังมีคนอีกมากมายที่อดอยากเดือดร้อนกว่า เราไม่อาจกินทิ้งกินขว้างได้ หวานเป็นลมขมเป็นยา ทุกสิ่งดีต่อร่างกายทั้งนั้น”

 

 

เมื่อกล่าวจบเหล่าศิษย์กว่าสองร้อยในห้องอาหารก็พยักหน้าตามๆกัน ถึงกลิ่นมันไม่ค่อยจะดีนัก แต่สิ่งที่อาจารย์หลี่พูดมาก็ถูกต้อง

 

 

ทุกคนได้หยิบจานอาหารของตนแล้วกลับไปนั่งที่กัน หลายคนเริ่มลงไม้ลงมือกินกัน บางคนก็สีหน้าเรียบเฉย บ้างก็กระอักกระอ่วนหน่อยๆหน้าตาบิดเบี้ยวกันไป

 

 

“ทำไมกลิ่นของเครื่องในไส้ปลาหินดำเกล็ดนิลมันแรงเยี่ยงนี้”

 

“อืม ถึงขนาดส่งผลกระทบกลบกลิ่นสมุนไพรอื่นๆจนหมดและยังกลิ่นติดเข้าเนื้อปลาแซลมอนพวกนี้อีก”

 

“ก็มันเป็นถึงสัตว์ระดับสามและเป็นของหายากอีกไม่น่าแปลกที่อะไรๆมันจะไม่ธรรมดา”

 

“ข้าว่ากลิ่นมันคุ้นเคยอยู่หน่อยๆแต่นึกไม่ออกคืออะไร..”

 

“เอ่อ กลิ่นมันโอ่อวมๆกึ่มๆหนูตายอาทิตย์ได้ละมั้ง?..”

 

“ไอ้..กินเงียบๆเจ้าจะพูดเพื่อ?

 

 

เหล่าศิษย์ทุกคนที่กินปลาแซลมอนของตนก็บ่นอุบอิบกันถ้วนหน้า พวกเขาต่างฝืนทนกินกัน ขนาดอาจารย์หลี่กับอาจารย์ท่านอื่นๆที่พึ่งจะมาถึงห้องอาหารยังกินด้วยสีหน้าเรียบเฉย หากแต่หางคิ้วพวกเขาก็กระตุกเป็นพักๆและเริ่มถี่ระรัวขึ้นเรื่อยๆ

 

 

สาวน้อยลี่จิงจ้องมองจานอาหารตนด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักใจมองคนอื่นกินกันอย่างกระอักกระอ่วนกันถ้วนหน้าในจิด “พวกเขากินได้ยังไง อาจารย์หลี่ก็พูดไป บ้าบอนักสำนักธรรมมะเกี่ยวอะไรกับอาหารกัน” นางอยากจะร้องไห้ขึ้นมาทันที “หวานเป็นลมขมเป็นยา แต่กลิ่นไม่นำพาขนาดนี้ข้าก็ไม่ไหวเหมือนกัน”

 

 

อาจารย์หลี่ที่กินอาหารของตัวเองเสร็จก็ลุกจากโต๊ะไปยังโต๊ะกลางห้องที่วางปลาหินดำเกล็ดนิลอยู่ ตามด้วยเหล่าอาจารสี่คนที่มาร่วมโต๊ะก็เดิมมาพร้อมกับเขา

 

 

พวกเขาจ้องมองปลาหินดำเกล็ดนิลตัวใหญ่ตัวนี้ มันไม่ได้ทำอะไรเลย แค่จับนำมาวางจบจาน เดิมทีเกล็ดของมันแข็งเหมือนหินแต่เมื่อโดนความร้อนแล้วทำให้เกล็ดของมันนิ่มลงและแหงนขึ้นทำให้ลอกเขี่ยดึงออกได้ง่าย

 

 

เหล่าอาจารย์ต้องเป็นผู้เปิดงานลิ้มลองปลาตัวนี้กลุ่มแรก มิอย่างนั้นเหล่าศิษย์ทั้งหลายก็ไม่กล้าแตะอาหารจานนี้พวกเขาต้องทำเป็นตัวอย่าง อยากให้ศิษย์ได้กินของดีเพื่อพลังบ่มเพาะของพวกเขาอีกด้วยการกินเนื้อปลาระดับสามตัวนี้จะช่วยเพิ่มพลังบ่มเพาะพวกเขาให้ก้าวหน้าได้อย่างมาก

 

 

อาจารย์หลี่เหลียงคีบตัดปลาเข้าปากเขาผงกหัวและกล่าวออกมา“อื้ม ไม่เลวเลย”

 

 

เมื่อเหล่าอาจารย์ได้ลิ้มลองกันคนละคำ เหล่าศิษย์ที่ทานอาหารของตนเองเสร็จแล้วพวกเขาเห็นสีหน้าเหล่าอาจารย์พึงพอใจกับปลาหินดำเกล็ดนิลกัน พวกเขาก็รีบลุกมาหมายจะลองกินสักคำ

 

 

เมื่อพวกเขากินเข้าไปถึงกลิ่นของปลาจะไม่นำพาอยู่บ้าง แต่รสชาติความอร่อยของปลานั้นยังแทบจะคงเดิมพลังงานจากเนื้อปลาก็ยังฉ่ำฉ่าแผ่ซ่านไปทั่วปากและถูกดูดซับเข้าสู่กระแสเส้นพลังลมปราณไหลเวียนไปมาสุดท้ายถูกดูดซับไปรวมกันที่จุดตันเถียน

 

 

“ข้าพึ่งได้ลองครั้งแรก สัตว์ร้ายระดับสามพันธ์หายากนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ”

 

 

“ใช่พลังแผ่ซ่านไปทั่วท้องเลย ข้าไปเข้าสมาธิที่ห้องก่อนล่ะ”

 

 

“หะหะ ตระข้าเพิ่มขึ้นไม่น้อยเลยเชียวหละ คืนนี้คงต้องเข้าฌานทั้งคืนแน่เลยข้าอยู่ในขั้นแรกรวมปราณเอง พรุ่งนี้คงเข้าสู่ขั้นสองแน่ๆ”

 

“รสชาติของมันลึกล้ำชุ่มหวานมันกลมกล่อมนัก ไม่น่าเชื่อว่าไส้มันจะกลิ่นแรงได้เลย”

 

 

พวกเขากินไปกินมาปลาก็เริ่มจะหมดลงเรื่อยๆ

 

 

“ฮ่าๆ เจ้าดูท้องมันสิตุงๆเห็นไหมข้าว่ามันอั้นขี้มานานแน่ๆถึงได้มีกลิ่นแบบนี้” ศิษย์ชายคนนึงขี้ให้คนอื่นมองไปที่ท้องปลา

 

 

อีกคนที่อยู่ข้างเคียงตบไปที่ไหลชายคนนั้นและพยักหน้าเห็นด้วย “ว๊ะ เจ้าพูดได้มีเหตุผลเหมือนกันนะสหาย เช่นนั้นนับว่าแปลกที่ปลาจะอัดอั้นขี้ไว้ ปรกติแล้วมันว่ายไปที่ไหนก็ปล่อยที่นั่นแล ท้องมันตุงๆเหมือนกินอะไรไปอุดตันลำไส้หรือไม่?

 

 

“ฮาย พวกเข้ากินสองคำใช่ไหมปลาตัวใหญ่กลับหมดลงเร็วเช่นนี้”

 

 

จางหัวแผนกครัวเดินมา เห็นเพียงช่วงท้องปลาที่ยังไม่มีใครแตะ เนื้อท้องปลาอยู่ติดกับลำไส้ซึ่งพวกเขาคิดว่ามีกลิ่นแรงไม่มีใครกล้าแตะต้องสักคนและเขาก็บังเอิญได้ยินสิ่งที่ศิษย์สองคนนี้กล่าวพูดคุยกันพอดีเลยเริ่มคิดว่ามันมีเหตุผลเข้าท่าอยู่บ้าง

 

 

จางหัวกล่าว “ข้าได้ยินพวกเจ้าคุยกัน น่าสนใจไม่น้อยเลยนี้ มาข้าจะผ่าท้องมันดูมันอาจจะกินสมบัติใต้ทะเลลึกเข้าไปอุดตันลำไส้มันก็เป็นได้”

 

 

“โอ๊ะ ความคิดของศิษย์พี่ก็มีความน่าจะเป็นไม่น้อย”

 

 

“ใช่ๆ มันคงไม่กินอะไรเข้าไปโดยที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อมันนักหรอก อาจจะเป็นสมบัติที่เป็นแร่อุดมไปด้วยพลังปราณจากท้องทะเลลึก”

 

 

พวกเขาเริ่มมีสีหน้าแตกตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินจางหัวกล่าว

 

 

หลายคนที่ได้ยินเริ่มรู้สึกสนใจในความคิดแปลกๆของพวกเขาที่สนทนากัน หลายคนจึงกรูกันเข้ามารวมทั้งเหล่าอาจารย์ทั้งสี่ที่นั่งคุยกันอยู่ก็เข้ามาชำเลืองมองเช่นกัน

 

 

จางหัวยกตะเกียบชูขึ้นทำท่าจะผ่าลงท้องปลา “เอาล่ะข้าจะผ่าละนะ”

 

 

ทุกคนต่างจับจ้องกันมิวางตา “ผ่างงงงงง” ตะเกียบในมือจางหัวกรีดออกแนวยาวข้างท้องปลาแหวกออก ทำให้เห็นตับไตไส้พุงปลาจนหมดทุกส่วน

 

“หือ? ทำไมกระเพราะมันเหลืองขนาดนั้น ทั้งๆที่มันพุงปลากลับขาวสะอาด”

 

 

“โอ้ว ดูสิกระเพราะมันบวมตุงยาวปริแตกเลยนั่นเข้าไปในเหงือกกระพุ้งเหมือนมีบางอย่างอยู่ในเหงือกกระพุ้งแก้มมันด้วย”

 

 

ลี่จิงก็เข้ามาดูเช่นกันนางก็คิดว่าปลาตัวนี้ท่าทางแปลกๆมันหายใจไม่ออกนี่เองและกระเพาะมันก็ปลิแทบฉีกอีกด้วย “อั๊ย ปลาหายใจผ่านเหงือกดูเหมือนว่ามีอะไรไปขวางเหงือกมันด้วยดูสิ ศิษย์พี่รีบแหวกผ่ากระเพาะกับเหงือกมันเถิดพวกเราจะได้รู้กัน” นางเองก็สงสัยนักว่าอะไรอยู่ข้างใน

 

 

ทุกคนก็รอลุ้นอยู่เช่นกันเหมือนกันหมด

 

จางหัวหันหมองทุกคนก่อนจะสูดลมหายใจลึกและผ่าเปิดกระเพาะอาหารปลา “แคว่กกก” กระเพาะที่ใหญ่บวมของมันถูกเปิดออก สิ่งที่ประจักษ์ต่อสายตาสารธาณะชมเหล่านี้คือแท่งแข็งๆสีเหลืองทองพร้อมกับกลิ่นอันคลาสสิคสุดบรรเจิดที่ทุกผู้ทุกคนรู้จักมักคุ้นเคยและไกล้ชิดกับมันดี

 

 

“..ข......”

 

“.......ขะ......”

 

บูมมมม

 

จางหัวที่ผ่าตัดเปิดกระเพาะปลา เขาตกกะใจเห็นสิ่งนั้นพลันระเบิดปราณจนจานปลาปลิวกระเด็น

 

 

คนข้างๆที่พูดคุยกันก่อนหน้าโดนจานปลาปลิวไปหา กระเพาะปลาที่ติดสิ่งนั้นห้อยอยู่ได้โดนหน้เขาอยู่พอดี

 

 

“ย๊า “มือไม้รีบปัดไปปัดมาจนกระเด็นไปโดนชายหนุ่มที่สังเกตุเห็นกระเพาะปลาตุงและคิดว่าปลาอั้นขี้

 

 

“ย๊า ไอ้..ปัดมาทำไมเนี่ยยย” ชายหนุ่มโมโหเพราะคนที่ตบบ่ามันนับว่าสหายนั้นปัดกระเพาะปลาเหลืองห้อยมาโดนเสื้อจนเกิดสีเหลือง ทำให้เขาโกรธอับอายและโมโห จนเขาได้ระเบิดพลังปราณออกมาจนกระเพาะปลากระแตกกระจายไปทั่วห้องอาหาร

 

“อ๊ากกกกกกก”

 

“พรวด”

 

“อ๊ากกกกกกก”

 

“แหวะ”

 

“อ๊ากกกกกกก”

“อ๊ากกกกกกก”

“อ๊ากกกกกกก”

“อ๊ากกกกกกก”

“อ๊ากกกกกกก”

 

“อั่คคคค”

 

 

เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายในห้องอาหารต้นเหตุมาจากกระเพาะปลาที่อัดแน่นด้วยสมุนไพรชั้นยอดครบทุกสารอาหาร

 

 

ทุกผู้ทุกคนวิ่งหนีกันแตกกระเจิง จะเห็นว่าชุดของพวกเขาแต่ละคนต่างมีสีสันเพิ่มเติมพร้อมกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ติดตามชายเสื้อ บ้างก็โดนหน้าเผ้าผมกันอย่างน้อยก็คนละหนึ่งอณู

 

หลายคนก็อ๊วกแตก เมื่อเห็นคนอวกออกมาก็อวกกันต่อเป็นทอดๆ บางคนก็กระอักเลือดออกมา บ้างก็สลบเหมือนไปไม่รู้เรื่องรู้ราวต่อจากนั้นเลย

 

 

ณ เช้านี้เหตุการณ์ในห้องอาหารทำให้เรือทั้งลำโคลงเคลงจนแทบล่มเพราะทุกคนนั้นเป็นผู้ฝึกพลังยุทธกันทั้งนั้น การระเบิดพลังลมปราณหรือสติแตกคุมไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบส่งผลต่อเรือกันทั้งลำ

 

 

 

“ว๊าวนั่นเรือนี่นา”

 

 

เสี่ยวเฟิงเห็นเรือสำเภาไม่ห่างจากตนนัก ใบเรือลำนั้นมีสัญลักหงส์ขาวก็ดีใจที่ได้พบเจอผู้คนสักที แต่แล้วกับเกาหัวสงสัย

 

 

”เอ..ทำไมเรือนั่นมันโคลงเคลงแปลกๆ เอาเถอะข้าพายไปดูหน่อยดีกว่าได้เจอเรือลำแรกทั้งทีคงไม่โชคร้ายเจอคนชั่วร้ายหรอกมั้ง....”

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #90 Luke3139 (@fang3139) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 13:15
    ถึงนี่จะเป็นนิยายแต่ผมรับไม่ได้้้ เซ็นเซอร์เถอะ กระซิกๆ
    #90
    0
  2. #66 mixlove0011 (@mixlove0011) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 21:52
    ที่มาของคำว่าขี้กระจาย
    #66
    0
  3. #31 DemonLord-G (@DemonLord-G) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:56
    นี้มันขี้อาถรรพ์นี้หว่า
    #31
    0
  4. #21 thawit989 (@thawit989) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 09:58
    ขำจนน้ำตาแตก
    #21
    0
  5. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 07:33
    55555โคตรจี้
    #11
    0
  6. วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 00:33
    55555 ขำอะ
    #10
    0
  7. #9 jino1125 (@jino1125) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:54
    555555
    #9
    0
  8. #7 Fot800 (@Fot800) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:25
    5555555
    #7
    0