The Strongest Cheat System โคตรระบบ

ตอนที่ 13 : กลายพันธุ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    9 เม.ย. 62



ความตื่นเต้นของเสี่ยวเฟิงยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเริ่มจะไต่ถึงขีดสุด ก็เมื่อตอนได้อ่านรายระเอียดของไอเทมชิ้นนี้จนจบ

 

-ยีนส์สายเลือดชาวไซย่า : เป็นยีนส์ที่พัฒนามาจากพันธุกรรมของชาวไซย่าสิ่งนี้ได้ถูกพัฒนาและสร้างขึ้นโดย Android 21 ซึ่งเธอนั้นเป็นอัจฉริยะในด้านการวิจัยค้นคว้า

*วิธีใช้งาน: ฉีดยีนส์เข้าเส้นเลือดโดยตรงจนหมดหลอด ผู้ใช้ยีนส์นี้มีโอกาสกลายพันธุ์เป็นชาวไซย่าสำเร็จ 90% และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะเป็นสุดยอดสายเลือดซุปเปอร์ไซย่าในตำนาน 0.01 %”*

*หมายเหตุ : (โปรดเซ็ตทรงผมที่ต้องการก่อนใช้ยีนส์)*

 

“อ่า ยีนส์ไซย่า ข้าจะกลายเป็นชาวไซย่าใช้มั้ย! 0.01% โอกาสเป็นแบบโบลี่น่ะเหรอ โอ้ขอแค่เป็นชาวไซย่าปรกติข้าก็พอใจแล้ว ข้าคงไม่โชคร้ายเจอการล้มเหลวจากสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือหรอกนะ”

 

เสี่ยวเฟิงไม่ลังเลเลยที่จะเอาหลอดยีนส์ออกมาจากช่องเก็บของ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเซ็ตทรงผมก่อนใช้ยีนส์ “สงสัยเป็นกฏมั้ง! ทำๆไมแล้วกัน”

 

เขาเลยเอากระจกออกมาและซื้อมูสเยลจากระบบ เพื่อมาจัดแต่งทรงผมตัวเองให้ชี้ๆเหมือนโกคู

 

แปะๆ ตีแขนตัวเองเล็กน้อยเพื่อดูเส้นเลือดแถวๆแขน

 

จึ๊ก ฝืบบ

 

เข็มหลอดยีนส์เจาะเข้าที่เส้นเลือดและกดฉีดยีนส์จดหมดหลอด เพียงฉีดยีนส์เสร็จสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปทันทีหลอดเลือดตามตัวโปนนูนทั่วทั้งร่าง

“จะ เจ็บ”

 

เสี่ยวเฟิงเริ่มมีสีหน้าบิดเบี้ยวเกิดขึ้นหลังจากฉีดยีนส์เข้าไป เขากำมือแน่นและอดทนกับผลกระทบหลังจากฉีดยีนส์ แต่ต่อมาเขาก็เริ่มไม่ไหวแล้ว

 

“อะ เฮื้อ..”

 

เสี่ยวเฟิงเข่าอ่อนล้มนอนกลิ้งโหยหวน เขารู้สึกเหมือนมดนับล้านไต่อยู่ในตัวและกัดตัวเขาจากภายใน หากเป็นเวลาปรกติเสี่ยวเฟิงเวลาเจ็บเขาคงต้องแหกปากออกมาดังลั่น

 

ทว่าคราวนี้ เขาร้องไม่ออกแล้ว เขารู้สึกเจ็บปวดเกินกว่าที่จะกรีดร้องออกมาได้

 

ฟืด

 

บนพื้นเสี่ยวเฟิงนอนเกลือกกลิ้งสิ้นท่าย้อมพื้นหญ้าจนกลายเป็นสีแดงปนดำ เส้นเลือดตามตัวโป่งพองจนฉีกขาดเลือดกระฉูดออกมาเป็นสายฝนเจิ่งไหลนองอาบพื้นจนชุ่ม และเลือดของเขาที่เปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นนั้นส่งกลิ่นเหม็นออกมาอย่างน่าประหลาด

 

น่าแปลกที่เสี่ยวเฟิงเจ็บปวดขนาดนี้แต่ระบบกลับเงียบฉี่ไม่แจ้งเตือนและพลังชีวิตของเขาก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว

 

เสี่ยวเฟิงแขนขาเริ่มกระตุก นัยน์ตาก็ดูเหลือกๆเลื่อนลอยสลับเป็นสีขาวไปมา เหมือนจะหมดสติแต่ก็ยังมีสติเหลืออยู่เล็กน้อย

 

“แค่ก” เสี่ยวเฟิงกระอักเลือดแดงดำออกมาดูไปคล้ายเลือดเสียและมันส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย

 

“ข้า..จะตายงั้นเหรอ” เสี่ยวเฟิงพยายามยกเปลือกตามองแสงสว่างเป็นครั้งสุดท้าย

”ลาก่อน ท้องฟ้าสีครามอันสดใส..”

 

จากนั้นเขาก็หมดสติไป แต่กระนั้นแขนขาและร่างกายของเขายังคงกระตุกอยู่อย่างต่อเนื่องราวกับโดนไฟช๊อตยังไงยังงั้นเลย

 

เสี่ยวเฟิงที่หมดสติและคิดว่าตัวเองตายไปนั้น ร่างกายของเขาก็ได้วิวัฒนาการยีนส์สายเลือดชาวไซย่าได้หลอมรวมในร่างของเขาเม็ดเลือดและไขกระดูกกล้ามเนื้อ

 

และกระบวนการก็คล้ายๆวิถีการบ่มเพาะของผู้ฝึกตนที่เรียกว่าชำระโลหิต ผลัดเส้นเอ็น เปลี่ยนกระดูก อีกด้วย

 

เสี่ยวเฟิงจากนี้เขาจะไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่กลายเป็นชาวไซย่าเต็มตัว กระทั้งอาจจะมีนิสัยที่เปลี่ยนไปตามพันธุกรรมยีนส์ของชาวไซย่า

 

.

.

.

 

ช่วงสายของวันใหม่ ร่างของเสี่ยวเฟิงที่หมดสติอยู่ในที่สุดก็มีสัญญาณการฟื้นตื่นขึ้นมา เขาหมดสติไปเป็นเวลาสามวัน และวันนี้เป็นช่วงเช้าของวันที่สี่ เขาก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น

 

“อ่า “ เสี่ยวเฟิงมือขยี้ตาให้หายพร่ามัว พร้อมกับมองไปรอบๆ “ข้ายังไม่ตาย” จากนั้นเขาก็ชันตัวนั่งและลุกขี้นยืน เนื้อตัวค่อนข้างเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจากคราบเลือดมากมาย

 

ตอนนี้เขาอยากอาบน้ำแบบสุดๆ ทั้งเหนียวทั้งเหม็นตัวเอง เขาเลยเดินไปทางเนินลงหลังยอดเขา พอเห็นบ่อน้ำก็รีบถอดเสื้อผ้าแล้วลงไปแช่ทันที ทั้งบ่อเต็มไปด้วยฟองจากสบู่และแชมพูสระผม

 

เขาลูบไล้ทำความสะอาดตามตัวและขัดขี้ไคลก็สังเกตุว่าผิวของเขาลอกออกมาเป็นแผ่นๆเลย รอยสีผิวไหม้แดดได้ลอกออกเผยให้เห็นผิวขาวๆเรียบเนียนของเขาล้างตัวไปมามือไปถูแถวเหนือก้นก็ชะงัก

 

“เอ๊ะ!” เสี่ยวเฟิงมือสัมผัสบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยแต่รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายตัวเอง

 

“เอ้ย หาง!” เขาจับปลายหางของตัวเองมาดู มันมีขนสีน้ำตาลเข้มเหมือนหางลิงทั่วไป “เกือบลืมไปเลยชาวไซย่านั้นมีหาง” มองหางตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดสักพักตัดสินใจมั่น จากนั้นเขาก็เอามีดออกมาจากช่องเก็บของและเฉือนหางตัวเองออก

 

“ซี๊ดดดด”

 

ถือหางที่ขาดและมองดูมัน เขาก็ต้องแปลกใจกับตัวเอง “ข้าใจกล้าตอนหางแบบไม่กลัวตัวเองเจ็บแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”

 

เสี่ยวเฟิงทบทวนความรู้สึกของตัวเองเขารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรเปลี่ยนไปกับความคิดของเขา มันกลายเป็นเด็ดเดี่ยวมากขึ้นโดยไม่สนใจความเจ็บหยุมหยิมเล็กๆนี้เลย

 

การที่เขาตัดสินใจตัดหางตัวเองก็เพราะ ชาวไซย่าเมื่อได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงแล้วพวกเขาก็จะกลายร่างเป็นลิงยักษ์และสูญเสียสติกลายเป็นคุ้มคลั่งทันที มันคงไม่ดี หากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะโดนรุมยำจากชาวยุทธจนตายทุกคนจะเห็นว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาดที่ต้องถูกกำจัด อย่าได้ประมาทหรือดูแคลนเหล่าผู้ฝึกตนโลกนี้เชียว พวกเขามีหลากหลายทักษะที่แปลกประหลาดมิอาจจินตนาการได้

 

“เหลืออีกสิบการสุ่ม รวดเดียวไปเลยแล้วกัน” และเขาก็ตัดสินใจสุ่มรวดเดียวสิบครั้งในค่ำคืนนี้ทันที

 

ติ้ง

[ท่านได้รับ...]

.

.

.

.

.

.

ปัง ปัง

 

เสียงเคาะประตูดังลั่นทำเอาเสี่ยวเฟิงที่นอนคุดคู้อยู่ในบ้านสะดุ้งตื่น

 

“เฮ้ มาแล้วๆ” เขารีบลุกขึ้นจากเตียงและไปเปิดประตู และเขาก็พบกับเจ้าสำนัก

 

เจ้าสำนักเหลือบมองดูภายในบ้านเสี่ยวเฟิง เขาเห็นบางสิ่งแปลกๆและดูทันสมัยหลอดไฟโคมระย้า พัดลม เตียงฟูนอนนุ่มๆและผ้านวมหนาๆ เขาก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “ดูท่าเจ้าจะสุขสบายดีจริงนะ เอ้ารับไปเก็บไว้ดีๆ”

 

“อะไรล่ะเนี่ย” เสี่ยวเฟิงคว้ามาไว้ในมือเป็นแผ่นศิลาขนาดฝ่ามือดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษ

 

“เก็บไว้ดีๆพกติดตัวตลอด มันคือตราสัญลักษณ์ไว้ยืนยันตัวตนของเราทุกคน เวลาไปตายข้างนอกต่างถิ่นจะได้ระบุตัวตนถูก” เจ้าสำนักอธิบาย

 

พอได้ฟังเสี่ยวเฟิงรู้สึกแปลกพิกล

 

“ทีนี้เจ้าลองหยดโลหิตลงไปเล็กน้อยที่แผ่นศิลานี่ดู” เจ้าสำนักกล่าวแนะ เสี่ยวเฟิงเพียงพยักหน้าและกัดนิ้วโป้งหยุดเลือดลงไปหนึ่งหยด

 

แผ่นศิลาเรืองแสงวูบวาบจากนั้นแสงก็หายไปและปรากฏข้อมูลอักษรจารึกบนแผ่นศิลาที่ทำให้เสี่ยวเฟิงตะลึงงันและรู้สึกเสียวสันหลังวาบ จนเขาต้องเงยหน้ามองหน้าเจ้าสำนัก

 

แผ่นศิลาได้ปรากฏอักษรขึ้นมาซึ่งเขียนระบุไว้ว่า

*เสี่ยวเฟิง

*อายุยี่สิบ

*ปราณก่อตั้ง 1

*784,356,112

 

“ฮ่าๆไม่ต้องตกใจ ทุกคนเป็นเช่นนี้”

 

เห็นสีหน้าของเสี่ยวเฟิงเจ้าสำนักอธิบายเพิ่ม “ทุกคนทั่วแดนดินต่างรู้ว่าศิลาชนิดนี้สามารถระบุชื่อตัวตนของคนทั้งยังใช้วัดอายุ วัดระดับพลังยุทธของคนได้”

 

เสี่ยวเฟิงยิ่งประหลาดใจมากกว่าเดิม ศิลานี้มันยังไงกันแน่? รู้ชื่อรู้อายุรู้ระดับพลัง ภายนอกดูเหมือนหินศิลาธรรมดาๆราวกับโดนล้วงหมดไส้หมดพุงยืนเปลือยกายต่อหน้าศิลา หากมันรู้มากกว่านี้ระบุขนาดไซส์อวัยวะได้คง..

 

“แล้วตัวเลขแถวสุดท้ายเหล่านี้ คืออันใด?” เสี่ยวเฟิงสงสัยเขาคิดและดีใจเล็กน้อย หรือมันจะเป็นค่าแบทเทิลพาวเวอร์ ระดับพลังต่อสู้!! ระดับเจ็ดร้อยกว่าล้านนี่ข้ามีพลังแฝงสูงขนาดนี้เชียว? ระหว่างถามเจ้าสำนักมือเขาก็แบโชว์ให้เจ้าสำนักได้เห็นข้อมูลของเขาบนแผ่นศิลาด้วย คือต้องการจะอวดเล็กน้อย

 

เจ้าสำนักเพียงเหลือบมองตัวเลขบนแผ่นศิลาเสี่ยวเฟิงเล็กน้อย เขาไม่ตอบคำถามของเสี่ยวเฟิงแต่เพียงบอกบางอย่างว่า “เพียงส่งจิตวิญญาณของเจ้าเข้าไปในนั้นและหาคำตอบด้วยตัวเอง”

 

เจ้าสำนักหมุนกายและเดินจากไปด้วยเสียงหัวเราะและวาจาข่มขู่ทิ้งท้ายที่ทำให้เสี่ยวเฟิงขมวดคิ้วมุ่น

 

“ฮ่าๆๆ สามเดือน! ข้าให้เวลาเจ้าสามเดือนเท่านั้น เปลี่ยนแปลงตัวเลขในแผ่นศิลาให้ลดลงสิบล้านหรือมากกว่าห้ามน้อยกว่า หากเจ้าทำไม่ได้ล่ะก็...”

 

เจ้าสำนักเดินไปได้กว่าสิบก้าวและเหลียวหน้ามาสบตากับเสี่ยวเฟยด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก

 

“หึหึ ศิษย์ข้าเอ๋ย...”เจ้าสำนักลากเสียงยาวและเอ่ยต่อเบาๆ

“เจ้าคงไม่อยากเห็นนรกกระมั้ง!

 

เสี่ยวเฟิงหน้ามึนมืดทันที “อะไรอยู่ดีๆก็ซวยสะงั้น” เสี่ยวเฟิงรู้สึกเหมือนโดนบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ

 

เขามองดูศิลาในมือและนิ้วก็ถูๆที่ตัวอักษรบนศิลาเพื่อลบมัน “เวรเถอะมันอยู่ในเนื้อหินนี่ลบไม่ออก”

 

“วุ้ย!” เขาขว้างมันลงพื้นและเหยียบด้วยความโมโห

 

“หืม! มันแข็งแรงขนาดนี้เชียว” เสี่ยวเฟิงก้มเก็บศิลาบางๆขนาดพอดีมือขึ้นมาอีกครั้ง ขนาดมันไม่ต่างกับสมาร์ทโฟนเลยแถมแข็งมากอีก ด้วยกำลังของเขาก็ไม่ธรรมดาแรงเหยียบของเขาสามารถกระทืบหินธรรมดาให้แตกได้ แต่ศิลาอันนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย

 

สุดท้ายได้แต่เก็บความสงสัยกับศิลาลึกลับที่ระบุตัวตนของเขาได้ลงไปในช่องเก็บของระบบ “ตาแก่นั่นเรียนรู้อย่างอื่นนอกจากรังแกผู้คนหรือไม่? เฮ้อรอข้าแข็งแกร่งก่อนเถอะ ฮึ่ม!

 

เสี่ยวเฟิงถึงบ่นแบบนั้นแต่เขาก็ไม่ได้แค้นเคืองหนักหนามากนัก เพราะลึกๆแล้วเขารู้สึกว่าเจ้าสำนักก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรเสียอย่างเดียวป่าเถื่อนเกินไป และเขาก็ไม่คิดจะหนีไปไหนหรือไปที่อื่นแล้วในตอนนี้ เขาก็จะอยู่ที่นี่สำนักหงส์ขาวไปก่อนก็ไม่รู้จะไปไหนแห่งหนใด และคิดว่าฝึกฝนตัวเองอยู่ที่นี่ก็คงไม่เลวร้ายมากนัก

 

ช่วงเช้าเสี่ยวเฟิงได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งวางท่อประปาฝังดินจากตาน้ำบุลากยาวมาที่บ้านของเขา ซื้ออ่างกุชชี่เพิ่มเติมจากระบบมาและสร้างห้องน้ำต่อเติมจากตัวบานของเขาอีกด้วย

 

จากอาบนอนแช่น้ำสบายๆในอ่างกุชชี่เสร็จ เขาก็ล่อมื้อเช้ารองท้องโดยการซื้อแฮมเบอเกอร์เนื้อสำเร็จรูปจากระบบแล้วนำไปอุ่นไมโครเวฟกินตบท้ายด้วยโคล่ากระป๋องเย็นๆ แต่ทว่าเพียงแค่นี้มันแทบจะไม่อยู่ท้องเลยเหมือนกินลูกอมเข้าไปในท้องเท่านั้น

 

โครกกๆ เสียงท้องยังคงร้องโหยหาอาหารเพิ่มเติม หลังจากกลายเป็นชาวไซย่า ก็ไม่รู้ทำไมมันหิวแบบนี้ เสี่ยวเฟิงรู้สึกเริ่มที่จะเข้าใจความกระหายในอาหารของชาวไซย่าขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

 

เขาเดินไปทางขอบหน้าผายอดเขาและมองดูจากมุมสูงลงไปข้างล่างที่มีแต่หมอกมองไม่ชัด “อืม..จำได้ว่าตาแก่นั่นพาเราขึ้นมาจากทิศนี้” สายตาเสี่ยวเฟิงเลื่อนกะประเมิณทิศทางข้างล่างยอดเขา “งั้นจุดนั้นคือนอกหมู่บ้านข้างล่างที่มีสัตว์ป่าและสัตว์อสูรสินะ”

 

เสี่ยวเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและถอนหายใจ “คนเราย่อมมีครั้งแรก ข้าไม่ใช่เสี่ยวเฟิงคนเก่าจากโลกเดิมแล้ว” เขาหลับตาสูดหายใจลึกยืนกางแขนเงยหน้าขึ้นฟ้าอยู่ขอบริมหน้าผา

 

ชายหนุ่มยืนอยู่นิ่งชั่วครู่หนึ่งและก็ทิ้งตัวเอนลงตกหน้าผาไป..

 

เสี่ยวเฟิงร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงตกจากยอดเขาและผ่านชั้นหมอกหนาทึบลงมา เขารู้สึกถึงสายลมที่ตีแสกหน้ามันช่างสดชื่นนัก เขาลืมตามองดูข้างล้างมือกางปรับมุมเพื่อเบี่ยงตัวไปยังทิศทางป่าทึบนอกหมู่บ้านข้างล่างเทือกเขา

 

หลังจากนั้นเขาก็หุบแขนแนบชิดลำตัวพุ่งไปยังทิศทางนั้นด้วยความเร็วและแรงตกที่เพิ่มขึ้น

 

“ก้าวพริบตา”ขาและฝ่าเท้าของเขาขยับเบาๆแตะสัมผัสอากาศ

 

ผืนอากาศหลังฝ่าเท้าของเสี่ยวเฟิงส่งเสียงดัง ผัฝฝ ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็จางเลือนรางลง ส่วนร่างจริงพุ่งตรงหายวับไปด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วเสียง ปรากฏอีกทีก็ไกลออกไปกว่าห้าสิบเมตร

 

“โอ๊ะ!

 

เสี่ยวเฟิงหลังจากใช้ทักษะใหม่ออกไป “ก้าวพริบตา” เขารู้สึกว่ามานาถูกสูบไปไม่น้อยเลย ถึงทักษะมันจะดูกินมานาน้อยโดยที่ต้องสูญเสียมานาเมตรละ 1 mp ก็เถอะ แต่ห้าสิบเมตรก็ 50 mp ซึ่งมันก็ไม่น้อยเลยสำหรับเสี่ยวเฟิงในตอนนี้

 

ทักษะใหม่นี้เขาได้รับมาจากการสุ่มเมื่อคืน “ก้าวพริบตา” เป็นทักษะของพวกยมทูตซึ่งแบ่งเป็นสามระดับ “ก้าวพริบตาขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง” ความเร็วก็จะสูงขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งขั้นกลางมีความเร็วมากกว่าเสียงสองเท่า ส่วนขั้นสูงก็สามเท่า เพื่อที่จะยกระดับทักษะนี้มีแต่การที่เขาจำต้องจ่ายคริสตัสจำนวนมากเพื่อทำการอัพเกรดทักษะต่อไป

 

ทว่าทักษะนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเหาะเหินเดินอากาศได้เพียงแต่เพิ่มความเร็วให้ได้ชั่วครู่และเหียบอากาศได้ชั่วครู่เพื่อผลักส่งแรงเท่านั้น

 

เมื่อได้เหินร่อนมาไกลมองไปยังข่างล่างก็เห็นป่าไม้เป็นหย่อมๆ มีผู้คนบ้างประปรายตามรายทางพื้นที่ พวกเขาบางส่วนก็เป็นชาวบ้านมาล่าสัตว์ป่า ทั้งยังมีศิษย์จากสำนักหงส์ขาวที่ออกมาฝึกฝนตัวเองอีกด้วย

 

“ข้าต้องการไปลึกกว่านี้ หากใช้ก้าวพริบตาเหียบอากาศเร่งความเร็วไปต่อก็โคตรจะเปลืองมานา”

 

เสี่ยวเฟิงพึมพำกับตัวเองขณะเหินร่อนไกล้ลงสู่พื้น เขากลับหลับตาลงพลางจินตนาการนึกภาพบางอย่าง สักพักมือทั้งสองข้างก็ทำสัญลักษณ์แปลกๆและเปลี่ยนไปสามรูปแบบ

 

“จอ หมู มะแม”

 

ประสานอิน

 

“คาถาแปลงร่าง”

 

ปุ๋ง

 

เกิดกลุ่มควันสีขาวเล็กน้อยพร้อมกับร่างกายเสี่ยวเฟิงที่หายไป

 

“กะ ก๊าบๆ”

 

อีกาสีดำตัวหนึ่งมาปรากฏแทนที่เสี่ยวเฟิงมันส่งเสียงร้องแปล่งๆ หากมองดีๆจะเห็นนัยน์ตาที่ดูกลิ้งกลอกและขนคิ้วแปลกๆราวกับจิ้งจอกที่ผิดแปลกกับอีกาทั่วไปได้อย่างชัดเจน และมันโผบินเข้าป่าไป....

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

90 ความคิดเห็น

  1. #85 2222 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 09:04

    ไรท์สมใจรองยีนกลายพันธ์ุสุดเปอร์แมน+ชาวไซย่า ไหม?


    #85
    0
  2. #82 Firstlove12 (@Firstlove12) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:51

    พึงเขามาอ่านค่ะสนุกมาก ติดตามค่ะรออ่านอยู่นะค่ะ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:52
    #82
    0
  3. #81 Firstlove12 (@Firstlove12) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 21:50

    ซุเปอร์ไซย่าในตำนานแน่แบบโบรลี่ ร่างแรกผมดำร่างสองผมทองร่างสามผมเขียวอย่างเทห์นะ


    #81
    0
  4. #80 2222 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 08:39

    รออ่านตอนต่อไปนะรีบมาลงเถอะ

    #80
    0
  5. #78 LENG555* (@5843430012) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 09:09

    อัปเถอะ

    #78
    0
  6. #77 baimon2003 (@baimon2003) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 08:28
    รอตอนต่อไป
    #77
    0
  7. #75 jinkung97x (@jinkung97x) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 08:28
    สวดยอด
    #75
    0
  8. #74 0809735691 (@0809735691) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 21:37
    สุ่มหมดละหรอได้อาไรมั้งนี้
    #74
    0
  9. #73 Sanook212 (@Sanook212) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 20:49

    เอาอีกๆๆๆๆ

    #73
    0
  10. #71 MusatLoki (@MusatLoki) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:41
    ขอบคุณครับ
    #71
    0