Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 8 : ว่าไงนะ! หมั้นงั้นหรอ อะไรมันจะเร็วอย่างนี้?!?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51


               

+ + - -

[8] ว่าไงนะ!   หมั้นงั้นหรอ   อะไรมันจะเร็วอย่างนี้?!?

 

                ฉันค่อยๆก้าวช้าๆลงบันไดมา      หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่     นายสองคนนั่นเผ่นแน่บกลับเข้าห้องแถมล็อกกลอนห้องซะแน่นหนา      หึม!   ถ้าฉันไม่ได้ฆ่าพวกนายด้วยมือของฉันเอง     ชาตินี้คงนอนตะแคงตายแน่ๆ

                ยังไงก็ต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้พ่อกับแม่รู้ให้ได้!     ฉันจะปล่อยให้พ่อกับแม่คิดว่าฉันกับเจ้าพวกนั้นมีอะไรกันไม่ได้เด็ดขาด!     ที่สำคัญพวกมันยังทำให้ฉันดูเหมือนเป็นพวกชอบความรุนแรงอีก       ฉันไม่ยอมให้พวกนายปั่นป่วนชีวิตฉันไปมากกว่านี้อีกแล้วนะ

                ฉันเดินไปเรื่อยๆ   เมื่อใกล้ถึงห้องนั่งเล่นแต่ละก้าวของฉันมันก็ค่อยๆช้าลงๆเหมือนโดนใครดึงขาเอาไว้อย่างนั้น    และเมื่อใกล้มากๆเข้าฉันก็ได้ยินเสียงดังแว่วๆมาจากด้านใน

                เราสองคนนี่เป็นลูกผู้ชายจริงๆนะ   นี่เสียงพ่อแน่ๆ

                ไม่หรอกครับ    ถ้าพวกผมเป็นลูกผู้ชายกว่านี้เรื่องแบบนี้มันคงไม่เกิด   นี่ต้องเป็นเสียงใครสักคนในสองคนนั้นชัวร์ๆ   เออดี     นี่หมายความว่าพวกนายอธิบายความจริงให้พ่อกับแม่ฟังหมดแล้วใช่มั้ย      ถือว่ายังพอมีความเป็นสุภาพบุรุษ   รู้ว่าตัวเองผิดก็ยอมรับ   

                กล้าทำก็กล้ารับ      กล้าหาญมากจ้ะ   นี่แม่ฉันแน่ๆ

                จริงๆแล้ว    สุดท้ายการตัดสินใจทุกอย่างก็คงต้องเป็นของน้องนิเดียนะครับ   ใครกันแน่นะ?   ฉันแยกเสียงของสองคนนี่ไม่ออก    แต่จากสไตล์การพูดน่าจะเป็นคิริวมากกว่า   

                ตัดสินใจ     นี่พวกเธอจะกลับไปที่บ้านคืนนี้เลยหรือเปล่า?    พ่อฉันถามขึ้นมาอีก

                กลับครับ     เราคงต้องไปจัดการเรื่องทุกอย่างให้มันเรียบร้อย   ถึงตอนนี้ฉันเดินเข้าไปถึงด้านในแล้ว    คนที่กำลังพูดจ้อยๆนั่นก็คือบ้ากามไคนั่นเอง    ฉันดูจากชุดที่พวกเขาใส่หรอกนะ   ตอนนี้ฉันก้าวเข้าไปในห้องแล้ว

                คุยอะไรกันลับหลังนิเดียหรือคะ?   ฉันแขวะไปหนึ่งที

                นิเดีย     ไคกับคิริวอธิบายเรื่องทุกอย่างให้พ่อฟังหมดแล้ว     พ่อกับแม่เข้าใจลูกนะ      เอาเป็นว่าพ่อกับแม่เคารพการตัดสินใจของลูก     วันนี้คิริวกับไคจะกลับไปก่อน     เมื่อเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจะมาตกลงกับเราใหม่     ฮ่ะ!    นายคิริวกับบ้ากามไคจะกลับบ้านของพวกมันแล้ว!    วู้ว!    คงไม่มีข่าวอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้วในโลกนี้

                อ๋อ    หรอคะ     เรื่องของเขาสิคะ      จริงๆเขาน่าจะอธิบายความจริงทั้งหมดต่อหน้าพ่อกับแม่ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว      ไม่น่าต้องรอให้พ่อกับแม่เข้าใจนิเดียผิดแบบนี้เลยนะคะ    ฉันกัดสองคนนั่นไปอีก

                จ้ะๆ      วันนี้แม่เหนื่อยเหลือเกิน       ถ้าไคกับคิริวจะกลับก็เชิญเลยจ้ะ  แม่ตัดบท    อาฮ้า!   อย่างนี้เขาเรียกว่าไล่หรือเปล่าน้า       แน่ล่ะ    ใครจะยอมให้โรคจิตที่มันบุกห้องลูกสาว   แถมจะป่ำป้ำลูกสาวตัวเองอยู่ในบ้านนานๆล่ะ       ชิ้วๆๆๆ   ไปไหนก็ไปเลยนะพวกนาย

                ฉันกระหยิ่มยิ้มย่องไปส่งสองคนนั่น        เมื่อสองคนนั้นขึ้นรถออกไปแล้ว      พ่อกับแม่ก็หันมามองฉันแล้วกลับไปมองกันและกันแล้วส่ายหัวน้อยๆ      ฉันคิดเอาเองว่าทั้งสองคนคงจะโล่งใจที่ลูกสาวรอดพ้นจากหัตถ์มารของแฝดมรณะนั่นมาได้       แล้วเราทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับห้อง        ความสงบสุขของฉันคงจะกลับมาอีกครั้งได้แล้วสินะ   

 

 

                คุณหนูคร๊าบ     คุณหนู     ตื่นหรือยังครับ     โอย......เสียงใครที่ไหนมารบกวนการนอนอันแสนสุขของฉันแต่เช้าเนี่ย

                ร่างบางบนเตียงนอนคว้าหมอนใบโตมาปิดหน้าไว้    แถมด้วยการคลุมผ้าห่มทับอีกหนึ่งชั้น

                คุณหนูครับ     ตื่นเถอะนะครับสายแล้ว    เสียงคุ้นๆ  นี่พ่อบ้านมีพลังเสียงมากขนาดทะลุประตูห้องนอนแล้วยังทะลุหมอนผ้าห่มอีกเรอะ

                คุณหนู~”    อ๊ากกกก     พลังเสียงพ่อบ้านพาวเวอร์หรือไง     ทำไมมันดังแทรกโสตได้ขนาดนี้      

                ผ้าห่มถูกเปิดขึ้นมาโดยเจ้าของที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั้นนั่นเอง       หลังจากนั้นหมอนใบโตก็เปลี่ยนจากเครื่องรองศีรษะไปเป็นเครื่องระบายอารมณ์       ก็ร่างบางเล่นขว้างหมอนใบโตนั้นออกไป       และดูเหมือนว่าหมอนใบนั้นจะให้ประโยชน์มากขึ้นเมื่อมันกระทบเข้ากับใบหน้าของใครบางคน

                พ่อบ้านบรรจงวางหมอนใบโตลงบนเตียงที่นอนของคุณหนูสุดแสบ      เขาได้แต่ส่ายหัวไปมาไล่ความมึนงง    จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวที่กำลังงัวเงียไม่รับรู้ในสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปเมื่อครู่    แต่ถึงรู้ก็ไม่แน่ว่าหญิงสาวจะรู้สึกผิดอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่

                อ้าว   เอ๋?   นี่พ่อบ้านมาอยู่ในห้องนิเดียได้อย่างไง     ใครอนุญาต    หา!!”     หญิงสาวในชุดนอนกล่าวขึ้นเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนในห้องของเธอชัดๆ     นี่เองที่ทำให้เธอได้ยินเสียงของเขาชัดเจนนัก

                คุณท่านทั้งสองให้ผมมาตามคุณหนูลงไปที่ห้องรับแขกด้านล่างด่วนที่สุด      มีแขกมารอพบคุณหนูนะครับ   พ่อบ้านรายงาน

                อะไรกัน     นี่ยังเช้าอยู่เลยนะ      วันหยุดแท้ๆยังมีคนมาหาได้      แล้วใครกันล่ะที่มาหาฉันเนี่ย?   หญิงสาวถามออกไป    พลางเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวออกมา     สุดท้ายแล้วในเมื่อตื่นขึ้นมาแล้วจะให้กลับไปนอนอีกก็คงจะยาก

                แขกของคุณท่านน่ะครับ    แต่ท่านอยากให้คุณหนูลงไปด้วย      กระผมว่าคุณหนูอย่าเพิ่งขัดใจคุณท่านตอนนี้เลยดีกว่านะครับ     เรื่องเมื่อวานยัง........    พ่อบ้านพูดค้างไว้ให้คุณหนูของเขาได้คิดต่อเอง       แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวเองก็คิดไว้ก่อนด้วยเช่นกัน

                อืมๆ   รู้แล้วๆ     อีกยี่สิบนาทีจะตามลงไป    ว่าแล้วหญิงสาวก็หายลับไปหลังประตูห้องน้ำ     พ่อบ้านถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วปิดประตูห้องนอนของคุณหนูจอมจุ้นประจำบ้าน    ก่อนนำข้อความของหญิงสาวไปรายงานกับเจ้านายของเขาที่พยักหน้ารับเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว       จากนั้นเจ้านายทั้งสองก็ตั้งหน้าตั้งตาคุยกับแขกสำคัญทั้งสี่คนนั้นต่อไปโดยไม่สนใจเขาอีกเลย

 

 

                วะ.....ว่า...ว่าไงนะคะ  ฉันพูดตะกุกตะกัก

                ว๊ากกก   เป็นไปได้ไง     นี่เคราะห์จะซ้ำ  กรรมจะซัดกันไปถึงไหน  อุตส่าห์แต่งตัวมาซะอย่างดีกลัวพ่อแม่จะขายหน้า     สุดท้ายแล้วแขกที่ว่าสำคัญ  ที่ไหนได้  ดันกลายมาเป็นมารตัวสำคัญเสียมากกว่า     แถมดันยกโขยงเอาครอบครัวมันมาทั้งครอบครัว    นี่ไม่พอ  ยังหอบเอาไอ้เจ้าทองคำขาววงๆมากันอีกตั้งสองวง   ไม่ต้องบอกก็พอเดาได้ล่ะมัง   มันเป็นแหวนหมั้น

                วงหนึ่งเป็นทองคำขาวทำเป็นวงแหวนเรียบๆ  ด้านบนมีเพชรเม็ดเล็กๆไม่หวือหวานัก    นี่เป็นแหวนหมั้นของอีตาบ้ากามไค  ส่วนอีกวงของนายคิริวเป็นทองคำขาวทำเป็นคล้ายๆเครือเถาว์รูปใบไม้พันกันไปมาตรงหัวมีเพชรเม็ดเล็กๆเหมือนกัน  เพียงแต่ว่าสองวงนี้ให้ความรู้สึกต่างกันออกไป    ถ้าถามว่าฉันชอบวงไหน   ไม่ซะล่ะ!

                สุดท้ายแล้ว    หนูนิเดียต้องเป็นคนเลือกเองนะคะ   โอ้!   นี่ฉันยังมีสิทธิ์ออกความเห็นอีกเรอะ!  ในเมื่อทุกคนตกลงกันไปเองแล้วนี่

                ตอนที่ฉันมาถึงห้องรับแขก    ฉันแทบจะวิ่งกลับขึ้นด้านบน   แต่เจ้าพ่อบ้านตัวดีดันปิดประตูห้องรับแขกแล้วยืนขวางเอาไว้ซะงั้น     ฉันก็เลยหนีไปไหนไม่ได้    แถมพ่อกับแม่ยังกำกับฉันตลอดเวลา      จนฉันต้องจำใจยอมนั่งทักทายสองสามีภรรยาคิโดโจเพื่อนของพ่อกับแม่ที่ปากก็เอาแต่พร่ำว่าดีใจที่ลูกจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา    อุตส่าห์ยกเลิกไม่บินกลับญี่ปุ่นเพื่องานนี้    และฉันก็ต้องจำใจรอบสองทักทายเจ้าพวกสติแตกสองคนนั่นด้วย     

                แต่เรื่องยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับตอนที่คุณสองคนนั้นเปิดกระเป๋าเอาแหวนหมั้นสองวงออกมา    แล้วบอกว่าเป็นการรับผิดชอบสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน     เรื่องบ้าเรื่องบออะไรกัน     เมื่อคืนยังไม่ทันเกิดอะไรขึ้นเลยนะ     แล้วนายคิริวกับนายไคนั่นอธิบายให้พ่อกับแม่ฉันฟังเข้าใจแล้วไม่ใช่หรอ    หรือว่า??

                นิเดียขออนุญาต   คุยกับไอ้บ้ากะ.......เอ่อ.....ไคแล้วก็คิริวตามลำพังได้ไหมคะ  ฉันถามขึ้นหลังจากเงียบไปนาน   เล่นเอาบรรดาคนที่ลุ้นคำตอบว่าฉันจะเลือกคนไหนถอนหายใจไปตามๆกัน

                ดะ...ได้จ้ะ     แม่ว่าลูกกับไคแล้วก็คิริวไปคุยกันที่สวนดีกว่า   เดี๋ยวแม่จะให้คนตามเอาขนมไปให้  แม่บอก    แต่ฉันไม่สนใจใครอีกต่อไป    ก้าวออกจากห้องนั้นไปเลย        พ่อบ้านเปิดทางให้แต่โดยดี       ระหว่างทางฉันได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาแต่ไม่ได้หันไปมอง   เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นของใคร

                ฉันหยุดลงที่ม้านั่งในสวน     แล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับ ตัววินาศ  ทั้งสองคน

                พวกนายบอกอะไรกับพวกผู้ใหญ่กันแน่!?   ฉันถามอย่างโมโห

                เราก็บอกความจริง   เมื่อวานเธอก็ไม่เห็นจะโมโหอย่างนี้นี่    แถมยังชื่นชมเราด้วยซ้ำไป   ไคตอบ

                งั้นหรือ   นั่นเป็นเพราะว่าฉันไว้ใจพวกนายมากเกินไป    ถ้าพวกนายไม่บอกเรื่องอะไรชั่วๆไปล่ะก็    พ่อกับแม่ไม่มีทางบังคับฉันให้หมั้นกับคนชั่วๆอย่างพวกนายแน่   ฉันชี้แจงอย่างมีอารมณ์    ไอ้พวกบ้าเอ้ย!   ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนายไปเป่าหูอะไรเข้าสักอย่าง    เหตุการณ์วันนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นแน่ๆ      ไอ้การขอหมั้นหมายกันไว้ก่อนเพื่อเป็นการรับผิดชอบเนี่ย

                ถึงอย่างนั้น   ถ้าเรื่องมันไม่มีมูล   พวกผู้ใหญ่ก็ไม่เชื่อเราหรอก    จริงมั้ย??   คิริวตอบขึ้นมาบ้าง     ฉันไม่ไว้ใจสองคนนี่เลยจริงๆ

                แล้วพวกนายบอกผู้ใหญ่ว่าอย่างไงกันล่ะ    บอกมาสักทีสิ!”    เริ่มจะเดือดแล้วนะ

                มันเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูดในที่โล่งแจ้งแบบนี้นะ    ฉันว่าเราไปหาที่ๆเป็นส่วนตัวกว่านี้คุยกันดีกว่า   อ้าย!   ไอ้บ้ากามไค  แกอย่ามาทำหื่นแถวนี้นะ

                บอกมาสิว่านายไม่ได้บอกความจริงว่าเมื่อคืนนายสองคนย่องเข้าห้องฉันเพื่อที่จะทำมิดีมิร้ายฉัน    พวกนายใส่ความฉันเรื่องเชือกบ้าๆแล้วก็ภาพบางอย่างตอนที่พ่อกับแม่เปิดประตูเข้าไป    พวกนายใส่ความว่าฉัน.........  ฉันเงียบไป  ใครจะไปพูดลงว่า   ฉันเป็นพวกเซ็กซ์ซาดิสม์     ก็ฉันไม่ได้เป็นอย่างนั้นนี่โว้ย!

                ว่าเธอ.......  คิริวมันยังเล่นลิ้น

                เอาเถอะ!   บอกมาสักทีว่านายบอกผู้ใหญ่ว่าอย่างไง?    ฉันตัดบท

                เราก็บอกไปตามความจริงว่าเมื่อคืนน่ะ    เราสองคนก็แค่สงสัยว่าประตูนั่นน่ะเปิดไปที่ไหน    แต่พอเปิดไปแล้วก็จ๊ะเอ๋กับสาวน้อยอยู่บนเตียง     พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำมิดีมิร้ายเธอหรอกนะ    แต่เธอนั่นแหละที่จิตตกดันทำท่าจะร้อง    ไอ้เรารึหวังดีก็กลัวว่าบ้านจะแตกพังไม่มีที่อยู่    ก็เลยเข้าไปห้าม     แต่ว่าแม่สาวน้อยนางนั้นกลับ........   คิริวเว้นจังหวะ    

                ฉันไม่สามารถทนรอให้นายนี่เว้นวรรคได้นาน   ฉันทำอะไรไม่ทราบ!”

                เธอกลับใช้เสน่ห์ยั่วยวน    ความน่ารักล้นเหลือของเธอทำให้พวกเราอดใจไม่ไหว   และหวั่นไหวไปกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นมาปัจจุบันทันด่วนโดยมิได้ตั้งใจ    คราวนี้ไคเป็นคนเล่า

                นี่!  นายหมายความว่า........พวกนายโกหก!  จะบ้าหรอ  ฉันเนี่ยนะใช่เสน่ห์ยั่วยวนบ้ากามอย่างพวกนาย     มีแต่พวกนายมากกว่าที่คิดจะปลุกปล้ำฉัน!”   ฉันตวาดกลับ

                แต่ความจริงมันฟ้องกันด้วยภาพ     เธอกำลังถือแส้อยู่เหนือพวกเราที่มีสภาพ.....เฮ้อ......อย่าให้ฉันพูดดีกว่า   อ๊ากกก   ฉันอยากฆ่าพวกนายนัก      นี่ฉันจะรอดพ้นจากแฝดมรณะคู่นี้ได้อย่างไงกันในเมื่อพวกมันเจ้าเล่ห์เจ้ากลขนาดนี้

                ฉันจะไปบอกความจริงกับทุกคน    พวกนายสองคนต้องถูกกระชากหน้ากากชั่วๆออกมา   คอยดูสิ!”   ฉันสาวเท้าออกมาจากตรงนั้น     หึ่ม!   ถ้าทุกคนรู้ความจริง   พวกนายไม่รอดแน่ๆ

                อย่าทำแบบนั้นดีกว่า     มันไม่เป็นผลดีกับตัวเธอหรอก  คิริวรั้งแขนฉันไว้    อ้ายๆๆ   นี่นายไม่มีสิทธิ์มาจับมือถือแขนฉันนะ     ฉันสะบัดมือเต็มแรง

                ทำไม??  อย่าบอกนะว่าพวกนายมีแผนชั่วๆอะไรอีก  

                ไม่ใช่แผนชั่วหรอก     แต่เธอไม่รู้สึกหรอว่าพวกผู้ใหญ่ไม่ว่าอะไรเลย   แถมยังเห็นดีเห็นงามให้พวกเราหมั้นกัน   นั่นหมายความว่าเรื่องนี้พวกนั้นต้องมีส่วนอยู่แล้ว     ไม่เห็นหรอไงว่าพวกนั้นลุ้นกันแทบตายเรื่องของพวกเรา    พวกฉันก็แค่เดินไปตามสิ่งที่พ่อกับแม่อยากให้เป็น    ไม่ได้พิศวาสเธอนักหรอก    การหมั้นของเราน่ะมีประโยชน์ทั้งกับฉันทั้งกับคิริว     ฉันว่าแทนที่เธอจะคิดไปทำอะไรโง่ๆ   เอาเวลามานั่งคิดดีกว่าว่าจะหมั้นกับใครระหว่างฉันกับคิริว   ไคพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย     บ้าเอ้ย!    ต่อให้เหลือผู้ชายแค่สองคนในโลก    ยังไงฉันก็ไม่มีวันเลือกพวกนายสองคนแน่ๆ

                ฉันเดินกลับมาที่ห้องรับแขก     ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพ่อกับแม่ต้องการจะเอาชนะกันจนไม่คิดถึงใจของฉัน     พ่อกับแม่ต้องไม่มีทางเลือกอื่นเพราะเข้าใจฉันผิดไป      ถ้าฉันบอกความจริงพ่อกับแม่ก็จะมีข้ออ้างปฏิเสธเรื่องพวกนี้กับคิโดโจ

                ฉันเดินดุ่มๆมาเรื่อยๆ   จู่ๆก็มีแขนคู่หนึ่งฉุดฉันเข้าห้องเก็บของใต้บันไดที่ฉันผ่านไปพอดี    ฉันอ้าปากจะร้องแต่สายตาก็ประสานกับคนสองคนที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดีเข้าเสียก่อน

                อ้าว!   พ่อกับแม่เล่นอะไรพิเรนท์อีกแล้วเนี่ย  ฉันพูด   พ่อกับแม่เอานิ้วกั้นริมฝีปากไว้พร้อมกับเสียง  ชู่~”  เป็นเชิงให้ฉันพูดเบาๆ

                นิเดีย   พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยกับลูกนะ  พ่อเป็นฝ่ายเริ่ม    ฉันไม่เข้าใจหรอกว่าทำไมทั้งสองคนต้องทำลับๆล่อๆแบบนี้    เรื่องอะไรกันที่ทำให้พวกเราสามคนคุยกันในที่ๆดีกว่านี้ไม่ได้

                ว่ามาสิคะ  ว่าพ่อกับแม่ลับๆล่อ   ฉันเองก็พูดเสียงแผ่วตามเหมือนกัน   ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

                นิเดีย   พ่อรู้ว่าลูกไม่อยากหมั้นกับไคแล้วก็คิริวใช่มั้ย  

                แน่นอนค่ะ   นี่หมายความว่าพ่อกับแม่ก็ไม่อยากให้นิเดียหมั้นกับทั้งสองคนนั่นเหมือนกันใช่มั้ยคะ  ฉันดีใจ

                แต่ลูกต้องหมั้นจ้ะ  แม่พูดดับความหวังฉัน

                ทำไมล่ะคะ  ก็ในเมื่อนิเดียไม่อยากหมั้น   ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืนล่ะก็    ความจริงแล้วนิเดียกับสองคนนั่นไม่ได้มีอะไรกันนะคะ    พวกนั้นพูดโกหกค่ะ   ฉันฟ้อง     พ่อกับแม่มองหน้ากันอย่างอึ้งๆ   ก่อนที่พ่อจะพูดกับแม่

                เราคงต้องบอกลูกแล้วล่ะ  พ่อพูดกับแม่   ส่วนฉันได้แต่มองพวกเขาสลับกันไปมา   มีเรื่องอะไรอีกที่พ่อกับแม่ยังปกปิดฉันไว้

                นิเดีย    ตั้งใจฟังดีๆนะลูก   แม่พูดเสียงสั่น

                แม่!  เป็นอะไรไปคะ?  ฉันปรี่เข้าไปประคองแม่ด้วยความเป็นห่วง

                นิเดีย    ลูกต้องหมั้นกับไค  หรือไม่ก็คิริว  ไม่ว่าอย่างไงก็ตาม   พ่อพูดออกมา

                ทำไมกันล่ะคะ   พ่อกับแม่ก็รู้ความจริงแล้วนี่ว่าพวกนั้นมันโกหก   หนูกับพวกเขาไม่ได้มีอะไรกัน    ดังนั้นหนูก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเขา   ฉันเถียง  ไม่เข้าใจพ่อกับแม่เลย     รู้ความจริงแล้วทำไมยังบังคับฉันอยู่อีกล่ะ

                ไม่ว่าอย่างไงก็ต้องหมั้น  แม่พูดขึ้นอีก

                เหตุผลอะไรที่นิเดียต้องหมั้นกับเขา   ฉันถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

                ก็เพราะว่าพ่อกับแม่กำลังจะล้มละลายน่ะสิ!”    พ่อพูดขึ้นด้วยดวงตาปวดร้าว   ฉันสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่สั่น    ความตื่นตะลึงแล่นเข้าสู่ร่างกาย      นี่มันหมายความว่าอย่างไงกันแน่

                อะไรนะคะ?” 

                กิจการน้ำมันของพ่อตอนนี้ระส่ำระสาย    เหตุการณ์ที่บ่อน้ำมันในอิหร่านไม่ค่อยจะสู้ดีนัก พ่อบอก

                แม่ถูกหุ้นส่วนโกง   ตอนนี้บริษัทของเรามีหนี้ที่เกิดจากการซื้อวัตถุดิบมหาศาล    ถ้าแม่หาเงินมาหมุนไม่ทัน   นั่นหมายความว่า......    แม่ไม่พูดต่อฉันก็พอจะเข้าใจ      แต่ที่ไม่น่าเชื่อยิ่งกว่าก็คือว่า    ทำไมความซวยต้องมาตกอยู่กับครอบครัวของฉันด้วย

                ถ้านิเดียหมั้น    พวกนั้นเขาจะช่วยพ่อกับแม่อย่างนั้นหรือคะ?   ฉันถาม

                ประมาณนั้น     ความช่วยเหลือของพวกเขาสำคัญพอๆกับตัวเงินที่เราจะได้รับจากการร่วมลงทุนของเขา   พ่อบอก

                จริงๆแล้วไม่เห็นจำเป็นเลยนี่คะ    ก็ในเมื่อพวกนั้นก็เป็นเพื่อนของพ่อกับแม่อยู่แล้ว 

                ไม่มีมิตรแท้ในวงการธุรกิจหรอกลูก   ผลประโยชน์เท่านั้นที่จีรังยั่งยืน  แม่ตอบทำเอาฉันเข่าทรุด   สิ่งที่ฉันหลีกหนีมันที่สุดกลับเข้ามาใกล้ฉันมากที่สุด    และเป็นฉันเองที่จำเป็นต้องใช้มัน

                นิเดียขออยู่คนเดียวสักครู่ได้ไหมคะ   ฉันถาม    พ่อกับแม่มองหน้ากันแล้วเดินออกไป     น้ำใสๆร่วงหล่นจากดวงตา     ในห้องเก็บของไม่มีใครได้เห็นน้ำตาที่มันพรั่งพรูออกมา     พวกเรากำลังจะหมดตัว   พ่อกับแม่ต้องพยุงกิจการด้วยการที่ฉันต้องหมั้นกับคนที่ฉันเกลียดที่สุดสองคนไม่ใครก็ใครสักคนหนึ่ง

                เมื่อร้องไห้ได้สักพักฉันก็ไม่เห็นค่าของการนั่งเสียใจอีก    ฉันใช้มือข้างหนึ่งปาดน้ำตาที่อาบแก้ม   แล้วลุกขึ้นยืน    ฉันต้องเข้มแข็ง     ก็แค่หมั้นกัน    พอพ่อกับแม่ได้เงินมาแล้วฉันก็จะถอนหมั้นซะตอนนั้นก็ได้นี่

                ประตูห้องเก็บของถูกเปิดออก    หญิงสาวก้าวเดินออกไปโดยไม่ได้สังเกตกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่แอบอยู่ที่มุมหนึ่งของผนัง    เมื่อหญิงสาวพ้นสายตา    พวกเขายิ้มให้กัน     คนหนึ่งในสี่คนนั้นกล่าวขึ้นว่า   สำเร็จ  

 

 

                ฉันแวะที่ห้องน้ำระหว่างทางเพื่อล้างหน้าล้างตาและเช็คความเรียบร้อยก่อนกลับเข้าห้องรับแขกอีกครั้ง      ที่นั้นทุกคนอยู่กับพร้อมหน้า   ครอบครัวคิโดโจ   พ่อกับแม่   แม้กระทั่ง  พ่อบ้าน

                นั่งก่อนสินิเดีย  แม่พูด

                ฉันนั่งลงที่โซฟาตัวหนึ่ง  ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ฉันเพียงคนเดียว

                เอ่อ   หนูนิเดีย  คือว่าป้าไม่รู้มาก่อนว่าหนูจะไม่อยากหมั้นกับลูกชายป้า   คือป้าคิดว่า.......  คิโดโจ   ยูมิเงียบไป  

                ฉันพูดแทรกขึ้นมาทำเอาทุกคนตะลึง  ใครบอกคุณกันคะ 

                เอ่อ...คือ.....ป้าเห็นว่าหนู....

                นิเดียจะหมั้น   ฉันพูดขึ้น    ทุกคนหันมามองฉันเป็นตาเดียว

                เมื่อทุกคนยังเงียบเหมือนว่าไม่เข้าใจ   ฉันเลยย้ำอีกครั้ง  นิเดียจะหมั้นค่ะ  

                คราวนี้ทุกคนมีปฏิกิริยาตอบสนอง       สีหน้าของความสงสัยฉายชัดในใบหน้าของทุกคนแต่ไม่มีใครถาม    ฉันเดาเอาว่าเขากลัวว่าถามแล้วฉันจะเปลี่ยนใจ

                ถ้าอย่างนั้นหนูจะหมั้นกับ......   ยูมิถามอีกครั้ง

                ทั้งสองคน  

                หา!!”  ทุกคนพูดพร้อมกัน

 

                นิเดียจะหมั้นกับทั้งสองคนค่ะ   ฉันพูดซ้ำ    พ่อกับแม่จ้องฉันด้วยสายตาดุๆ  แต่ฉันไม่สน

                ถ้าจะให้นิเดียหมั้นตอนนี้    นิเดียตัดสินใจไม่ได้หรอกค่ะ   ก็ทั้งสองคนเป็นลูกเพื่อนพ่อกับแม่เหมือนกัน    หน้าตาก็เหมือนกัน      ทุกอย่างเหมือนกันไปหมดอย่างนี้นิเดียก็ใช้เวลาตัดสินใจหน่อยสิคะ   ฉันบอกไป   จริงๆขาดเหตุผลอีกข้อหนึ่งก็คือ   สองคนนี่เป็นคนที่ฉันเกลียดที่สุดเหมือนกัน

                นิเดีย!!”  พ่อกับแม่ตวาดฉันพร้อมๆกัน

                ไม่เป็นไรหรอกคาร์ล   ฮารูมิ   บางทีผมว่าที่นิเดียพูดมาก็มีเหตุผลเหมือนกัน  พวกผู้ใหญ่สบสายตากันอย่างมีความหมาย    สักพักพวกเขาก็พยักหน้าให้กันเหมือนสรุปได้แล้วในใจของทุกคนยกเว้นฉัน  ไค  แล้วก็คิริว

                เอาเถอะ!   ตอนนี้ก็หมั้นกับทั้งสองคนไปก่อน    หวังว่าคบกันไปแล้วลูกจะเลือกใครสักคนได้นะนิเดีย   พ่อสรุปขึ้นให้ทุกคนได้ยิน     เมื่อไม่เห็นใครคัดค้าน     เจ้าแหวนสองวงนั่นก็ถูกส่งให้เป็นสมบัติของฉัน

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น